ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2564 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

“ล่อพวกมันไปที่หุบเขา”

หญิงสาวใบหน้ากรานแดดออกคำสั่งกับเหล่าทหารกล้าที่กำลังควบม้าตามนางมาด้านหลัง

“ขอรับ”

ทุกคนขานรับแข็งขัน ก่อนจะพากันเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น

“ย่ะๆ”

เสียงเร่งฝีเท้าม้า ก่อนจะถึงหัวโค้งเข้าสู่ซอกหุบเขาแคบซึ่งมีคนของนางรออยู่ก่อนแล้ว

“หัวหน้า”

เสียงเรียกของนายทหารที่มองเห็นหญิงสาวร่างบางในชุดเกาะกำลังควบม้าเข้ามาสู่ช่องแคบของหุบเขา คนด้านบนจึงเตรียมความพร้อมทันที รอพวกศัตรูเข้ามาติดกับดัก

“อย่าได้กลัว ตามพวกมันไป”

เสียงแม่ทัพของฝ่ายศัตรูตะโกนเสียงดังเพื่อปลุกระดมความกล้าของทหารฝ่ายตนเอง

ใบหน้างามกระตุกยิ้มทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเร่งฝีเท้าม้าให้รีบออกไปจากช่องเขาแคบ พอคนของตนเองใกล้จะถึงทางออกแล้วนางจึงส่งสัญญาณให้คนด้านบนเริ่มลงมือ

ฟิ้ว!

หญิงสาวส่งสัญญาณไฟขึ้นฟ้า สีแดงของไฟเป็นสัญญาณให้ลงมือ ดังนั้นทหารนับ 20 นายที่อยู่ด้านบนจึงผลักก้อนหินก้อนใหญ่ลงไปในหุบเขาและทับทหารของศัตรูจนตายเกลื่อนกลาด

เพียงอึดใจทหารนับพันของศัตรูก็ตายเกือบหมด ส่วนคนที่คิดจะหนีไป หญิงสาวก็ควบม้าไล่ล่าฆ่าคนไม่ให้เหลือ เพียงไม่กี่เค่อเท่านั้น ทหารเพียง 50 นายก็สามารถเอาชนะทหารนับพันได้ สร้างชื่อเสียงให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก ในเวลานั้นนางมีอายุเพียง 15 หนาวเท่านั้น

ต่อมาหญิงสาวในอายุ 17 หนาวกับก้าวขึ้นมาเป็นแม่ทัพใหญ่ของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นศึกกับแคว้นใดนางก็สามารถเอาชนะได้ด้วยสติปัญญาของนางเอง 2 แคว้นใหญ่เองยังต้องเกรงกลัว

2 แคว้นใหญ่อันประกอบไปด้วย

1.แคว้นจ้าว

2.แคว้นฉู่

และแคว้นเว่ยก็คือแค้วนที่ 3 ที่กลายเป็นแคว้นมหาอำนาจที่ใครๆก็ไม่สามารถดูถูกได้อีกต่อไป ส่วนแคว้นเล็กๆปะปลายล้วนขึ้นตรงกับแคว้นใหญ่ โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ทวีปหรือ 3 ส่วนใหญ่ๆ เพื่อไม่ให้ล้ำเส้นซึ่งกันและกันพวกเขาแบ่งดินแดนตามแถมแม่น้ำที่กั้นกลางระหว่าง 3 แคว้นเอาไว้พอดี

หญิงสาวยืนมองวิวทิวทัศน์ด้านหน้า เวลานี้นางยืนอยู่ปลายหน้าผาสูง กำลังทอดมองความงดงามของธรรมชาติตรงหน้า หญิงสาวดวงหน้าแม้จะดูหยามกร้านบ้าง แต่กับงดงามและองอาจสมกับเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น

“ท่านแม่ทัพ”

ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามาทำความเคารพพร้อมกับเอ่ยเรียก หญิงสาวหันหน้ามามองทหารนายนั้น

“ทางแคว้นฉู่ดูเหมือนเวลานี้กำลังจะเคลื่อนพลผ่านป่าเลไลในอีก 3 วันขอรับ”

ทหารคนนั้นรายงาน แม่ทัพสาวนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนจะเปิดปากพูดออกไป

“ให้หน่วยซุ่มยิงของเราซ่อนตัวในป่าดักโจมตี แล้วรอคำสั่งข้า”

หญิงสาวออกคำสั่ง

“ขอรับ”

พูดจบทหารนายนั้นก็เดินออกไปทันที หญิงสาวยกยิ้มร้ายก่อนจะเดินกลับไปขึ้นบนหลังม้าและควบม้าตามทหารนายนั้นไปติดๆ

