ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตัวช่วยลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 148

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2564 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัวช่วยลับ
แบบอักษร

แม้ซีห่าวจะเป็นผู้ชวนแม่นางหวังให้รับประทานปลาย่างด้วยกันทว่าตัวเขากลับไม่แตะมันสักนิด เป็นอย่างที่ชิงเหยียนพูดเมื่อสักครู่ เขาเกลียดปลาเพราะไม่ชื่นชอบกลิ่นคาวของมัน เขายอมอดแต่ไม่ยอมนำมันเข้าปากเป็นอันขาด 

“คุณชายจางไม่ทานหรือเจ้าคะ” หวังซูเม่ยยื่นปลาย่างที่ถูกเลาะก้างหมดแล้วให้กับชายหนุ่มอย่างเอาอกเอาใจ เสียแต่ว่าเขายังไม่รับความปรารถนาดีจากนางสักครั้ง ก็ไหนก่อนหน้าเขาบอกว่าจะแบ่งกับนางคนละครึ่ง 

ชิงเหยียนกำห่ออาหารในมือแน่น ถึงจะโกรธหรือน้อยใจเพียงใดแต่นางก็ไม่อาจปล่อยให้คนของนางท้องว่างได้  

“ข้าไม่ได้เชิญเจ้า” ซีห่าวถามอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อเห็นว่าผู้ใดเดินตามมา เขาต้องเอาจริงเอาจังและเลิกให้ท้ายชิงเหยียนเสียที ต่อไปนี้หากนางกล้าลงมือทำร้ายสตรีที่เข้ามาข้องแวะกับเขาอีก เขาจะลงโทษนางเช่นกัน 

ชิงเหยียนไม่ใส่ใจวาจาร้ายกาจที่ออกจากปากของบุรุษในดวงใจและยังคงเดินตรงไปหาเขาด้วยแววตามุ่งมั่น 

“พวกเราสามคนมาทานด้วยกันดีกว่าเจ้าค่ะ เอ่อ... คุณหนูหลี่เชิญนั่งเจ้าค่ะ” หวังซูเม่ยไกล่เกลี่ยและตบที่นั่งข้างตัวเชื้อเชิญให้หญิงสาวมาร่วมวง 

ชิงเหยียนปรายตามองศัตรูแวบนึงแต่ยังคงปิดปากเงียบมีเพียงแววตาเท่านั้นที่มองอีกฝ่ายอย่างจงเกลียดจงชัง เฮอะ! ทานด้วยกัน! ทั้งยังเจ้ากี้เจ้าการจัดแจงให้นั่งเสียห่างจากคนของนางถึงเพียงนั้น 

แม่นางหวังใสซื่อเกินไปจนไม่เห็นสายตาเกลียดชังของชิงเหยียนที่มองมาอย่างนั้นรึ เอาเถอะ! มีซีห่าวอยู่ตรงนี้ด้วยดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยให้ชิงเหยียนได้ทำร้ายแม่นางหวังเป็นอันขาด ก็นางทั้งอุตส่าห์ไม่ถือสาเรื่องเมื่อคืนทั้งยังมีไมตรีเอ่ยชวนชิงเหยียนที่เย่อหยิ่งด้วยนี่นา “คำว่าขอบคุณคงจะไม่รู้จักกระมัง” 

ชิงเหยียนทราบดีว่ากำลังถูกเขากระแนะกระแหนแต่นางก็ยังคงเก็บอาการทุกอย่างมิดชิดภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางยัดห่ออาหารที่ตั้งใจเตรียมตั้งแต่เช้าใส่มือของเขา “ท่านไม่ชอบกลิ่นคาวปลา เอ้านี่! ข้าเตรียมเนื้อตากแห้งไว้ให้ท่านแล้ว” 

ซีห่าวเผลอยิ้มที่ไม่ต้องทนฝืนทานปลาที่ไม่ชอบ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรทำให้ชิงเหยียนได้ใจ เขาก็รีบหุบยิ้มและยื่นห่อเนื้อแห้งคืนทันที “ข้าไม่ต้องการ” 

