ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 1.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2564 06:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 1.
แบบอักษร

Be Friend EP 1.

 

    "คุณหนูเดี๋ยวให้ลุงทิมไปส่งนะคะ"

    "ครับ"

    "แต่งตัวแบบนี้เท่มากเลยนะคะ เหมาะกับคุณหนูที่สุดเลย" แม่บ้านกำลังพูดชม ผมอย่างไม่ขาดปากหลังจากที่ผมแต่งตัวเต็มยศเตรียมที่จะไปค่ายฝึกของนักศึกษาวิชาทหาร ที่หลายๆคนรู้จักกันว่า รด.

    "...นวลเตรียมของสำหรับไปค่ายห้าวันให้คุณหนูเรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่บนรถหมดแล้ว คุณหนูของนวลเก่งต้องทำได้อยู่แล้วค่ะ"

   ผมฟังคำเอื้อนเอ่ยของป้าแม่บ้านที่พวงด้วยตำแหน่งแม่นมของผม ชมอย่างไม่ขาดปากทุกครั้งที่ผมแต่งตัวด้วยชุดสีเขียวขี้ม้าเข้มพร้อมกับรองเท้าคอมแบทขัดเงาเต็มยศ ตามแบบฉบับนักศึกษาวิชาทหารของนักเรียนมัธยมปลาย

    "ป๊ากับม๊าละครับ"

    "คุณผู้ชายไปจีนค่ะ ส่วนคุณผู้หญิงออกไปบริษัทแต่เช้าแล้วค่ะ"

    "ครับ" ป๊ากับม๊าค่อนข้างทำงานหนักด้วยต้องบริหารงานมากมายทั้งไทยและจีน ทำให้ผมต้องอยู่และโตกับนมนวลมาตั้งแต่เด็กๆ

    ม๊าผมเป็นคนเก่งไม่ต่างจากป๊าเลยครับ เก่งงานนอกบ้านบริหารงานเองตั้งแต่สมัยเป็นสาวๆป๊ากับม๊าผมพบรักกันเพราะทำธุรกิจร่วมกันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดโดยที่บริษัทม๊าของผมเป็นคู่ค้ากับบริษัทของป๊าและนำเข้ามายังประเทศไทย

   ผมค่อนข้างจะพูดน้อย ดูไม่ค่อยแข็งแรงตามแบบฉบับชายทั่วไป  เรียบร้อย และดูไม่มีเสน่ห์และไม่สมาร์ทมาดแมน ไม่ค่อยมีความมั่นใจไม่มีภาวะผู้นำไม่กล้าแสดงออก เรียกได้ว่าขาดทุกคุณสมบัติของความเป็นชาย ไม่เคยมีแฟน ไม่ชอบเที่ยว เป็นคนเงียบๆ แต่ผมเป็นคนเรียนเก่ง และยังสามารถทำอาหารได้แทบทุกชนิดไม่เว้นแม้แต่แกะสลักถักร้อยมาลัยด้วย เพราะด้วยที่ผมโตมากับนม ผมจึงได้เรียนรู้สิ่งเล่านี้มาโดยไม่รู้ตัว

    ทุกเหตุผลที่ผมได้เล่ามันเป็นองค์ประกอบหลักที่ป๊าอยากให้ผมลงเรียน รด.

    เพื่อจะได้ดูเข้มแข็งและดูแข็งแรงให้สมกับที่ได้การเกิดมาเป็นชาย

    ผมเป็นลูกครึ่งไทย-จีน โดยที่ป๊าผมเป็นคนจีน ส่วนม๊าของผมเป็นคนไทย ผมเป็นลูกคนเดียวผิวขาวเนียนละเอียดไม่ต่างจากผิวของผู้หญิง ที่บ้านก็เลี้ยงผมมาแบบประคบประหงมมากราวกับคุณชายในเทพนิยาย

   และผมก็เป็นคนที่ไม่เคยนอกลู่นอกทางป๊ากับม๊าสั่งให้ทำอะไรเรียนอะไรผมก็ทำหมดและทำมันออกได้ดีทุกครั้ง เว้นแต่เรื่องที่ผมพูดมาก่อนหน้าที่มันดูจะแย่ที่สุดสำหรับตัวผม

   ที่ไม่ว่าจะพยายามปรับปรุงและลงเรียนศิลปะการต่อสู้แทบทุกชนิดแต่มันก็กลับไม่เคยได้ผลกับผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว....

