เพื่อนเกย์ที่รัก
จุดเริ่มต้น
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

จุดเริ่มต้น

Part : รมณ์

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ รติรมณ์ หรือ รมณ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยชื่อดัง โสด และไม่เคยมีแฟนมาก่อน ฉันมีเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันคนนึง ชื่อว่า ขุนทัพ เป็นผู้ชายที่หน้าตาดี หุ่นดี และฐานะดี แต่ไม่มองผู้หญิง ใช่ค่ะ เขาเป็นเกย์ ทีสำคัญมีแฟนแล้วด้วย ที่บ้านของขุนทัพรู้ ทุกคนรู้ว่าทั้งสองคนรักกันมาก เราเป็นเพื่อนบ้านกัน บ้านเราทั้งคู่ทำธุรกิจไร่องุ่นและผลิตไวน์ ไร่ของฉันส่งออกแค่ภายในประเทศ ส่วนไร่ของทัพส่งออกทั้งในประเทศและนอกประเทศ พ่อของฉันยังไม่ค่อยเก่งเรื่องการบริหารส่วนนี้ ฉันจึงเรียนคณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อไปช่วยพัฒนาธุรกิจของไร่ในอนาคต และปัจจุบันนี้พ่อของฉันก็เริ่มปูทางไว้บ้างแล้วจากการช่วยเหลือของพ่อของขุนทัพ บ้านเราสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นทวดที่สร้างไร่องุ่นขึ้นมาและสืบทอดมากันมาเรื่อยๆจนถึงรุ่นของฉันและขุนทัพ อันที่จริงพวกพ่อแม่เคยคุยกันว่าจะให้เราแต่งงานแต่พอรู้ว่าขุนทัพไม่ได้ชอบผู้หญิง พวกท่านเลยไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก

พอเราสองเข้ามหาวิทยาลัยและต้องย้ายเข้ามาในกรุงเทพ พวกท่านจึงซื้อคอนโดแบบสอง ห้องนอนให้อยู่ด้วยกัน เราสองคนก็อยู่ด้วยกันมาตลอดสี่ปี เราสองคนไม่เคยพาใครมานอนที่ห้องเลยนอกจากเพื่อน แม้แต่พี่แทน แฟนของขุนทัพ เขาก็ไม่เคยพามาค้างเลยสักครั้ง ฉันเคยบอกว่าไม่ต้องเกรงใจแต่เขาก็ยืนยันว่าที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของเขาและฉัน ฉันจึงไม่พูดอะไรอีก

ตอนนี้พวกเราอยู่ช่วงสอบก่อนปิดภาคเรียนแรกของปีสี่ และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบ เพื่อนในกลุ่มนัดกันว่าจะไปฉลองสอบเสร็จกันที่ผับประจำเย็นนี้ เพื่อนในกลุ่มมีทั้งหมด 6 คน มีเกย์ 2 คน คือ ขุนทัพ และธิเดช (ธีร์) ชายแท้ 1 คือ จอมพล (จอม) ส่วนหญิง 3 คน คือ ฉัน เพทาย (เพ) และขจี (จี)

จี : วันนี้อย่าสายนะพวกมึง

เพ : มึงบอกตัวเองเถอะจี แหมๆ

จอม : เดี๋ยวกูไปรับมึงสองคน อย่าช้าละกัน แล้วธีร์ มึงจะให้กูไปรับมั้ย

ธีร์ : เดี๋ยวกูนั่งรถไปหาที่หอจีกะเพละกัน มึงจะได้ไม่ต้องวนไปมา

ทัพ : งั้นพวกกูไปละ กูมีนัดกับพี่แทน ไปละ เดี๋ยวสาย ป่ะ ตืด เร็วๆ

ฉัน : เออๆ

หลังจากสอบ ฉันกลับห้อง ส่วนขุนทัพออกไปเจอพี่แทน จะกลับมารับฉันอีกทีตอนเย็นเพื่อไปฉลองกับเพื่อนๆ กว่าจะถึงเวลานัด ฉันยังมีเวลาหลับสักงีบ ฉันเลยจัดกวาดห้อง เอาขยะไปทิ้ง ปั่นผ้าทิ้งไว้ก่อนที่ฉันจะงีบหลับและตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อตื่นมาตากผ้า และแต่งตัวรอขุนทัพ วันนี้ฉันนัดกับพวกชะนีแล้วว่า ธีมเซ็กซี่ตกผู้ ฉันต้องจัดเต็ม ไหนๆก็โสดมาตลอดชีวิตละ วันนี้แหละต้องได้ผู้ ในระหว่างที่ฉันหลับขุนทัพก็กลับเข้ามา

