facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : MW 05 : You take mine away from me

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 01:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
MW 05 : You take mine away from me
แบบอักษร

 

You take mine away from me

 

 

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางตกกระทบลงบนเปลือกตาของผมที่กำลังนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ตัวขยับพลิกไปมาเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาของใครบางคน แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสม่านตาให้ชินกับแสงสว่าง

 

งื้อออ...เช้าแล้วเหรอ

 

ขอนอนต่ออีกห้านาทีได้ไหม

 

“อรุณสวัสดิ์ครับเธอ” เสียงนุ่มอันแสนคุ้นเคยดังในระยะที่ได้ยินชัดเจน

 

คุณมาร์โคยังอยู่ที่นี่อยู่อีกเหรอ?

 

“อื้อออ...ทำไมคุณถึงยังอยู่อีกล่ะ”

 

ผมพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความงัวเงีย พลางยกมือขยี้รอบดวงตาราวกับเด็กที่ถูกปลุกตื่นนอนกลางคัน อยากนอนต่อใจจะขาด แต่วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก ผมไม่อยากไปเรียนสายหรอกนะ

 

เมื่อเปลือกตาเปิดจนเต็มความกว้าง ผมก็มองไปตามเสียงทักทาย คุณมาร์โคนอนตะแคงข้างมือเท้าศีรษะมองผมตาไม่กะพริบ

 

โอ้โห! สุดแสนจะหล่อ

 

ว่าแต่เขานอนมองผมมานานแค่ไหนแล้วนะ เขาต้องเห็นผมนอนน้ำลายไหลยืดแน่เลย

 

หมดกันความหล่อที่สะสมมา

 

“เมื่อคืนเธอไข้ขึ้น พี่ไม่อยากปล่อยให้เธออยู่คนเดียว”

 

ฝ่ามือหนาวางลงบนศีรษะของผมแล้วลูบเบาๆ ถึงว่าล่ะเมื่อคืนรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ พิกล ที่แท้ก็ไข้ขึ้นนี่เอง

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

ตอนนี้อาการไข้ของผมทุเลาลงจนแทบหายเป็นปกติ แต่ว่าในฉลากยาคุมฉุกเฉินสำหรับโอเมก้าบอกเอาไว้ว่าร่างกายจะจับไข้เพื่อฟื้นฟูประมาณหนึ่งสัปดาห์ แล้วทำไมผมถึงหายไข้ตั้งแต่วันที่สามล่ะ หรือว่าร่างกายของผมแข็งแรงกว่าโอเมก้าคนอื่นเลยหายเร็วกว่าปกติ พลันสายตาเหลือบไปเห็นกะละมังสเตนเลสกับผ้าขนหนูสีขาวที่ถูกใช้แล้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

 

อย่าบอกนะว่า...

 

“คุณเช็ดตัวให้ผมเหรอ?”

 

“ตัวเธอร้อนมากพี่เลยเช็ดตัวให้ ไข้จะได้ลดไงครับ” เขานาบหลังมือไปตามกรอบหน้าไล่จนถึงซอกคอราวตรวจวัดความร้อนจากร่างกาย

 

“ทะ...ทั้งตัว?”

 

“ทุกซอกทุกมุมครับที่รัก”

 

ทุกซอกทุกมุมเหรอ!

 

คนเจ้าเล่ห์ยกยิ้มมุมปากก่อนรีบลงจากเตียงหยิบกะละมังเดินหายเข้าไปในห้องน้ำไม่รอฟังผมโวยวาย นอกจากเช็ดตัว หวังว่าเขาคงจะไม่ทำมิดีมิร้ายกับร่างกายของผม

 

“วันนี้เธอนอนพักนะ ไม่ต้องไปเรียน”

 

คุณมาร์โคเดินกลับออกมานั่งลงบนขอบเตียง เขาไม่ได้ใส่เสื้อแหวกอกตัวเมื่อคืนแล้ว เพราะตอนนี้เขาสวมชุดสูทเรียบกริบเป๊ะตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพร้อมออกไปทำงาน