     

 

   "เห้ย! ไอ้ขันที" ผมรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเพื่อนตามเสียงเรียก

   "หวัดดีคิว"

   "มึงแต่งแบบนี้แล้วดูหล่อทุกครั้งเลยแต่งแม่ง ความมั่นใจน่ะมีหน่อยเถอะสัส! เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที"   

   ทุกคนไม่ต้องตกใจ ผมไม่ได้ชื่อขันทีตามที่คิวร้องเรียกผมเมื่อครู่หรอกครับ ด้วยความที่ผมดูอ่อนประสบการณ์ที่สุดในกลุ่มเพื่อน แถมไม่เคยมีแฟนและไม่เคย เอ่อ...นอนกับผู้หญิงคนไหนเลย จึงได้รับฉายานี้ตั้งแต่ผมเริ่มขึ้นมัธยมปลายเพราะด้วยบรรดาเพื่อนสนิทของผม มันทำเรื่องอย่างว่ากันตั้งแต่เริ่มขึ้นมัธยมต้นกันแล้ว

   

   @ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร

     "มึงเลิกหม้อสาวแล้วหันมาเข้าแถวดีๆได้แล้ว"

     "ขัดขวางความสุขกูมากเถอะ ชิ!" ถึงจะเป็นค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร แต่ก็มีนักเรียนหญิงที่สนใจเรียนในวิชานี้มากมายพอสมควร ทั้งดูมาดแมนเกินชายหรือสดสวยราวกับดอกไม้วัยแรกแย้มให้ได้เชยชมจนนับไม่ถ้วนนั้น เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมของนักเรียนที่เลือกเรียนวิชานักศึกษาวิชาทหารทั้งหมด จะมารวมตัวกันฝึกในชั้นปีสุดท้ายด้วยกันมากมายหลายโรงเรียน

    "มึงก็น่าหม้อเกินจริงๆ" กล้าส่ายหัวให้กับความหน้าด้านบวกกับความหน้าหม้อของเพื่อนอย่างนาที

ด้วยความเฟรนลี่กับคนทั้งโลกของนาทีจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขานั้นจะคุยกับใครก็ได้โดยไม่คิดถือตัว

   "นายๆ"

   "..."

   "นายนั่นแหละ ชื่อไรหรอ เราชื่อนาที จากโรงเรียน XX นะ"

   ใบหน้าหล่อไร้เสน่ห์ฉายแววงุดงง เขาที่ถูกแรงสะกิดจากด้านข้างหลัง ในตอนที่ครูฝึกเรียกรวมตัวตั้งแถวได้เพียงไม่นาน โดยการตั้งแถวจะแบ่งชายหญิงกันคนละฝั่ง

   "...หยิ่งจัง!"

   "ชะ...ชื่ออชิรา เรียกว่าอชิ ก็ได้" แม้จะไม่ค่อยชอบคุยกับใครเพราะไม่ค่อยมีความมั่นใจ แต่อชิก็ตอบกลับไปด้วยใจที่เต้นระส่ำอย่างคนเสียอาการ

   เพราะนานมากแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครเรียกชื่อเขาแบบนี้เลย ในเหล่าหมู่เพื่อนในโรงเรียนหรือแม้แต่คนในบ้าน

   "อ้อ มาเป็นเพื่อนกันนะ"

   อชิไม่ได้พูดออกมาแต่ตอบกลับไปด้วยการพยักหน้างึกๆ

   "ฮ่าๆติ๋มเป็นบ้าเลย ฮ่าๆ" เสียงระเบิดหัวเราะจนลืมนึกถึงสถานที่ที่ตัวเองอยู่ จนคนรอบข้างหันมามองเป็นกันตาเดียว ไม้เว้นแม้แต่ครูฝึก แต่คนที่ถูกมองกลับยกยิ้มอย่างภูมิใจ ไม่มีแม้แต่เนียมอายเลยสักนิดเดียว

   ตรงข้ามกับบางคนที่นั่งด้านข้าง ก้มงุดหน้าหลบใบหน้าแทบจะฝังลงพื้นดิน

  "หมอบ!"

