facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 42

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 127

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2564 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 42
แบบอักษร

บทที่ 42

 

ต่อรุ่งเช้าหยวนหลงซานกลับคืนร่างบุรุษ ขณะเดินเข้าสู่หออวี้หงหยวน ยอดฝีมือพรรคเสี้ยวจันทราซึ่งปลอมตัวเป็นบ่าวรับใช้หน้าประตูก็เร่งเข้ามารายงานว่า นางเกาเถียนรอพบอยู่ ณ ห้องรับรอง มารดาของข้าประกอบมีอุปนิสัยไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในพรรคเสี้ยวจันทรา รวมทั้งกิจการบังหน้าอย่างเช่นหอนางโลมเสมอกัน ท่านยกอำนาจทั้งปวงให้แก่ข้าเป็นผู้ตัดสินใจเด็ดขาด ฮูหยินหยวนวางตัวในฐานะมารดานายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนอย่างสมศักดิ์ศรี ไม่เคยกระทำสิ่งใดให้ผู้คนติฉินนินทาว่าก้าวก่ายหรือบงการลับหลังข้าแต่อย่างใด เรือนพักรับรองด้านหลังหออวี้หงหยวนติดริมฝั่งน้ำจึงเป็นสถานที่พักผ่อนตามประสาสตรีหม้าย ยากนักที่จะปรากฏกายให้ผู้คนพบเห็น

นับแต่เกิดเรื่องหนก่อน คราวข้าถูกคมเกาทัณฑ์จนต้องหลบไปพักรักษาตัว ณ สำนักเฉินชิงหลุน กระทั่งหวนกลับมาอวี้หงหยวนอีกครั้ง ยังมิได้เข้าพบมารดาถามหาทุกข์สุขเช่นเคย ข้าจึงไม่แปลกใจที่นางเกาเถียนจะรอพบหน้าอยู่ในห้องรับรองแต่อย่างใด

“คำนับ ท่านแม่” ข้าผสานมือทำกิริยาคารวะ

นางเกาเถียนยกน้ำชาขึ้นดื่มแล้วกล่าวว่า “กิจการหอนางโลมเป็นเสมือนโรงงิ้วโรงใหญ่ เปิดทำการแสดงเอาไว้บังหน้าเพื่อให้พรรคเสี้ยวจันทราพิทักษ์เมืองหลวงมาตั้งแต่ครั้งอดีต ไม่เคยปรากฏว่าจะมีผู้คนหรือชาวยุทธภพคนไหนระแคะระคาย บัดนี้เจ้านำคนพรรคคมเบญจมาศเข้ามา เสมือนหนึ่งเปิดประตูเชื้อเชิญโจรป่าให้เข้าบ้านเช่นนี้ ได้คิดไตร่ตรองดีแล้วหรือ”

มารดาของข้าย่อมจะหูไวตาไว เรื่องข้าพาหยางเย่ถิงและคนพรรคคมเบญจมาศเข้านอกออกในอวี้หงหยวนคงไม่อาจรอดพ้นสายตาของนางเกาเถียนไปได้

“ขออภัยเถิด แม่ท่าน ข้าพเจ้าเห็นว่าการต่อกรกับพรรคมารเพียงลำพังตัวคนเดียวนั้นเกินกำลังความสามารถนัก จึงชักชวนพรรคคมเบญจมาศเข้าร่วมสู้ศึก อีกประการหนึ่ง พรรคคมเบญจมาศไม่เคยยอมรับฐานะผู้นำฝ่ายธรรมะของข้าพเจ้านับตั้งแต่สิ้นบิดา ยามนี้ส่งคนเข้ามาช่วยเหลือ นับว่าเป็นสัญญาณอันดีที่พรรคทั้งสองจะหันมาปรองดองกัน”

“พวกเจ้าที่เหลือออกไปก่อน” นางเกาเถียนออกคำสั่งให้สาวใช้และผู้ติดตามข้าออกจากห้องรับรอง

ครั้นสิ้นคนนอกแล้ว นางเกาเถียนจึงลดน้ำเสียงลง พลางเรียกนามข้า

“อาซาน... ลุกนั่งให้เป็นปรกติเถิด” นางเกาเถียนเชื้อเชิญบุตรตนเอง แล้วว่า “กิจการภายในพรรคเสี้ยวจันทราหรือหอนางโลมนี้ มารดาปล่อยวางให้เจ้าดูแลสืบต่อจากบิดามิคิดแทรกแซง ทว่าเรื่องราวภายในครอบครัว แม่ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยดูดาย บัดนี้มีหนังสือส่งมาถึงมือมารดาว่า หยางซุนกวาน คุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศ หมายประสงค์เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกับสกุลหยวนแห่งอวี้หงหยวน จะให้แม่สงบใจอยู่นั้นไม่อาจละวางได้”