อ่า....นานแค่ไหนแล้วนะที่มาอยู่ที่นี่ สักราวๆ 5 ปีได้แล้วกระมัง เดิมทีข้าเป็นเพียงนายทหารคนหนึ่งที่กำลังออกรบเพื่อแผ่นดิน ตอนนั้นเอง

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน :

เมิ่งเด็กหนุ่มอายุ 24 ปี นายทหารหน่วยรบพิเศษกำลังทำภารกิจระดับชาติอยู่ เนื่องจากมีคนแอบลักลอบค้าอาวุธ เขาและคนในทีมจึงแอบแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มของคนร้าย

“เงินมาของไป”

ฝั่งคู่ค้าพูดขึ้นมา

“ฉันขอตรวจสอบสินค้าก่อน”

ฝั่งของเมิ่งพูดขึ้นบ้าง ฝั่งคู่ค้ามองสำรวจเขาเงียบๆอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องของตนไปเอาสินค้ามาให้พวกเขาตรวจสอบ เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที ลังอาวุธก็ถูกขนลงมาวางอยู่ต่อหน้าพวกเขา

เมิ่งซึ่งแอบแฝงตัวเป็นลูกสมุนของผู้รับซื้อจึงเดินเข้าไปตรวจสอบอาวุธตามเจ้านายของตน

“อืม ยอดเยี่ยม”

ผู้รับซื้อพูดหลังจากที่ตรวจดูสินค้าแล้ว เมิ่งเองก็เหมือนกัน เขาตรวจดูแล้วว่านี้เป็นอาวุธจริงๆ มีทั้งระเบิด ปืนกล และไรเฟิล เท่าที่เขามองดูใน 4 ลังตรงหน้า

และเมื่อเมิ่งตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าเป็นอาวุธจริงๆเขาจึงส่งสัญญาณให้กับทหารในหน่อวยคนอื่นๆที่ดักรออยู่รอบๆให้เข้าโจมตี

“หยุดยกมือขึ้น”

เสียงของหัวหน้าหน่วยทหารคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนคนอื่นๆจะโผล่หน้าออกมาจากเงามืดให้เห็น แต่ยังไม่ทันทีจะได้พูดอะไรต่อ คนร้ายก็ยกปืนขึ้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที

ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังสนั่นดังนั้นคนอื่นๆจึงหยิบอาวุธและสาดใส่เจ้าหน้าที่ทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ยิงตอบโต้ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างไม่มีใครคิดจะยอมแพ้ คนร้ายหลายคนถูกวิสามัญอย่างเลี่ยงไม่ได้

เวลาผ่านไปเพียงครู่ เจ้าหน้าที่ก็เข้าระงับเหตุการณ์ได้

“ลำบากหัวหน้าเมิ่งแล้ว”

เพื่อนทหารคนหนึ่งพูดขึ้น เมิ่งทำเพียงพยักหน้าขึ้นลงหงึกๆ ก่อนจะเดินแยกออกไปอีกด้าน เหล่าคนร้ายมองใบหน้าของเมิ่งอย่างงงๆ จนในที่สุดก็เข้าใจได้ว่าเขาเป็นสายให้กับเจ้าหน้าที่

ผู้ค้าเห็นอย่างนั้นก็เจ็บใจ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจหยิบเอาอาวุธปืน CZ75 ขึ้นมาและยิงเข้ากลางอกของเมิ่งทันที

ปัง!

“เฮ้ย!”

ปัง!

เสียงปืนของทหารคนหนึ่งยิงสวนเข้ากลางแสกหน้าของคนร้ายจึงดับคาที ส่วนเมิ่งร่างของเขาล้มลงกับพื้นทันที

“เมิ่ง!/หัวหน้า!”

เสียงคนในหน่วยเอ่ยเรียกเจ้าของร่างที่นอนกองอยู่ที่พื้น ก่อนจะพากันวิ่งกรู่เข้ามาหาเขา เสียงหายใจโรยรินและเลือดมากมายไหลออกมาจากบาดแผล

‘ผมกำลังจะตายเหรอ? อ๊า....ใครจะไปคิดว่าจะต้องตายในวันนี้ ผมยังไม่ได้ซักกางเกงในเลยอะ ไหนจะรถมอเตอร์ไซต์ที่พึ่งซื้อมาใหม่ก็ยังไม่ได้ขับเลย น่าเสียดายจัง’

ชายหนุ่มพึมพำในใจ หูอื่ออึงไปจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ดวงตามีน้ำใสๆไหลลงมาราวกับเจ็บปวด

แต่เขากับไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลย ราวกับร่างกายมันชาทั้งตัว ดวงตาเริ่มปิดลงอย่างเหนื่อยล้า จนปิดสนิท พร้อมกับลมหายใจที่หยุดลง........