“ข้าให้คุณชายจางแล้ว จะทิ้งหรือจะกินก็แล้วแต่ท่าน” กล่าวจบชิงเหยียนก็สะบัดหน้าเดินจากไปทันที นางรู้ว่าหากยังอยู่ตรงนี้ เขาคงไม่แตะอาหารของนางเป็นแน่ นางยอมทรมานตนเองเพื่อให้เขาอิ่ม 

ซีห่าวมองตามหลังของชิงเหยียนด้วยแววตาไม่เข้าใจ ปกตินางจะไม่จากไปเงียบ ๆ เช่นนี้ อย่างน้อยต้องลงมือตบแม่นางหวังสักฉาด หรือไม่อาจสรรหาสัตว์น่ากลัวทั้งหลายมาแกล้งให้กลัว 

“คิดสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ” หวังซูเม่ยแตะแขนของชายหนุ่มเมื่อเห็นเขาเงียบไปทั้งยังมองตามคุณหนูชิงเหยียนไปอย่างไม่ละสายตา 

ซีห่าวหันกลับมาสนใจสตรีที่นั่งอยู่ด้านข้างอีกครั้ง เขายื่นเนื้อตากแห้งไปให้นางพร้อมกับถอนหายใจเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ของร้านห่าวชือ ในโลกนี้จะไม่มีผู้ใดรู้ใจเขามากไปกว่าชิงเหยียนอีกแล้วอย่างนั้นหรือ “แม่นางหวังต้องการเนื้อด้วยหรือไม่” 

“ดีเจ้าค่ะ” หวังซูเม่ยยิ้มหน้าบานก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนความอาย “เอ่อ... ความจริงข้าก็ไม่ชอบปลาเจ้าค่ะ” 

“ที่แท้เจ้ากับข้าก็มีสิ่งที่เหมือนกัน” ซีห่าวยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดีและแบ่งเนื้อในห่อให้กับหญิงสาว เขาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่อิ่มเพราะมันมีมากพอสำหรับสองคนเลยทีเดียว 

กร๊อบบบบ 

ซีห่าวและหวังซูเหมยสะดุ้งและหันไปมองยังทิศที่มาของเสียง เสียงเหมือนต้นไม้ถูกโค่น ทว่ากลางป่าลึกเช่นนี้ไม่ควรมีชาวบ้านเข้ามาตัดฟืนเลยนี่นา 

“จางซีห่าว! กล้ามากที่เอาเนื้อของข้าไปแบ่งให้กับสตรีอื่น!” ชิงเหยียนรัวหมัด ฝ่ามือ และลูกเตะครั้งแล้วครั้งเล่าใส่ต้นไม้เพื่อระบายอารมณ์โกรธ เขาไม่เพียงไม่นึกถึงนางกลับนำของที่นางให้ไปให้คนอื่นหน้าตาเฉย จะเหลือให้นางสักหน่อยรึก็ไม่ 

“หวังซูเม่ย! กล้าแย่งคนของข้า ของของข้า เจ้าไม่ตายดีแน่!” ชิงเหยียนซัดฝ่ามือใส่ต้นไผ่ที่นางอุปโลกน์ว่าเป็นศัตรูเข้าไปหลายต้นด้วยความแค้น นางต้องหาทางเขี่ยอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไปในเร็ววันนี้ให้จงได้ 

“ต้นไม้พวกนี้ทำผิดอะไร เหตุใดต้องไปลงที่มันด้วย” องค์ชายฟาหยางตรัสถามสตรีโมโหร้ายที่กำลังจะทำลายป่าแห่งนี้ด้วยสุรเสียงหยอกเย้า 

“เช่นนั้นองค์ชายฟางหยางจะทรงรับมือหม่อมฉันสักสองสามกระบวนท่าได้หรือไม่เพคะ” อารมณ์ของชิงเหยียนยังไม่ปกติดังนั้นจึงอยากออกแรงอีกสักหน่อยเพื่อระบายความโกรธ 

“ลงมือหนักกับข้า เจ้าจะต้องโทษเอาได้ อีกอย่างจะทำร้ายผู้มีพระคุณที่นำอาหารมาให้เจ้าได้ลงคออย่างนั้นหรือ” องค์ชายฟาหยางทรงชูอาหารที่อยู่ในพระหัตถ์ให้ชิงเหยียนดู 