นางเกาเถียนวางจดหมายฉบับนั้นลงเบื้องหน้าข้า ภายใต้ตัวอักษรถูกประทับตราลวดลายดอกเบญจมาศชัดเจน

“เรียนแม่ท่าน ข้าพเจ้าพอจะทราบข่าวอยู่บ้าง และคิดจะนำความเข้าปรึกษาอยู่” ข้าชี้แจงตามสัตย์จริง

“เดิมทีสกุลหยวนเรามีเพียงบุตรชายสืบสกุลเพียงคนเดียวคือเจ้า ครั้นเจ้าต้องคำสาปเป็นชายสลับหญิง นับว่ามารดาได้บุตรสาวเพิ่มมาอีกผู้หนึ่ง จากนั้นเจ้าคิดใช้อุบายปล่อยข่าวลือว่ามีน้องสาวผู้เลอโฉมเพื่อซ่อนเร้นร่างคำสาป ผู้คนต่างก็แจ้งแก่ใจว่า นายใหญ่แห่งอวี้หงหยวนคนปัจจุบันยังมีน้องสาวสืบสายเลือดอยู่อีกผู้หนึ่ง กิตติศัพท์นี้คงล่วงรู้ไปทั่วนครฉางอันตามประกาศหาคู่ล้างคำสาป กระทั่งยินไปถึงหูประมุขพรรคคมเบญจมาศเช่นเดียวกัน”

“แม่ท่านโปรดอภัย ประมุขพรรคคมเบญจมาศล่วงรู้แล้วว่าข้าพเจ้าต้องคำสาปชายสลับหญิง” ข้าผสานมือคำนับอีกครั้ง

นางเกาเถียนก็เอาฝ่ามือทาบอกแล้วร้องตกอกตกใจมาคำหนึ่ง เร่งซักว่า “เช่นนั้นหยางอันฉือประสงค์ได้เจ้าเป็นคู่ครองหยางซุนกวานไม่ผิดตัวแน่หรือ”

“เป็นเช่นนั้น แม่ท่าน” ข้าพยักหน้ารับ แล้วกล่าวเสริมว่า “เบื้องลึกแล้วพรรคคมเบญจมาศประสงค์เกี่ยวดองสายเลือดตระกูลหยวนเพื่อฟื้นฟูสำนักเฉินชิงหลุนเท่านั้น”

“แม่เคยได้ยินว่าเป็นสำนักฝึกวิชาเลื่องชื่อเมื่อครั้งอดีต หากแต่เจ้าย่อมปฏิเสธได้หรือมิใช่ เฉินชิงหลุนล่มสลายไปแล้ว ไม่มีเหตุจะต้องพลิกฟื้นขึ้นมาอีก” นางเกาเถียนตอกย้ำความในใจของข้า

“แม่ท่าน ข้าพเจ้าติดค้างบุญคุณพรรคคมเบญจมาศคราวพลาดพลั้งต้องคมเกาทัณฑ์จนต้องหลบไปพักรักษาตัว ณ สำนักเฉินชิงหลุน โบราณว่า บุญคุณต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ ข้าพเจ้าอยู่ในฐานะประมุขพรรคเสี้ยวจันทรา มิอาจหลับหูหลับตาลืมผู้มีพระคุณได้ หยางอันฉือส่งหนังสือมาเช่นนี้ไม่ต่างจากต้องการให้ข้าพเจ้าตอบแทนบุญคุณ”

ราวกับมีสายฟ้าผ่าลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง นางเกาเถียนหยิบผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนขึ้นมาถือไว้แน่น กล่าวว่า

“เรื่องนั้นแม่ย่อมเห็นดีเห็นงามอยู่ แต่หยางอันฉือมีบุตรชายอยู่สองคน คนหนึ่งคือหยางซุนกวาน อีกคนนั้นแม่ได้ยินสาวใช้โจษขานว่ารูปงามไม่แพ้กัน”

ครั้นนางเกาเถียนเห็นแววตาหม่นหมองปรากฏเพียงวูบเดียวในดวงตาบุตรชายก็เหมือนหนึ่งหัวใจสลาย จึงกล่าวว่า

“เรื่องราวในยุทธภพเสมือนหนึ่งภาพวาดภาพหนึ่ง คุณค่าของภาพวาดนั้นมิใช่เพราะจิตรกรวาดด้วยฝีมืองดงามหาใดเปรียบ ทว่าเป็นเรื่องราวภายในรูปวาดนั้นต่างหากเล่า อาซาน”

