ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ปฐพีเย็นชา

1 

  

@โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่ง 

โคมไฟหน้าตัดทรงกลมอันใหญ่ในห้องสี่เหลี่ยมส่องวาบลงมาให้แสงสว่างแก่ร่างที่อยู่ในห้อง เสียงถุงมือยางลั่นเปรี๊ยะ ในตอนที่มันถูกดึงร่นลงมาเสมอข้อมือหนา ถึงแม้ผ้าปิดปากจะบดบังใบหน้าขาวละมุนของร่างสูงอยู่ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่อาจบดบังรูปโฉมหล่อเหลาปานเทพบุตรของเขาได้เลยสักนิด 

ชุดกาวน์สีขาวห่มคลุมร่างกายสูงโปร่งที่สาวๆ ใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ความกว้างของช่วงไหล่และกล้ามเนื้อบึกบึนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชุดกาวน์ก็โผล่ออกมาขจรขจายให้ชายทั้งหลายอิจฉาตาลุกวาวเป็นว่าเล่น รวมถึงใบหน้าสมส่วนลงตัวราวกับพระผู้เป็นเจ้าสรรค์สร้างให้มาอย่างวิจิตร บรรดาสาวแก่แม่ม่ายสาวเล็กสาวใหญ่วัยละอ่อนต่างก็รุมกรี๊ดกร๊าดคุณหมอหนุ่มจนแทบจะถวายตัวทอดร่างให้เชยชมฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย 

"คนไข้พร้อมแล้วค่ะ" สุรเสียงน้ำผึ้งหวานเดือนห้าดังขึ้นมาหยอกล้อใบหูสะอาด มือหนาของร่างสูงราวนายแบบหลุดจากนิตยสารจัดระเบียบหมวกคลุมผมที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ก่อนที่ดวงตาคู่คมคายไร้ความรู้สึกจะหันมาสบสายตากับผู้ช่วยคนสวยที่ยืนทำตาหวานเชื่อมอยู่ข้างหลัง 

"ขอบคุณ" 

เขาเดินผ่านไปด้วยมาดแข็งขื่นราวรูปปั้น ไม่มีแม้แต่สายตาตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ ทั้งสิ้น ใช้เวลาเพียงไม่นาน บุรุษพยาบาลก็เข็นเตียงผู้ป่วยเข้ามา 

เสียงร้องโอดครวญแสดงความเจ็บปวดตามประสามารดาท้องแก่ใกล้คลอดดังขึ้นเป็นระลอก ร่างบนเตียงบิดตัวอย่างร้าวราน สองมือจิกหน้าท้องใหญ่โตเสียแน่นเนืองในขณะที่หยดน้ำใสไหลเผาะออกจากหางตาตามความรู้สึก ร่างสูงหยุดที่ตรงปลายเตียง จัดการกับเครื่องไม้เครื่องมือจนเสร็จสรรพ 

"คุณ...คุณหมอ" สาวท้องแก่พึมพำเสียงกระเส่าไร้เรี่ยวแรง คุณแม่ท้องแก่คนนี้ไม่สามารถคลอดเองได้ตามปกติเนื่องจากช่องคลอดขยายไม่ได้มาตรฐานตามต้องการ แถมบุตรที่อยู่ในท้องยังตัวใหญ่สมบูรณ์ คลอดเองไม่ได้โดยเด็ดขาด แต่ถึงกระนั้น การลงมือผ่าคลอดก็ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากยังไม่ถึงขั้นตอนปฏิบัติการณ์ผ่าตัด คุณแม่ใกล้คลอดโอดครวญเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ให้เดานะ เสียงกระเส่าเหล่านั้นไม่น่าจะเกิดจากความเจ็บปวดจากภาวะใกล้คลอดหรอก แต่อาจจะเป็นเพราะคุณหมอที่ทำคลอดเธอดัน 'หล่อระดับเจมส์ มาร์ กับเจม จิ กอดคอกันกระโดดตึกใบหยกลงมาตาย' เลยต่างหาก! 

นายแพทย์รูปหล่อไม่ได้สนใจรายละเอียดอื่นใดนอกจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน กุหลาบป่าที่เบ่งบานอยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาใจเต้นหรือเกิดความรู้สึกอื่นแต่อย่างใด หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงรายแรกที่เขาทำคลอดหรือตรวจภายในให้ ไม่ใช่ผู้หญิงรายแรกที่เขาต้องก้มๆ เงยๆ สัมผัสร่องกลางกายเพศของหญิงสาว... 