.

.

.

.

.

.

.

จิ๊บๆ

เสียงนกน้อยส่งเสียงเจื้อแจ้วราวกับจงใจปลุกคนขี่เซาให้ลืมตาขึ้น

เด็กสาวร่างบางค่อยๆเปิดเปลืองตาขึ้นเพราะแสงที่แยงตาเข้ามา เด็กสาวกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพตาให้เข้าที่ ก่อนจะมองเห็นสิ่งของทุกอย่างโดยรอบภายในห้อง

รอบๆตัวของเขามีผ้าม่านบางๆสีขาวลายดอกเหมยเล็กๆ เมื่อเหลือบมองออกไปไกลสักเล็กน้อย ก็พบเครื่องเรือนทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ล้วนเป็นไม้ที่ถูกแกะสลักเอาไว้อย่างปราณีต ทั้งๆที่มองผ่านม่านแต่เขากับรู้ดีว่ามันน่าจะงดงามมาก

เมื่อมองตรงไปที่ริมหน้าต่างเข้าพบกับถาดอะไรบางอย่างคล้ายๆว่ามันจะเป็นกาชา ลวดลายไม่แน่ในเด็กสาวจึงเอื่อมมือไปเปิดม่านออกเพื่อสำรวจมันอีกครั้ง

“เอ๋ะ! ทำไมมือเล็กจัง”

เด็กสาวพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเริ่มสำรวจตัวเองแทน เขาจับใบหน้าดูแขนขาที่เรียวยาวดูบอบาง ผิวที่ขาวใสนุ่มนิ่มราวกับผิวเด็ก ไม่ได้หยาบกร้านเหมือนผิวของเขาเลย

“ไม่มั้ง”

เด็กสาวพึมพำออกมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองคงไม่ได้หลงมาอยู่ที่ไหน หรือตายไปแล้วเกิดใหม่อะไรทำนองนั้นหรอกนะ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าโลกหลังความตายมันเป็นยังไง แต่การที่จู่ๆก็ว๊าบมาเกิดใหม่เลยแบบนี้ มันก็ออกจะแปลกๆไปหน่อยไหม

“เดี๋ยวดิ! เหี้ย!”

เด็กสาวตกใจกับเสียงเล็กๆเบาๆที่ไม่ได้แหลมปี้ดจนคนฟังต้องปวดหัว แต่เป็นเสียงที่เบาๆที่ทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจ เนื้อเสียงน่าฟังยิ่งนัก แต่เมื่อเขาสัมผัสที่หน้าอกก็ร้องออกมาด้วยสีหน้าท่าทางตกใจสุดขีด

“หน้าอกมาไงวะ?”

เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะมองสำรวจตัวเองอีกครั้งอย่างจริงๆจังๆ จึงรับรู้อีกอย่างว่าเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่อยู่ดันเป็นชุดรุงรังยาวถึงข้อเท้า

มันเหมือนชุดในหนังจีนกำลังภายในที่เขาเคยดูกับเพื่อนๆในทีมในวันหยุดที่แทบจะไม่มีเลย ถึงเขาจะเคยดูผ่านๆก็เถอะ เพราะตัวเองไม่ชอบดูหนัง ดูซีรี่ย์ เขามักเอาเวลาไปฝึกฝนร่างกายตัวเองเสียมากกว่า

ชายหนุ่มในร่างเด็กสาวเดินลงมาจากเตียงเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ อย่างน้อยเขาต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและมีอะไรที่ใช้เป็นอาวุธได้ด้วย

“ทำไมเตี้ยจังวะ? รู้สึกเหมือนเราเตี้ยลงรึเปล่า แล้วไหนจะหน้าอกที่งอกขึ้นมาเองนี่อีก เฮ่อ......”

เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะหันไปด้านหน้าประตูทางเข้าเพราะหูของเขาสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเดินมาทางนี้ ถึงแม้ร่างกายของเขาจะดูเล็กและบอบบางลง แต่ประสาทสัมผัสของเขาที่ถูกฝึกฝนมาหลายปีก็ยังคงมีอยู่

“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าค่ะ”

หญิงสาวใบหน้าเล็ก ดวงตากลมใสสีดำ อายุน่าจะไม่เกิน 15 ปีพูดขึ้นมา นางก้มหน้าลงต่ำเล็กน้อย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่ต่างจากเขามากนักเพียงแต่ดูเก่าโทรมมากกว่าเขาเยอะ

“คุณหนู?”