“ข้าพเจ้าต้องการเห็นยุทธภพสงบสุข สิ่งใดที่จะใช้ปูทางเพื่อจุดมุ่งหมายนั้นได้ ข้าพเจ้าย่อมไม่คิดรีรอ” ข้าตอบมารดาด้วยคำมั่นสัญญา

นางเกาเถียนได้แต่พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น

 

ตกเวลาสาย เจิ้งอู๋จิน พร้อมทั้งหยางซุนกวาน และผู้ติดตามจากพรรคคมเบญจมาศก็เข้ามาขอพบข้าและมารดา นางเกาเถียนออกมาต้อนรับขับสู้เสมือนหนึ่งมิได้ล่วงรู้ความใดมาก่อน ครั้นเจิ้งอู๋จินจิบน้ำชาตามธรรมเนียมแล้วจึงออกปากสู่ขอตัวข้าให้แก่คุณชายใหญ่แห่งพรรคคมเบญจมาศ ไร้วี่แววของหยางเย่ถิงแต่อย่างใด ตลอดเวลานั้นข้าได้แต่ภาวนาให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเจรจาความรวบรัดโดยเร็ว เมื่อสิ้นสุดการสนทนาแล้วข้าจึงขอตัวลาออกไปทันที อ้างว่าต้องไปจับตาดูเส้นทางขึ้นเขาจงหนาน เกรงว่าพรรคมารจะหวนกลับมาชิงผงราคะไฟคืนจากถ้ำสำนึกตน

ทว่าข้ากลับแวะพักยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งนอกเมืองฉางอันก่อนถึงภูเขาจงหนาน เส้นทางขึ้นเขาจงหนานข้ามอบหมายให้หลี่ปิงหวนและหวังเป่าเหอเป็นผู้ดูแล อีกทั้งยังมีบิดาของหลี่ปิงหวนคือปรมาจารย์หลี่ฉางตงอีกผู้หนึ่ง ข้าย่อมจะวางใจพวกเขาได้

ข้าสั่งสุราแล้วนั่งดื่มโดยมิได้สนใจผู้ใด ครั้นดื่มจอกแล้วจอกเล่าจนกระทั่งนับมิได้ด้วยนิ้วทั้งสองมือ ก็ปรากฏแขกมิได้รับเชิญผู้หนึ่ง ถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับข้า พอข้าเงยหน้าจากจอกสุราก็หมายจะต่อว่าเรื่องมารยาท กลับถูกใบหน้ารูปงามของหยางเย่ถิงสะกดให้กลืนคำตอบโต้ลงไปพร้อมสุรารสชาติแย่

หยางเย่ถิงมิได้พูดคำใดก็รินสุราลงจอกแล้วยกดื่มเช่นเดียวกัน ข้าไม่คิดทักทายก็รินสุราให้ตนเองแล้วยกดื่มอีกครั้ง จนกระทั่งหยางเย่ถิงหมดความอดทนหรือทนเห็นสารรูปมึนเมาของข้ามิได้ก็ไม่อาจรู้ เจ้าตัวจึงยอมเปิดปาก

“พอเถอะ”

“คุณชายรองมีสิทธิ์ใดมาห้ามปรามข้ามิทราบ ปากนี้เป็นของข้า ข้าหยวนหลงซานจะดื่มสุราจนหมดร้านนี้ ใครผู้ใดก็ห้ามมิได้” ข้ายักคิ้วให้อีกฝ่ายอย่างถือดี

“ฉีป้ายจะจัดการแสดงชุมนุมนางคณิกาประจำปีในคืนนี้ เจ้าพักผ่อนก่อนเถิด” หยางเย่ถิงยังคงทำหน้าดุสืบต่อไป

“ข้าไม่รู้... อ๋อ ข้ารู้ ข้ารู้”

“รู้แล้วไยจึงดื่มสุรามากมายเช่นนี้” หยางเย่ถิงยังไม่หยุดต่อว่า ข้าประสงค์ลองใจคุณชายรองตระกูลหยางว่าจะคิดทำการสิ่งใดก็แสร้งขัดขืนดื่มต่อไปเสมือนมิได้ยินคำเตือน

เมื่อเห็นว่าหยางเย่ถิงไม่อาจลงมือขัดขวางการดื่มสุราได้ ข้าจึงทำตามแผนเดิมต่อไป การแวะดื่มสุราหนนี้ข้านัดแนะยอดฝีมือลือชื่อผู้หนึ่งผ่านนางกิมง้อ เจ้าของร้านขายเครื่องประทินโฉมแห่งเมืองฉางอัน ในอดีตท่านผู้นี้เคยเป็นมือขวาของบิดาข้า ทว่าต่อมากลับถอนตัวจากพรรคเสี้ยวจันทราแล้วกลับคืนบ้านเกิด ข้าสืบประวัติมาจากปรมาจารย์เฉียนคง พบว่ามีวรยุทธสูงส่ง หาผู้ใดเปรียบได้ยาก วิชา เพลงพิณสยบนภา คือเคล็ดลับวิชาของยอดฝีมือท่านนี้

“ยอดฝีมือท่านนั้น ข้าขอยกสุราคำนับ ข้าเห็นท่านจดจ้องมองข้าหลายครั้งหลายหนแล้ว ไม่ทราบว่ามีธุระกับข้าหยวนหลงซานเช่นนั้นหรือ”

สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งแต่งกายมิดชิดด้วยชุดสีขาว มีผีผาเครื่องหนึ่งวางอยู่ข้างตัว ครั้นถูกทักทายเช่นนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมเครื่องดนตรีแล้วเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที

หยางเย่ถิงไม่ทราบเจตนาข้าก็ต่อว่าตามประสาผู้เคร่งครัดในมารยาท ข้าพอใจในคำตำหนิของหยางเยวี่ยนแล้ว จึงเดินโซซัดโซเซตามแม่นางผู้นั้นไป หยางเย่ถิงจำใจต้องเป็นผู้จ่ายค่าสุราให้ข้า ก่อนจะเร่งติดตามไปห้ามปราม เกรงว่าจะมีเรื่องปะทะฝีมือต่อกัน

สตรีผู้นั้นเดินออกห่างจากถนน กระทั่งร้างไร้ผู้คนสมคะเนแล้วจึงหยุดฝีเท้า ข้าใช้ลมปราณขับฤทธิ์สุราจนสิ้นแล้วก็หยัดกายยืนให้มั่นคงอย่างคนปกติ ยอดฝีมือท่านนั้นก็หันมามองสบตา

หยางเย่ถิงตามมาทันแล้วกำลังจะออกปากขออภัยก็ถูกข้าทำกิริยาชันเข่าแล้วก้มคำนับ

“ข้าหยวนหลงซานขอคำนับยอดฝีมือ อู๋ชิงเยียน

“ไม่เสียงแรงที่ประมุขคนก่อนสั่งสอนฝึกปรือ ลุกขึ้นเถิดคุณชายหยวน” อู๋ชิงเยียนเชื้อเชิญ “ท่านส่งข่าวบอกว่ามีธุระร้อนเกี่ยวพันกับความเป็นตายของพรรคเสี้ยวจันทรา เรื่องราวเป็นมาประการใดจงเร่งแจ้ง ข้าพเจ้าจะได้คิดหาหนทางช่วยอีกแรงหนึ่ง”

“ผู้อาวุโสอู๋ ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าท่านจะรับเป็นธุระ ท่านตัดขาดจากพรรคเสี้ยวจันทราแล้ว การจะหวนคืนกลับสู่ยุทธภพนั้นช่างเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับข้าพเจ้าเช่นกัน”

“ประมุขหยวนอย่าได้เกรงใจ ประมุขหยวนเหวินหยวนมีพระคุณต่อข้าพเจ้ามากเพียงใด ชาตินี้ไม่อาจทดแทนได้หมดสิ้นจงเร่งแจ้งธุระมาเถิด”

หยางเย่ถิงเมื่อเห็นว่าสตรีวัยกลางคนเป็นอดีตผู้อาวุโสของพรรคเสี้ยวจันทราก็ยืนนิ่งไม่กล่าวคำใด

“ข้าพเจ้าหมายใจจะให้ผู้อาวุโสอู๋ปลอมตัวเป็นคณะดนตรีหลวง เพื่อเข้าไปสืบข่าวคราวภายในราชสำนัก ข้าพเจ้าหวั่นเกรงว่าศัตรูคนสำคัญของยุทธภพกำลังแฝงตัวอยู่ในวังหลวง ประจวบกับคืนนี้ที่งานชุมนุมนางคณิกา เจ้าภาพผู้ดูแลเป็นฉีกงกง ทั้งคณะดนตรีที่นำมาประกอบการแสดงก็ถูกพามาจากวังหลวงทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสอู๋จะรับเป็นธุระได้หรือไม่”

อู๋ชิงเยียนพยักหน้าโดยทันที หยวนหลงซานก็ก้มหัวคำนับอย่างสำนึกบุญคุณ

ความคิดเห็น