 

“ผมไม่อยากขาดเรียนตั้งแต่วันแรก” ผมลุกนั่งจุมปุ๊กพลางยกแขนเหยียดอ้าออกกว้างไล่ความง่วง

 

“เธออย่าดื้อ วันนี้พี่ต้องกลับซิซิลีไปเคลียร์งาน ถ้าเธอเป็นอะไรมาพี่จะทำยังไง”

 

คุณมาร์โคขมวดคิ้วคล้ายคิดหนัก แค่คู่นอนคืนเดียว ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นห่วงอะไรนักหนา

 

“ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณให้ผมไปเรียนนะ”

 

“อืมก็ได้ แต่พี่จะให้คนคอยดูแลเธออยู่ที่นี่”

 

“คุณกลัวผมหนีไปอีกหรือไง? แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกผมล่ะว่าจะให้ผมรับผิดชอบคุณยังไง เราจะได้ไม่ต้องมาเจอกันอีก”

 

ผมล่ะเหนื่อยใจกับเขาจริงๆ ขนาดว่าหนีมาจากสเปนเขายังตามมาถูก แล้วคิดเหรอว่าถ้าผมหนีไปอีกเขาจะตามตัวไม่เจอ

 

“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ถ้าคิดออกแล้วจะบอก”

 

ผมได้แต่ถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของคนตรงหน้า วันนั้นผมไม่น่าฮีทแล้วเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมดเลย แต่ก็ถือว่าโชคยังเข้าข้างที่เขาไม่ได้กัดคอผูกพันธะ ผมเลยยังพอมีโอกาสที่จะได้เป็นอิสระ แค่รอเวลาให้เขาเบื่อผมไปเอง

 

ขอปฏิทินหน่อยครับจะเอามาขีดฆ่าไปทีละวัน พนันได้เลยว่าไม่เกินหนึ่งเดือน

 

“อื้อ...ตามใจ งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน”

 

ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวบนราวแขวนมาพาดไว้บนบ่า ทว่ามือปลาหมึกของคุณมาเฟียกลับรั้งเอวผมไปนั่งลงบนตักของเขา

 

“เธอครับ พี่ต้องกลับไปทำงานแล้ว กว่าจะได้กลับมาหาเธอก็อีกตั้งสามวัน พี่จะไม่ใจขาดตายก่อนหรือไง”

 

สามวัน!

 

โอ้โห...ชีวิตของผมจะได้เป็นอิสระจากเขาตั้งสามวันแหนะ

 

“สามวันงานจะเสร็จเหรอคุณ ค่อยๆ ทำก็ได้ไม่ต้องรีบ เผื่องานผิดพลาดขึ้นมา ต้องเสียเวลาแก้อีกนะ”

 

ผมล่ะอยากให้งานท่วมหัวเขาเหลือเกิน เขาจะได้ไม่มีเวลามาวุ่นวายกับชีวิตของผม

 

“ขอกำลังใจหน่อยสิ”

 

“ตั้งใจทำงานนะครับ”

 

“แค่นี้เองเหรอ?”

 

เอ้า! ก็ขอกำลังใจ ผมก็พูดให้กำลังใจแล้วไง จะเอาอะไรอีก

 

ผมหันไปมองหน้าหงอยของคุณมาร์โค เขาดูเหมือนหมาป่าตัวโตกำลังอ้อนขอความเห็นใจ

 

“เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงเครื่องจะออก”

 

“แล้วไงครับ?”

 

สายตาแพรวพราวดูไม่น่าไว้ใจทำให้ผมต้องรีบดีดตัวลุกออกจากตักวิ่งเข้าห้องน้ำทันที ขืนชักช้ามีหวังถูกอัลฟ่าเจ้าเล่ห์กลืนลงท้องแน่

 

มันจะไม่มีครั้งที่สอง!

