email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : White Queen and The Phoenix

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2564 22:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
White Queen and The Phoenix
แบบอักษร

ภายในเมืองสักแห่งของรัฐแมสซาชูเซสต์ ตอนนี้ได้มีร่างของหญิงสาวผมสีบรอนด์นํ้าตาลหน้าตาสวยงามน่ารักตามฉบับสาวไฮสคูลกำลังจูงมือเด็กสาวผู้มีเรือนผมสีส้มแดงนัยน์ตาสีเขียวดูโดดเด่นและแปลกตา ประกอบกับอายุที่ดูจะยังไม่เกินวัยประถมทำให้เด็กน้อยดูน่ารักน่าชังมาก 

แต่ตอนนี้ใบหน้าของหญิงงามต่างวัยกำลังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะเบื้องหลังของทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ปรพหลาดมากมายกำลังวิ่งไล่พวกเธอราวกับวิ่งไล่จับอยู่ หญิงสาวผมสีบรอนด์นํ้าตาลรวบรวมความกล้าส่งพลังจิตของตนโจมตีโสตประสาทของสัตว์ประหลาดตนหนึ่งแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลอีกทั้งยังถูกสะท้อนกลับมาจนเลือดกำเดาได้ไหลออกจากจมูกของเธอ 

เธอผู้ที่พึ่งจะหนีออกจากบ้านเพราะบ้านของเธอไม่น่าอยู่นั้นได้มาเจอเด็กสาวคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่จึงคิดจะพาไปส่งบ้านแต่ใครจะไปคิดกันว่าพอไปถึงบ้านของเด็กสาวนั้นจะเจกับภาพแสนโหดร้าย บ้านของเด็กน้อยถูกทำลายเหล่าชาวบ้านบริเวณนั้นรวมถึงพ่อแม่ของเด็กสาวได้ถูกสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนสัตว์ปีศาจตามนิทานได้กัดกินร่างพวกนั้นอยู่ แต่ไม่มีเวลาให้เด็กนอยหรือเธอทำใจพวกอสูรกายแสนป่าเถื่อนพวนี้ได้พุ่งเข้ามาหาพวกเธอ เธอจึงต้องรีบจูงมือของเด็กน้อยวิ่งหนีโดยที่ยังไม่ได้ปลอบเธอให้หายเศร้าเลยแม้แต่น้อยเพราะเวลามันไม่เหลือให้ทำ 

จนตอนนี้พวกเธอสองคนต้องวิ่งหนีอย่างไร้จุดจบ ไร้จุดหมาย ไร้ความหวัง 

"เฮี๊ยกเคี๊ยกๆๆๆ สาวน้อยผู้น่ารักทั้งสองหยุดวิ่งหนีได้แล้ว ฉันไม่ได้จะฆ่าพวกเธอซะหน่อย ถ้ายอมตามมาดีๆสัญญาว่าฉันเมลทอสผู้นี้จะไม่ใช้ความรุนแรง" 

เสียงวิกลจริตของชายคนหนึ่งดังขึ้น ร่างของชายในชุดของพ่อมดปรากฏขึ้น ใบหน้าและท่าทางชั่วร้าย สีหน้าเต็มไปด้วยความโรคจิต สายตาส่อประกายราคะและหยาบโลนอย่างชัดเจน 

สาวต่างวัยทั้งสองที่เห็นนั้นก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแม้ทั้งสองจะเป็นมิวแทนต์ เป็นมนุษย์กลายพันธ์ุ​ที่มีพลังอำนาจมากกว่ามนุษย์ทั่วไปแต่ทั้งคู่ไม่รู้วิธีการใช้พลังของตนเท่าที่ควร และพลังของพวกเธอก็ไม่ได้กล้าแข็งพอจะต่อกรกับชายตรงหน้าที่ความจริงแล้วเป็นถึงจอมเวทระดับสูงของโลกผู้วิเศษ!  

และไม่ใช่แค่นั้นความจริงที่ไม่มีคนรู้อีกอย่างก็คือชายคนนี้นั้นเป็นผู้กลับชาติมาเกิด!  

