ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น : #ตายแล้วเกิดใหม่ # อยู่ๆก็ได้เป็นจักรพรรดินี #บัลลังก์ที่ว่างเปล่า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 22

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 01:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

"ในเนื้อหาอาจจะไม่ได้พูดถึงการก่อตั้งเมืองตั้งแต่เริ่มต้นว่าเป็นมายังไงแต่จะพูดผ่านตัวละครนึกย้อนอดีตเพื่อให้นึกเห็นภาพออกมาแทน" ขออภัยผู้อ่านเป็นอย่างสูงถ้าหากมีคำผิดเยอะ "

 

..................................

 

เทว เธอเดินมาถึงเขตชานเมืองในตอนที่มองดูบรรยากาศรอบเมืองดวงอาทิตย์นั้นก็ขึ้นอยู่ตรงกลางหัวของเธอแล้ว สงสัยคงต้องแวะหาอะไรกินรองท้องเสียหน่อยแล้วล่ะ เมื่อพูดจบ เทวก็มองหาร้านอาหารอยู่สักพัก เอาร้านนี้ก็แล้วกันคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เมื่อเทวได้เลือกร้านแล้วเธอจึงเดินฉับๆพุ่งไปหาเป้าหมายโดยทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของคนจำนวนมากที่กำลังเดินอยู่แถวนั้นเลยในขณะที่คนส่วนใหญ่มองมาที่เธอด้วยความตกตะลึงถึงขนาดบางคนต้องขยี้ตาตามเลยทีเดียวถึงแม้เธอจะเดินผ่านไปแล้วก็ตาม

 

นี่ๆเมื่อกี้ข้ากำลังตาฝาดเห็นคนที่หน้าเหมือนองค์จักรพรรดินีเดินผ่านไปอยู่อย่างนั้นเหรอเขาหันหน้าไปพูดกับเพื่อนของเขาที่กำลังยืนอึ้งอยู่ข้างๆเขาเมื่อได้ยินเพื่อนข้างๆเรียกเขาจึงสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ได้สติกลับคืนมาหลายๆคนที่เธอเดินผ่านต่างก็ต้องหันหลังกลับมามองใหม่เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง

 

เทวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารที่มีป้ายเหล็กรูปทัพพีกับจานซ้อนใบใหญ่ไขว้กันติดตรงหน้าร้านสัญลักษณ์นี้เหมือนกับเมื่อ 300 กว่าปีไม่มีผิดถึงแม้ร้านอื่นๆที่ผ่านมาจะเปลี่ยนไปใช้สัญลักษณ์แบบอื่นแล้วก็ตามแต่ร้านนี้ยังใช้สัญลักษณ์แบบนี้อยู่ดวงตาที่สามารถมองทะลุปรุโปร่งทำให้รู้ว่าภายในร้านมีคนนั่งอยู่กี่คนโต๊ะที่ถูกจัดไว้ภายในร้านอยู่ประมาณ 10 กว่าโต๊ะนั่นถือว่าไม่ได้เยอะอะไรถึงแม้ผู้คนจะนั่งอยู่ในร้านประมาณ 10 คน มีที่สำหรับนั่งดื่มแอลกอฮอล์อยู่หน้าโต๊ะเชียร์เบียร์ที่ถูกจัดไว้แยกออกไปต่างหาก

 

เทวผลักประตูเดินเข้าไปในร้านมองหามุมที่เงียบสงบๆที่ไม่ค่อยมีคนสังเกตุ จากนั้นก็มีพนักงานหญิงเดินมาถามเธอทันทีเมื่อก้นของเธอสัมผัสเข้ากับเก้าอี้ "ร้านฮานี่บรีชยินดีให้บริการค่ะไม่ทราบว่าท่านจะรับเมนูของทางร้านอะไรดีค่ะหลังจากเธอพูดจบพนักงานสาวก็ยื่นสิ่งที่คาดว่าจะเป็นเมนูอาหารมาให้เธอ ใบหน้าของเธอดูหน้ารักจิ้มลิ้มดวงตากลมโตลิมฝีปากอิ่มเอมไม่มีรอยแตกขระผิวเรียบเนียนเหมือนกับผิวเด็กเธอยิ้มแล้วมองมาที่เทว

