ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น : เจ้าสาววิญญาณ,วาย,ไทยโบราณ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 208

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2564 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

"ตื่นได้แล้วจะนอนกินบ้านกินเมืองเชียวหรือกระไร"ร่างสูงในชุดเต็มยศวันนี้เขาได้รับราชโองการให้ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในวังหลวง เลยจะปลุกให้คนบนเตียงไปเฝ้าบ้านเสียหน่อยเป็นผีแต่กลับไม่ยอมตื่นเสียนี่ 

 

"งือ...ขออีก5นาทีแล้วจะรีบไปทำงาน..."ร่างบางสะลึมสะลือปรือตาตอบอย่างไม่คิดพร้อมที่จะหลับต่อ 

 

"จะตื่นดีๆหรือจะให้ข้าจัดการเจ้า..." 

 

ขู่ก็แล้วแต่หาได้ผลไม่เห้อ...อย่างนี้จักต้องจัดการอย่างเด็ดขาดเสียแล้วกระมัง... 

 

ร่างสูงของภุชคินทร์ขยับเขยื้อนไปบนเตียงอย่างช้าๆโดยที่กัลป์ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไรในตอนนั้น นัยย์ตาคู่คมเหม่อมองดวงหน้าหวานที่คล้ายอิสตรีมากเกินบุรุษปากกระจับสีแดงชาติน่าจับจูบแบบนิยม แต่แล้วภุชคินทร์ก็ทำในสิ่งที่กัลป์ไม่คาดฝัน! 

 

"จะตื่นหรือไม่ตื่น...หากไม่ตื่นเจ้าจักต้องเจอดีเช่นนี้!"ฝ่ามือหนาตะปบเข้าที่เอวบางบรรจงแตะนิ้วลงจุดอ่อนไหวอย่างรวดเร็วและเน้นย้ำ 

 

จึ่กจึ่ก! 

 

"ฮึ...ฮึ...ฮ่าๆ...อื้อ...อย่านะคุณทำอะไรเนี่ย ฮึ...ฮ่าๆ!..."ร่างบางคดตัวหัวเราะจนตัวงอ โอเคยอมแล้ว!...ภุชคินทร์รู้ได้ไงนะว่าเขาบ้าจี้! 

 

"ตื่นดีๆไม่ชอบก็ต้องเจอแบบนี้"ร่างสูงไม่หยุดอยู่แค่นั้นยิ่งเร่งนิ้วมือกดลงที่เอวเน้นทีละจุด ไม่ปล่อยให้อีกคนได้หายใจ... 

 

"ฮือๆ...พอแล้วไม่อ่ะ...เอาฮ่าๆ..."จะว่าก็ไม่ได้เพราะเขาดันบ้าจี้มากเอง โถ่นึกว่ากลายมาเป็นวิญญาณแล้วจะไม่ต้องรู้สึกอะไรเสียอีก 

 

"ตกลงพอแล้วๆ"เห็นว่าแกล้งเจ้าตัวจนน้ำตาคลอเบ้าแล้วก็ปล่อยให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระ แต่ท่านเจ้าพระยาจะรู้ตัวบ้างหรือไม่ว่าเผลอยกยิ้มให้อีกคนเห็นไปแล้ว 

 

กัลป์อึ้งไปสักพักพึ่งเคยเห็นคนตัวโตยิ้มครั้งแรกแบบเปิดเผยก็วันนี้นี่แหละ โอ้พระเจ้า...เขาคิดไปเองหรือเปล่าว่ารอยยิ้มของเขาช่างมีเสน่ห์นัก 

 

"คุณยิ้มก็ดูหล่อเหมือนกันนะ"ร่างบางเผลอยกมือไปอังที่แก้มอีกฝ่ายอย่างเผลอตัวพลางส่งยิ้มจริงใจไปให้น้อยๆ แต่กระนั้นพอภุชคินทร์รู้สึกตัวก็หุบยิ้มพลางกระแอ่มไอแก้เก้อไปหนึ่งที 

 

เขาเนี่ยรึ?ยิ้มแล้วดูหล่อ... 