เมิ่งเอ่ยทวนเชิงถามอีกฝ่ายว่าเมื่อครู่เรียกเขาว่าคุณหนูเหรอ? เด็กสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่กล้าสบตากับเขา ก่อนจะขยับปากพูดต่อ

“เจ้าค่ะ เวลานี้ยามเฉินแล้วเจ้าค่ะ นายท่านแจ้งว่าหากคุณหนูตื่นแล้วให้ไปพบท่านที่ห้องทำงานเจ้าค่ะ”

เด็กสาวคนนั้นตอบ ทำเอาเมิ่งเอ๋อหนักกว่าเดิมอีก นี้มันเรื่องอะไรกัน เขางงไปหมดแล้ว

“คุณหนูจะแต่งตัวเลยไหมเจ้าคะ?”

เด็กสาวคนนั้นถามต่อ

“ไม่อาบน้ำเหรอ?”

เมิ่งถามเด็กสาว ถึงปกติเขาจะเป็นคนซกมกอยู่มากแต่ก็แค่เวลาที่เขาต้องไปทำงาน เพราะหากเป็นเวลาปกติเขาก็จะอาบน้ำเช้า-เย็นเหมือนคนอื่นๆนั้นแหละ เด็กสาวมองใบหน้าเขาอย่างงวยงง เพราะคนที่นี่ปกติเขาอาบแค่ตอนเย็นเท่านั้น แต่หากเป็นหน้าหนาวเช่นนี้ส่วนใหญ่จะมักใช้ผ้าเช็ดตัวแทน

“ถ้าคุณหนูอยากอาบน้ำ บ่าวจะไปเตรียมน้ำให้เจ้าค่ะ”

เด็กสาวบอกก่อนจะก้มหัวลงต่ำเพื่อทำความเคารพและเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวยืนงวยงงหนักกว่าเดิมอีก

เมื่อเด็กสาวเดินจากไป เมิ่งก็ไม่รอช้าเขาเดินสำรวจข้าวของในห้องทันที ก่อนจะพบกับกระจกสีเหลืองบานหนึ่งในห้อง เขาหยิบขึ้นมาดู แต่สิ่งที่เห็นคือใบหน้าของเด็กสาวเล็กๆ หน้าตาสะสวย คิ้วโก่งโค้งเข้ารูป ดวงตาสุกใสสีดำสนิท จมูกโด่งลั้นลงมาเล็กน้อยโค้งรับกับดวงหน้า ริมปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มเล็กๆหยักสวย อ๊า....เป็นเด็กสาวที่สวยทีเดียว

เมิ่งยกมือขึ้นจับหน้าเด็กสาวในกระจก พร้อมกับยกยิ้มหวานขึ้นมาหยดเยิ้ม อ๊า งามจริงๆ เขาตกหลุมรักเด็กคนนี้แล้ว เดี๋ยวสิ! เมิ่งตกใจเชะงักเล็กน้อยเมื่อคิดว่าทำไมเด็กนี้ยิ้มพร้อมกับเขาเลย ไม่มัง คงไม่ใช่ว่าเขาย้ายเขามาอยู่ในร่างเด็กคนนี้หรอกมั้ง ไม่ๆ มีแต่ในละครเท่านั้นแหละ

ถึงชายหนุ่มคิดเช่นนั้น แต่ในใจก็แอบระแวงและคิดอยู่ว่าน่าจะใช่ แต่เขาต้องพิสูจน์ก่อน เขาจึงยกยิ้ม หย่นหน้าลง และเด็กสาวในกระจกก็ทำเช่นเขา เขาแลบลิ้นปลิ่นตา ทำสารพัดอย่าง เด็กสาวก็ทำเช่นเดียวกัน เสียงหัวใจของเด็กสาวเต้นโครมคราม ยิ่งทำยิ่งรู้สึกว่าใช่ จนมือไม้ของเขาสั่นไหว

เพล้ง!

กระจกที่ถืออยู่ในมือล่วงหลุดมือทันที ร่างกายของเขาแข็งค้าง ปากซีด ตัวสั่นราวกับลูกนก เขาแน่ใจแล้วว่าเด็กสาวคนนี้ก็คือเขา

“คุณหนู!”

เด็กสาวที่เคยเข้ามาก่อนหน้านี้วิ่งกรู่เขามาหาเขาด้วยสีหน้าท่าทางตกใจ และรีบประคองเขาให้เดินไปนั่งที่เตียงนอน ก่อนเจ้าตัวจะเดินมาเก็บเศษกระจกที่แตกกระจ่ายอยู่ที่พื้น

“ฉัน....ฉันเป็นใคร?”

เมิ่งเอ่ยถามเด็กสาว แต่ก็เหมือนว่ากำลังคุยอยู่กับตัวเอง เด็กสาวที่กำลังเก็บกระจกอยู่ไม่แน่ใจว่าเขาพูดกับนางรึเปล่าจึงหันไปมองคุณหนูของนางที่กำลังนั่งนิ่งค้างราวกับรูปปั่น

“เจ้าคะ?”

เด็กสาวถามเขา เขาหันมามองเด็กสาวที่ทำหน้าฉงนสงสัยอยู่

“ฉันเป็นใคร?”

เขาถาม

“คุณหนูก็คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลหยุนนามว่าหยุนหลิวเจ้าค่ะ”

เด็กสาวตอบ ก่อนจะก้มลงเก็บเศษกระจกเช่นเดิม เมิ่งเบิกตากว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น นี่เขาเข้ามาอยู่ในร่างนี้เหรอ? มาได้ไง? ร่างเด็กสาวที่งดงามนี่นะเหรอ? โอ้มายก๊อด! เขากุมขมับตัวเองก่อนจะนวดไปมาอย่างหงุดหงิดและปนสงสัย เขาไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไง

“คุณหนู บ่าวเตรียมน้ำเสร็จแล้ว คุณหนูจะอาบน้ำเลยไหมเจ้าค่ะ”

เด็กสาวคนนั้นพูดขึ้นมา หลังจากที่เก็บกวาดเศษกระจกเสร็จแล้ว

“นี่ แล้วที่นี่ที่ไหน?”

เมิ่งไม่ได้สนใจคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าเลย เรียกว่าไม่ได้ฟังเลยน่าจะดีกว่า เพราะเขามัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่

“เมืองหลวงแคว้นเว่ยเจ้าค่ะ”

เด็กสาวตอบ ‘เมืองหลวงแคว้นเว่ย’ มันอะไรล่ะนั่น? แคว้น? คงไม่ใช่แว้นแคว้นเหมือนในสมัยจีนโบราณใช้เรียกกันหรอกนะ เคยได้ยินตอนดูหนังจีนกับคนในทีม

“คุณหนู ยังไม่หายดีอีกหรือเจ้าค่ะ”

เด็กสาวเอ่ยพร้อมกับหน้าสลดลง นางดูเศร้ามากในเวลานี้

“เกิดอะไรขึ้น?”

เมิ่งเอ่ยถาม เด็กสาวเงยหน้าที่น้ำตาคลอเบ้ามองเมิ่งที่อยู่ในร่างของคุณหนูของนาง นางเม้มปากแน่นก่อนจะยอมขยับปากพูด

“เมื่อหลายวันก่อนคุณหนูไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนตระกูลเวิ่นเจ้าค่ะ แต่ผลัดตกลงน้ำไป”

เด็กสาวเล่าก่อนจะแม่มปากแน่นอีกครั้งหลังพูดจบ ราวกับว่าอยากจะพูดอะไร

“มีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ”

เมิ่งบอกกับเด็กสาวที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเยื่องๆไปทางซ้ายมือหน่อย

“เจ้าค่ะ วันนั้นบ่าวเห็นคุณหนูรองหยุนเหมยเป็นคนผลักคุณหนูลงไปเจ้าค่ะ”

เด็กสาวตอบ ก่อนจะก้มหน้าลงต่ำเหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง

“อืม ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว”

เมิ่งบอกกับสาวใช้ของเขา เวลานี้เขาเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้บ้างแล้ว อย่างแรกเลยคือเขาตายและย้ายมาอยู่ในร่างของเด็กสาวคนนี้ที่อยู่ในยุคสมัยจีนโบราณ ซึ่งเรื่องที่รู้แน่ๆคือ เด็กสาวคนนี้มีคนตั้งใจจะฆ่าเธอ หรืออาจจะกลั่นแกล้งเธอ แต่โชคร้ายหน่อยคือเธอดันตายจริงๆ และคนที่ไม่น่าจะชอบเธอคงจะเป็นคุณหนูรองอะไรนั้นแหละ เอาเถอะ คงต้องใช้เวลาอีกหน่อยในการหาข้อมูลของโลกใบนี้

หลังจากนั้นเมิ่งหรือหยุนหลิวก็เดินตามเด็กสาวไปอาบน้ำที่หลังฉากกั้น ถึงเขาจะรู้สึกแปลกๆกับหลายๆเรื่องแต่ก็คงต้องเริ่มทำตัวให้ชิน ไม่งั้นคงอยู่ที่นี่ได้ลำบาก

 

ความคิดเห็น