 

เทวหยิบเอาเมนูอาหารแล้วเปิดดูสักพักในเมนูนั้นมีเนื้อวัวตุ๋นต้มเนื้อหมูป่าอสูรเมนูนี้เป็นเมนูต้มทั้งนั้นเลยนี่นานอกจากจะมีพวกต้มแล้วยังมีพวกผัดและพวกปิ้งย่างแทบไม่มีอาหารเมนูที่ทำจากขนมปังเลยเมื่อเปิดไปอีกแผ่นก็จะเจอเป็นพวกอาหารคาวหวานทั้งนั้นจากนั้นแผ่นสุดท้ายจะบอกถึงรายละเอียดวัตถุดิบที่ทำเป็นอาหารจากที่ดูแล้วล้วนแต่บอกถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพทั้งนั้น

 

พวกเนื้อโปรตีนสูงก็ล้วนแต่เป็นเนื้อของสัตว์ป่าอสูรทั้งนั้นเรียกได้ว่าเป็นพวกของที่มีคุณภาพทั้งนั้นการที่นำมาทำเป็นอาหารอีกทั้งยังทำรายละเอียดบอกให้ลูกค้ารู้และทราบตั้งแต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ว่าดีไปอีกแบบเพราะดูจากราคาแล้วแพงหูฉี่เลยล่ะแน่นอนว่าคนธรรมดาที่หลงเข้าในมาร้านคงไม่พ้นจะต้องโวยวายกับเจ้าของร้านเป็นแน่นอน

 

แน่นอนว่าบางคนก็อาจจะคิดสงสัยว่าถ้าหากร้านค้าแอบอ้างแล้วเอาของที่ไม่มีคุณภาพมาทำอาหารล่ะจะทำยังไงแน่นอนว่าในรายละเอียดนั้นสามารถตอบสนองที่มาที่ไปของวัตถุดิบพวกนี้ได้อย่างชัดเจนโดยวัตถุดิบทุกอย่างนั้นลงทะเบียนไว้กับสำนักงานบริหารสภากลางของเมืองถ้าหากพวกเขาอยากตรวจสอบแล้วล่ะก็ สามารถเข้าไปดูที่นั่นได้เลยมีข้อมูลทุกอย่างที่ลงทะเบียนไว้

 

เทวเลือกเมนูอยู่สองสามอย่างแล้วยื่นส่งไปให้บริกรสาวเธอเลือกเมนูต้มเนื้ออสูรกับเมนูปิ้งย่างสัตว์อสูรแล้วก็พวกอาหารคาวหวานยื่นส่งกลับคืนไปให้บริกรเธอรับเอาสมุดจากมือเธอไปพร้อมกับมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนอาการสั้นๆของเธอนั้นสังเกตได้อย่างชัดเจนมันคงไม่แปลกน่ะถ้าเกิดว่าเธอจะจำข้าคนนี้ได้ถึงแม้จะเปลี่ยนลุคตัวเองเหมือนคนธรรมดาแล้วก็เถอะ

 

สาวบริกรเธอเดินฉับๆดูรีบร้อนอะไรสักอย่างเธอวางสมุดลงบนเคาน์เตอร์ยื่นส่งให้คนที่รับเมนูซึ่งเป็นเพื่อนของเธอที่ทำงานอยู่ในร้านนี้

 

"ไม่ผิดแน่ต้องใช่คนที่อยู่ในรูปคนนั้นแน่ๆ"

 

แต่เธอก็ยังไม่ปักใจเชื่อ "เอ้วนี่เจ้ากำลังเหม่อลอยอะไรอยู่เนี่ยรีบทำงานได้แล้วนู่นโต๊ะนู้นกำลังรอน้ำอยู่นะ เอ่อ คำพูดเธอเหมือนติดอยู่ในลำคอของเธอ เธอหันหน้าไปมองเพื่อนของเธอที่กำลังทำหน้าที่อยู่ที่เคาน์เตอร์

 

นี่ๆเจ้าคิดว่าลูกค้าคนเมื่อกี้นี้หน้าคล้ายเหมือนใครบ้างหรือป่าว เพื่อนของเธอเอามือเท้าคางนึกอยู่ซักพักจากนั้นคิ้วของเธอก็ผงกขึ้นพร้อมๆกับดวงตาที่กำลังเบิกโพลง

" ผะผะ ไม่จริงน้าา~

.