มือหนาหยิบมีดโกนที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระดับความร้อนสูงขึ้นมากำจัดนาผืนน้อยรกทึบที่ปกคลุมกุหลาบป่าจนเกลี้ยงเกลาราวกับช่างตัดผมชายอันลือชา ถามว่าทำไมต้องโกนออกทั้งๆ ที่เคสนี้ต้องผ่าคลอด...ตอบง่าย เนื่องจากว่า อุปกรณ์ทำแผลมักปิดทับจุดที่เส้นหญ้าดกรกงอกเงยอยู่จนก่อให้เกิดปัญหาตามมาในตอนดึงพลาสเตอร์ปิดแผล หรือแม้กระทั่งตอนที่คุณหมอสุดหล่อต้องลงมือเย็บรอยผ่าให้จรดกันสนิทนั่นแหละ 

"คุณหมอ..." คนไข้เริ่มพึมพำเรียกนายแพทย์หนุ่มแทนที่จะเป็นเสียงครวญครางเจ็บปวด เธออายมาก บอกเลยว่าเขิน หมอหล่อออกขนาดนี้ หัวใจเต้นระส่ำสุดจะทานทนไหว 

นายแพทย์หนุ่มวางอุปกรณ์ ก่อนที่มือหนาข้างนั้นจะใช้เครื่องมือปาดเช็ดเศษเส้นขนที่ถูกโกนแต่ยังติดค้างอยู่ตามเนื้อโหนกความเป็นสาวของคนไข้จนสะอาด ดวงตาไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ใดๆ แตกต่างจากสาวท้องแก่ลูกสองที่นอนกัดฟันกึกๆ ใบหน้าแดงฟุ้งซ่าน 

แหม...ลูกคนแรกก็ผ่าออก โดนโกนขนแบบนี้นี่แหละ มันช่างแปลกดีเหลือเกิน ที่หล่อนไม่ยักเขินเหมือนทำคลอดกับคุณหมอสุดหล่อคนนี้ หัวใจเต้นตึกตักไปหมด ยิ่งเวลาที่ดวงตาชั้นเดียวคู่คมจ้องลึกเข้าไปข้างในโพรงสวาทที่แม้จะไม่ได้แสดงอารมณ์ใคร่ใดๆ ออกมา แต่ก็สามารถปลุกต่อมพิศวาสของสาวท้องแก่ได้ไม่น้อย และนี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะคนไข้ส่วนใหญ่ที่อยู่ในเคสการดูแลของนายแพทย์ปฐพี ล้วนแล้วแต่มีภาวะการเต้นของชีพจรที่สูงอยู่เสมอ 

เห็นไหมล่ะ กว่าเขาจะเรียนจบ กว่าจะได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์เฉพาะทางมาได้มันยากเย็นขนาดไหน เขาเกือบสอบไม่ผ่านข้อหาเป็นตัวการให้ชีพจรคนไข้เต้นสูงขึ้นๆ ลงๆ จนเกือบหัวใจวายตายไปซะแล้ว! 

นายแพทย์ปฐพี พิศิษฐ์วิศาลไพบูลย์ เขาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อายุอายาเพิ่งย่างเข้า 30 ไม่นาน ชายหนุ่มเกิดมาในตระกูลคุณหมอ ด้วยทั้งคุณทวดที่ล่วงลับ คุณปู่ คุณพ่อ รวมถึงพี่ชายของเขาต่างก็เป็นหมอกันทั้งบ้าน จะเรียกว่าเป็นตระกูลหมอก็ไม่แปลก 

แต่น่าเศร้า ปีกลายที่ผ่านมาพี่ชายของเขาเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้กิจการบริษัทผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ครบวงจรและธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของตระกูล มีผู้สืบทอดเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวคือเขา... 

