ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น : daddy and the beast ตอนที่ 24

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 605

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2564 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

ตอนที่ 24 

ระหว่างทางที่เดินกลับห้องด้วยอารมณ์คุกรุ่นผมก็ได้พบกับเหล่าปีศาจที่กำลังซุบซิบเรื่องของผมอยู่ มันน่ารำคาญซะจนอยากเข้าไปกระชากคอมันมากราบแทบเท้าจริงๆ

“ได้ยินมาว่าเจ้าชายลำดับที่ห้าพลังปีศาจตื่นขึ้นมาแล้วสินะ”

“ใช่สิ เห็นชัดขนาดนั้นทั้งสีตาสีผิว ตอนอยู่ใกล้ๆ น่าขนลุกยังไงไม่รู้เลยแฮะ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งที่เมื่อก่อนอ้อนแอ้นปวกเปียกขนาดนั้นน่ะนะ”

“ไม่เชื่อก็ลองดูเองสิ”

“หึ เจ้าจะพูดเกินจริงไปแล้วเดี๋ยวข้าจะลองดูว่ามันจะซักแค่ไหน”

ปีศาจร่างยักษ์เดินเข้ามาขวางทางผม เดิมทีก็อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วนะทำไมต้องมากวนใจกันแบบนี้ด้วย สงสัยว่าไอ้พวกปีศาจชั้นต่ำนี่คงอยากลองดีกันมากสินะ

“มีอะไร”

“เจ้าชายลำดับที่ห้า ไม่ได้เจอกันนานนะครับ”

“ไสหัวไปก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”

“หึ ข้าก็กำลังอยากเห็นท่านหมดความอดทนอยู่นี่ไงล่ะ!”

ตูม!

ไอ้ยักษ์ฟาดค้อนลงพื้นสุดแรงจนพื้นแตกยุบเป็นหลุม โชคยังดีที่ผมถอยออกจากตรงนั้นได้ทัน เพราะตาของผมเปลี่ยนไปเลยมองเห็นการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้เร็วขึ้น ไอ้ยักษ์นั่นชักช้าเป็นเต่าสมกับร่างกายใหญ่ๆ นั่นเลย

“หึ อืดอาดเป็นหมูยังคิดจะเข้ามาลองดีกับข้ารึ”

“เหอะ อวดดีนักนะเจ้าชาย งั้นก็รับค้อนปอนนี่หน่อยเป็นไง”

ปัง!

มันไล่ทุบค้อนไปมาทั่วพื้นและผนังส่วนผมก็เอาแต่หลบ มันน่าโมโหมากขึ้นเพราะผมไม่รู้จะตอบโต้ยังไงดี ยิ่งยื้อกันนานผมกลับเริ่มทนไม่ไหวอยากฆ่าขึ้นมา นี่คืออารมณ์ของปีศาจที่พลังตื่นขึ้นมาแล้วงั้นสินะทำเอาเลือดพุ่งพล่านไปหมดจนแทบอยากกระโจนเข้าไปกระซวกคอของมันซะ

ปัง! ตึง! ตูม!!

“เป็นอะไรไปล่ะเจ้าชาย! พลังที่ตื่นขึ้นคือการหลบหนีอย่างเดียวงั้นเรอะ ฮ่าๆๆๆ”

“ไอ้ชั้นต่ำ!”

ลูกตาเบิกกว้างผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วร่างกายมันร้อนรุ่มไปหมดอยากจะใช้แรงทั้งหมดฆ่ามันลงตรงนี้ให้ได้ ผมกระโจนเข้าใส่ไอ้ยักษ์พร้อมเกร็งมือบีบเอาเล็บสีแดงฉานออกมาให้ยาวก่อนจะ

สวบ!

“!?!”

“!!! ...ท่านพี่ยอร์น”

ก่อนที่มือมของผมจะแทงเข้าคอหอยของไอ้ยักษ์ท่านพี่ยอร์นก็ปรากฏตัวขึ้นระหว่างเราสองคน มือทั้งสองข้างป้องกันการโจมตีทั้งสองฝ่ายเพื่อมาห้าม ผมเกือบจะได้แทงพี่ยอร์นเข้าแล้วจริงๆ

“โชคของเจ้านะไอ้ปีศาจ ไม่งั้นเจ้าได้ตายสมใจแน่”

“...”