.

"ไหนๆขอข้าดูให้ชัดๆหน่อยซิ"

.

.

เพื่อนของเธอเดินออกจากเคาเตอร์ไปแอบอยู่หลังไม่กั้นที่บดบังกั้นระหว่าเคาเตอร์กับโต๊ะอหารของลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหาร ใบหน้าที่กำลังยื่นออกไปพร้อมดวงตาที่กำลังชำเลืองมองคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงมุมอับของร้าน เทวที่กำลังนั่งนับเงินที่หยิบใส่กระเป๋ามาด้วยเธอรู้ว่ากำลังมีใครบางคนกำลังแอบมองเธออยู่แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เทวยังคงนั่งนับเงินในกระเป๋าของเธอต่อโดยไม่ได้สนใจสายตาคู่นั้น

 

สาวบริกรเมื่อมองเห็นรูปลักษณ์เต็มทั้งสองตาเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปภายในร้านที่มีรูปบุคคลสำคัญที่สุดในอาณาจักรแขวงอยู่อย่างโดดเด่น "อะไรมันจะเหมือนขนาดนี้" เธอมองรูปขนาดใหญ่อยู่สักระยะพร้อมกับตาที่กำลังเบิกโพลงด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อใบหน้าและสีผมเหมือนกันยังกับออกมาจากรูปภาพ หญิงสาวรีบเดินออกไปหาเพื่อนที่ยืนอยู่หน้าเคาเตอร์ทันที "เธอพยักหน้าให้กับ เอ้ว! อืมๆเหมือนเป็นการบอกว่าเธอก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน

 

.....................

 

บนบัลลังก์ที่ว่างเปล่าบัดนี้เหลือเพียงจดหมายหนึ่งฉบับ

ที่ปิดผนึกด้วยตาสัญลักษณ์รูปมังกรคู่มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะใช้ตราสัญลักษณ์นี้ได้นอกจากผู้ปกครองสูงสุดแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีกที่ใช้ตราปิดผนึกนี้ แต่วันนี้เหลือเพียงจดหมายนี้เท่านั้นที่เหลือทิ้งไว้บนบัลลังก์ที่ใหญ่โตองอาจและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์

 

เสียงของเท้าหลายคู่กำลังมุ่งหน้าตรงมายังสถานที่แห่งนี้บานประตูขนาดใหญ่ที่ถูกผลักออกโดยเหล่าทหารองครักษ์พร้อมเหล่าขุนนางเสนาอำมาตย์และประธานสภาอย่างดยุคไบสันพวกเขาต่างพากันมารวมอยู่ที่ห้องโถงใหญ่แห่งนี้ เบื้องหน้าของพวกเขาเป็นพื้นยกระดับหกขั้นบันไดข้างบนนั้นเป็นพื้น แกรนิตเรียบเนียนสะท้อนเงาเหมือนกับกระจก ข้างบนนั้นเป็นบัลลังก์ที่ประทับขององค์จักรพรรดิที่ชอบประทับอยู่ที่บัลลังก์นี้เป็นประจำ

 

ถึงแม้มันจะไม่ใหญ่โตเท่ากับบัลลังก์ที่อยู่ในสภาแต่บัลลังก์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้านี้ก็ตั้งมานานนับตั้งแต่ก่อตั้งเครือจักรภพเมื่อ 300 ปีที่แล้ว ในรัฐสมัยที่ผ่านมามีเพียงผู้ปกครองเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่ประทับอยู่ พวกเขาต่างมีสีหน้าที่ร้อนหล่นหลังจากการหายตัวไปขององค์จักรภพ พวกเขาคิดว่าการตรัสคำพูดในสภาวันนั้นเป็นเพียงการตรัสเพื่อเป็นการหยั่งเชิงขุนนางหลายๆคนในสภาเพื่อให้ดูตกใจกันก็เพียงเท่านั้น