ชิงเหยียนจ้องพระพักตร์ขององค์ชายฟาหยางด้วยแววตาหวาดระแวง พระองค์ทรงดีกับนางเช่นนี้คงมิใช่เพราะว่า... “ห้าม! ห้ามมีใจให้กับหม่อมฉันนะเพคะ” 

“ข้าไหนเลยจะทำให้ตนเองต้องลำบาก” องค์ชายฟาหยางทรงสรวลเสียงดังเมื่อชิงเหยียนที่พระองค์ทรงเอ็นดูเยี่ยงน้องสาวคิดไปไกล พระองค์ไม่มีวันหาเหาใส่ตัวแน่นอน 

“องค์ชาย!” ชิงเหยียนกระทืบเท้าไม่พอใจ นางก็มิอยากยกหางตนเอง นางเพียงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้าและขีดเส้นความสัมพันธ์ให้ชัดเจนก็เท่านั้นเพราะในหัวใจของนางมีเพียงบุรุษนามว่าซีห่าวเท่านั้นที่ครอบครอง 

“เอาล่ะ ๆ มากินได้แล้ว หนทางอีกไกลเจ้ายังต้องเปลืองแรงอีกมาก” องค์ชายฟาหยางทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงอยากปลอบใจชิงเหยียน ใจของสตรียากแท้หยั่งถึง ไม่รู้ว่าสิ่งใดจริงเท็จ แต่สิ่งเดียวที่พระองค์ทรงมั่นพระทัยว่าเป็นจริงแน่นอนก็คือความรักที่ชิงเยียนมีต่อซีห่าว ดังนั้นจนกว่าซีห่าวจะแต่งฮูหยิน พระองค์ในฐานะพี่ชายก็สนับสนุนชิงเหยียนอย่างเต็มที่ 

“ขอบพระทัยเพคะ” ชิงเหยียนยื่นมือไปรับอาหารมาทาน จริงดังที่องค์ชายฟาหยางทรงตรัสเมื่อครู่ นางยังต้องใช้แรงดังนั้นนางก็ต้องทำให้ตนเองอิ่มเช่นกัน 

“เจ้าจะจัดการกับแม่นางหวังอย่างไร ดูท่านางคงเกาะติดพวกเราไปจนจบภารกิจ” สตรีตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร คงหนีไม่พ้นต้องพาไปด้วย ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดจะเป็นผู้เคราะห์ร้ายต้องรับผิดชอบ 

“แม่นางหวังซูเม่ย หน้าตางดงาม รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้น กิริยามารยาทอ่อนหวาน...” 

“ต่อให้ไล่ข้อดีของนางออกมาเป็นร้อยพันข้อ ข้าก็ไม่มีวันหลงกล อย่ายัดเยียดนางให้ข้าเพื่อกีดกันนางให้ห่างจากคนของเจ้า” 

ชิงเหยียนยิ้มแหยเมื่อองค์ชายฟาหยางทรงดักทางถูก “องค์ชายจะไม่ทรงช่วยหม่อมฉันหรือเพคะ” 

องค์ชายฟาหยางทรงผลักหน้าผากของชิงเหยียนด้วยความหมั่นไส้ ต่อให้นางออดอ้อนเพียงใดพระองค์ก็ไม่มีวันหลวมตัวรับปากเป็นแน่ หากทำเช่นนั้นพระองค์ก็คงได้กลายเป็นเบี้ยให้ชิงเหยียนควบคุมอย่างสนุกมือ “นั่นก็แล้วแต่อารมณ์” 

ชิงเหยียนขว้างค้อนไปให้องค์ชายฟาหยางวงใหญ่ ทรงรู้ทันเช่นนี้แล้วนางจะดึงความสนใจของแม่นางหวังไปที่ผู้ใดแทนได้เล่า 

“อย่ามัวเสียเวลา รีบกินเสียเพราะประเดี๋ยวเจ้าก็ต้องใช้ทั้งแรงและสมองแล้ว...” 