 

 

ผมยืนติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนหน้ากระจกเงาบานยาวแบบเต็มตัวที่ตั้งพิงกำแพงข้างโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนเก็บชายเสื้อเข้าในกางเกงสแลคขาห้าส่วน มือยกเซตผมบลอนด์ทองจนเข้าทรง พลางหยิบสร้อยเงินจี้ปลาดาวมาสวมลงบนคอ สายตามองผ่านกระจกสำรวจความเรียบร้อย

 

“หล่อที่สุดก็ไรวินท์คนนี้นี่แหละ”

 

ไหนๆ ก็ไม่เคยมีใครชมว่าผมหล่อ มีแต่คนชมว่าน่ารัก งั้นผมชมตัวเองก็ได้ ไม่ง้อหรอก

 

ผมหยิบกระเป๋าเป้สีน้ำเงินที่ภายในมีโทรศัพท์มือถือ สมุดโน้ต กระเป๋าสตางค์ และไอแพดคู่ใจ ขึ้นมาสะพายหลังก่อนเดินออกจากห้องนอนอย่างอารมณ์ดี หลังจากคุณมาร์โคกลับไปได้ไม่นาน น้องสาวของผมก็วิดีโอคอลมา เธอบอกว่าถ้าเธอปิดเทอมเมื่อไหร่ พ่อกับแม่จะพาเธอมาเยี่ยม ผมอยากให้พวกเขามาหาเร็วๆ ผมจะกอดพวกเขาไม่ปล่อยเลย

 

คิดถึง...

 

“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้น”

 

เบต้าชายหน้าตาหล่อเงยหน้าจากชามซีเรียลมองผมที่เดินยิ้มออกมาจากห้องนอน ผมเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคนตัวสูงพลางมองอาหารนานาชนิดบนโต๊ะ

 

ว่าแต่ของกินพวกนี้มาจากไหนกัน?

 

“ฮุนซื้อของกินพวกนี้มาเหรอ”

 

“เปล่าอะ นู่นคนซื้อ”

 

เขาพยักพเยิดหน้าไปทางโซฟาตรงมุมห้องนั่งเล่น ชายฝรั่งร่างยักษ์นามว่าอันเดรนั่งนิ่งมองมาทางพวกเรา

 

คุณมาร์โคเอาจริงเหรอเนี่ย!

 

“ผู้ชายคนเมื่อคืนเป็นแฟนวินเหรอ”

 

“เปล่า ไม่ใช่” ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“เรานึกว่าเป็นแฟนวินเสียอีก เมื่อคืนเราเห็นเขาไม่ได้นอนเลย เขาออกมานั่งเปิดไฟทำงานอยู่ห้องนั่งเล่น แล้วก็เดินเข้าๆ ออกๆ ห้องวินทั้งคืน”

 

“ฮุนรู้ได้ไงอะ”

 

“เรานอนไม่หลับเลยออกมาหาอะไรกิน เราชวนเขาคุย แต่เขาไม่คุยกับเราเลย แถมยังทำหน้าโหดใส่เราด้วย น่ากลัวชะมัด”

 

จีฮุนยู่ปากทำหน้างอคอหักเหมือนเด็กเพิ่งถูกพ่อแม่ดุมา ดูท่าแล้วคุณมาร์โคคงจะแผงฤทธิ์ใส่เพื่อนร่วมห้องของผมเสียแล้วสิ

 

ร้ายกาจ!