 

ดยุคไบสันคิดกับตัวเองว่าถึงแม้จะมีฝั่งที่คิดบังอาจลดทอนอำนาจของพระองค์ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองปั้นข่าวเท็จข่าวลวงต่างๆนานาใส่ร้ายพระองค์แต่ก็ไม่มีใครคนใดคิดให้พระองค์ลงจากบัลลังก์สละซึ่งราชสมบัติซึ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่าพระองค์จะทำอย่างนี้จริงๆ การละทิ้งบัลลังก์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจในประวัติศาสตร์ที่เคยค้นพบไม่เคยมีผู้ใดที่ยอมละทิ้งสมบัติและอำนาจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังนี้ได้ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าในประวัติศาสตร์เมื่อ 300 ปีมีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใดมีเพียงแค่ตำราเก่าๆบอกเล่าเรื่องราวในอดีตก็เพียงเท่านั้นแต่การที่เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ของเหล่าวิลเลี่ยนมาจนถึงบัดนี้ได้นั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกอย่างแน่นอนซากศพของเหล่าวิลเลี่ยนยังหลงเหลือเก็บรักษาไว้ในตระกูลของเขาสิ่งมีชีวิตที่ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรปีศาจ มันยังหลงเหลือซากศพไว้ให้ลูกหลานของเขาย้ำได้ย้ำเตือนถึงอดีตอันแสนโหดร้ายที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องประสบพบเจอ ถึงแม้ว่าในช่วง 150 ปีที่ผ่านมาจะไม่มีข่าวเกี่ยวกับพวกมันเลยก็ตามเหลือทิ้งไว้แต่คำบอกเล่าของผู้คนในอดีตที่พูดต่อๆกันมา

 

แต่คนบางกลุ่มบางพวกกับคิดว่ามันเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาของคนในอดีตนี่สิ คนที่จะบอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่ประพันธ์ประสบพบเจอได้ดีที่สุดนี้กลับเหลือทิ้งไว้เพียงบัลลังก์ที่ว่างเปล่าแม้แต่ทรัพย์สมบัติที่มากมายมหาศาลที่ประเมินค่ามิได้ก็ยังเหลือทิ้งไว้นั่นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่ได้ยึดติดกับทรัพย์สมบัติอะไรเลย นอกจากของใช้ในชีวิตประจำวันที่น่าจะเอาติดตัวไปเพียงเล็กน้อย

 

ไบสันมองขึ้นไปบนบัลลังก์ บัดนี้ได้เหลือเพียงมงกุฎสีเหลืองทองอะหลามและจดหมายประดับลวดลายสีทอง เท่านั้นบนบัลลังก์

-พวกเราจะทำเช่นใดดีขอรับท่านไบสัน ดยุคคีนอสเอ่ยถามดยุคใบสัน ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

-ไบสันตอบด้วยความรู้สึกหนักใจ เหตุเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาก่อน การสละราชสมบัติ กะทันหันเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นตลอดที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้ในยุคสมัยขององค์จักรภพเลย ในหัวคิดของข้าสับสนไปหมดแล้ว

-ท่านดยุคข้าว่าถ้าเกิดว่ายังหาทางออกไม่ได้ ข้าเกรงว่า มีหวังต้องมีเหตุนองเลือดเกิดขึ้นแน่ๆ

-ข้าเองก็คิดเหมือนกับท่านท่านคีนอส เอาเถอะตอนนี้เรามาเปิดผนึกในซองจดหมายนั่นดีกว่า อยากรู้จริงๆว่าในซองนั่นจะเขียนข้อความอะไรไว้ ทหารพวกเจ้าจงนำเอากล่องตรามังกรคู่แห่งคีอีฟเตรียมการอันเชิญมงกุฎแห่งจักรภพไปเก็บไว้ที่หอปราการเหล็กแห่งยุคก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุป ว่าใครจะเป็นผู้ปกครอง "ขอรับ"

-ข้าหวังเป็นที่สุดว่าจะไม่มีเหตุการนองเลือดเกิดขึ้น ไบสันมองบนบัลลังก์สายตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลใจ

 

..................................................

ความคิดเห็น