   พรึบ!

   เสียงตะโกนดังลั่นจากครูฝึกที่ยืนอยู่ด้านหน้า ทำให้ทุกคุณฟุบตัวลงหมอบอย่างเลี่ยงมิได้

   "เพื่อนคุณคงมีเรื่องตลกมากสินะ"

   "...วิดพื้นท่าเตรียม!!"

  "เตรียม!!"

  " 10 ยก!!"

  "10 ยก!! พร้อม!!"

  "ปฏิบัติ!" ทันทีที่คำสั่งหลุดลั่นออกมาจากฝากครูฝึกเล่านักศึกษาวิชาทหารก็รีบล้มตัวนอนลาดกับพื้นสนามดินที่มีปกคุมเล็กน้อยอย่างไม่กลัวเลอะ

   "1!"

   "2!"

   "3!"

     .

     .

     .

  "ฮึบ"

  "89"

  "ดังๆ! มีคนอู้!"

  "90!"

  "ไหวไหมมึง กูขอโทษ...แฮกๆ" นาทีรู้สึกว่าตัวเองเป็นผิดหันไปมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัดจาการดันพื้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับแสงแดดประเทศไทยที่แทบจะเผาไหมทุกการขยับตัว

  "วะ...ไหว" เสียงตอบสั่นเครือของคนที่ค่อนข้างอ่อนแอ ด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์และขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

   "100!"

   "แฮกๆ" เสียงหอบเหนื่อยของนักศึกษาวิชาทหารหลายคนดังขึ้นพร้อมกับฟุบตัวนอนราบไปกับพื้นสนามหลังจากจบสิ้นภาระกิจ

  "คงไม่มีเรื่องตลกแล้วนะครับ"

  "ครับ!"

 

 

 "สัสเป็นเพราะมึงเลย กูแทบลุกไม่ขึ้น" กล้าบ่นอุบหลังจากที่ครูฝึกสั่งเลิกแถวและปล่อยมาพักผ่อน พรุ่งนี้ยังอีกยาวไกลในการฝึกเพราะมันเพิ่งจะผ่านไปเพียงวันแรก

  "กูขอโทษก็กูขำ มึงดูหน้าของอชิสิ แม่งทำหน้าโคตรติ๋มแถมหลบตากูอีก มันเขินกูหรอว่ะ กูเข้าใจแหละว่ากูหล่อจะเขินก็ไม่แปลก หึหึ" นาทีตอบออกมาด้วยความภาคภูมิใจ แถมยังยักไหล่พร้อมยกคิ้วใส่เพื่อนอย่างกล้าด้วยความมั่นหน้า

   "แหวะ!!! กูจะอ้วก ไปแดกข้าว!" ว่าจบกล้าก็เดินออกไปทันที

   "เห้ย!สัส กล้า"

   "...อ้าวคิวแล้วอชิไปไหนแล้วล่ะ?"

   "มันไปที่เต้นท์เดี๋ยวตามมา" คิวตอบกลับนาทีเพราะทั้งสองเดินมาเจอกันในตอนที่กำลังจะเดินไปทานข้าวในช่วงเย็น

    นาทีมารู้จักกับคิวพร้อมกับที่รู้จักกับอชินั่นแหละ ไม่แปลกเลยที่นาทีจะรู้จักและทักทุกคนเพราะเขาเป็นคนอัธยาศัยดี...เกินมนุษย์

     

 

 

...............................

 

 

 

ความคิดเห็น