ตัวตนที่ราวกับตัวตนผิดแปลกของโลกมากที่สุด มันมาเกิดในโลกแห่งนี้ตั้งแต่สมัยแอนเชี่ยนวันยังพึ่งฝึกฝนเวทมนต์ใหม่ๆ มันมาจากโลกแห่งความเป็นจริงในปี2015 แม้มันจะไม่มีระบบหรือพลังสุดเทพแบบผู้กลับชาติมาเกิดคนอื่นในนิยายที่มันเคยอ่าน แต่ด้วยความรู้เรื่องอนาคตและแนวคิดต่างๆมันก็พอแล้วที่มันจะประสบความสำเร็จได้ถึงระดับนี้ 

มันผู้ที่สำเร็จระดับนี้จึงเย่อหยิ่งแม้แต่แอนเชี่ยนวัน จอมเวทสูงสุดของโลกยังตรวจสอบตัวมันไม่ได้ มันจึงลำพองขนาดจอมเวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยังไม่ทำอะไรมันหากแค่ขโมยสาวๆฮีโร่และวายร้ายสักสิบคนไปสร้างฮาเร็มตามที่มันต้องการสมัยก่อนคงไม่เป็นไรหรอกนะ  

โดยมันหารู้ไม่ว่าแอนเชี่ยนวันนั้นตรวจพบมันตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองจบแล้วแต่สาเหตุที่เธอไม่มาจัดการมันด้วยตัวเองละก็เพราะรู้ดีว่ามีตัวตนผิดแปลกกว่ามันมาจัดการมันเอง ตัวตนที่ไม่สมควรดำรงอยู่ ตัวตนที่ผิดแปลกจนแม้แต่กาลเวลาและความเป็นจริงยังไม่สามารถควบคุมเขาได้ ตัวตนที่ทรงพลังและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเธอ  

ตัวตนของชายที่ถูกเรียกขานว่าจอมเวทแห่งรัตติกาล แบทแมน!!! 

ร่างของจอมเวทชราอายุกว่าร้อยปีค่อยเหยียดยิ้มอย่างน่าเกลียดพรางอัญเชิญอสูรกายมากมายล้อมรอบเหยื่อสองคน ที่เป็นเหยื่อตัวโปรดและเหยื่อตัวแรกของมันในการทำตามฝันของตนเอง 

“เอาล่ะ เลิกหนีได้แล้วสาวๆ ทำตัวว่าง่ายแล้วป๋าจะรับรองความปลอดภัยให้ เคี๊ยกๆๆๆ" 

จอมเวทชราผู้น่ากลัวได้เดินเข้าไปใกล้ร่างของสาวๆทั้งสองที่ทำได้เพียงนั้งกอดกันพร้อมตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จนเมลทอสบังเกิดความรู้สึกได้ใจพรางมองไปที่ผู้หญิงทั้งสองคนที่เป็นตัวละครตัวโปรดของมันและกำลังจะกลายเป็นของเล่นของตนแล้ว ด้วยใบหน้าและสายตาที่เปี่ยมไปด้วยราคะอย่างไม่ปิดบัง ถึงทั้งสองจะเด็กไปสักหน่อยแต่ด้วยเวทมนต์ที่มันมีก็สามารถทำให้พวกเธอสองคนกลายเป็นฮีโร่สาวสุดสวยหุ่นเซ็กซี่แบบในคอมมิคที่มันชอบอ่านได้ 

“โฮ่? ใครจะคิดกันว่านี้จะเป็นฝีมือแกเองเมลทอส สุดยอดนักอัญเชิญแห่งยุคไม่อยากเชื่อเลยว่าแกจะแหกกฏของโลกผู้วิเศษมาเพื่อจับเด็กสาวสองคน” 

สุ่มเสียงปริศนาดังขึ้นเหนือหัวของพวกเขาสามคน สายตาสามคู่จับจ้องไปที่มาของเสียงด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน สองคู่นั้นเริ่มมีประกายแห่งความหวังส่วนดวงตาอีกคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความหงุดหงิด 

