ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 13: ความหวาดกลัวของชาวยูเฟเรีย

ชื่อตอน : เส้นทางวิวัฒนาการที่ 13: ความหวาดกลัวของชาวยูเฟเรีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 614

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2564 14:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เส้นทางวิวัฒนาการที่ 13: ความหวาดกลัวของชาวยูเฟเรีย
แบบอักษร

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 13: ความหวาดกลัวของชาวยูเฟเรีย 

 

เช้าวันต่อมา เหล่าชนชั้นสูงชาวยูเฟเรียทุกคนที่ถูกกัดและแพร่เชื้อใส่ได้กลายสภาพเป็นเผ่าพันธุ์อีโวล็อคเป็นที่เรียบร้อย และพวกเขาก็ทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดไม่ให้ใครสงสัย โดยเฉพาะคนใกล้ตัวของพวกเขา พวกเขาทำงานเป็นสายลับคอยชักนำแพร่กระจายเชื้ออีโวล็อคไปสู่ผู้คนโดยรอบให้ได้มากและรวดเร็วที่สุด

 

ภายในดาวยูเฟเรียถูกแบ่งเขตการปกครองออกเป็นสามประเทศเท่านั้นไม่เหมือนในโลกมนุษย์ที่มีประเทศต่างๆมากมายทำให้ความสามัคคีของทั้งโลกนั้นเป็นไปได้ยาก ประเทศมหาอำนาจทั้งสามของยูเฟเรียนั้นไม่ค่อยมีความขัดแย้งกันถึงขั้นรุนแรงจึงทำให้ไม่ค่อยมีสงครามบนดาวดวงนี้ ส่วนมากจะทำสงครามกับดาวดวงอื่นเสียมากกว่า

 

ในตอนแรกด้วยเทคโนโลยีระดับสูงขนาดนี้อีวานสงสัยว่าดาวเคราะห์ที่ใหญ่กว่าดาวยูเฟเรียถึงสามเท่าที่อยู่ใกล้ๆกันนั้นทำไมถึงยังไม่ถูกยึดครอง ทั้งๆที่เป็นดาวที่ล้าหลังด้านเทคโนโลยีแบบสุดๆยิ่งกว่าโลกมนุษย์ของเขาเสียอีก ถ้าจะให้เทียบกันก็คงจะเป็นสมัยยุคกลางของมนุษย์นั่นล่ะ และคำตอบที่อีวานได้รับจากเคียร่านั้นทำให้เขาตกใจมาก เพราะดาวดวงนั้นซึ่งถูกเรียกว่า คากัส นั้นถูกปกป้องโดยพระเจ้า 

 

เพียงแค่ผู้ศรัทธาชาวคากัสสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าของพวกเขา เมื่อพระเจ้าองค์นั้นทราบเรื่องก็ส่งร่างโคลนจุติลงมาชวยเหลือเหล่าผู้ศัทธา ทั้งๆที่เป็นแค่ร่างโคลนแต่กลับทำลายยานรบขนาดใหญ่นับ 100 ลำได้ในพริบตาเดียว มันเป็นพลังที่อยู่เหนือจินตนาการของชาวยูเฟเรีย และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับบรรพบุรุษของพวกเขาเมื่อราวๆ 100 ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธพลังงาน บาเรียป้องกัน เทคโนโลยีต่างๆล้วนไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าพระเจ้าองค์นั้น

 

ชาวยูเฟเรียนั้นเปรียบได้กับมดเท่านั้นในสายตาของพระเจ้า นั่นทำให้ชาวยูเฟเรียสิ้นหวังและหวาดกลัวที่จะถูกกวาดล้างโดยสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้า แต่โชคดีที่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นเพราะดูเหมือนพระเจ้าองค์นั้นจะไม่ได้ใส่ใจหรือแยแสต่อพวกเขาเลยสักนิด พอทำลายยานรบทั้งหมดทิ้งร่างโคลนนั้นก็สลายไป เหมือนกับว่าหากเสียเวลาให้กับมดปลวกพวกนี้อีกสักวินาทีเดียวจะเป็นสิ่งที่ไร้ค่าเปล่าประโยชน์อย่างที่สุด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวยูเฟเรียก็ไม่กล้าเข้าใกล้ดาวคากัสอีกเลย

 

และอีวานก็ได้รับข้อมูลเสริมอีกเล็กน้อยจากทาเนียว่า เหตุที่ทำให้ผู้มีพลังระดับพระเจ้าองค์นั้นต้องลงมือป้องผู้ศรัทธานั้นถือเป็นเรื่องปกติ เพราะพระเจ้าต่างก็ล้วนได้ประโยชน์จากผู้ศรัทธากันทั้งนั้น พวกเขาได้รับพลังวิญญาณจากเหล่าผู้ ศรัทธา ยิ่งผู้ศรัทธานั้นมีพลังความศรัทธาอันแรงกล้าต่อพวกเขามากเท่าไหร่พระเจ้าองค์นั้นก็จะได้รับพลังวิญญาณมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าผู้ศรัทธาคนหนึ่งจะให้พลังวิญญาณเพียงเล็กน้อยจนเหมือนจะไม่มีค่า แต่หากพลังเล็กๆเหล่านั้นรวมกันสัก พันคน หมื่นคนหรือ พันล้านคนล่ะพระเจ้าองค์นั้นจะได้รับพลังวิญญาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน

 

ยิ่งคากัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่จนเกือบจะสามารถอยู่ในจักรวาลชั้นกลางได้ แถมผู้คนบนดาวเองก็ไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากนักเพราะเทคโนโลยีที่ต่ำ จึงต้องมีแหล่งพึ่งพิงเมื่อเจอกับภัยธรรมชาติ โรคระบาดต่างๆ หรือผู้ที่ประสงค์ร้ายจากภายนอก นั่นยิ่งทำให้พวกเขาชาวคากัสถูกเหล่าพระเจ้าชักจูงได้ง่ายจนกลายเป็นผู้ศัทธาที่คอยผลิตพลังวิญญาณให้ในที่สุด เปรียบเสมือนคนเลี้ยงวัว เมื่อมีหมาป่ามาทำร้ายวัวพวกเขา พวกเขาก็ต้องไล่หรือกำจัดหมาป่าตัวนั้นออกไปก็แค่นั้น

 

แต่การเป็นพระเจ้าด้วยวิธีสะสมพลังวิญญาณของผู้อื่นแบบนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ถึงมันจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดและสบายที่สุดก็ตาม แต่พลังวิญญาณที่ได้รับมาจากผู้อื่นนั้นล้วนไม่ใช่พลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่สามารถดูดซึมและใช้งานได้ทันที พวกมันต่างก็ต้องนำมากลั่นกรองสกัดจนสามารถใช้งานได้ แถมเมื่อสกัดเสร็จแล้วมันก็ยังเป็นพลังวิญญาณที่ไม่ค่อยเสถียรอีก ดังนั้นผู้ที่เพิ่มพลังวิญญาณและทะลวงจนมาถึงระดับพระเจ้าด้วยวิธีนี้ล้วนแต่อ่อนแอกว่าปกติกันทั้งนั้น ถึงจะสามารถเอาชนะผู้ที่มีพลังระดับครึ่งเทพได้แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะผู้ที่มีพลังในระดับพระเจ้าที่บ่มเพาะพลังจนทะลวงขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเองได้ แม้จะอยู่ในระดับเดียวกันก็ตาม

 

ดังนั้นการบ่มเพาะพลังด้วยวิธีนี้จึงไม่เป็นที่นิยมในจักรวาลชั้นใน จะเห็นได้ส่วนมากในจักรวาลชั้นกลางเท่านั้น นั่นเป็นสิ่งที่ทาเนียบอกกับอีวานซึ่งทำให้เขาเปิดประสบการณ์และมุมมองที่กว้างมากขึ้น

 

…………………

 

3 เดือนต่อมา

 

ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ใจกลางเมือง

 

“คุณหมอคะ ตกลงฉันเป็นอะไรกันแน่ หลังจากเล่นคอนเสิร์ตเมื่อวานก็ปวดหัวตัวร้อน แถมยังเจ็บไปทั่วร่างกาย โดย...โดยเฉพาะ….”

 

เธอกล่าวอย่างกระอักกระอวนและเขินอายจนหน้าแดง ส่วนนึงก็เป็นเพราะหมอเบื้องหน้าเธอที่หล่อเหลาเสียยิ่งกว่าดาราคนไหนที่เธอเคยเจอและพบปะด้วย เธอเป็นไอดอลนักร้องหญิงที่ดังในระดับต้นๆของประเทศ แต่หลังจากการแสดงคอนเสิร์ตเมื่อวานพบปะจับมือกับเหล่าแฟนคลับแล้วเธอก็ป่วยทันที จนต้องมาโรงพยาบาลในขณะนี้

 

“อืม ดูจากอาการแล้วคุณน่าจะติดเชื้อไวรัสชนิดไหม่ที่เพิ่งแพร่ระบาดมาได้ไม่นาน เมื่อ 3 เดือนก่อนนี้เอง แต่โชคดีที่เทคโนโลยีการแพทย์ปัจจุบันของเรานั้นก้าวหน้ามาก ทำให้เราสามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้แล้ว เพียงแค่ฉีดมันคุณก็จะหายทันทีภายในหนึ่งวัน แต่ต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าคุณติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จริงหรือไม่ เพราะตัววัคซีนค่อนข้างอันตราย โปรดตามหมอมาที่ห้องตรวจด้วยครับ”

 

“โอเคค่ะหมอ”

 

เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่อาการของเธอสามารถรักษาได้ภายในหนึ่งวัน เพราะอีกสามวันเธอต้องไปเล่นคอนเสิร์ตใหญ่อีกที่หนึ่ง ซึ่งสำคัญมากสำหรับเธอ

 

“เชิญขึ้นนอนบนเตียงด้วยครับ”

 

เธอขึ้นไปนอนอย่างว่าง่าย แต่เอ...ทำไมเตียงมันแปลกๆกันนะ มีที่ล็อคแขนขาด้วย สงสัยจะกันคนไข้ดิ้นละมั้ง เธอคิดขึ้นมาในใจ

 

“หมอต้องขอล็อคตัวนะครับ เพื่อไม่ให้ขยับตัวเดี๋ยวการตรวจและรักษาจะเกิดความผิดพลาด เพราะมีคนไข้บางรายที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง”

 

“โอเคค่ะ”

 

“ขออนุญาตใส่ที่ปิดตานะครับ”

 

เมื่อเธอถูกล็อคแขนขาอยู่บนเตียงแถมยังมาถูกสวมผ้าปิดตาอีก เธอก็เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเธอก็ได้ แต่เมื่อคิดว่าเธออยู่ในโรงพยาบาลอันดับ 1 ของประเทศเธอก็ส่ายหัวทิ้งความคิดนั้นทันที ด้วยศักดิ์ศรีและจรรยาบรรณของโรงพยาบาลอันดับหนึ่งคงไม่ทำอะไรที่นอกเหนือจากการรักษากับคนไข้อย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นโรงบาลแห่งนี้คงถูกสั่งปิดไปแล้ว

 

“หมอจะฉีดยาแล้วนะครับ พร้อมไหมครับ กลัวเข็มไหม แต่ต้องทนนะแปปเดียวไม่เจ็บหรอก”

 

“ค่ะ พร้อมแล้ว...อ๊า...คุณหมอถอดกางเกงฉันออกทำไมกันคะ”

 

“วัคซีนตัวนี้ต้องฉีดที่ก้นน่ะ ต้องขอโทษด้วยครับ มันจำเป็นจริงๆ แปปเดียวเดี๋ยวก็เสร็จแล้วครับอดทนไว้”

 

“อ้านั่นไม่ใช่ก้นนะ ทำอะไรกับฉันกันแน่คุณหมอ”

 

“ต้องขอโทษด้วยครับที่ลืมบอกว่าเข็มของหมอค่อนข้างใหญ่ ทำให้ฉีดลำบากและเจ็บในตอนแรก แต่มันจะรู้สึกดีขึ้นเองหลังจากนี้ คนไข้ไม่ต้องกังวลนะครับ หมอจะฉีดเข็มเข้าไปลึกๆแล้วนะครับ”

 

“อ๊า...ไอ้หมอโรคจิตนี่ไม่ใช่เข็มฉีดยา ไอ้บ้ากาม เอาของของแกออกไป ฉันจะแจ้งความฟ้องแกและโรงบาลแกให้เละเลยคอยดะ...อุก อ๊า อ๊ะ อื่ม..”

 

อีวานไม่รอให้เธอได้พูดจบกระแทกท่อนเอ็นเข้าไปอย่างแรงจนเธอจุก จากนั้นจึงเริ่มขยับเอวกระแทกแท่นเนื้อเข้าออกร่องเสียวของเธอไม่หยุดจนเธอไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำได้

 

---------------------------------------------------------

ขอบคุณ โดเนท 10.00 ล้านบาท จากคุณพิสิษฐ์ด้วยครับ

ขอบคุณ โดเนท 6.00 ล้านบาท จากคุณภูตะวันด้วยครับ

 

สำหรับคำถามที่ถามเข้ามาว่าหายไปไหน เมื่อไหร่จะแต่งต่อ ไรท์ขอตอบให้เข้าใจกันอย่างทั่วถึงและถึงทั่วนะครับว่า ผมไม่ได้หายไปไหนครับ ผมก็มีติดธุระบ้างอะไรบ้าง ผมไม่ได้ลงนิยายแค่ 2 วันเอง ไม่เรียกว่าหายนะครับ ถ้าไม่ได้ลงเป็นอาทิตย์และไม่ได้แจ้งข่าวอะไร นั่นถึงจะเรียกว่าหายครับ และตอนนี้ผมเขียนนิยายลงอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องนี้ที่เพิ่งเขียนกับเรื่อง NW ZERO กำเนิดโลกใหม่ ซึ่งลงเป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้ผมต้องผลัดกันลงวันละเรื่อง ดังนั้นปกติเรื่องนี้จะลงเป็นวันเว้นวันนะครับ ถ้าบางวันขยันหน่อยก็จะลงให้พร้อมกัน 2 เรื่องเลย ดังนั้นก่อนจะบอกว่าไรท์หายกรุณาไปเช็คอีกเรื่องนึงก่อนนะครับว่ายังลงอยู่รึเปล่า ถ้าไม่ลงทั้งสองเรื่องนานเป็นอาทิตย์ค่อยมาท้วงเน้อออออ

 

วันนี้มีชดเชยอีก 2-3 ตอนจะทยอยลงให้เรื่อยๆจนถึงเที่ยงคืนครับ 

 

สำหรับนักอ่านผู้ใจดี น่ารัก และหล่อเหลาเหมือนกับไรท์ สามารถโดเนทค่ากาแฟได้ที่ true wallet : 0939639931 

หากไม่ต้องการออกชื่อโปรดใส่ข้อความมาด้วยนะครับ

---------------------------------------------------------

ความคิดเห็น