 

การเรียนวันแรกผ่านไปด้วยความทุลักทุเล เริ่มตั้งแต่วิ่งหนีคุณอันเดรไปขึ้นรถโดยสารประจำทาง ซ้ำร้ายรถคันข้างหน้าดันเกิดอุบัติเหตุกีดขวางการจราจร ผมกับจีฮุนเลยตัดสินใจลงเดินไปมหาวิทยาลัยแทน พอมาถึงก็ดันเข้าห้องผิดเพราะอาจารย์เปลี่ยนห้องเรียนกะทันหัน แถมยังเข้าไม่ทันฟังอาจารย์แนะนำรายวิชาและจัดกลุ่มทำรายงาน ผมกับจีฮุนเลยต้องระหกระเหินไปจับกลุ่มกับเพื่อนใหม่ที่มาถึงทีหลัง คนแรกเธอเป็นหญิงสาวผมบลอนด์ตัวสูงพอๆ กับผมชื่อว่าแคทเทอรีน ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักชื่อว่ามิโกะ

 

รายงานวิชาประวัติศาสตร์สากลที่อาจารย์สั่งมีกำหนดส่งภายในวันศุกร์หน้า พวกเราทั้งสี่คนเลยตกลงกันว่าเลิกเรียนจะไปหาหนังสือที่ห้องสมุด แต่ประธานรุ่นกลับแจ้งว่าคืนนี้จะมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาทุนปริญญาโท พวกเราเลยต้องเปลี่ยนแผนและรีบกลับไปเตรียมตัวเพื่อไปร่วมงานเลี้ยง

 

 

โรงแรมฟิโอเรนซ์ตั้งโดดเด่นบนเชิงเขาแอเพนไนน์ ตัวอาคารตกแต่งสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลักอันงดงามตามแบบฉบับโรมัน ถึงแม้ว่าโรงแรมแห่งนี้จะอยู่ห่างจากกรุงโรมกว่าสองร้อยกิโลเมตร แต่ถึงอย่างนั้นห้องพักก็ถูกจองเต็มยาวเหยียดไปจนถึงปลายปีหน้า

 

บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมถูกแบ่งออกเป็นสามโซน โซนแรกเป็นโดมแก้วขนาดใหญ่สามารถจุคนได้มากกว่าหนึ่งพันคน โซนที่สองจัดเป็นสวนหย่อมสไตล์วินเทจสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และโซนสุดท้ายคือร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งถือว่าเป็นโซนยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวที่ชอบการดื่มไวน์รสเลิศร่วมกับสเต็กเนื้อแกะสูตรพิเศษ และเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีคลาสสิกอันไพเราะ

 

สายตานับสิบต่างจับจ้องมายังผมกับจีฮุน ขณะกำลังเดินเข้ามาภายในโดมแก้วยักษ์ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับเหล่านักศึกษาทุนปริญญาโทของบริษัทอาร์มาเรล คอร์เปอเรชั่น

 

“ฮอตจังนะ”

 

ผมเอ่ยแซวคนที่ยืนเก๊กหน้าหล่ออยู่ข้างๆ รูมเมทของผมมีรูปร่างและหน้าตาหล่อเหลาอย่างกับพระเอกซีรีย์เกาหลีที่แม่กับน้องของผมคลั่งไคล้

 

หล่อเกินไปจนใจเจ็บ

 

“วินก็เหมือนกันนั่นแหละ พอวินใส่ชุดสูทสีขาวแล้ว วินดูเหมือนเจ้าชายตัวน้อยน่ารัก”

 

คนตัวสูงกว่าวางมือลงบนกลุ่มผมสีบลอนด์แล้วลูบเบาๆ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนต้องชอบเล่นหัวผมด้วย ผมไม่ใช่แมวน้อยสักหน่อย

 

“น่ารักอีกแล้ว ชมว่าหล่อบ้างไม่ได้หรือไง”

 

เฮ้อออ! เมื่อไหร่จะถูกชมว่าหล่อสักทีนะ

 

“น่ารักนั่นแหละเหมาะกับวินที่สุดแล้ว” จีฮุนแย้มยิ้มจนตาเป็นสระอิ

 

“ฉันขอยืมเพื่อนนายหน่อยนะ”

 