ร่างของชายคนหนึ่งยืนขึ้นอยู่บนเสาไฟ เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยราวกับท้องฟ้ายามราตรีนี้ เงางามเปล่งประกายดั่งดวงดาว นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์เรืองแสงสีม่วงอ่อนท่ามกลางความมืดมิดส่องประกายและงดงามยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้างดงามราวโฉมสะคราญล้มเมืองไร้ซึ่งการปกปิด ร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยสสารสีดำในรูปลักษณ์คล้ายชุดของจักรพรรดิแห่งความมืดที่สร้างขึ้นจากเงา 

องอาจและสง่างาม 

เบ้าตาสองดวงของเมลทอส จอมเวทชราอายุร้อยปีเบิกกว้างไปด้วยความตกใจเพราะตนนั้นรู้จักชายผู้นี้ดี 

“ผมยาวสีดำ นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์ ใบหน้างดงาม สวมใส่ชุดที่ราวกับเงาสีดำ ฮึ! ไม่คิดเลยจริงว่าจะมาเจอเจ้าที่นี้” 

เมลทอสหลับตาพร้อมสายศรีษะ ถึงมันจะรับรู้ถึงตัวตนของชายผู้นี้แต่มันก็ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อยมันผู้มีพลังมากพอจะอัญเชิญอสูรกายแสนแข็งแกร่งมากมายราวกับราชาโซโลมอน ผู้อัญเชิญปีศาจเจ็ดสิบสองเสาหลักได้มีหรือจะต้องกลัวกับอีแค่ลูกศิษย์ของจอมเวทชั้นสูง แม้จอมเวทที่ว่าจะเป็นจอมเวทสูงสุดของโลกก็ตาม 

“อะไรดลใจให้คนไม่สนโลกเช่นแกสนใจกันล่ะ บรูซ เวย์น อ้าา จะวาไปพูดชื่อนี้ก็กระดากปากทุกทีเลยสิทำไมชื่อแกมันต้องไปเหมือนกับคนที่เคยรู้จักด้วยเนี่ย” 

เมลทอสบ่นออกมาตามประสาคนแก่มีอายุในหัวพรางคิดถึงหนึ่งในฮีโร่จากค่ายอีกค่ายหนึ่งนอกจากมาเวลที่เขาอยู่ตอนนี้ ฮีโร่ที่ไม่ว่าใครๆในยุคเขาก็รู้จักกันหมดอัศวินรัตติกาลแบทแมน! 

“ไม่มีความจำเป็นต้องบอกคนอย่างแก เตรียมตัวชดใช้ความผิดที่แกก่อซะ เมลทอส” 

มือขวาของบรูซเริ่มปรากฏเพลิงสีฟ้าจับตัวกันเป็นบอลเพลิงขนาดเล็กเท่าลูกฟุตบอล ลูกบอลเพลิงฟ้าถูกปาลงไปยังพื้นเบื้องล่างเพลิงนั้นได้กระจายตัวคลอกร่างของอสูรกายมากมายของเมลทอสที่กำลังล้อมรอบผู้หญิงสองคนอยู่ แต่เปลวเพลิงหาได้แผดเผาร่างของอสูรกายกลับกันเปลวเพลิงกลับแช่แข็งร่างกายของเหล่าอสูรกายก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองนํ้าแข็งมากมาย ก่อนที่เปลวเพลิงนั้นจะได้ล้อมรอบสตรีทั้งสองเป็นกำแพงเพลิงที่เย็นยะเยือกราวอากาศของแดนขั้วโลก 

ก่อนที่ร่างของบรูซจะกระโดดลงมาพร้อมกับเงาหรือซิมไบโอตที่ค่อยๆก่อร่างผสมกับชุดเกราะที่เขาใส่ไว้ใต้เสื้อผ้ากลายเป็นชุดแบทแมนที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังของซิมไบโอตและเทคโนโลยี 

ดูน่ากลัวและลึกลับ… 

เบ้าตาของเมลทอสเบิกกว้างด้วยความตื่นตัว 

'บัดซบ! ตอนแรกนึกว่าแค่ชื่อเหมือนนี้มันไม่ใช่แค่เหมือนแล้วตัวจริงเลยนี้หว่า แต่ทำไมแบทแมนถึงมาโผล่ในโลกมาเวลกัน?' 