Part : ขุนทัพ

สวัสดีครับ ผมชื่อ ขุนทัพ หรือ ทัพ อายุ 22 ปี เรียนคณะบริหารธุกิจ ครอบครัวมีธุรกิจส่งออกองุ่นและไวน์ ผมช่วยงานที่ไร่มาตั้งแต่มัธยมปลายและอีกไม่กี่เดือนก็คงได้กลับบริหารที่ไร่อย่างเต็มตัว วันนี้ผมนัดเจอพี่แทนตอนเที่ยง เพราะพี่เขามีเวลาแค่ช่วงพักทานข้าว งานเขายุ่งมากเพราะว่าเพิ่งเริ่มงานที่ใหม่เลยต้องทุ่มเทเรียนรู้งานมากหน่อย ทานข้าวได้แค่ครึ่งชั่วโมงก็มีโทรศัพท์มาตามเพราะมีงานด่วนเข้าเลยต้องแยกกันเร็ว พอกลับมาถึงห้องก็เห็นยัยตืดนอนหลับอยู่และซักผ้าทิ้งไว้ผมเลยเอามาตาก หลังจากนั้นก็เข้าไปทำความสะอาดห้องตัวเองและอาบน้ำเตรียมตัวไปงานฉลองเย็นนี้ พออาบน้ำเสร็จออกมาก็เจอยัยตืดรออยู่ในห้อง นั่งรอที่ปลายเตียง มีแค่ผ้าขนหนูพันรอบตัว

ผม : เอาไร

รมณ์ : “ขอยืมแชมพูหน่อย ของฉันหมดพอดีอ่ะ”

ยัยนั่นยิ้มแบบแห้งๆ และมองแบบอ้อน ผมได้แต่ทำตาดุและส่ายหัวให้กับความมึนของมัน เพราะต้นเดือนผมเตือนมันให้ซื้อมันก็ไม่ยอมซื้อจนลืมแบบนี้ ผมเดินเข้าไปหยิบแชมพูและโยนให้มันก่อนจะเดินมาที่ตู้เสื้อ ยัยตืดรับแชมพูแล้วก็รีบวิ่งกลับไปห้องตัวเองเพราะรู้ว่าตัวเองสายแล้ว วันนี้ผมใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาและกางเกงดำ เพราะวันนี้อยากลุคสุขุม ไม่เปรี้ยวมาก เซตผมจัดเต็ม ใส่นาฬิกาเรือนโปรด และออกไปนั่งรอยัยตืด มันมีเวลาอีก 15 นาที ผมเริ่มจับเวลา

Part : รมณ์

ฉัน : “ตายๆ สายแล้วๆๆ อีทัพเอาฉันตายแน่” ฉันรีบทาลิปสติกและหาน้ำหอมกลิ่นโปรดของฉันในลิ้นชัก

ก๊อกๆๆ

ทัพ : “ตืด เสร็จรึยัง!” น้ำเสียงของขุนทัพหงุดหงิดมากเพราะเลยเวลาออกเดินทางมา 10 นาทีแล้ว ทำไมถึงเป็นคนที่เคร่งครัดเรื่องเวลาขนาดนี้นะ ตุ๊ดบ้า ฉันคิดในใจ ฉันรีบฉีดน้ำหอมและคว้ากระเป๋ารีบวิ่งออกไปเปิดประตู เพราะถ้าทัพเคาะอีกรอบนั่นหมายความว่ามันจะเปิดเข้ามาลากตัวฉันออกไปเลย ไม่สนใจว่าฉันเสร็จรึยัง อีเกย์โหด

ฉัน: “ มาแล้วๆ ขอโทษนะ คนสวย นอนเพลินไปหน่อยเลยสาย” ฉันรีบอ้อนและจูงมือเขาออกจากห้อง เขาได้แต่ถอนหายใจและเดินตามเงียบๆ ระหว่างขับรถฉันถามเขาเพราะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เขากลับมามาเร็วผิดปกติ

ฉัน : ทำไมตอนบ่ายกลับมาเร็วจัง นึกว่าจะกลับมาเย็นๆซะอีก

ทัพ : “ก็พี่แทนน่ะสิ มีงานด่วนเข้าเลยต้องแยกกัน ทั้งที่เจอกันไม่ถึงครึ่งชั้วโมงด้วยซ้ำ” ขุนทัพบอกน้ำเสียงน้อยใจ

ฉัน : เอาน่า พี่เขาเพิ่งได้งานใหม่ แถมตำแหน่งก็สูงขึ้นด้วย คงต้อทำงานหนักขึ้นเป็นธรรมดาแหละ

ทัพ : ฉันรู้ แต่นี่พี่เขาไม่มีเวลาให้ฉันเลย วันหยุดก็ไม่ให้ไปหาบอกติดงานบ้าง เหนื่อยบ้าง จนฉันรู้สึกน้อยใจ

ฉัน : แหม ตัวก็โต แต่ใจน้อยไปได้นะยะ พี่เขาทำงาน มีหน้าที่รับผิดชอบ แค่นี้เขาก็เหนื่อยแล้ว แกเป็นแฟนก็ควรให้กำลังใจสิ ไม่ใช่มาน้อยใจเขาแบบนี้

ทัพ : จ้าาา แม่คนดี แม่ศิราณี ก็ไม่เห็นมีสักที แฟนของตัวเองอ่ะ

ฉัน : ยังไม่เจอคนที่ใช่ย่ะ วันไหนฉันเจอขึ้นมาแกจะร้อง ไม่มีใครมานั่งฟังแกบ่นแบบนี้แล้วนะจะบอกให้

ทัพ : นี่ถ้าแกมีแฟน แกจะทิ้งฉันหรอ ยัยตืด

ฉัน : นี่เรียกให้มันดีๆนะ บอกตั้งแต่เล็กจนโตว่าอย่าเรียก ตืด

ทัพ : จะทำไม ฉันก็เรียกของฉันแบบนี้ และฉันก็เรียกได้คนเดียวด้วย ยับตืดๆ

ฉัน : โวะ รำคาญ!

ขุนทัพหลุดหัวเราะออกมากับท่าทีหงุดหงิดของฉันที่เถียงเขาไม่เคยชนะสักที แล้วเราก็มาถึงร้านประจำตรงเวลาพอดี เดินเข้าไปในร้านก็เจอทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ธีร์ : ทำไมวันนี้พวกกูมาถึงก่อนวะ พวกมึงสองคนมัวทำอะไรอยู่

ทัพ : ก็มีคนนอนเพลินไม่ยอมตื่นน่ะสิ เลยช้าแบบนี้ไง

ฉัน : เออๆ กูขอโทษ กูตั้งนาฬิกาปลุกแล้วแต่มันไม่ได้ยิน เลยหลับยาว ทัพแม่งก็ไม่ปลุกก็เลยช้าแบบนี้ไง

ทัพ : โทษกูเฉยเลย

ทุกคนหัวเราะให้กับความหงุดหงิดของฉัน และเริ่มสั่งอาหารเครื่องดื่ม วันนี้หนุ่มๆมาในลุคสุขุม ด้วยโทนเทาดำ ส่วนสาวๆมาลุคเซ็กซี่สีดำ ฉันใส่เดรสดีดำสายเดี่ยวโชว์หลัง ขจีใส่เดรสสีดำเกาะอกโชว์สัดส่วนเย้ายวนใจ ส่วนเพทายใส่กางเกงยีนขายาวและสายเดี่ยวแหวกหน้าและหลัง แทบจะปิดอะไรต่อมิอะไรไม่มิด หลังจากดื่มมาได้สักพักคนเริ่มเข้าร้านมากขึ้นและทุกคนก็เริ่มเมา โดยเฉพาะฉันและธีร์

จอม : “ทัพ มึงดูลูกสาวมึงด้วย เดี๋ยวกูจัดการเมียกูเอง” จอมและธีร์สนิทกันมาตั้งแต่มัธยม และพวกเขามักจะเล่นบทผัวเมียกันตลอด จอมมีแฟนต่างคณะอยู่แล้วซึ่งได้ธีร์เนี่ยแหละเป็นคนติดต่อให้ ขุนทัพพยักหน้าและลุกเดินเข้าไปหาสาวๆที่กำลังเต้นกันอยู่

Part : ขุนทัพ

ยัยตืดนี่กินเหล้าทีไรเมาก่อนคนอื่นทุกที แล้วบอกว่าจะมาตกผู้ ผมได้แต่ยืนส่ายให้เพื่อนสนิทที่ตอนนี้เต้นเหมือนไม่เคยเต้นมาก่อน ยั่วจนผู้ชายข้างต้องหันมามอง ผมจึงเดินเข้าไปจับเอวชะนี เพื่อกันผู้ชายพวกนั้นออกไป

เพ : “เนี่ย แล้วมากันซีนแบบนี้ รมณ์มันถึงไม่มีแฟนสักทีไง” เพทายกัดเพื่อนสาวที่คอยกันท่าผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้รติรมณ์ ตลอดสี่ปีเพศชายที่ได้เข้าใกล้มีแค่ขุนทัพ ธีร์ และจอมพลเท่านั้น

ทัพ : ก็ต้องสกรีนให้เพื่อนด้วยมั้ยล่ะ ไม่ใช่ปล่อยให้สิงห์สาราสัตว์เข้ามาง่ายๆ

จี : “จ้าา อีดอก สกรีนมาสี่ปีละ กูไม่เห็นผ่านเข้ามาสักคน สงสารเพื่อนมึงบ้าง ใยแมงมุมเกาะหมดละ” ขจีจิกกัดขุนทัพอีกแรง เพราะอยากให้เพื่อนได้ผู้บ้าง แต่ขุนทัพก็หวงเพื่อนยิ่งกว่าพ่ออีก

ทัพ : เออๆ เดี๋ยวคืนนี้จะลองปล่อยๆดู ป่ะ ตืดไปห้องน้ำ ไปล้างหน้าล้างตาให้สร่างหน่อยไป

ผมพูดกับยัยตืดและก็จับไหล่ให้เดินไปห้องน้ำ มันเดินมาแบบเมาๆ ผมส่งมันเข้าห้องน้ำไปและยืนรอข้างหน้าห้องน้ำ มีผู้ชายหน้าตาดีเดินเข้ามาหาและยิ้มทักทาย

เจย์ : สวัสดีครับ เจย์ครับ

ผม : สวัสดี ขุนทัพครับ

เจย์ : รอแฟนคุณหรอครับ

ผม : เปล่าครับ รอเพื่อนอยู่ครับ

เจย์ : อ๋อ งั้นดีเลย ผมสนใจเพื่อนของคุณอยู่ ช่วยแนะนำผมให้หน่อยได้มั้ยครับ

ผม : คงไม่ได้ครับ พอดีวันนี้เพื่อนผมเมามาก ไว้วันหลังละกันนะครับ

เจย์ : ไม่มีปัญหาครับ ผมอยู่ที่นี่ทุกวันครับ ผมเป็นเจ้าของที่นี่ ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ผม : เช่นกันครับ

หลังจากเจย์เดินจากไป ยัยตืดก็เดินออกมา ผมเลยเดินเข้าไปพยุงและจะพาไปในร้าน แต่มันกลับลากผมออกมาลาดจอดรถ

รมณ์ : ขอออกมาสูดอากาศหน่อย ข้างในเหม็นบุหรี่มาก

ผม : ก็ดีเหมือนกัน แกจะได้สร่างเมาด้วย เมื่อกี้มีผู้ชายมาจีบแกด้วยแหละ

รมณ์ : หืม ตอนไหนวะ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย

ผม : ก็แกเข้าห้องน้ำอยู่ เขามาถามฉัน แต่ปฏิเสธให้ละ

รมณ์ : เอ้า ปฏิเสธทำไมวะ แกมาปฏิเสธแทนฉันได้ยังไง

ผม : แกไม่เหมาะกับคนที่มาเที่ยวในนี้หรอก หาแฟนจากที่อื่นดีกว่านะ เชื่อฉันสิ

รมณ์ : ก็ใช่ เอ๊ะ มีคนทะเลาะกันตรงนั้นด้วย

ยัยตืดชี้ไปที่ผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่มุมมืด ผมมองตาม ก็เห็นว่าฝ่ายชายเหมือนกำลังพยายามง้อฝ่ายหญิงอยู่ และไม่นานทั้งคู่ก็จูบกัน และจูงมือเดินออกมา พอพ้นเงามืดเท่านั้นแหละ ผมถึงกับช็อคเพราะคนที่เดินออกมาคือ พี่แทน พี่แทนตกใจมากเหมือนกันที่เห็นผมจ้องอยู่

พี่แทน : ทัพ พี่อธิบายได้นะ

ขุนทัพ : อธิบายมาสิครับ ผมฟังอยู่

พี่แทน : คือพี่ขอคุยแค่สองคนได้มั้ย

ขุนทัพ : “ไม่ต้องหรอกครับ ขนาดนี้ละ พูดมาเถอะครับ” น้ำตาผมไหล ผมกลั้นไม่ไหวอีกแล้ว ยัยตืดจับแขนผมแน่นเพื่อบอกว่ามันอยู่ข้างผม

พี่แทน : “คือ พี่นอกใจทัพ พี่ขอโทษ ตอนนี้พี่รักก้อยไปแล้ว” พี่แทนเดินเข้ามาจับมือผม แต่ผมดึงมือออกและมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้หนักกว่าเดิม ผมขาอ่อนแทบล้มแต่ได้ยัยตืดพยุงไว้

ผม : พาฉันไปจากที่นี่ที

หน้าผมชา หัวผมตอนนี้ขาวโพลนไปหมด รู้ตัวอีกที ผมอยู่ที่ห้องตัวเองพร้อมกับเพื่อนๆแล้ว ผมไม่รู้จะพูดอะไร ในหัวมีแต่คำถามว่า ทำไม ผมหูอื้อจนไม่ได้ยินสิ่งเพื่อนๆพูด และน้ำตามันก็ไหลไม่หยุด รู้สึกแค่มีผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาของผมเป็นระยะ ผมควรทำยังไงดี

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น