ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 5.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 336

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2564 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 5.
แบบอักษร

Be Friend EP 5.

   

   Rrrrr!

    (มึงอยู่ไหนไอ้ขันที) เสียงตะโกนดังจากปลายสายทำให้อชิ ถึงกับต้องถอยหายใจเฮือกใหญ่

    "เฮ้อออ...อยู่บ้านมีอะไร?"

   (มึงเป็นเหี้ยอะไรของมึง หนีกลับทำไม)

   "ติดธุระ"

   (มึงแปลกไปมั้ยว่ะ ทำมึงตอบใส่กูเสียงห้วนจัง)

   "เปล่า"

   (กูเป็นห่วงแทบแย่ตื่นเช้ามาไม่เจอมึงรีบวิ่งหาครูฝึก ครูบอกว่ามึงกลับไปแล้ว กูนี่งงเลย เลยรีบขอโทรศัพท์มาโทรหามามึงเนี่ย ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว)

   (...มึงจำไอ้นาที ที่พูดเก่งๆได้มั้ย หนีกลับบ้านเหมือนกันกับมึงเลย สงสัยจะเหนื่อยสู้ไม่ไหวอีกแค่วันเดียวเอง กากฉิบหาย ฮ่าๆๆ)    

  "..."

   (มึงฟังกูอยู่ป่ะเนี่ยไอ้ขันที)

   "อืม"

  (แปลกฉิบฉาย เออๆแค่นี้แหละ ฝึกเสร็จเดี๋ยวกูแวะไปหา)

  "ไม่ต้องมากูกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ"

  

  ตุ๊ดดด ตุ๊ดดด!

 

  สายที่ถูกตัดไปสร้างความมึนงงให้กับคิวเป็นอย่างมาก เพื่อนอย่างไอ้ขันทีของเขาเป็นอะไรกันแน่ๆอยู่ๆจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆยังเหลืออีกตั้งหนึ่งเทอมกว่าจะจบ ม.6

   อีกอย่างเพื่อนสนิทอย่างเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าไอ้ขันทีจะไปเรียนต่างประเทศ หรือว่าตอนนี้กำลังมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเพื่อนของเขาอยู่หรอ ถึงได้ทำเรื่องไปกะทันหันแบบนี้

   "ครูครับ ผมขอออกค่ายก่อนได้มั้ย พอดีผมเป็นห่วงเพื่อน เพื่อนผมกำลังมีปัญหา"

   "ไม่ได้ครับ ตอนนี้เรื่องที่นักเรียนสองคนหนีค่ายเมื่อคืนยังพึ่งจะเคลียร์จบไป อดทนอีกแค่วันเดียวครับ"

   "..."

   คำตอบที่ไม่เป็นที่พึ่งพอใจของครูฝึก ทำให้คิวถึงกับเดินคอตกกลับไปร่วมแถวกับเพื่อนเช่นเดิม...

 

@บ้านอชิ

  "ป๊าเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้วนะทั้งที่โรงเรียนและที่ค่ายฝึก"

  "...เรามีอะไรหรือเปล่าทั้งหนีออกมาจากค่ายฝึก แล้วยังให้ป๊าทำเรื่องย้ายที่เรียนต่อกะทันหันแบบนี้อีก" คนเป็นพ่อถามออกมาอย่างใจเย็นแต่ลูกชายคนเดียวของบ้านกลับยังนิ่งเงียบ แปลกและผิดปกตินิสัยของลูกชายตัวเองแหลือเกิน

   "..."

   "ใครทำอะไรลูกชายป๊าหรือเปล่าตอนไปค่ายให้ป๊าไปจัดการให้มั้ย?"

   ถึงคนเป็นพ่อจะทำงานอย่างหนักจนไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลลูกชายคนเดียว แต่ทุกครั้งที่กลับมาอยู่บ้านผู้เป็นพ่อมักจะพูดคุยและตามใจลูกชายดังไข่ในหิน

   ความรักที่มีให้กับลูกหากเทียบแล้วคงไม่มีสิ่งไดเทียบได้ หากจะเอ่ยขอสิ่งใดก็เป็นอันต้องทำตามอย่างไม่มีขัดอย่างเช่นเรื่องนี้ก็เหมือนกัน

   แม้ผู้เป็นพ่อจะอยากรู้เหตุผลสักเพียงใด แต่ก็ยอมทำตามอย่างขัดไม่ได้ ไม่มากครั้งนักแม้ถึงเขาจะตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่ก็น้อยครั้งที่ลูกชายจะเอ่ยขอสิ่งที่ต้องการ

   ถึงแม้ภายในใจนึกกังวลและเป็นห่วงอยู่เต็มอก ลูกชายที่ไม่เคยห่างบ้านห่างพ่อห่างแม่ขนาดนี้ แต่กลับขอไปอยู่ในที่ไกลแสนไกลเกือบครึ่งค่อนโลก

   "ทำไมกะทันหันจังลูก" ทันทีที่ผู้เป็นแม่กลับมาจากบริษัท วางกระเป๋าลงบนโต๊ะกลางห้องรับแขก รีบเดินตรงมายังลูกชายที่พึ่งหนีกลับมาจากค่ายฝึกมาดๆ

  กำลังคุยกับคนเป็นพ่ออย่างเคร่งเครียด...