คุณหมอพี หรือนายแพทย์ปฐพีวัย 30 กระรัต ผู้ที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับหนุ่มน้อย 20 ตอนต้น สถานะโสดสนิทชิดเชื้อ ไม่เคยคบผู้หญิงหรือสุงสิงกับใครหน้าไหน ด้วยลักษณะนิสัยไม่สนใจโลกภายนอก ชอบเก็บตัว พูดน้อย เกลียดวงสังคมที่วุ่นวายเอิกเกริก ทำให้เขาแตกต่างจากผู้เป็นพี่ที่ใกล้จะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝ่าไปแล้วถ้าหากไม่สิ้นบุญไปเสียก่อน 

ด้วยเพราะนิสัยชอบอยู่สันโดษ แยกตัวออกห่างจากโลกภายนอกและไม่เคยคบหาผู้หญิง 

หรือมนุษย์โลกหน้าไหนนี่แหละ ที่ทำให้คุณหญิงแม่ของเขาเกิดความกังวลใจ 

คุณหญิงสิรินทิพย์ ท่านเป็นที่รู้จักดีในแวดวงสังคมไฮโซไฮเซทั้งหลาย ท่านดำรงตำแหน่งเป็นถึงทายาทอันดับสองของบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังรายใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ และเป็นคุณแม่ยังสาวของคุณหมอพีสุดหล่อกระชากไส้อีกด้วย 

"ปฐพี มาหาแม่สิจ้ะ" ท่านเอ่ยปากรั้งสองเท้าของร่างสูงอันแสนคุ้นเคยที่กำลังเดินขยับนาฬิกาข้อมือด้วยมาดเคร่งเร่งรีบ วันนี้มีเคสผ่าตัดด่วนทั้งที่เป็นเวลาเลิกงาน เวลาพักผ่อนของเขาแทบไม่มี... 

"สวัสดีครับคุณหญิงน้า" ชายหนุ่มเอ่ยปากทักทายพร้อมกับยกมือไหว้สวยงามให้หญิงวัยใกล้คล้ายใกล้เคียงกับคุณแม่ของเขา นามของเธอคือ 'คุณหญิงน้ำนิล' ซึ่งท่านกำลังนั่งรักษามาดผู้ดีอยู่ข้างคุณหญิงสิรินทิพย์แม่ของเขา 

"ตายแล้ว เผลอแป๊บเดียวหนูปฐพีโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย เรียนอยู่ปีไหนแล้วเอ่ย?" 

"แหม เรียนจบแล้วคุณหญิงน้อง เริ่มเข้าทำงานได้หลายเดือนแล้วจ้ะ" 

"เร็วจริงๆ นะคะคุณพี่ เผลอแป๊บเดียวก็เรียนจบซะแล้ว ที่เห็นอยู่ล่าสุดยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่เลย" 

"นั่นสิคะคุณน้อง เร็วจริงๆ ด้วย" คุณหญิงสิรินทิพย์เสริม ก่อให้เกิดการสนทนาระหว่างสองคุณนายที่ไม่ได้ประสบพบเจอกันนานเป็นชาติ 

"มีเรื่องอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับ?" ปฐพีที่เริ่มรู้สึกว่าคุณแม่ของเขากับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทเริ่มคุยกันออกนอกทะเล หาได้เกี่ยวข้องอะไรกับการที่ต้องรั้งตัวเขาไว้แต่ประการใดเกิดความสงสัย สุดท้าย เขาก็เลือกที่จะตั้งคำถามที่คลางแคลงใจอยู่นานในลำดับถัดไป 

"กำลังจะไปไหนเหรอลูก?" 

คุณหญิงสิรินทิพย์กระแอมขึ้นมาแก้เก้อ นึกอยากดุลูกชายตัวเองนักหนาแต่ก็ต้องกลั้นอารมณ์ไว้ต่อกรกันตอนไม่มีแขก เธอหันมายิ้มถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยสายตาแพรวพราว ไม่ทันได้พูดอะไร คุณหญิงน้ำนิลก็เอ่ยปากพูดในสิ่งที่คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริง...  

"คงจะไปเดท หรือนัดสาวๆ ทานมื้อค่ำใช่หรือเปล่าจ๊ะ?" 

"เปล่าครับ" ปฐพีตอบเสียงเย็นเยียบ 

"ถ้างั้น คงกำลังไปหาใครสักคนมาเป็นลูกสะใภ้ให้แม่ใช่ไหมจ๊ะ?" 