เมลทอสคิดในใจอย่างตื่นตระหนกแม้แบทแมนที่เขารู้จักจะเป็นเพียงคนธรรมดาแต่มันก็น่ากลัวมากพอแล้วจากวีรกรรมต่างๆที่แบทแมนเคยทำ ยิ่งผสมโรงไปกับการเป็นศิษย์ของแอนเชี่ยนวันอีกเขารับรู้ได้ทันทีเลยว่าแบทแมนไม่ใช่ศัตรูที่เขาจะต่อกรได้ 

ร่างของเมลทอสสั่นกลัวด้วยสัญชาตญาณ คนเริ่มหันกายคิดจะหนีออกจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด 

“คิดหนีเหรอ? ฮึ! อย่าคิดว่าหนีพ้น” 

ค้างคาวทมิฬพุ่งเข้าหาจอมเวทชราอย่างไม่มีความหวั่นเกรงใดๆทั้งสิ้น ถึงอีกฝ่ายจะนับเป็นจอมเวทระดับสูงที่มีชื่อเสียงและนับเป็นสุดยอดนักอัญเชิญมากความสามารถแต่ในความเป็นจริงแล้วในหมู่ของจอมเวทอันดับต้นๆของโลก เมลทอสนับได้ว่าถูกจัดในหมู่พวกที่อ่อนแอ่ที่สุดเพราะไร้ซึ่งความกระหายในองค์ความรู้ กระหายแต่อบายมุขสุรานารี มีแต่ความเย่อหยิ่งถือตัวราวกับตนเองเป็นจ้าวผู้ปกครองโลก 

และตอนนี้บรูซนั้นมีพลังกล้าแกร่งเทียบเท่า ไม่สิ อาจจะมากกว่าแอนเชี่ยนวันไปแล้วซะอีกมีหรือที่เขาจะต้องกลัวจอมเวทชั้นสามแต่ตอนนั้นเองเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ได้ดังขึ้นในหัวของเขา 

[ท่านได้พบผู้กลับชาติมาเกิด] 

[ท่านได้รับภารกิจบังคับ] 

  

ภารกิจ สังหารเมลทอส  

จงสังหารเมลทอส วิญญาณหลบหนีกลับชาติมาเกิดจากร้อยปีที่แล้ว ตอนนี้วิญญาณบาปหนาตนนี้กำลังอยู่ต่อหน้าท่านจงพิพากษามัน 

ภารกิจ:ฆ่าเมลทอส 

รางวัล:ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กลับชาติมาเกิด,100,000แต้ม,ข้อมูลของรูนต้นกำเนิด 

  

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของอาซาเรลอย่างไม่ปิดบัง แม้จะไม่รู้ว่าผู้กลับชาติมาเกิดคืออะไรแต่สำหรับเขาที่ต้องทำการกำจัดเมลทอสตามกฎของโลกผู้วิเศษและความต้องการส่วนตัวแล้วนั้นยิ่งได้รางวัลจากระบบอีกยิ่งทำให้เขามีความต้องการฆ่าจอมเวทชั่วคนนี้อย่างกับอะไรดี 

แขนของเขาเปลี่ยนเป็นใบมีดสีดำดูแหลมคม พลังชี่สีม่วงปกคลุมไปทั่วแขน ใบมีดถูกตะวัดออกไปสร้างเป็นคลื่นดาบแหลมคมสีม่วง เมลทอสที่เห็นก็ทำการเปิดประตูมิติเรียกอสูรกายตัวหนึ่งออกมากันแทน 

"หน่อย! ไอบัดซบอย่าคิดว่าแค่ฉันกลัวแกแล้วฉันจะไม่กล้าตอบโต้แกนะ!!!" 