เสียงหวานของแคทเธอรีนเอ่ยบอก ก่อนร่างสูงระหงในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเลือดนกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนจะเดินเข้ามาคล้องแขนของจีฮุน ผมพยักหน้าส่งยิ้มมีเลศนัยให้กับท่าทางของเพื่อนสาวคนสวย

 

ฮอตเหลือเกินเพื่อนผม

 

ท้องฟ้าคืนนี้ปลอดโปร่งแจ่มใสปราศจากการรบกวนของกลุ่มเมฆหมอก พระจันทร์ดวงโตลอยเด่นกลางท้องนภา ดาวนับพันล้านดวงเปล่งประกายระยิบระยับพร่างพราวราวเพชรเม็ดงาม สวยเสียจนอยากเอื้อมไปเก็บเอามาไว้ข้างกาย

 

“ทำไมมายืนอยู่คนเดียว”

 

เสียงเข้มดังมาจากทางด้านหลัง ผมหันกลับไปมองยังที่มาของเสียง ร่างสูงน่าเกรงขามเจ้าของคำถามเดินมาหยุดยืนตรงหน้า ใบหน้าหล่อคมรับกับดวงตาสีเทาอมฟ้าเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย

 

เอ๊ะ! เขาคือเจ้าของปากกาสเตนเลสด้ามนั้นนี่นา

 

“อ้าวคุณ...สวัสดีครับ บังเอิญเจอกันอีกแล้ว”

 

ผมเอ่ยทักทายคนตรงหน้า คนตัวสูงพยักหน้าลงตอบรับแล้วยิ้มออกมา ก่อนเดินไปพิงราวระเบียงหินอ่อน

 

“แล้วที่ผมถามไปล่ะ”

 

“อ๋อ...มาดูท้องฟ้าน่ะครับ”

 

ผมยิ้มก่อนหันกลับไปเอาแขนค้ำกับราวระเบียงเงยหน้ามองท้องฟ้าดังเดิม เมื่อเขาเห็นผมทำอย่างนั้นเขาก็เงยหน้ามองตาม

 

“ชอบเหรอ?”

 

“ชอบมากครับ ดูแล้วคิดถึงบ้าน ดูแล้วสบายใจ”

 

ทุกวันหยุดยาว ครอบครัวของผมมักจะไปกางเต็นท์นอนบนอุทยานแห่งชาติเพื่อดูดาว เพราะน้องสาวของผมชอบดูดาวเป็นชีวิตจิตใจขนาดถึงขั้นเลือกเรียนสาขาดาราศาสตร์ และการได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวมันเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมากที่สุด

 

“ถ้าคุณชอบก็มาบ่อยๆ สิ”

 

“ถ้ามีโอกาสนะครับ ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอ”

 

ดูจากการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพงแล้ว ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะเป็นนักศึกษาเหมือนกันกับผม แล้วเขามาทำอะไรที่นี่กันนะ

 

“แค่มาเป็นแขกในงานเลี้ยง แล้วคุณชอบงานนี้ไหม”

 

“ครับ อาหารอร่อย แต่ที่ผมชอบที่สุดก็กลิ่นหอมของดอกไม้กับท้องฟ้าตอนนี้”

 

อาหารนานาชาติถูกจัดแบบบุฟเฟต์ แต่ผมเลือกกินเฉพาะอาหารที่ไม่ได้ทำมาจากแป้งสาลีเพราะผมแพ้ เมื่อตอนเป็นเด็กผมแพ้ถึงขนาดที่ว่าต้องหามส่งโรงพยาบาล หน้าแดงตัวแดง หายใจไม่ออกจนเกือบไม่มีชีวิตรอด ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เข้าใกล้อาหารที่ทำจากแป้งสาลีอีกเลย

 

“อืม...ดีใจที่ชอบนะ ผมขอตัวกลับเข้าไปข้างในงานก่อนแล้วกัน”

 

“คุณชื่อ...”