 

"ข้านะรึ หึหึเจ้าล้อข้าเล่นแล้วปกติข้ายิ้มทีไรทุกคนก็ผวากันไปหมด(ยิ้มแบบแสยะ)" 

 

"ท่านก็ลองยิ้มให้มันดีๆสิจะได้ไม่มีคนกลัว อย่างน้อยมันก็ต้องยิ้มแบบนี้!"คนตัวเล็กพยายามใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยมุมปากให้เป็นรอยยิ้ม ซึ่งการกระทำเล็กๆนี่ภุชคินทร์กลับมองว่ามันน่ารักนัก 

 

"งั้นข้าจะยิ้มให้เจ้าดูคนเดียวดีหรือไม่หากว่าเจ้าชอบ"ใบหน้าคมยื่นเข้าไปไกล้พลางส่งยิ้มอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่ใช่เล่นๆแล้ว...ไม่รู้ทำไมมันถึงส่งผลกระทบต่อหัวใจของกัลป์นัก 

 

"บะ...บ้าถอยออกไปเลย จะยิ้มก็ยิ้มเถอะมันปากคุณนิ..."กัลป์ตอบหน้าแดงๆพยายามดันอกขืนตัวอีกฝ่ายอย่างเขินอาย  

 

กัลป์คิดว่าภุชคินทร์จะยอมถอยไปเสียอีก...หาไม่ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายน่ารักแบบนี้ก็ยิ่งทำ ใบหน้าคมขยับลงไปข้างๆกับใบหน้าของกัลป์โดยจังหวะที่ริมฝีปากอยู่ข้างใบหูที่ขึ้นสีนั้นเขาก็ได้พูดในสิ่งที่ทำให้กัลป์หน้าแดงก่ำกว่าเดิม 

 

"ข้าจะยิ้มแบบนี้ให้แค่เจ้าเพียงคนเดียวหากเจ้าชอบ"ตามด้วยเสียงกลั้วหัวเราะตามประสาคนเจ้าเล่ห์ กัลป์น้อยโดนตกเข้าเสียแล้ว... 

 

"แล้วนี่คุณจะไปไหนหรอ"พอภุชคินทร์ขยับตัวลงไปแล้วถึงได้เห็นว่าอีกฝ่ายใส่ชุดเต็มยศคล้ายจะไปเข้าเฝ้าใครสักคน 

 

"ข้าต้องไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชน่ะ เหมือนว่าจะมีภารกิจมอบหมายให้ข้าทำ"กัลป์หยักหน้าหงึกๆเข้าใจ 

 

"ข้าจะฝากจวนหลังนี้ให้เจ้าดูแลหนึ่งวันแล้วข้าจะกลับมา" 

 

กัลป์เบิกตากว้างอย่างตกใจ จะให้เขาดูแลจวนหลังนี้เนี่ยนะ? 

 

"แล้วผมจะดูแลยังไงล่ะ"ร่างบางคิ้วตกทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่เคยดูแลจวนสักหน่อยนี่นา 

 

"ไม่อยาก...เจ้าเพียงแค่ต้องดูแลจวนห้ามให้สัมภเวสีผีเร่ร่อนที่ไหนเข้ามาที่นี่ได้ แล้วก็หากพบว่ามีหนอนบ่อนใส้อยู่ในจวนหรือเห็นใครมีท่าทางผิดปกติให้จับตาดูไว้แล้วมารายงาน"ภุชคินทร์มอบหมายงานอย่างจริงจังเพราะกัลป์คือผีที่เขาไว้ใจมากที่สุดหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้น 

 

"อ่ะอือ...ตกลงผมจะคอยดูแลจวนหลังนี้เองคุณไม่ต้องห่วงหรอก"ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่กัลป์ก็แอบเหงื่อตกไม่น้อย ว่าแต่อีกฝ่ายออกไปข้างนอกมอบหมายให้เขาดูแลที่นี่นี่มัน...ไปคล้ายเหมือนอะไรสักอย่างน้า...คิดไม่ออก 

 

"งั้นข้าไปล่ะ อุไรกับชบาจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าอีกทางมีเรื่องฉุกเฉินอะไรก็เรียกกุมารเงินกุมารทองสะเด็กสองคนนั้นรู้ทางมาหาข้าดี"พูดจบแล้วจึงเดินออกไปจากห้องปล่อยให้กัลป์หัวหมุนกับความคิดอยู่ในห้อง 

 

กัลป์เป็นคนที่ได้รับมอบหมายงานมาแล้วย่อมทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม...ตอนนี้เขาจึงเดินไปทั่วจวนสังเกตุบ่าวไพร่ที่พบเห็นแต่เมื่อดูๆแล้วก็ไม่มีสิ่งผิดปกติมันก็ยิ่งทำให้เขาลำบากใจ  

 

แล้วถ้าเขาดูไม่ออกละจะต้องทำยังไง... 