สิรินทิพย์ถามบ้าง ซึ่งคราวนี้สกัดเอาฝีปากคนเย็นชาอย่างปฐพีให้ปิดสนิทเงียบงันไปเลยทีเดียว 

"เปล่าครับ" คำตอบยังคงไม่เปลี่ยนไป จนคุณหญิงสิรินทิพย์เผลอคิดว่าตัวเองกำลังพล่ามอยู่กับเครื่องบันทึกเสียงอัตโนมัติ นึกอายคุณหญิงน้ำนิลที่ตัวเองมีลูกชายเป็นหุ่นยนต์ 

"แล้วลูกไม่คิดจะหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตบ้างหรือจ๊ะ?" เธอกลั้นใจป้อนคำถามออกไปอีกครา 

"ไม่ครับ" 

"ทำไมล่ะลูก" คุณหญิงสิรินทิพย์ห่อไหล่สะท้าน จนคุณหญิงน้ำนิลอดไม่ได้ที่จะยกมือวางบนไหล่เล็กเพื่อปลอบโยน 

"ผมไม่อยากแต่งงาน ผมอยากอยู่คนเดียว..." 

ลั่นวาจาเหมือนยื่นคำขาด เขาอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากแต่งงานมีพันธะกับใคร ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใครทั้งนั้น 

"ปฐพี ลูกจะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้หรอกนะ" คุณหญิงสิรินทิพย์ทำตาละห้อย "วัยอย่างลูก สมควรจะมีครอบครัว สมควรจะมีตัวเล็กออกมาวิ่งเล่นให้พ่อกับแม่ได้อุ้มชู..." 

"แต่คุณพ่อก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไรผมนี่ครับ..." เป็นครั้งแรกที่ปฐพีโต้เถียงกลางคัน จะว่ายังไงดีล่ะ เขาเบื่อเหลือเกินที่จะต้องคอยรับฟังเรื่องเดิมๆ เบื่อเหลือเกินที่ต้องคอยปฏิเสธคำพูดโน้มน้าวที่ไม่เคยมีผลใดๆ ต่อเขาทุกๆ วัน มันออกจะน่ารำคาญอยู่นะ ถ้าต้องถูกบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ชอบพอด้วยเลย 

"ปฐพี" คุณหญิงสิรินทิพย์ทอดถอนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน "แม่อยากอุ้มหลาน" 

เธอเผยความจำนงออกมาตามตรง เฝ้าวิงวอนผ่านสายตาอิดโรยระโหยห้อย ซึ่งนอกจากจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการจากริมฝีปากหยักเป็นรูปสวยสดสีระเรื่อ เธอยังสัมผัสได้ถึงไอเย็นฉ่ำที่แผ่รัศมีเรืองรองจากร่างสูงสง่าของลูกชาย คุณหญิงสิรินทิพย์มีท่าทีอึกอัก อยากรั้งปฐพีไว้ก็ยากเหลือเกิน 

ปฐพีมีดวงตาเรียบเฉยที่สามารถแผ่รังสีเย็นเยือกออกมาแช่แข็งร่างกายของผู้คนที่ก่อกวนเขาไว้ด้วยความเงียบงันของตัวเขาเอง ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธ... 

ความเย็นชาของนายแพทย์หนุ่มเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ไม่เคยเข้าถึงตัวเขาได้ดั่งใจหวังง่ายๆ เลยสักครั้ง สถานที่ที่สามารถพบเขาได้แทบตลอดเวลาคือโรงพยาบาล นอกนั้นอย่าได้หวัง และก็อีกเรื่องซึ่งเป็นที่แน่นอนคือผู้หญิงพวกนั้นมักจะมาในคราบของ 'คนไข้' ทั้งป่วยจริงก็ดี ป่วยไม่จริงก็ดี แต่คุณรู้อะไรไหม ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า... 

"บ่ายวันศุกร์ คุณได้อุ้มแน่" เสียงทุ้มราบเรียบปานถนนทางด่วนดังออกมาจากกลีบปากสวย ดวงตาไร้อารมณ์ กับร่างกายที่นานครั้งจะขยับสักหน ต๊อกแต๊กๆ เหมือนหุ่นยนต์แบบนั้น ถ้าเป็นตอนยังเด็กก็น่ารักอยู่หรอก แต่ในเวลาแบบนี้ ผู้เป็นแม่อย่างคุณหญิงสิรินทิพย์กลับมองแล้วรู้สึกปวดหัวพิกล รังสีเยือกเย็นพวยพุ่งไปทุกอณูผิวจนแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวหนังของคุณหญิงน้ำนิลที่นั่งอยู่ไม่ไกล รับรู้ได้โดยนัยน์ว่ายังไงหนูน้ำฟ้าลูกสาวเธอคงรับมือไม่ไหว... 