 

คนหรือผี หายไปเร็วขนาดนั้น

 

 

กริ๊ง! กริ๊ง!

 

เสียงกระดิ่งดังขัดช่วงเวลาแห่งความสุข ผมที่กำลังยืนคุยอยู่กับจีฮุนและกลุ่มเพื่อนหันกลับไปมองทางต้นเสียง คุณโรเบอร์โตยืนอยู่บนเวทีท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้สีขาวนานาชนิดส่งกลิ่นหอมลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณ ผมชอบกลิ่นดอกไม้พวกนี้จริงๆ เห็นทีว่าวันหยุดต้องไปหามาปลูกที่ระเบียงหลังห้องเสียแล้วสิ

 

“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับ ผมโรเบอร์โต ฟรันโก เป็นผู้ดูแลพวกคุณทุกคน”

 

เสียงปรบมือดังก้องอย่างให้เกียรติ ผมจับก้านแก้วไวน์แดงที่บริกรนำมาเสิร์ฟหมุนวนก่อนยกขึ้นดื่ม

 

รสชาตินุ่มละมุนเหลือเกิน

 

ขออีกสักแก้วได้ไหมนะ

 

“วันนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านประธานจะลงมาพบพวกคุณทุกคนด้วยตัวเอง”

 

“เอาจริงดิ ปกติถ้าไม่ใช่เพื่อนนักธุรกิจหรือคนสนิทเข้าถึงตัวเขายากจะตาย” จีฮุนโพล่งออกมาอย่างตกตะลึง

 

“รู้จักเขาด้วยเหรอ”

 

“วินไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้จักคุณฟาเบียน อาร์มาเรล”

 

ผมได้แต่ส่ายหัว ผมไม่ได้สนใจติดตามคนในแวดวงสังคมนักธุรกิจ ถ้าเป็นคนในวงการนักเขียน นักประวัติศาสตร์ก็ว่าไปอย่าง

 

“ที่เรากำลังยืนอยู่เนี่ยก็ธุรกิจของเขา ตึกที่เราพักอยู่ก็ของเขา ถ้าจะให้ไล่ธุรกิจทั้งหมดของเขาก็คงใช้เวลาเป็นเดือน” จีฮุนยิ้มขำกับท่าทางตกใจของผม 

 

“เสียอย่างเดียวมีข่าวกับโอเมก้าเยอะไปหน่อย”

 

อืม...นั่นก็แสดงว่าเขาเจ้าชู้พอตัว ถึงได้มีข่าวฉาวออกมาจนคนจำได้ แต่ผมก็ไม่แปลกใจที่ได้ยิน เพราะพวกนักธุรกิจชอบเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น พอเบื่อก็ทิ้งแล้วก็หาใหม่ คุณมาร์โคก็คงจะเป็นเหมือนกัน

 

แล้วผมจะคิดถึงเขาทำไมเนี่ย

 

“รู้ดีไปทุกเรื่องเลยเนอะ”

 

เสียงปรบมือดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโดมทำเอาพวกเราสองคนที่กำลังคุยกันอย่างออกรสหันไปมอง ผู้ชายตัวสูงคนที่ผมยืนคุยด้วยในสวนด้านนอกกำลังเดินขึ้นบนเวทีด้วยท่าทางสง่างาม

 

“นั่นแหละคุณฟาเบียน อาร์มาเรล” จีฮุนกระซิบบอกผมที่กำลังยืนอ้าปากค้าง

 

“สวัสดีครับทุกท่านผมฟาเบียน อาร์มาเรล ยินดีที่ได้พบพวกคุณทุกคนนะครับ พวกคุณหลายคนน่าจะรู้จักผมกันแล้ว”

 

ท่านประธานพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองหากแต่สายตากลับมองผมที่เอาแต่ทำหน้าเหวอ ปากหยักยกยิ้มด้วยความเอ็นดู

 