   การอยู่พร้อมหน้าครั้งนี้ เป็นการอยู่ที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง เพราะเป็นการอยู่พร้อมหน้าเพื่อจะจากลาไปที่ไกลแสนไกล ในเวลาอีกนานเท่าไรผู้เป็นแม่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าลูกชายสุดที่รักจะกลับมาเมื่อไร

   "ผมอยากไปฝึกตัวเองและอยากเป็นคนที่เข้มแข็ง"

   คำถามที่คนเป็นพ่อพยายามถามอยู่นานกลับไม่ได้คำตอบ แต่พอแม่ของเขากลับมาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี้มีขลุ่ย

   "อยู่ที่นี่ก็เข้มแข็งได้ เดี๋ยวม๊าส่งไปเรียน มวยไทย เทควันโด  ยูโด หรือคาราเต้  หรืออะไรก็ได้เพิ่มอีก ม๊าไม่อยากให้ไปเลยมันไกลมาก ม๊าเป็นห่วงม๊าไม่อยากให้ลูกอยู่คนเดียวด้วย"

   "ผมตัดสินใจแล้ว" แววตามุ่งมั่นตอบกลับคนเป็นแม่ ราวกับคนที่ได้ตัดสินใจมาแรมปี

   "แต่ม๊ากว่ามันเร็วไปม๊าทำใจไม่ได้"

   "..."

   คนเป็นพ่อรีบส่ายหน้าส่งไปให้คนเป็นแม่ทันที หลังจากที่ไม่มีคำตอบของลูกชายพูดขึ้นมาอีก ทั้งสีหน้าและแววตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว คนเป็นพ่อถึงจะรู้สึกถึงความผิดปกติไป แต่ไม่อยากขัดขวางความต้องการของลูกได้

   "ปล่อยลูกได้ไปเรียนรู้เถอะคุณ ถ้าหากคุณคิดถึงคุณแค่บินไปหา"

   "ก็ได้ค่ะ..." ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาบวกกับแววตาแสนเศร้า เธอไม่เคยคิดจะส่งลูกชายไปเรียนที่ไกลๆเลย ทำให้เธอไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะไม่อยู่เลี้ยงตลอดแต่ทุกครั้งที่กลับมาบ้านจะมีลูกชายคนเดียวคอยรอต้อนรับทุกครั้งกลับมาจากทำงาน...

    "ป๊าเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ไฟท์ออกเที่ยงคืนวันนี้ เดี๋ยวป๊ากับม๊าไปส่งเอง"

   "ครับ"

    การตัดสินใจไปอเมริกาครั้งนี้เขาใช้เวลาคิดเพียงแค่เศษเสี้ยวนาทีเท่านั้น ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าตัวเองแปลกไป ไม่เพียงแค่อวัยวะหนึ่งของร่างกาย

   แต่ทางด้านจิตใจและลักษณะนิสัยก็รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเพียงแค่ชั่วข้ามคืน แม้จะบอกว่ามันเป็นส่วนลึกที่อยู่ภายในตัวเขาอยู่แล้ว แต่ความกะทันหันมันก็ทำให้ตัวอชิเองก็ยากจะรับมือ การหนีไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคนรู้จักมันคงง่ายมากกว่า

   กับการที่ต้องเผชิญกับคนรอบข้างที่รู้จักเขาเป็นอย่างดีในเวลานี้...

 

@โรงพยาบาล

   "ที่ที่ไหน ไม่ใช่ที่ค่ายนี่"

   "คุณตื่นแล้วหรอครับ ลุงเป็นห่วงแทบแย่เห็นคุณไข้ขึ้นตลอดตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล กว่าจะลดได้พวกหมอเวียนเข้ามาดูแทบทุกชั่วโมงเลย"

   "ลุงเป็นใคร แล้วที่บอกว่าโรงพยาบาลผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

   "คุณหนูของลุงพาคุณมาส่งครับ คุณป่วยไข้ขึ้นสูงคุณหนูเลยเรียกให้ลุงไปรับออกมาจากค่าย"

   "แต่ผมยังฝึกไม่เสร็จ!! แค่ก...แค่กๆ"

   "อย่าพึ่งตะโกนครับคุณยังไม่หายดี นี่น้ำครับ" ลุงทิมผู้อยู่จัดการทุกอย่างตามคำสั่งของคุณหนูของเขา คอยเฝ้ามองอาการอยู่ไม่ห่างจนนาทีรู้สึกตัวและฟื้นขึ้นมา

   "แล้วไอ้ที่บอกว่าคุณหนูอะไรของคุณมันเป็นใคร" ถามทั้งที่มือเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำจากมือลุงทิมพรางมาจิบเบาๆ

   "เอ่อ...คุณอชิครับ"

   "แค่กๆๆ" เสียงไอออกมาพร้อมกับสำรักน้ำที่ดื่มเข้าไป

  "ค่อยๆดื่มครับคุณ" ลุงทิมพูดพร้อมเอื้อมมือไปดึงกระดาษทิชชู่ส่งให้คนสำลักน้ำ

   ทันทีที่ได้ยินชื่อ เหตุการณ์แสนเลวร้ายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างไม่หยุด จนนาทีต้องส่งแก้วน้ำในมือให้ลุงทิมและทิ้งตัวลงนอนพร้อมกับตะแคงหันหน้าหนีไปอีกฝั่ง

   ทุกอย่างเป็นที่เกิดขึ้นเรื่องจริงไม่ใช่เพียงความฝัน

   ความเป็นชายถูกพรากไปจากเพื่อนใหม่ของเขาที่พึ่งรู้จักกันได้เพียงไม่กี่วัน....

 

 

 

 

 

ฝากกดไลค์และกดคอมเม้นให้กำลังใจกันด้วยน้าาาาา

ความคิดเห็น