"หมายความว่ายังไงฮะตาพี ที่ว่าวันศุกร์นี้จะได้อุ้มแน่ อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะลูก!" ผู้เป็นแม่สุดจะทานทน ลูกชายที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวดูเหมือนพ่อของเขาอย่างมากมาย ที่ถ้าชาตินี้หากไม่ถูกจับแต่งงานก็คงไม่มีเมีย ไม่มีแม้กระทั่งบุตรไว้สืบสกุล มันน่าไหมล่ะ ดูสิ โดนขึ้นเสียงใส่ขนาดนี้ยังยืนเฉยอยู่อีก! 

"ผมจะรับเลี้ยงเด็ก" เขาตอบเสียงเรียบ ยกข้อมือขึ้นดูเวลาอีกหน 

"ปฐพี! แม่ไม่ต้องการแบบนั้น" 

ร่างเพรียวสร่างสมส่วนลุกพรวดขึ้นจากโซฟาเนื้อหนังกึ่งกลางห้องโถง สองเท้าย่ำพรมเดินตามแผ่นหลังกว้างของลูกชายสุดมึนที่โยกย้ายตัวเองหนีห่างจากเธอไปแบบดื้อๆ คุณหญิงน้ำนิลยิ้มเอือม ชะเง้อมองตามสองแม่ลูกด้วยความรู้สึกปวดตับลามไปถึงไตทะแม่งๆ  

"ปฐพี หยุดฟังแม่ก่อน" 

มือแม่เหนี่ยวรั้งท่อนแขนของลูกชายเอาไว้ หมอหนุ่มชะงักหยุด ถอนหายใจออกมาชนิดปอดแทบฟีบ 

"ไม่มีใครจะดีกับเรา มากไปกว่าคนที่ใช้สายเลือดร่วมกันกับเรา" 

"..." 

"พีจะอยู่คนเดียวไม่ได้โดยเด็ดขาด" 

ต่อให้เขาจะรักชีวิตอิสรเสรี ชอบอยู่ในอีกโลกที่ใครหลายคนไม่เข้าใจ แต่เขาก็ควรจะหันหน้าเข้าหาผู้คนภายนอกเสียบ้าง ไม่ใช่หันหลังให้กับอะไรหลายๆ อย่างแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปฐพีตั้งหน้าตั้งตาทำงานเป็นอย่างดี ไม่เคยมีข้อบกพร่องให้หมองใจ แน่นอนว่าทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเขาย่อมภูมิใจในตัวเขาเป็นที่สุด ติดก็แต่ไอ้เรื่องหนึ่งที่ทั้งสองท่านยังลำบากใจนี่แหละ... 

ไม่สิ น่าจะเป็นคุณหญิงสิรินทิพย์คนเดียวมากกว่าที่ลำบากใจ เพราะคุณท่านเมฆาไม่ได้มีความเห็นใดกับเรื่องนี้เลย 

"มะรืนนี้ ลูกต้องว่าง แม่จะพาใครบางคนมาให้ลูกทำความรู้จัก" 

เธอบีบเรียวแขนกำยำซ่อนกล้ามเนื้อเป็นมัดของลูกชายเสียแน่น สัมผัสนั้นลอดกลอนประตูหัวใจของเจ้าชายน้ำแข็งไม่ได้สักนิด คงมีแต่เสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ถูกถอนออกมาเป็นคำตอบ 

"อาชีพหมอ ไม่มีเวลาว่าง..." เสียงเรียบทุ้มละไมส่งผ่านริมฝีปากลากเนือย หากแต่คุณหญิงสิรินทิพย์กลับยังไม่ยอมปล่อยมือจากเขาเลย 

"เอาเถอะ แม่ถือว่าลูกรับรู้แล้วนะ" จะว่ายังไงดีล่ะ ลำพังแค่สูญเสียลูกชายคนโตไปก็เป็นเรื่องที่ทำใจลำบากยากเย็นจะเป็นจะตายสำหรับหัวอกคนเป็นแม่อยู่แล้ว ถ้าจะให้ถูกลูกชายคนเล็กหมางเมินงอนนานมันก็ดูจะทำร้ายจิตใจเธอเกินไปหรือเปล่า ชายหนุ่มเหลือบมองใบหน้าเศร้าสลดของมารดา ถึงแม้ปฐพีจะเย็นชาไปหน่อย แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็แอบเห็นใจมารดาไม่น้อย... 