 

"พี่อุไรครับ ปกติแล้วที่จวนนี้มีหนอนบ่อนใส้เยอะไหมครับแล้วดูยังไงถึงจะรู้ว่าคนนั้นเป็น"กัลป์ถามอุไรที่เดินตามหลังมาเงียบๆตามกุลสตรีไทย เธอเป็นผีที่ดีจากที่สังเกตุแต่จะพูดก็ต่อเมื่อมีคนพูดสนทนาด้วยเท่านั้น 

 

"มันก็มีไม่บ่อยนักดอกแต่ถ้ามีพวกเราจะรับรู้ได้ด้วยญาณบางอย่าง สำหรับเจ้า...ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะรับรู้ได้จากญาณหรือไม่นะแต่เจ้าก็ลองสังเกตุไปก่อนแล้วกัน" 

 

พอพี่อุไรพูดอย่างนี้เขาถึงได้โล่งใจขึ้นหน่อยไม่แล้วคงต้องเครียดไปทั้งวัน...  

 

"ปกติแล้วถ้าท่านเจ้าถูกเรียกเข้าเฝ้าก็จะไปเป็นเวลาหนึ่งวันกลับถึงจวนพรุ่งนี้เช้า"เขาเดินมาหาพี่ชบาที่ต้นไทรบริเวณกลางจวน งั้นก็แสดงว่าเขาจะต้องดูแลยันกลางคืนเลยหรอเนี่ย  

 

"ที่นี่มีสัมภเวสีเข้ามาบ่อยหรอครับ"อันนี้เขาสงสัยจริงๆหรือว่าจะเป็นพวกผีที่ถูกหมอผีส่งมาหรือเปล่าแบบหนังไทยอะไรอย่างเนี้ย แบบขัดงานขัดตำแหน่งกันจนโดนอีกฝั่งส่งผีมาทำร้าย.... 

 

"ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น ปกติผีธรรมดาจะเข้าจวนหลังนี้ไม่ได้เพราะมีผีบ้านผีเรือนอย่างพวกเราคอยคุ้มกันอยู่ แต่ส่วนมากสัมภเวสีที่ท่านเจ้าพูดถึงคือสัมภเวสีที่ถูกหมอผีจับไปเป็นบริวารแล้วส่งมาเพื่อเล่นงานคนที่นี่" 

 

เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เป๊ะ แต่ก็นะเขานึกภาพไม่ออกเลยจริงๆถ้ามีผีหลุดเข้ามาจริงๆเพราะพี่อุไรกับพี่ชบาอิทธิฤทธิ์ก็ใช่ย่อยนะ ไหนจะพี่ณีย์กับพี่พรายน้ำหลังบ้านอีกมีน่วมอ่ะบอกเลย 

 

"คนที่นี่ทำอะไรกันบ้างนะ"มันเป็นข้อสงสัยที่มีมานานแล้วว่าคนสมัยก่อนทำอะไรกันบ้างตั้งแต่เช้ายันเย็น  

 

ตามที่กัลป์เดินดูไปมาเรื่อยๆอยู่รอบจวนจะพบว่าบ่าวชายมีหน้าที่แบกหาม ผ่าฟืน ตักน้ำใส่ตุ่ม หรืองานที่ใช้แรงต่างๆ ส่วนบ่าวผู้หญิงถ้าไม่ทำกับข้าว จับจ่ายของที่ตลาดก็ร้อยพวงมาลัยประดับรอบๆบ้านให้สดชื่น 

 

"อยากลองฝึกร้อยพวงมาลัยจังเลย...ลองไปขอฝึกดูดีไหมนะ"กัลป์ยังจำวิธีการกลับคืนร่างเป็นคนเหมือนตอนนั้นได้อยู่เขาเลยรีบเดินเข้าไปหาบ่าวผู้หญิงที่จับกลุ่มกันร้อยพวงมาลัยที่กำลังหัวเราะร่า แต่พอเห็นเขาก็ทำหน้าเหมือนเห็นผีเสียอย่างนั้น...ถึงจะเป็นผีอยู่แล้วก็เถอะ 

 

"เอ่อ...แขกของท่านพระยา ไม่ทราบว่าต้องการหรือมีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ"บ่าวที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดรีบคุกเข่าก้มหน้ารับคำสั่ง เขาเองก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเมื่อถูกกระทำอย่างนี้เลยป้ำๆเป๋อๆพูดติดๆขัดๆ 

 