 

 

การเดินทางครั้งนี้ต้องการความรวดเร็วดังนั้นผู้เดินทางจึงมีม้าคู่ใจคนละตัว ทว่าไม่มีสำรองสำหรับผู้ที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่างแม่นางหวัง และต่อให้มีสำรองแม่นางหวังผู้บอบบางก็คงไม่สามารถบังคับมันได้ด้วยตนเองลำพัง ดังนั้นทุกคนจึงกำลังหารือกันว่าผู้ใดจะให้แม่นางหวังโดยสารไปด้วย 

“ข้าสะดวกขี่ม้าคนเดียวมากกว่า” องค์รัชทายาททรงบอกปัดเป็นคนแรกเมื่อทอดพระเนตรเห็นสายตาของแม่นางหวังที่มองมายังพระองค์ 

“ข้ากับคุณชายจางมีหน้าที่เป็นด่านหน้าอารักขาใต้เท้า ความคล่องตัวเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นคงมิอาจดูแลแม่นางหวังได้” ตรัสจบ องค์ชายฟาหยางก็ทรงลอบขยิบพระเนตรให้กับชิงเหยียนอย่างรู้กัน พระองค์ทรงลากซีห่าวออกมาด้วยแล้ว คราวนี้แม่นางหวังก็ต้องเลือกเอาระหว่างชิงเหยียน ซีฮันและทหารผู้ติดตามที่เหลือ 

“ข้าน้อยทราบดีว่าเป็นภาระของพวกท่าน เช่นนั้นทิ้งข้าไว้ที่นี่เถิดเจ้าค่ะ” หวังซูเม่ยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ทุกคนล้วนส่ายหน้าปฏิเสธนาง 

ซี่ห่าวอ้าปากหมายจะคัดค้านแต่เขาคงต้องฝึกฝนอีกมาก เพราะเรื่องฝีปาก เขาไม่มีทางตามทันชิงเหยียนได้เลย 

“แม่นางหวัง... เจ้าด่วนสรุปไปหรือไม่ หรือในสายตาของเจ้ามีเพียงใต้เท้าและคุณชายทั้งสองเท่านั้น ลองหันมองรอบตัวบ้างก็ดี ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะช่วยเจ้า” ชิงเหยียนกล่าวกับหญิงสาวบอบบางด้วยน้ำเสียงตัดพ้อกึ่งเยาะ แทนที่จะเลือกสตรีด้วยกันกลับมองหาแต่บุรุษ แม่นางหวังผู้นี้คงมิได้ใสซื่ออย่างที่แสดงออก 

“ข้าหาได้มีเจตนาเช่นนั้น หากทำให้ทุกท่านเข้าใจผิด ต้องขออภัยเจ้าค่ะ” หวังซูเม่ยย่อตัวขอสมาก้มหน้าลงกับพื้นด้วยสำนึกผิด 

ซีห่าวอ้าปากหมายจะเสนอให้แม่นางหวังโดยสารไปกับซีฮันน้องสาวเนื่องจากเป็นสตรีด้วยกัน สาเหตุที่ไม่เลือกชิงเหยียนเพราะเกรงว่าหญิงสาวจะเป็นอันตรายได้ แต่ชิงเหยียนก็เดาใจเขาถูกอีกเช่นเคย 

“ชายหญิงมิควรใกล้ชิด ในที่นี้มีเพียงข้าและแม่นางซีฮันเท่านั้นที่เป็นสตรี เช่นนั้นข้าขันอาสาเองเจ้าค่ะ” ชิงเหยียนขัดขึ้นก่อนที่คุณชายจางจะขัดขวางแผนของนาง จากนั้นหันไปหาเป้าหมายด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ถ้านางทำให้อีกฝ่ายพลัดตกจากม้าแล้วบอกว่าเป็นอุบัติเหตุจะมีคนเชื่อหรือไม่... 

“ข้า... เอ่อ... ขอบคุณคุณหนูชิงเหยียนมากเจ้าค่ะ” ประตูของหวังซูเม่ยถูกปิดหมด ในเมื่อคุณหนูชิงเหยียนเสนอตัวที่จะช่วย หากนางปฏิเสธคงดูไม่ดีแน่ แต่การโดยสารไปกับคุณหนูผู้นี้จะปลอดภัยต่อนางอย่างนั้นหรือ 

ความคิดเห็น