"ผมขอตัว" 

สุดท้าย ชายหนุ่มก็เลือกที่จะแสร้งทำทีไม่สนใจโลกตามเดิม คุณหญิงสิรินทิพย์ยอมปล่อยมือออกจากลำแขนของลูกชาย ใบหน้าอ่อนเกินกว่าวัยแสดงความสลดไม่เสื่อมคลาย แต่เธอคงทำอะไรไม่ได้ เพราะพ่อตัวดีขับรถแล่นฉิวจากไปแล้ว! 

"เห็นหรือยังล่ะคุณน้อง ว่าลูกชายคุณพี่เย็นชาแบบไหน" สิรินทิพย์เดินกลับเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางกลัดกลุ้ม เธอพบว่าคุณหญิงน้ำนิลมีสีหน้าลำบากใจไม่ต่างกันเลย 

"ค่ะคุณพี่...แต่นิลคิดว่าลูกสาวนิลหนักกว่าอีกค่ะ รายนั้นแสบอย่าบอกใคร นิลคิดว่าเขาไม่เหมาะกับคนฉลาดๆ ท่าทางสุขุมอย่างปฐพีแน่ๆ เชียว" 

คุณหญิงน้ำนิลมโนภาพยัยลูกสาวจอมแก่นแก้วที่ไม่ได้พกความแสบเกินพิกัดอย่างเดียวสลับกับใบหน้าเพิกเฉยของคุณหมอปฐพีสุดหล่อ 

"เอาน่า คุณพี่คิดว่าไม่มีใครเหมาะสมกับเจ้าพีมากไปกว่าหนูน้ำฟ้าอีกแล้ว คุณพี่เชื่อว่าหนูฟ้าต้องปราบพยศเจ้าพีของคุณพี่ได้แน่ อีกอย่างคุณเมฆาพ่อเจ้าพีก็นิสัยแบบนี้ คุณพี่ยังปราบได้เลย รับรองว่าคุณพี่จะเป็นผู้ช่วยที่ดี ดูแลให้คำแนะนำหนูน้ำฟ้าตลอดการปฏิบัติการแน่นอน!" 

เธอเอื้อมมือไปกุมไหล่เล็กของคุณหญิงน้ำนิลเอาไว้อย่างแม่นมั่น ดวงตาคู่สวยฝากฝังความหวังเอาไว้อย่างแรงกล้า ไม่ว่ายังไงเธอต้องมีลูกสะใภ้สวยๆ ไว้ประดับบ้าน ไม่ว่ายังไงเธอต้องมีหลานๆ ไว้วิ่งเล่นรอบๆ กาย และไม่ว่ายังไงปฐพีต้องเสียเวอร์จิ้น! 

ไม่มีใครเหมาะสมกับปฐพีเท่าหนูน้ำฟ้าอีกแล้ว ก็เธอน่ะ สวย รวย เซ็กซี่ แถมยังอยู่ในลิสต์คุณหนูผู้ดีไฮโซอันดับต้นๆ ของเมืองไทย จะมีอะไรดีไปกว่านี้ 

ทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้อย่างลงตัว ถ้าหากไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น หรือปฐพีไม่บังเอิญเป็นเก้งกวางหรือกระทิงแฝงยีนส์กระซู่ซะก่อน แผนการคงสำเร็จไปด้วยดีอย่างแน่นอน… 

 

 

พบ 

ข้อผิดพลาด 

, 

ตัวอักษร 

, 

ตัวสะกดผิดพลาด 

คอมเม้นต์แนะนำตักเตือนได้เลยค่ะ 

บินจะรีบแก้ไขทันที . . . ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน  ถ้าไม่ลำบากเกินไปกรุณาคอมเม้นต์พูดคุยกับโมงบินได้ตามโอกาสเลยค่ะ  ถึงจะไม่ได้ตอบทุกเม้นต์  แต่ก็ชอบอ่านเม้นต์เป็นงานอดิเรกนะคะ ^__^

#พบกันตอนต่อไป

รักทุกคนที่หลงเข้ามาเลยยย 

^ 3 ^ 

">

ติดตามความเคลื่อนไหว โปรโมชั่นลด แลก แจก แถม นิยายแบบจุกๆ หรือจับเข่าตั้งวงพูดคุยแบบเอ็กคลูซีฟกับโมงบินสุดๆ ได้ที่... เพจเฟสบุ๊ค "ชั่วโมงบิน" (พิมพ์ตรงตัว)
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น