"อ่ะ...คะ...คือผมยากลองพวกมาลัยดูบ้างไม่ทราบว่าพวกพี่ๆจะสอนผมร้อยได้ไหม"กัลป์เอามือลูบแขนอย่างประหม่า พวกบ่าวไพร่เห็นท่าทีถ่อมตนอย่างนี้พวกเธอก็สบายขึ้นเล็กน้อย พวกเธอไม่ยักกะรู้ว่าแขกของท่าพระยาเป็นผู้ชายหาใช่สตรีไม่แต่กระไหนถึงได้มีใบหน้าที่งามจนสตรีอิจฉาเช่นนี้นะ พวกเธอคิดอย่างขำขัน 

 

"ได้สิเจ้าคะ งั้นมาลองร้อยมาลัยจากใบเตยกันก่อนไหมเจ้าคะ"บ่วงที่ดูมีอายุที่สุดในนี้เสนอ 

 

"มาลัยจากใบเตยหรอครับ?"ร่างบางออกการแปลกใจ ปกติทำบุญเข้าวัดเขาจะเห็นแค่พวงมาลัยจากดอกพุดเท่านั้นไม่เคยเห็นใครเอาใบเตยมาร้อยมาก่อนซึ่งมันก็น่าสนใจเอามากๆเลยสำหรับเขา 

 

"ประเดี๋ยวบ่าวจะทำให้ดูนะเจ้าคะ อย่างแรกเนี่ยคุณท่านจะต้องเตรียมใบเตยพับให้เป็นดอกกุหลาบแบบนี้ก่อนจากนั้นจึงเอามารอยเรียงกันแบบนี้ก็จะได้มาลัยที่ร้อยจากใบเตยแล้วล่ะเจ้าค่ะ แต่ถ้าจะให้สวยคุณท่านจะต้องร้อยดอกพุดเสียก่อนแล้วค่อยร้อยใบเตยตามเข้าไปอย่างนี้"อิ่มที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านเธอทำให้แขกของท่านภุชคินทร์ดู ซึ่งพวกเธอก็เห็นพ้องด้วยกันว่าท่านคุณคนนี้ช่างน่าเอ็นดูนัก กิริยาท่าทางสำรวมไม่แบ่งชนชั้นบ่าวไพร่เหมือนท่านพระยาและอาการไฝ่รู้นี้มันทำให้พวกเธอค่อยๆชอบคุณท่านนี้ขึ้นเรื่อยๆ 

 

"อย่างนี้หรอครับ"กัลปพฤกษ์ชูมาลัยที่ร้อยด้วยดอกพุดให้อิ่มดู เธอพยักหน้ายิ้มๆ 

 

"ใช่แล้วเจ้าค่ะต่อไปก็ร้อยใบเตยเข้าไปแบบเดิมนะเจ้าคะ"กัลป์มองวิธีที่อิ่มสอนตาแป๋วก่อนจะลงมือทำตาม จวบจนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมงเขาก็ร้อยมาลัยที่ปิดท้ายด้วยพุดอีกรอบ  

 

จะว่าสวยเนียบก็ไม่ใช่แต่ก็ไม่แย่อยู่เกณฑ์ที่ดี บ่าวทั้งสี่คนมองดูผลงานของคุณท่านคนนี้อย่างชื่นชมในฝีมือเรียกได้ว่าหัวไวแท้ๆ 

 

"งั้นผมจะเก็บมาลัยนี้ให้คุณภุชคินทร์แล้วกันนะครับ ขอบคุณอิ่มมากๆเลยนะครับ"อัมไหว้ขอบคุณทั้งสี่แล้วก็ลุกขึ้นอย่างเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่รู้ว่าพวกบ่าวไพร่ตกใจที่เจ้าตัวนั้นไหว้พวกเธอขนาดไหน  

 

"โถ่...ช่างใสบริสุทธิ์อะไรขนาดนี้นะคุณท่าน"ทั้งสี่แอบปลาบปลื้มคนดีๆแบบนี้เสียมิได้ 

 

__________________________________ 

สรุปแล้วไรท์ก็จะไม่ลบเรื่องนี้เน้อ ขอบคุณที่รีดทุกคนให้กำลังและเป็นแนวทางให้กับไรท์ได้ก้าวผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ ไรท์เองก็จเขียนในแบบวิถีของไรท์และความคิดความเข้าใจของไรท์ ขอบคุณรีดที่น่ารักอีกครั้งที่ยังติดตามผลงานของไรท์อยู่เสมอมาเน้ออออ  

ความคิดเห็น