มันตัวสั่นเพราะรับรู้ได้ถึงจิตสังหารและไอกลิ่นมรณะจากผมเมื่อครู่ ผมเกือบจะใช้พลังปีศาจไปแล้วยังดีที่ไม่ทันได้ใช้เพราะพี่ยอร์นเข้ามาขวาง ถ้าพี่ยอร์นไม่เข้ามาไอ้ยักษ์คงตายไปแล้วและผมเองก็คงได้รับผลกระทบที่รุนแรงไม่น้อยเลย

เมื่อกี้ผมขาดสติไปจริงๆ เพราะความโกรธและโมโหเลยทำให้เป็นแบบนั้น แต่พอได้สติขึ้นมาก็รู้สึกได้ว่าตัวเองใจร้อนขึ้น เหมือนผมกำลังหลงระเริงในพลังมหาศาลที่ตื่นขึ้นมาทั้งที่เมื่อก่อนผมสำเหนียกตัวเองเป็นแค่ปีศาจพลังน้อยที่หลงมาเกิดกับราชาปีศาจช้ากว่าคนอื่น

“ไปซะก่อนที่ข้าจะเอาเรื่องเจ้าที่เข้ามารังแกน้องของข้า” พี่ยอร์นขู่ไอ้ยักษ์ก่อนที่มันจะรีบหนีไป

“ท่านพี่ไม่ได้เจอกันนานทำไมไม่ไปเยี่ยมน้องบ้างเลย”

“อย่าโกรธพี่เลย พี่อยากไปดูหน้าเจ้าแทบใจจะขาดแต่เพราะสงครามที่ผ่านมาทำให้พี่ต้องวุ่นอยู่กับนักรบของพี่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาปกติแล้วพี่จะมาเยี่ยมเจ้าได้บ่อยๆ เหมือนเดิมแล้วล่ะ”

“ข้าคิดถึงท่านพี่เหลือเกิน”

ผมรีบเดินเข้าไปกอดร่างสูงของคนเป็นพี่ก่อนที่ตัวเองจะถูกอุ้มขึ้นอย่างทุกที อารมณ์ชั่วร้ายเมื่อกี้หายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้มาอยู่ใกล้พี่ยอร์น เพราะท่านพี่เป็นคนใจดีและอบอุ่นผมถึงได้รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ไปเดินเล่นที่สวนกัน ช่วงนี้ดอกไม้กำลังบานสวยเลย”

“ไปที่สระดีกว่า เมื่อครู่ข้าไปที่สวนกับท่านพี่เกลมาแล้ว”

“ตามใจน้อง” พี่ยอร์นอุ้มผมเดินไป “เจ้าดูเปลี่ยนไปนะ ตอนที่พลังตื่นขึ้นเป็นยังไงบ้างเหรอ”

“ทรมานแทบเป็นแทบตายจนตอนนี้ก็ยังใช้พลังไม่ได้อยู่ พอใช้แล้วผลกระทบที่ได้มามันมากเกินที่ข้าจะรับไหว หากท่านพี่ไม่ได้มาขวางข้ากับเจ้ายักษ์นั่นไว้ข้าคงฝืนใช้พลังไปแล้ว”

“ดีใจที่เจ้าไม่เป็นอะไร ได้ยินมาว่าเจ้าต้องรักษาตัวเพราะพลังที่ตื่นขึ้นเป็นเดือนมันคงทรมานน่าดู”

เราเดินมาจนเกือบถึงสระน้ำแล้วก็ต้องหยุดเพราะกำลังมีเจ้าชายลำดับที่สามเดินเข้ามา พี่เฟย์ยังทำหน้าตานิ่งเรียบและแผ่รังสีขึงขังน่ากลัวออกมาเหมือนเคย เราหยุดเผชิญหน้ากันและจ้องมองกันอยู่นานจนพี่เฟย์เป็นคนพูดขึ้นมา

“ไม่ได้เจอกันนานเจ้าดูเปลี่ยนไปนะ”

“ครับ”

“ได้ยินว่าพลังปีศาจตื่นขึ้นมาแล้วเจ้าคงจะเข้าร่วมสงครามด้วยล่ะสิ”

“...”

