ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 771

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2564 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
15
แบบอักษร

“ปล่อยฉันเจ็บ!”น้ำเสียงสั่นๆปนสะอื้นทำให้ภูวิศใจอ่อนยวบ 

“แล้วผมละมันเจ็บไม่เป็นรึไง!”คนที่เจ็บทั้งกายทั้งใจมองเธอด้วยสายตาตัดพ้อ ภูวิศค่อยๆปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระ ความเงียบก่อตัวขึ้นชั่วขณะกระทั่งชายหนุ่มเอ่ยแทรกขึ้น 

“ผมจะไปนอนที่ห้องทำงาน”เขาพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองหน้าเพราะยิ่งเห็นเธอมีน้ำตาเขายิ่งรู้สึกใจอ่อนอย่างไม่สมควรจะเป็น 

เมื่อบานประตูปิดลงนิรชาก็ทอดถอนใจอย่างโล่งอก น้ำตาเม็ดเล็กค่อยๆไหลอาบแก้ม ใครว่าเธอไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำ แต่ในเมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นนี้แล้วคงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรมต่อไป 

ภูวิศเดินลงมาทานอาหารเช้าด้วยท่าทางอิดโรยจาก 

การอดหลับอดนอนเพราะเมื่อคืนหลังจากทะเลาะกับนิรชาเขาก็ออกมาอยู่ที่ห้องทำงานไม่ได้กลับเข้าห้องนอนอีก  

เช้านี้องอาจมารับประทานอาหารเช้าที่บ้าน ภูวิศจึงต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เขาเห็นคนสูงวัยที่เคารพรักนั่งคุยกับนิรชาอยู่โต๊ะอาหารจึงรีบไปนั่งประจำที่ของตัวเอง 

“คุณปู่จะมาทานมื้อเช้าด้วยทำไมไม่โทรบอกผมก่อนละครับ นี่ถ้าลุงดำไม่ไปปลุกผมคงไม่ทราบ” 

“ไม่เห็นต้องพิธีรีตองอะไรเลย ฉันแค่มาทานข้าวไม่ได้มาเปิดงานอะไรซักหน่อย แล้วนี่ตาแกเป็นไงบ้างยังปวดอยู่รึเปล่า?” 

“ไม่ครับ ตอนนี้มองภาพชัดแจ๋วเลย”ภูวิศยื่นหน้าเข้าใกล้องอาจพร้อมกับส่งยิ้มให้คนสูงวัยได้เห็นชัดๆ  

พ่อแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุรถเสียชีวิตพร้อมกันตั้งแต่เขายังเล็ก คนที่ดูแลเลี้ยงดูก็มีแต่องอาจจึงทำให้ความสัมพันธ์ของปู่หลานคู่นี้แนบแน่นกว่าครอบครัวอื่นๆ 

 “ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว แต่ก็อยากให้ไปตรวจกับลุงแกให้ละเอียดอีกที ปู่เป็นห่วงกลัวจะมีภาวะแทรกซ้อน”นิรชาลอบมองใบหน้าคมคายอยู่พักหนึ่งก่อนจะก้มหน้าไม่ยอมสบตาสามีเหมือนเช่นทุกครั้ง 

“ไม่ครับ ผมหายดีแล้ว พรุ่งนี้คงเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทต่อเลย” 

“แกนี่ดื้อจริงๆเลยนะเจ้าภู แต่ก็ต้องขอบคุณหนูนิ้งนะที่ดูแลหลานปู่มาตลอดอดหลับอดนอนเฝ้าไข้กันตั้งแต่เข้าโรงพยาบาล”องอาจหันมาคุยกับหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มชื่นชม 

“เมียผมเขาแสดงเก่งครับ” 

“ว่าอะไรนะ?” 

“อ่อ เปล่าครับผมแค่พูดว่าเมียผมเขาเก่งทำได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันจริงไหมจ๊ะ...ที่รัก”นิรชายิ้มเจื่อนกับถ้อยคำประชดประชัน เธอจำต้องก้มหน้านั่งทานข้าวต่อเพื่อไม่ให้องอาจผิดสังเกต 

“อิ่มแล้วเหรอนิ้ง เพิ่งทานไปนิดเดียวเองนะ”องอาจมองไปยังจานข้าวของหลานสะใภ้พร่องลงเพียงนิด ภูวิศยกยิ้มมุมปากไม่สนใจหญิงสาวสักนิด เขาตักข้าวใส่ปากคำแล้วคำเล่าอย่างเอร็ดอร่อยต่างจากภรรยาสาวลิบลับ 

“นิ้งไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ”เธอยกน้ำขึ้นมาจิบพร้อมกับหลบสายตาขององอาจ 

ทานอาหารเสร็จองอาจก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน ส่วนภูวิศก็นั่งอ่านเอกสารการประชุมอยู่สวนหลังบ้าน เขาเริ่มหาอะไรทำให้มากขึ้นเพราะไม่อยากคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับเรื่องของนิรชา  

หลังจากมื้อเช้าอันแสนอึดอัดผ่านพ้นไปนิรชาก็จัดเตรียมยาบำรุงร่างกายขึ้นมาให้สามี แม้รู้ว่าเขาไม่อยากแม้จะมองหน้าแต่เธอก็ไม่อยากบกพร่องในหน้าที่เช่นกัน 

“ยาค่ะ”ภูวิศปรายตามองเธอครู่หนึ่งแล้วหันมาสนใจกับเอกสารในมือต่อ 

“คุณยังไม่ได้บอกคุณปู่เรื่องฉันเหรอ?”เธอถามเขาออกไปตรงๆ 

 “บางทีเรื่องคาวๆก็ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศหรอก คุณจะบอกพวกของคุณก็ได้นะว่าผมรู้ความจริงแล้วผมไม่ติด” 

ภูวิศวางเอกสารลงแล้วหันมาสบตาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาด้วยสายตาเชือดเฉือน 

  

“ความโกรธเกลียดที่คุณมีมันเกิดจากฉันเอง เรื่องทุกอย่างของเราฉันเองก็ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศเหมือนกัน” 

“ก็ดี ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน อ่อ คืนนี้ช่วยเตรียมชุดให้ผมด้วยนะ เอาแบบหล่อๆผมจะออกไปผับกับไอ้คิน” 

“แต่คุณเพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะอย่าไปดื่มเลย ไหนคุณบอกว่าจะเลิกดื่มเหล้า คุณจะประชดฉันให้ได้อะไรขึ้นมาคนที่เสียก็มีแต่คุณนะ” 

“ใครว่าละว่าผมจะเสียฝ่ายเดียว” 

  

 

********** 

“นิ้งเธอไม่รอดแน่!” 

ความคิดเห็น