เมลทอสตวาดเสียงดังลั่นสร้างศาสตราวุธแห่งแสงจากเวทมนตร์มากมายกระหนํ่ายิงใส่ร่างของเขาพร้อมอัญเชิญอสูรกายออกมาอีกหลายตัวเผาผลาญพลังชีวิตของตนอย่างรวดเร็วจากการทำสัญญากับอสูรกายที่ตนอัญเชิญมาจากผมที่ยังพอมีสีดำผสมได้ขาวโพลนไปหมด ใบหน้าที่เคยคงความหนุ่มเอาไว้ได้เหี่ยวย่นราชายชรา 

นี้นับเป็นการต่อสู้แบบคิดจะแลกชีวิตอย่างแท้จริง 

แต่สิ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ค้างคาวทมิฬหวั่นไหวแม้แต่น้อย มีดที่มีรูปร่างแปลกประหลาดปรากฏขึ้นในมือ รูลเบรคเกอร์สมบัติวีรชนที่สามารถยกเลิกเวทมนตร์ได้ทุกอย่างที่สัมผัสได้ถูกตะวัดทำลายเหล่าศาสตราวุธพลังเวทและพันธสัญญาระหว่างอสูรกายกับเมลทอสทั้งหมดอย่างเด็ดขาดไร้ปราณี 

ใบหน้าของจอมเวทชราขาวซีดมันได้แต่คิดว่าตนไม่น่ามาทำอะไรแบบนี้เลย เพียงแค่ตนอยู่เชื่อๆแล้วใช้เวทมนต์สร้างฮาเร็มจากหญิงสาวธรรมดาก็พอแล้วแท้ๆสำหรับชีวิตของมัน มันไม่น่าคิดวางแผนจับฮีโร่ในอนาคตเลย ไม่สิ สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดของมันคือการใช้เวทอาคมจนจอมเวทคนอื่นสังเกตุได้และการที่มีตัวตนผิดแปลกเช่นบุคคลตรงหน้าอยู่ในโลกนี้และอยู่ในเมืองที่มันมาล่าเหยื่อ 

หากย้อนเวลากลับไปได้มันไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับตัวละครในโลกคอมมิคอย่างเด็ดขาดแต่ตอนนี้นั้นมันได้สายไปแล้ว คอของมันได้ขาดออก หัวหลุดออกจากเศียรก่อนจะถูกแทงโดยแขนใบมีดของค้างคาวทมิฬพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ร่างกายของมันล้มลงพร้อมกับเงาสีดำได้กลืนกอนร่างของมันไปเช่นเดียวกับหัวของมันที่ค่อยๆสูญสลายเพราะถูกดูดพลังที่เหลืออยู่พร้อมความรู้เรื่องเวทมนต์ทั้งชีวิตของมันส่งไปให้ค้างคาวทมิฬจนหมด 

"อืมม ถึงแกจะเย่อหยิ่งไปบ้างแต่ก็ต้องขอบอกเลยว่าข้อมูลด้านเวทอัญเชิญของแกมันสมเป็นยอดนักอัญเชิญจริงๆ" 

เงาสีดำหรือซิมไบโอตสลายตัวออกเข้าสู่ชั้นผิวหนังของบรูซ ปรากฏให้เห็นถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีของตน เศษซากหัวของเมลทอสในมือตนถูกกำแน่นก่อนจะใช้พลังชี่ทำให้มันหายไป 

ติ้ง! 

[ท่านทำภารกิจสำเร็จ] 

[ทำการส่งมอบของรางวัลแก่โฮสต์] 

ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับผู้กลับชาติมาเกิดและรูนต้นกำเนิดถูกส่งเข้ามาในหัวของเขาราวกับนํ้าป่าไหลหลาก 

ผู้กลับชาติมาเกิดนั้นคือเหล่าดวงวิญญาณที่หลุดออกมาจากวัฏสงสารในโลกของตนทุกๆร้อยปีเพราะเป็นช่วงที่ช่องว่างระหว่างมิติเบาบางที่สุด ดวงวิญญาณที่หลุดออกมานั้นกระจายไปตามเส้นเวลาแะจักรวาลต่างๆที่ละหนึ่งคนเท่านั้นทุกร้อยปีเพื่อไม่ให้เจตจำนงของโลกตรวจพบ ผู้กลับชาติมาเกิดนั้นจะมีความรู้ความทรงจำจากชาติก่อนครบถ้วนพร้อมวิญญาณที่กล้าแข็งกว่าผู้อื่น 