“หึ ตอนที่ไม่มีพลังเจ้าก็ใช้เรือนร่างยั่วยวนพ่อและพี่ของเจ้าให้หลงติดกับได้ขนาดนั้น พอพลังตื่นขึ้นมาแล้วจะเจ้าเล่ห์ขนาดไหนกัน”

ผมคิ้วกระตุก คำพูดนั้นแทงใจดำและน่าโมโหทีเดียว ผมไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นซักหน่อยทำไมท่านพี่เฟย์ถึงเอาแต่ใส่ร้ายผมแบบนั้นกันนะ

“มีย์อาร์”

“อ้ะ!” รู้ตักอีกทีก็สะดุ้งเพราะเผลอจ้องพี่เฟย์ด้วยความอาฆาตอยู่นานจนพี่ยอร์นต้องเรียกสติ

“หึ ดูท่าแล้วจะไม่ใช่เล่นๆ เลยนะเนี่ยกับพลังที่ได้มา ข้าเองก็อยากลองปะทะกับเจ้าดูเหมือนกันว่าจะขนาดไหนกันเชียว คำร่ำลือถึงพลังของเจ้าไม่ใช่น้อยๆ”

“ไปเถอะครับพี่ยอร์น”

เราเดินเลี่ยงมาถึงสระ วันเดียวผมต้องมาเจอพี่ๆ ครบทุกคนแบบนี้มันรับมือยางทีเดียว แล้วต่อจากนี้ถ้าผมยังอยู่ที่โลกปีศาจผมก็คงต้องเจอเรื่องแบบนี้ไปอีกนาน

 

ถัดมาอีกไม่กี่วันท่านพ่อเรียกประชุมบุตรทุกคนขององค์ราชา ผมที่เป็นหนึ่งในนั้นก็เข้ามาร่วมพุดคุยในครั้งนี้ด้วย มันเป็นมื้ออาหารเย็นธรรมดาแต่ที่ไม่ธรรมดาเพราะสายเลือดราชากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะครบทุกคน ไม่ได้มีบ่อยนักที่จะมีโอกาสได้เห็นภาพแบบนี้บ่อยนักหรอก นั่นแสดงว่าที่ท่านพ่อเรียกประชุมจะต้องเป็นเรื่องสำคัญ

และมันคงจะเป็นตัวจุดชนวนหรือจุดเปลี่ยนอะไรซักอย่างในอนาคตแน่

การร่วมรับประทานอาหารเย็นและพูดคุยกันตามที่องค์ราชาได้เรียกประชุมนั้นค่อนข้างให้บรรยากาศที่น่าอึดอัด ผมกำลังนั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะรอพี่คนอื่นๆ และท่านพ่อ

ไม่นานนักพี่ลัคก็เข้ามาในห้องและนั่งลงที่โต๊ะทำให้ในห้องมีเพียงเราสองคน ผมไม่คิดจะหันไปมองหรือพูดคุยด้วยแม้แต่น้อย แต่ผมก็พอรู้สึกได้ว่าท่านพี่ลัคกำลังนั่งเท้าคางจ้องหน้าผมอยู่

“...”

“...”

ให้ตายเถอะมาจ้องกันแบบนี้ผมก็อึดอัดเป็นนะ ช่วยหันไปมองอย่างอื่นหรือทำอะไรก็ได้ไม่ได้เหรอ หรือถ้ามีเรื่องจะพูดมากนักก็ว่ามาสิจะเอาแต่จ้องหน้าแบบนี้อยู่ทำไม

“เมี...”

“มีย์อาร์” แล้วในที่สุดพี่ยอร์นก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับการเข้ามาทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอักในครั้งนี้

ไม่นานพี่เกลและพี่เฟย์ก็ตามเข้ามาและท่านพ่อก็มาเป็นคนสุดท้าย อาหารเลิศหรูถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะแต่กลับไม่มีใครคิดจะแตะอาหารเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากท่านพ่อที่กำลังนั่งหั่นเนื้ออย่างไม่รู้ร้อยรู้หนาว เข้าใจอยู่ว่าท่านพ่อน่าเกรงขามจนไม่รับรู้ถึงการข่มขู่ทางสายตาและบรรยากาศรอบข้างของเหล่าลูกๆ ได้ แต่สำหรับผมที่เคยอยู่ต่ำต้อยกว่าพี่ทุกคนรู้ดีว่ามันน่าอึดอัดแค่ไหน

“ในเมื่อพวกเจ้าไม่กิน พ่อก็คงไม่ต้องรอให้จบมื้ออาหารก่อน”

“...”

“สงครามชิงตำแหน่งจะเริ่มขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ลัคจะเข้าร่วมสงครามด้วย พ่อจะชดเชยกำลังพลของเฟย์และยอร์นให้ไม่เสียเปรียบคนอื่นแล้วเราจะเริ่มสงครามขึ้นใหม่อีกครั้ง”

“ขอบคุณครับท่านพ่อ” พี่ยอร์นพูด

“อืม แล้วเจ้าไม่คิดจะลองเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ดูรึมีย์อาร์ พลังปีศาจของเจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วนี่” คำพูดของท่านพ่อทำให้ทุกคนหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว

ผมหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบก่อนจะมองไปรอบด้าน แน่นอนว่าถ้าผมเข้าร่วมสงครามก็อาจจะเอาชนะพวกพี่ๆ ได้แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถควบคุมพลังปีศาจของตัวเองได้เลย ถ้าให้สู้กันซึ่งๆ หน้าก็คงไม่ค่อยไหว

“ไม่ล่ะครับท่านพ่อ ข้าอยากอยู่สงบๆ แต่ก็ใช่ว่าต่อจากนี้ไปใครคิดจะเข้ามาทำลายความสงบของข้าแล้วข้าจะปล่อยมันไป” ผมเสมองไปที่พี่ลัคและพี่เฟย์

“...”

“เมื่อสงครามเริ่มขึ้นข้าจะไปอยู่ที่โลกมนุษย์ครับ”

“อืม...เรื่องนั้นพ่อคงไม่อนุญาต พลังปีศาจของเจ้าที่ตื่นขึ้นมาตอนนี้ก็ยังควบคุมมันไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ อีกอย่างพลังนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งเลยถ้าเกิดอะไรขึ้นที่โลกมนุษย์มันจะวุ่นวายแล้วก็อันตรายสำหรับลูกด้วย”

“แต่ข้าไม่อยากอยู่ที่ปราสาท”

“งั้นพ่อขอถามหน่อยว่ามีเหตุผลอันใดที่เจ้าไม่เข้าร่วมสงคราม เพราะยังควบคุมพลังของเจ้าไม่ได้งั้นรึ หรือเพราะไม่ชอบการต่อสู้”

“ทั้งสองอย่างครับ ข้าหลงใหลความสงบสุขเหมือนที่โลกมนุษย์ แม้ที่นั่นจะต่างจากที่ข้าคิดแต่มั้นก็น่าอยู่กว่าที่นี่นักถึงบางครั้งจะต้องพบเจอเรื่องราวปั่นป่วนแต่มันก็สนุกดี ข้าอยากกลับไปที่โลกมนุษย์ครับ”

“...”

ทุกคนอยู่ในความเงียบเพราะเรื่องที่กำลังสนทนาไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นนอกจากผมและท่านพ่อ แต่ผมบังเอิญหันไปสบตาเข้ากับท่านพี่ลัค แววตาเรียบนิ่งนั้นแปลกไป มันนิ่งเกินกว่าที่เคยเหมือนกับท่านพี่ลัคกำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่างอยู่ในใจอะไรทำนองนั้น

“พ่อคงให้เจ้าไปไม่ได้ แต่พ่อมีข้อเสนอถ้าเจ้าทำตามที่พ่อสั่งได้พ่อจะปล่อยเจ้าไป”

“อะไรเหรอครับ”

“ที่หุบเขามรณะที่เคยเป็นที่อาศัยของจอมมารมีสัตว์ปีศาจออกอาละวาดอยู่ ถ้าเจ้าไปที่นั่นแล้วจัดการกับสัตว์ปีศาจพวกนั้นได้พ่อจะปล่อยเจ้าไป”

“...”

“มันหมายความว่าถ้าเจ้าเอาชนะพวกมันได้เจ้าก็จะสามารถควบคุมพลังปีศาจได้ยังไงล่ะ”

0000000000 

ทุกคนเค้าไม่แน่ใจว่ามีจุดไหนผิดพลาดรึเปล่า เพราะยังไม่ได้แก้คำผิด ถ้าเจอตรงไหนผิดพลาดขอโทษด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว