ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 16: ดอนป้า

ชื่อตอน : เส้นทางวิวัฒนาการที่ 16: ดอนป้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 550

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2564 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เส้นทางวิวัฒนาการที่ 16: ดอนป้า
แบบอักษร

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 16: ดอนป้า 

 

ข่าวดังกล่าวถูกแจ้งไปยังนายพลหน้าดุอย่างรวดเร็ว

 

“พวกมันเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ถึงกล้าเปิดฉากกับเราแบบนี้ หากโดนทั้งสองประเทศรุมมีแต่ต้องป้องกันอยู่ฝ่ายเดียวไม่ใช่รึไง แบบนี้พวกมันก็ไม่สามารถกันการโจมตีจากประเทศดันตาโน่ได้น่ะสิ ส่งข่าวนี้ไปให้ทูตประเทศดันตาโน่รู้ซะ ให้พวกเขาโจมตีประเทศอากียาร์ทันที แค่นี้สงครามก็เป็นของพวกเราแล้ว สมกับเป็นเผ่าพันธุ์ล้าหลังที่มีดีแค่แพร่เชื้อไปวันๆเท่านั้น การสงครามยังอ่อนหัดนัก”

 

แต่ก่อนที่ท่านนายพลจะได้ยินดีกับเรื่องดังกล่าว นายทหารคนหนึ่งก็เข้ามารายงานอีกข่าวนึงให้เขาทราบ และนั่นทำให้อารมณ์ของเขาที่เริ่มดีขึ้นดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว

 

“รายงานครับท่านนายพล ทูตของประเทศดันตาโน่แจ้งกับเราว่า พวกเขาไม่สามารถส่งกำลังทหารออกนอกประเทศได้ เพราะตอนนี้ภายในประเทศของพวกเขาเกิดการจลาจลขึ้นอย่างหนักทำให้พวกเขาต้องรีบจัดการโดยด่วน พวกเขาแจ้งว่า หากเคลียร์ปัญหานี้ได้แล้วจะรีบส่งกองทัพมาช่วยพวกเราทันที”

 

ปังงงงง 

 

รอยหมัดปรากฏขึ้นบนโต๊ะเป็นรอบที่สอง นายพลกัดฟันสบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย

 

“เวรเอ้ย เวรจริงๆ ไอ้ประเทศดันตาโน่เฮงซวย ทำยังไงให้พวกมันแทรกซึมจนถึงขั้นก่อจลาจลได้วะ แบบนี้เราก็ทำได้เพียงสู้กับพวกมันแบบหนึ่งต่อหนึ่งน่ะสิ ความได้เปรียบของเราจะหายไปจนต้องเกิดการสูญเสียขึ้นอย่างมากแน่นอน ไม่รู้ว่าเบื้องบนจะรับได้ไหม สั่งการออกไป ให้กองทัพของเราพยายามเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุด ป้องกันมากกว่าโจมตี ยื้อเวลาเอาไว้จนกว่าประเทศดันตาโน่จะส่งกำลังเสริมมา”

 

“ขอรับท่านนายพล”

 

…………………………

 

ด้วยเทคโนโลยีที่เท่ากันทำให้สงครามระหว่างสองฝ่ายนั้นไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ โดยที่กองทัพประเทศอากียาร์เป็นฝ่ายบุก และกองทัพของประเทศการันเป็นฝ่ายตั้งรับ ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใคร ทุกวินาทีจะมียานรบและผู้คนเสียชีวิตเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สงครามก็เริ่มเอนเอียงมาทางฝั่งของอากียาร์อย่างช้าๆ เหตุผลเป็นเพราะ….

 

ตู้มมมมม 

 

“รายงาน เราระเบิดรถถังศัตรูที่แอบบุกเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย เตรียมเป้าหมายต่อไป”

 

ทหารราบนายหนึ่งของกองทัพการันรายงานต่อศูนย์บัญชาการ ขณะที่เข้าเช็คศพของศัตรูอย่างละเอียด หากมีผู้รอดชีวิตจะได้ซ้ำให้ตายสนิท เมื่อเห็นว่าผู้คนภายในรถถังต่างก็มีร่างกายไม่สมประกอบจากแรงระเบิด แขนขาหรือแม้แต่ตัวขาดออกจากกัน เลือดเจิ่งนองไปทั่วพื้น สะภาพไม่น่ามีชีวิตอย่างชัดเจน ตนจึงหันหลังกลับออกไป

 

แต่ในขณะนั้นเอง ศพบนพื้นที่นิ่งสนิทก็ลืมตาขึ้น แม้ว่าตัวจะขาดครึ่งท่อนแต่ก็ยังเหลือแขนอยู่ข้างนึง จึงหยิบปืนที่พื้นขึ้นมายิงหัวทหารกองทัพการันอย่างรวดเร็วจนเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนตายได้ยังไง ร่างไร้วิญญาณล่วงลงพื้นอย่างทันทีทันใด ไม่นานศพทุกคนในรถถังคันดังกล่าวก็ฟื้นขึ้นมาหาชิ้นส่วนร่างกายของตนมาประกอบเข้าด้วยกันอีกครั้ง หากชิ้นไหนระเบิดเละเสียหายหนักเกินไปก็แค่รอเวลางอกใหม่อีก 2-3 ชั่วโมงข้างหน้า

 

ภายในสนามรบอีกด้านหนึ่ง ในกองทัพหน้าของประเทศอากียาร์ เคียร่าในชุดสูทรบสีแดงขอบทองของจักรพรรดินี พร้อมกับหน่วยต่อต้านยานรบอีกนับพันคนเบื้องหลังเธอ บินพุ่งเข้าใส่กองทัพการันอย่างไม่เกรงกลัว เธอหลบและใช้ดาบเลเซอร์ฟันกระสุนพลังงานที่ยิงเข้ามาอย่างง่ายดาย พร้อมทังชักปืนสไนเปอร์พลังงานออกมายินสวนกลับไปเป็นครั้งคราว จนในที่สุดเธอก็สามารถเข้าประชิดกองทัพการันได้สำเร็จ ไม่รอช้าเธอพุ่งผ่านยานรบนับร้อยพร้อมกับฟาดฟันดาบเลเซอร์ตัดยานเหล่านั้นออกเป็นสองท่อนในพริบตา

 

หากไม่มีคนที่มีฝีมือระดับนายพลเป็นอย่างน้อยมาหยุดเธอ รับรองว่ากองทัพการันได้แตกพ่ายในอีกไม่นาน และนั่นคือเหตุผลที่ประเทศการันเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างช้าๆ กว่าพวกเขาจะรู้ตัวก็กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแท้จริงไปเสียแล้ว

 

…………………….

 

ศูนย์บัญชาการประเทศการัน

 

“รายงานครับ ตอนนี้หน่วย A2 , B7 , W11 , G7 และ F1 ได้แตกพ่ายเป็นที่เรียร้อย ในขณะที่ฝั่งศัตรูสูญไปน้อยกว่าเรามาก เราได้ค้นพบข่าวร้ายว่าทหารของศัตรูนั้นตายยากเป็นอย่างมาก หากไม่สลายร่างกายของพวกให้หมดล่ะก็ ต่อให้หัวขาดพวกเขาก็ไม่ตายครับ นั่นทำให้กว่าเราจะรู้ตัวก็กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปเสียแล้ว และตอนนี้เอง จักรพรรดินีเคียร่า ได้ออกสนามรบด้วยตัวเอง หากไม่มีใครไปหยุดนางล่ะก็พวกเราจะสูญเสียหนักขึ้นไปอีก”

 

นายพลหน้าดุในตอนนี้นั้นอยู่เหนืออารมณ์โกรธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขากล่าวออกมาอย่างเย็นชา เต็มไปด้วยรังสีสังหาร ไอพลังวิญญาณพุ่งพล่านออกจากร่างเขาไม่หยุด

 

“ย่อมได้….ย่อมได้….ไอ้พวกมนุษย์ พวกแกทำได้แม้กระทั่งทำให้จักรพรรดินีโรคจิตนั่นกลายเป็นพวกของแก ข้าขอยอมรับว่าพวกแกคู่ควรแก่การเป็นศัตรูตัวฉกาจของเผ่าพันธุ์เรา ข้าจะออกไปรบกับนางด้วยตัวเอง สั่งให้ทหารทุกนายพกปืนสลายศพไปด้วย หากไม่เหลือแม้แต่เซลล์เดียวข้าอยากรู้นักว่าพวกแกจะฟื้นขึ้นมาอีกไหม”

 

“รับทราบครับ ท่านนายพล”

 

กล่าวเสร็จนายพลหน้าดุก็เดินเข้าไปใส่ชุดสูทรบในห้องคลังอาวุธทันที ไม่นานหลังจากนั้นเกราะรบสีดำขอบแดงก็พุ่งออกจากห้อง บินเข้าสู่สนามรบอย่างรวดเร็ว โดยมีหน่วยรบบินตามอีกนับพัน

 

……………….

 

ในขณะที่เคียร่ากำลังฟาดฟันทำลายยานรบกองทัพการันอย่างเมามัน ก็มีจิตสังหารพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วจนเธอต้องหันกลับไปหลบการโจมตีนั้น กระสุนพลังงานแรงสูงบินเฉียดร่างของเธอไป เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยมองไปยังคนที่บินเข้าหาเธอพร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อมา เมื่อเห็นว่าเป็นคนรู้จักเธอก็แสยะยิ้มกล่าวออกมาด้วยเสียงสุดจะหยิ่งยโส ตามมาดของจักรพรรดินี

 

“โอ้...นึกว่าใคร ที่แท้ก็ท่านนายพลอันดับหนึ่งแห่งการัน ดอนป้า นี่เอง นึกว่าตายไปแล้วนะเนี่ย”

 

ดอนป้า มองอย่างไม่สบอารมณ์ “หึ ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจักรพรรดินีอย่างท่านจะกลายเป็นพวกมนุษย์ไปแล้ว ช่างน่าอัปยศอดสูเสียจริง..”

 

ก่อนที่ดอนป้าจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ดาบเลเซอร์ก็ฟันเข้าใส่เขาในพริบตา หากเขาไม่ได้มีพลังในระดับแม่ทัพเช่นเดียวกับเธอล่ะก็ คงตามการโจมตีนี้ไม่ทันอย่างแน่นอน เขารีบเบี่ยงตัวหลบและฟันดาบของตนสวนกลับในทันที จนเกิดเป็นประกายไฟเมื่อดาบเลเซอร์ทั้งสองเข้าปะทะกัน

 

ฟู่มมมมม ชี่…….. 

 

ดอนป้าถึงกับเหงื่อไหลออกมาเต็มแผ่นหลัง เขาเกือบตัวขาดครึ่งไปแล้ว “ยังคงชอบเล่นทีเผลอเหมือนเดิมเลยนะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงขึ้นเป็นจักรพรรดินีได้ เพราะใช้วิธีขี้ขลาดแบบนี้สินะ”

 

เคียร่าหัวเราะชอบใจ “ฮิๆ ต่อให้ยั่วข้าแบบไหนข้าก็ไม่โกรธหรอกนะ มันเป็นพื้นฐานของการต่อสู้น่ะ”

 

ดอนป้าจิ๊ปากอย่างขัดใจที่แผนการของตนถูกมองออกอย่างง่ายดาย เขากลับมามุ่งกับการต่อสู้อย่างสุดขีดอีกครัง มือขวาฟาดดาบมือซ้ายเหนี่ยวไก เกิดเป็นคอมโบโจมตีและป้องกันเฉพาะตัวขึ้น จนเคียร่าต้องหันกลับมาเป็นฝ่ายป้องกันแทน ด้วยพลังฝีมือของทังคู่นั้นอยู่ในระดับเดียวกันจึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินผลแพ้ชนะกันในทันที การต่อสู้ของทั้งสองนั้นดำเนินไปนานนับชั่วโมง จนในที่สุดผลแพ้ชนะก็ออกมา

 

ในเวลาสำคัญ เสี้ยววินาทีนั้นดอนป้าก็สังเกตเห็นช่องว่างของเคียร่าได้อย่างชัดเจน เขาจึงฉวยโอกาสนั้นเร่งเข้าเผด็จศึกในทันที เขาทิ้งดาบเพื่อเพิ่มความเร็วของหมัดเข้าโจมตีหน้าท้องของเคียร่าจนเธอถึงกับเบิกตาขึ้นอย่างแปลกใน ด้วยจังหวะแบบนี้เธอไม่สามารถดึงดาบกลับมากันการโจมตีนี้ได้ทันอย่างแน่นอน

 

และแล้วหมัดใหญ่ของดอนป้าก็ปะทะเข้ากับหน้าท้องของเคียร่าเข้าอย่างจัง อาวุธสนับมือที่ติดมากับชุดสูทของดอนป้าระเบิดพลังทำลายออกมาอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น

 

ตู้มมมมมมมมม 

 

หน้าท้องของเคียร่ากลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในพริบตา เลือดและเนื้อกระเซ็นออกจากร่างของเธอไม่หยุด ดอนป้าที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าว

 

“ฮ่าๆ ข้าชนะแล้ว….อ็อก...แคกๆ..”

 

แต่กล่าวยังไม่ทันขาดคำเขาก็กระอักเลือดออกมาคำโต มองไปที่หน้าอกของตนที่มีดาบเลเซอร์ของเคียร่าปักอยู่ มันส่งออร่าเผาไหม้ออกมาจนหลอมละลายชุดเกราะของเขาอย่างง่ายดาย ควันขึ้นฟุ้งลอยออกจากร่างของเขา เหตุจากการที่มันเผาไหม้อวัยวะภายในของเขาจนเสียหายเป็นอย่างมาก

 

“ทะ..ทำไม..” ดอนป้ากล่าวอย่างไม่เข้าใจ ตนโดนโจมตีได้อย่างไร

 

“ฮ่าๆๆๆ ช่างน่าตลกอะไรอย่างนี้ ข้าชนะแล้วอย่างงั้นเหรอ กล่าวคำแบบนี้ออกมาทั้งๆที่ยังไม่ยืนยันว่าศัตรูตรงหน้าตายหรือยังอย่างนั้นเหรอ ช่างอ่อนหัดเสียจริง” เคียร่าหัวเราะขำออกมาอย่างอดไม่ได้ เป็นเธอเองที่จงใจล่อให้ดอนป้าโจมตีเข้ามาเพื่อที่เธอจะได้ปิดฉากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนี้ เรียกได้ว่าเป็นแผนที่มีแต่เผ่าพันธุ์ตายยากอย่างพวกเธอเท่านั้นที่ใช้ได้

 

เมื่อเห็นว่าเคียร่ายังหัวเราะได้ทั้งๆที่บาดเจ็บจนน่าจะตายไปแล้วแท้ๆ ในที่สุดดอนป้าก็เข้าใจว่าตนถูกหลอกอีกแล้ว เขาลืมไปว่าเธอกลายเป็นพวกมนุษย์ไปแล้ว จึงมีร่างกายที่ตายยากอย่างที่ลูกน้องของเขารายงานมา เป็นเขาเองที่พลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนั่นคือความคิดและความเสียใจสุดท้ายก่อนที่สติของเขาจะดับลง

 

…….เฮ้อ เพิ่งได้ชื่อก็ตายเสียล่ะ……..

 

---------------------------------------------------------

ขอบคุณ โดเนท 5.00 ล้านบาท จากคุณโมไนยด้วยครับ

 

สำหรับนักอ่านผู้ใจดี น่ารัก และหล่อเหลาเหมือนกับไรท์ สามารถโดเนทค่ากาแฟได้ที่ true wallet : 0939639931 

หากไม่ต้องการออกชื่อโปรดใส่ข้อความมาด้วยนะครับ

---------------------------------------------------------

ความคิดเห็น