แน่นอนว่าทันทีที่เรื่องของผู้กลับชาติมาเกิดถูกส่งเข้ามาในหัวของเขาสิ่งที่มาพร้อมกันนั้นคือความรู้เกี่ยวกับวิญญาณ ความตายและการฟื้นคืนชีพ พวกมันได้ขยายองค์ความรู้ของเขาให้มากขึ้นไปอีก หากระบบมอบสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขาได้บ่อยๆ เขาาเชื่อว่าสักคนเขาจะสามารถบรรลุถึงรากเหง้าของเวทมนต์ทุกอย่างได้แบบที่ไม่เคยมีใครก้าวถึงมาก่อน 

"แต่รูนต้นกำเนิดนี้มันก็น่าสนใจดีเหมือนกันแฮะ มีความใกล้เคียงรูนของเทพกรีกที่ไดอาน่าเคยเอามาให้ดูพอสมควรเลย" 

บรูซนึกภาพอักษรรูนต่างๆในหัว ทั้งรูนปกติที่เขาเคยเรียนรูน อักษรของเทพที่เขาเคยเห็นบนไอเท็มที่ถูกสร้างโดยทวยเทพและรูนต้นกำเนิดอันเป็นต้นกำเนิดของรูนทั้งมวลในข้อมูลของระบบวีรชน 

ตอนนี้รูนปกติแทบจะถูกโละทิ้งออกจากหัวของเขาทันทีเพราะรูนต้นกำเนิดและอักษรของทวยเทะนั้นมีพลังมากกว่ารูนปกติแบบทาบไม่ติด น่าเสียดายที่สมองของเขาตอนนี้ถูกพัฒนาจนสามารถจำทุกอย่างได้ราวกับตอมพิวเตอร์ ไม่มีวันที่เขาจะลืมความรู้ใดๆโดยเด็ดขาดหากไม่ได้ต้องการจริงๆ 

"ว่าแต่พวกผู้หญิงเป็นไงบ้างละเนี่ย" 

บรูซคลายเวทพรางเก็บกวาดหลักฐานเกี่ยวกับโลกผู้วิเศษทั้งหมด ก่อนจะชำเลืองสายตาไปยังร่างของหญิงสาวทั้งสองที่เป็นถึงมิวแทนต์ระดับโอเมก้าที่สามารถเขย่าความเสี่ยงในการสูญพันธ์ของมนุษย์ได้ หนึ่งราชินีขาวผู้มีพลังจิตกล้าแกร่งที่สุดเป็นอันดับต้นๆ หนึ่งว่าที่ร่างสถิตย์ของฟีนิกซ์ ไม่สิ ตัวตนที่ฟีนิกซ์เคยแปลงเป็นคงเหมาะกว่า 

แต่ตอนนี้ร่างของตัวตนระดับสูงทั้งสองต่างสลบสไลไปด้วยอาการเหนื่อยล้า จากการวิ่งหนีฝูงอสูรกายและการพบเจอเรื่องเขย่าขวัญตลอดวันจนหมดแรง 

"ช่วยไม่ได้พาไปพักที่บ้านเราในเมืองนี้ละกัน" 

บรูซพูดพรางยกร่างของทั้งสองขึ้นด้วยพลังจิตที่ดูดซับมาจากส่วนหนึ่งของทั้งสองแน่นอนว่าน้อยมากๆเพียงแค่ทำให้เขาพอใช้พลังจิตพื้นฐานได้เท่านั้น 

ก่อนที่เขาจะพาร่างของทั้งสองไปยังคฤหาสน์ของเขาในเมืองนี้ และนี้ก็คือการพบกันของสุดยอดกลุ่มฮีโร่ทรงอำนาจแห่งอนาคตรุ่นแรก หนึ่งค้างคาวทมิฬผู้มากประสบการณ์ หนึ่งราชิขาวครั้วัยเยาว์และหนึ่งฟีนิกษ์ตัวน้อย 

. 

. 

. 

+++ 

มีใครอยากเสนอตัวละครในมาเวลเข้าแบทแฟมิลี่เพิ่มมั้ยOvO 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว