facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[8] : พยานล่องหน

ชื่อตอน : [8] : พยานล่องหน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2564 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[8] : พยานล่องหน
แบบอักษร

 

Chapter 8 

'พยานล่องหน' 

 

พลัมเดินออกมาจากห้องนอนก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่าไรอันเดินออกมาจากห้องของเขาพอดี แบบอะไรจะใจตรงกันขนาดนั้น แต่เธอไม่อยากจะเจอเขาไง 

"แหมใจเราตรงกันเลยนะ" ไรอันแซวพลัม 

"มันแค่เรื่องบังเอิญมากกว่าค่ะ" เธอตอบออกไปเสียงเรียบแล้วรีบก้าวเท้าเดินหนีเขา 

"จะรีบไปไหนล่ะ?" 

"อ๊ะ!" เขาพุ่งตัวมาขวางเธอ 

"หลบไปนะคะ" 

"คุยกันก่อนสิคนสวย" 

"หนูไม่อยากคุยกับคนที่ลวนลามหนูหรอกนะคะ" เธอพูดออกไปตรง ๆ เพราะไม่อยากให้เขามายุ่งด้วย 

"ลวนลามอะไรเขาเรียกการทักทายต่างหาก" ไรอันเดินตรงเข้ามาหาพลัมจนเธอตกใจพยายามจะมองหาลู่ทางหนี ให้ตายสิน่ากลัวทั้งพี่ทั้งน้อง 

คนพี่ก็โหดคนน้องก็หื่น 

"ไอ้รันยุ่งอะไรกับพยานฉันอีก" เสียงเข้มของริชาร์ดดังขึ้นเขาเดินตรงปรี่เข้ามาหาน้องชายตัวดีก่อนจะยกมือผลักอกอีกฝ่ายออกไปให้ห่างจากพลัม 

"ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หนูไม่เป็นไร" พลัมรีบหันไปพูดกับริชาร์ด 

"ฉันบอกแกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับเธอ" 

"แค่แหย่เล่นเอง จริงจังกันไปได้" 

"แต่มันทำให้เธอกลัว" 

"นิดหน่อยน่า อย่าซีเรียสได้ปะ" 

"ไปกันเถอะ" 

ริชาร์ดเลือกจะไม่ตอบโต้น้องชายแล้วหันกลับมาหาพลัมแทน เขาจับมือของเธอให้เดินตามมาจนหญิงสาวตกใจแต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออกแต่อย่างใดยอมให้เขาจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน 

"เห้อ~ คนไม่ใช่อะเนอะ" 

ไรอันที่ยืนมองอยู่ที่ชั้นบนพูดบ่นกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นพลัมเดินจับมือไปกับริชาร์ดแบบไม่ขัดขืนพี่ชายเขาสักนิดต่างกับเขาที่กลัวอย่างกับเป็นตัวเชื้อโรคร้ายไปได้ คนมันไม่ใช่ทำอะไรก็ไม่ถูกใจเท่าคนที่ใช่ 

"จะพาหนูไปไหนคะ?" พลัมถามเมื่อเห็นริชาร์ดพาเธอเดินออกมาจากบ้านและมีรถจอดรออยู่ 

"ฉันจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้า" เขาตอบเสียงเรียบ 

"เสื้อผ้าเหรอคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ชุดหนูก็มี" 

"อยู่กับฉันจะมาใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ แบบนั้นได้ยังไงเสียชื่อฉันหมดพอดี เอาเถอะฉันซื้อให้" 

"อ๊ะ!" เขาดันตัวของเธอไปยังรถเหมือนเชิงบังคับจนเธอไม่มีทางเลือกต้องยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดีไม่อย่างงั้นเขาดันจนหัวเธอโขกขอบประตูแน่ ๆ 

ตลอดทางพลัมชักสีหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจที่ริชาร์ดมาบังคับเธอแบบนี้ เหมือนเขาเริ่มจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเธอมากขึ้น จนบางครั้งก็อดจะคิดไม่ได้ว่าเขากำลังคิดว่าชีวิตของเธอเป็นของเขาหรือเปล่านะ ถึงได้คอยสั่งคอยบงการแบบนี้ 

"เป็นอะไร?" เขาหันมาถามเธอเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่เงียบ 

"เปล่าค่ะ" เธอตอบสั้น ๆ แต่อาการชัดเจนว่าไม่พอใจ 

"ไม่พอใจฉันที่พาเธอออกมาซื้อเสื้อผ้าหรือไง?" 

"ไม่พอใจที่คุณเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตหนูมากกว่า" 

คำพูดของพลัมมันทำให้ริชาร์ดถึงกับหน้าเสียไปเลย ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอเบา ๆ ร่างกายร้อน ๆ หนาว ๆ พิกลก่อนจะรีบดึงสติตัวเองกลับมา "ถ้าอย่างงั้นฉันก็ขอโทษที" 

"แบบหนูก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่คุณทำเหมือนเป็นเจ้าของชีวิตหนู" 

"สรุปว่าเธอจะอะไรหรือไม่อะไร ปากบอกไม่อะไรแต่กำลังบ่นฉันเนี่ยนะ?" 

"ก็หนูอึดอัด แค่การต้องมาอยู่บ้านคุณมันก็อึดอัดพอแล้วยังจะต้องมาคอยทำตามที่คุณสั่งคุณต้องการไปเสียหมดทุกอย่างอีก" 

"อยู่กับฉันมันอึดอัดขนาดนั้นเลยเหรอ?" 

เขาจ้องมองหน้าของเธอและคำพูดของเขามันทำให้เธอชะงักปากที่กำลังจะพูด หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะเอาเข้าจริงเธอก็ไม่ได้หมายความว่าอึดอัดมาก ๆ ขนาดนั้น 

"หนูแค่รู้สึกเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงของคุณ" 

"สัตว์เลี้ยงเหรอ? หึ! ฉันล่ามโซ่เธอไว้หรือไง?" 

"ไม่ล่ามมันก็เหมือนล่ามเพราะคุณก็ไม่ยอมให้หนูไปไหนมาไหนคนเดียวเลย" 

"ก็ฉันไม่ไว้ใจเธอไง" 

"ถ้างั้นก็จับหนูล่ามโซ่เถอะมันยังสบายใจกว่าการปล่อยให้เดินไปทั่วบ้านแต่ก็ได้แค่อยู่ในบ้าน มองชะเง้อคอยาวออกไปนอกบ้านเท่านั้น" 

"อ๊ะ!" เขากระชากแขนของเธอเข้าหาจนใบหน้าหวานพุ่งไปหาเขา 

"อยากให้ฉันล่ามโซ่เธอจริง ๆ เหรอไง ฉันทำได้นะ" ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความดุดันจนพลัมตัวแข็งไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดเลยเลือกจะร้องไห้ออกมาแทนเพราะอดทนอดกลั้นไม่ไหว 

"...ฮึก...ฮือ...ฮือ" 

"เป็นอะไรเนี่ย เมื่อกี้ยังเถียงฉอด ๆ ตอนนี้ร้องไห้ซะแหละ" 

ริชาร์ดถึงกับงุนงงเมื่อเจออาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของพลัมเข้าไป วันนี้แปลกสุดเถียงฉอด ๆ อยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนเป็นร้องห่มร้องไห้เฉยเลย 

"จะร้องทำไมเนี่ย" 

"ก็คุณดุหนู...ฮึก...ฮือ...ฮือ" 

"ฉันดุเธอตอนไหน" 

"ก็คุณทำหน้ายักษ์มารใส่หนู" 

"ปกติหน้าฉันก็ยักษ์มารอยู่แล้วไหม" 

"...ฮึก...ฮือ...ฮือ" แต่พลัมก็ไม่สนใจเธอยังคงร้องห่มร้องไห้ออกมาจนริชาร์ดไม่มีทางเลือก เขาเลือกจะดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอดจนเธอตกใจ 

"...คะ...คุณทำอะไรคะ?" เธอถามด้วยความสงสัย 

"ก็กอดปลอบไง เวลาคนเราร้องไห้ก็อยากได้คนปลอบไม่ใช่เหรอ?" 

"แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ การกอดมันควรใช้กับคนที่เป็นแฟนกัน" 

คำพูดของพลัมมันทำให้ริชาร์ดนิ่งไปในทันที เอาตามจริงเขาก็ไม่เคยใช้คำว่าแฟนกับใครนะ ชีวิตก็มีผู้หญิงผ่านมาหลายคนแต่ก็เรียกว่าคู่นอนมันน่าจะเหมาะกว่าเพราะไม่ได้จริงจังด้วย แต่ทำไมพอพลัมพูดเรื่องแฟนออกมาหัวใจของเขาจะต้องหวั่นไหวแบบนี้ด้วย 

"เมอซิเออร์ครับ ถึงแล้วครับ" แต่ตอนนั้นลูกน้องของริชาร์ดก็พูดขัดขึ้นจนเขาได้สติกลับคืนมา 

พลัมเองก็เช่นกันเธอรีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของริชาร์ดในทันทีก่อนจะส่งยิ้มบางให้เขาด้วยความเขินอายเล็กน้อย เขาเองก็เขินจนเสียอาการรีบก้าวลงจากรถ แถมยังเดินตัวปลิวเข้าไปในห้างโดยลืมหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถจนเธอต้องรีบลงจากรถแล้ววิ่งตามเขาอย่างลุกลี้ลุกลน 

"อะไรของคุณเนี่ย?" พลัมวิ่งตามมาถึงตัวริชาร์ดก็ชักสีหน้าบึ้งตึงใส่เขา 

"โทษทีฉันลืม" เขารีบหันมาขอโทษเธอแถมยังอยากจะต่อยหน้าตัวเองที่ทำอะไรติ๊งต๊องแบบนั้นลงไป 

"คุณลืมหนูที่นั่งในรถกับคุณเนี่ยนะ?" 

"แก่แล้วก็มีลืมกันบ้าง" 

"ถ้าจะลืมขนาดนี้ไปรักษาอัลไซเมอร์เถอะค่ะ" 

ว่าจบพลัมก็เลือกจะเดินหนีออกไปด้วยท่าทางขุ่นเคืองใจที่ริชาร์ดลืมเธอเสียได้ ทั้ง ๆ ที่เธอนั่งอยู่ในรถกับเขาเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าห้างมาเฉยเลย อับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขาอีกที่ต้องวิ่งตาม 

"แกผู้หญิงคนนี้เป็นใครอะ?" ผู้หญิงคนหนึ่งหันไปถามเพื่อนที่เดินมาด้วยกันพร้อมมองไปทางพลัมและริชาร์ดที่กำลังงอนง้อกันอยู่เหมือนคู่รักกันไม่มีผิด 

"ผู้หญิงคนใหม่ของคุณริชาร์ดมั้ง แต่ยังเด็กอยู่เลย" เพื่อนที่มาด้วยตอบเสียงแผ่ว 

"เอ้าแบบเนี่ยแหละกรุบกรอบ เด็ก ๆ สาว ๆ เนื้อมันหวาน" 

"แต่คงจะเป็นผู้หญิงคนใหม่แหละพาไปไหนมาไหนด้วยแบบนี้" 

"พนันกันไหมว่าอีกกี่วันหล่อนจะโดนเขี่ยทิ้ง" 

"ฉันให้ไม่เกิน 7 วันหรอก" 

"ฉันว่า 3 วันแค่นั้นแหละ" 

สองสาวต่างนินทาพลัมกันยกใหญ่ด้วยความสนุกสนานเพราะใคร ๆ ก็รู้ดีว่าคนแบบริชาร์ดก็เปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยไม่ได้จริงจังกับใครหรอก พลัมเลยกลายเป็นเกมพนันของคนอื่นไปแบบนั้น 

. 

. 

@บ้านพ่อของพลัม 

"พี่ พี่ มีคนมาหา!" ซาร่าตะโกนเรียกพ่อของพลัมเสียงดังลั่นบ้านจนอีกฝ่ายที่อยู่หลังบ้านต้องรีบเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่พอใจ 

"จะตะโกนห่าอะไรนักหนานังคนนี้" เขาพูดบ่นเมียรักด้วยสีหน้าหงุดหงิด 

"ก็หูตึง ๆ แบบพี่ไม่ตะโกนจะได้ยินเหรอ นู้นมีคนมาหาหน้าบ้าน" 

"เออ ๆ นังนี่นิ ปากอมไมค์ไว้หรือไง แหกปากอยู่ได้" 

พ่อของพลัมเดินไปบ่นไปด้วยความหงุดหงิดก่อนจะมาหยุดที่หน้าบ้านที่มีผู้ชายสองคนยืนคอยอยู่ ทันทีที่เห็นพ่อของพลัมทั้งสองคนก็รีบเข้ามาแสดงตัวในทันที 

"สวัสดีครับ คุณจอห์นพ่อของคุณพลัมใช่ไหมครับ?" 

"ใช่ มีอะไรกับลูกสาวฉัน?" จอห์นถึงกับขมวดคิ้ว 

"ผมเดอฟรองซ์และนี่คู่หูผมโอเรเตลเรากำลังทำคดีการฆาตกรรมนายเจเรมี่ มาซิโออยู่ ซึ่งคุณพลัมคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ เราอยากจะมาถามอะไรเธอเพิ่มเติมหน่อย แต่ไปที่ห้องเช่าของเธอไม่เจอเธอก็เลยคิดว่าเธออาจจะกลับมาอยู่บ้านเลยตามมาถามครับ" 

"เธอไม่ได้กลับบ้าน" แต่คำตอบของจอห์นก็ทำให้สองคู่หูหันมองหน้ากัน 

"ก็ถ้าคุณไม่เชื่อจะเข้าไปค้นในบ้านหรือถามคนแถวนี้ก็ได้ เธอไม่ได้กลับมาบ้านจริง ๆ จะว่าไปเธอก็ไม่โทรหาผมมา 2-3 วันแล้ว แปลกเหมือนกัน ปกติจะโทรทุกวัน" 

"นี่ลูกสาวคุณหายตัวไป 2-3 วันแต่ไม่แจ้งตำรวจเหรอครับ?" เดอฟรองซ์ถามด้วยความสงสัย 

"ก็เด็กวัยรุ่นอะคุณตำรวจ อาจจะไปเที่ยวต่างเมืองกับเพื่อนลืมพ่อลืมบ้านเป็นธรรมดา ไว้เที่ยวเสร็จก็คงกลับมา" 

แต่จอห์นก็ยังคงตอบด้วยท่าทีเรียบเฉยไม่ได้แลดูห่วงใยพลัมสักเท่าไหร่เพราะสำหรับเขา ลูกสาวคนนี้ก็มีหน้าที่แค่หาเงินให้เท่านั้น นอกเหนือจากนี้เขาก็ไม่ได้สนใจมาก อยากจะไปไหนทำอะไรก็ไปแต่สิ้นเดือนเงินต้องถึงมือเขา 

"งั้นพอจะรู้ไหมครับว่าเธอไปกับเพื่อนคนไหน?" โอเรเตลถาม 

"ฉันไม่รู้หรอก ไม่ได้จับตาลูกสาวขนาดนั้น" 

"รู้ไหมครับว่าคดีนี้มีมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้อง ลูกสาวของคุณอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้นะครับ" เดอฟรองซ์กล่าว 

"งั้นมันก็ต้องเป็นหน้าที่ตำรวจและนักสืบแบบพวกนายไม่ใช่เหรอที่ต้องตามหาลูกสาวฉันในฐานะพยานคนสำคัญ ต้องปกป้องดูแลสิจะมาคาดคั้นอะไรกับฉันที่เป็นพ่อ ปืนสักกระบอกจะปกป้องลูกสาวยังไม่มี" 

คำพูดของจอห์นมันทำให้สองคู่หูต่างเอือมระอาในพ่อคนนี้ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย "งั้นพวกผมขอตัวไปตามหาและปกป้องลูกสาวของคุณก่อนนะครับ" 

"ลาครับ" โอเรเตกล่าวเสริมก่อนที่สองคู่หูจะพากันเดินออกจากรั้วบ้านไป 

"นังตัวดี แกไปอยู่ที่ไหนเนี่ย" 

หลังจากที่คู่หูออกไปแล้วจอห์นก็บ่นออกมาอย่างหัวเสียยังคงแสดงออกถึงความไม่ใส่ใจในตัวพลัมนัก ประหนึ่งจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง 

 

 

❤️ สงสารพลัมมีพ่อแบบนี้ คือเอาลูกมาอยู่ด้วยไม่ใช่เพราะอยากเลี้ยงดูลูกหรอก เอาลูกมาเพื่อมาเลี้ยงดูตัวเองมากกว่าถึงได้รอให้พลัมเรียนจบมัธยมปลาย อายุ 18 บริบูรณ์ก่อนจะได้ทำงานได้ 

ความคิดเห็น