“แต่ใครที่ยังไม่รู้จักผม หวังว่าเราคงจะรู้จักกันมากขึ้นนะครับ ขอให้ทุกท่านสนุกกับงานเลี้ยงคืนนี้”

 

 

มือของจีฮุนรั้งเอวของผมเอาไว้อย่างกลัวว่าผมจะทรุดลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น เมื่อเห็นว่างานเลี้ยงใกล้เลิก ผมกับจีฮุนและเพื่อนอีกสองสามคนก็ออกจากงานมารอรถของทางโรงแรมเพื่อกลับห้องพัก แต่ผ่านไปกว่าสิบนาทีรถก็ไม่มีทีท่าว่าจะมา และตอนนี้ผมก็เริ่มรู้สึกปวดหัวหนึบเหมือนมีคนมาบีบแรงๆ

 

ไม่น่าซ่าดื่มไวน์ที่เพื่อนๆ คะยั้นคะยอให้ดื่มเล๊ย!

 

สติยังพอมี แต่ไม่ค่อยสมบูรณ์สักเท่าไหร่

 

“วินนายโอเคเปล่า?”

 

“อึก! ไหว แค่สิบแก้วเองจิ๊บๆ”

 

แสงไฟสีขาวสาดส่องมาจนผมต้องยกมือบังแสงจ้า รถเบนท์ลีย์สีดำเงาคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดสนิทก่อนกระจกติดฟิล์มดำจะค่อยๆ เลื่อนลง

 

“พาไรวินท์ขึ้นรถ”

 

อื้อ...คุณฟาเบียนเหรอ เขาบอกให้จีฮุนพาผมขึ้นรถใช่ไหม งั้นเราไปกันเถอะ ผมอยากนอนมุดผ้าห่มจะแย่

 

“ไม่เป็นไรครับคุณฟาเบียน ผมกำลังรอรถของโรงแรมเดี๋ยวก็คงมาแล้ว ขอบคุณนะครับ”

 

“คุณคิดว่าจะมีใครกล้าขัดคำสั่งผมไหม”

 

“กูไง!”

 

นั่นเสียงของคุณมาร์โคนี่นา ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ไหนบอกว่าจะกลับไปทำงาน แล้วไหงมาอยู่นี่ได้? 

 

คิดถึงผมล่ะสิท่า

 

อึก! เหมือนจะอ้วกเลยแหะ

 

“มึงมาเหยียบที่นี่ทำไม”

 

ทำไมคุณฟาเบียนกับคุณมาร์โคพูดไม่เพราะ นิสัยไม่ดีเลย อึกกก!

 

“กูมารับคนของกู มึงมีปัญหาอะไรไหม”

 

“ไรวินท์อยู่ในการปกครองของอาร์มาเรล นั่นเท่ากับว่าไรวินท์เป็นคนของกูต่างหาก”

 

คุณมาร์โคเอื้อมมือมาดึงผมออกจากจีฮุนเข้าไปไว้ในอ้อมแขน ตัวของคุณมาร์โคอุ่นจัง ว่าแล้วก็ขอกอดหน่อยนะ

 

หมับ!

 

“หึ! มึงกลับบ้านไปนอนฝันเถอะ”

 

“กูนอนฝันดีแน่ เพราะกูรู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง”

 

คุณมาร์โคดูหัวเสียเอามากๆ เขาประคองผมเดินไปยังรถโรลซ์รอยส์ที่จอดรออยู่ไม่ไกล ส่วนจีฮุนเขาไม่ได้เดินตามผมมา ผมคิดว่าเขาน่าจะกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง

 

ลูกน้องคนสนิทอย่างเควินทำหน้าที่เปิดประตูรถให้คนเป็นนาย คุณมาร์โคเอามือวางบนศีรษะของผมแล้วกดลงเบาๆ กันไม่ให้หัวของผมชนขอบประตู เมื่อประตูปิดลง ฉากกั้นห้องโดยสารสีดำทะมึนก็เลื่อนลงปิดกั้นระหว่างเบาะหน้ากับเบาะหลังจนแนบสนิท

 

“เธอครับ ทำไมเธอดื่มเยอะขนาดนี้”

 

เสียงทุ้มเอ็ด ผมเอนศีรษะลงซบไหล่กว้างของคุณมาร์โค นิ้วยาวไล้ตามกรอบหน้าพลางปัดปอยผมยาวออกทัดหู

 

“เธอรู้ไหมว่าพี่เป็นห่วง”

 

ผมเงยหน้ามองคนตัวสูง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยความห่วงใย ผมทำให้เขาเป็นห่วงอีกแล้วสินะ

 

“อึก! อื้อ...ขอโทษนะ”

 

มือรั้งลำคอแกร่งให้โน้มลงมาจนริมฝีปากของเราสัมผัสกันพร้อมมอบจูบเบาบางอย่างขอโทษ ไม่รู้ว่าทำไมในความคิดความรู้สึกของผมตอนนี้กลับมีคุณมาร์โคอยู่เต็มไปหมด

 

“คุณ...ทำไมตัวคุณหอมจัง”

 

กลิ่นแชมเปญหอมหวานลอยคลุ้งออกจากคนตัวสูงจนอดใจไม่ไหว ผมขยับตัวไปนั่งคร่อมลงบนตักของคุณมาร์โคแล้วซุกหน้าลงกับซอกคอสูดกลิ่นหอมรัญจวนใจ

 

อยากลิ้มรสแชมเปญของคุณมาร์โคอีกแล้ว

 

“ตัวเธอก็หอม”

 

ปลายจมูกโด่งคลอเคลียไปตามคอระหงพร้อมกดจูบไล่มาและงับใบหูของผมเบาๆ

 

“จากนี่ถึงโรมสองชั่วโมง...”

 

เสียงทุ้มกระซิบข้างหู มือหนาลูบสะโพกกลมมนกระตุ้นอารมณ์ ผมละจากซอกคอมารับริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดแลกเปลี่ยนความหวาน นิ้วไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มทีละเม็ดจนเผยลอนกล้ามท้องเรียงสวย

 

“สองชั่วโมงเหรอ...”

 

ผมเลื่อนตัวนั่งลงข้างล่างตรงหว่างขาของเขา มือลูบไปตามต้นขาแข็งแรงพลางเงยหน้ามองอ้อน

 

“อื้อ...คุณมาร์โค น้องวินง่วง น้องวินขอนอนนะ”

 

แก้มเนียนซบลงแกนกลางลำตัวแทนหมอนนุ่มพร้อมยกแขนกอดขายาวราวกับว่ามันเป็นหมอนข้างใบโปรด เปลือกตาบางค่อยๆ หลับพริ้มลง ปล่อยให้ร่างกายเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

“ทำไมเธอทำกับพี่แบบนี้”

 

 

 

 

 

 

---------------------------------------

 

ฝากเล่นแท็กในทวิตเตอร์ #มนัสวินทร์

 

ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

 

To be continued...

 

คุณฟาเบียนก็ไม่เบาเหมือนกันนะเนี่ย นายท่านยอมเหรอ? แต่พบคนเมาหลับแล้วหนึ่ง ยัยน้องงงงงง!

 

 

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ และคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ❤🙏

 

 

 

 

 

ถ้าคุณรีดคนไหนเล่นทวิตเตอร์เข้าไปพูดคุยกันกับไรท์ได้ตลอดนะคะ

 

ไรท์จะลงเวิร์ดต่างๆ นอกเหนือจากตอนที่อัพ ในทวิตเตอร์นะคะ

 

ตามลิ้งก์นี้ไปได้เลยค่ะ > https://twitter.com/Rosesarin_novel

 

หรือทาง Facebook

 

https://m.facebook.com/Rosesarin.novel/

 

 

ความคิดเห็น