ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 597

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2564 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11
แบบอักษร

เช้าวันถัดมานิรชาขอตัวกลับไปบ้านคุณหญิงสายทิพย์ เธอไม่ลืมที่จะเตรียมอาหารและยาไว้ให้สามมีหนุ่มและโทรบอกให้ภคินมาอยู่เป็นเพื่อนเขา  

“ฝากด้วยนะคะพี่คิน ถ้ามีอะไรรบกวนพี่คินโทรหานิ้งทันทีเลยนะคะ” 

“ครับ ไม่มีอะไรหรอกเดี๋ยวพี่ช่วยดูให้รีบไปทำธุระเถอะ” 

“อย่าลืมทานข้าวทานยานะคะ เดี๋ยวนิ้งจะรีบกลับ”เธอแตะเบาๆที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม 

“ครับ”ภูวิศพยักหน้ารับ ใบหน้าคมฝืนยิ้มเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องกังวล นิรชาหันไปมองภูวิศอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป รอยยิ้มเมื่อครู่มลายหายไปทันทีเมื่อร่างบางเดินออกไปพ้นห้อง ภูวิศเดินไปหยิบเอกสารของบริษัทบนโต๊ะมาเปิดอ่านต่อหน้าต่อตาภคินโดยไม่กลัวว่าเพื่อนจะรู้ว่าตนโกหก 

“เดี๋ยวนี้โกหกเก่งนักนะไอ้ภู”คนถูกว่าทำท่าเงียบไม่ใส่ใจ  

“ไม่ได้ตาบอดแล้วเหรอวะ?”ภคินนั่งลงที่โซฟาแล้วอมยิ้ม เขารู้จากนายแพทย์วศินแล้วว่าภูวิศไม่ได้เป็นอะไรมากแต่แค่ไม่รู้ถึงเหตุผลที่เขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้นเอง 

“ฉันไม่ฝืนให้เหนื่อยหรอก ยังไงซะแกก็จับผิดฉันได้อยู่ดี”ภูวิศปลายตามองเพื่อนครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงอ่านเอกสารอีกครั้ง 

“ไม่โกหกฉันแต่โกหกเมียนี่นะ ไม่มากไปหน่อยเหรอ? ถ้าน้องนิ้งเขารู้ว่าแกโกหกแกโดนจัดหนักแน่”ภูวิศละความสนใจจากกองเอกสารแล้วมองไปยังรูปแต่งงานบนผนังห้องด้วยสายตาแข็งกร้าว 

“ฉันไม่โกหกนานหรอกเพราะฉันไม่อยากเป็นคนประเภทเดียวกับผู้หญิงแบบนั้น”นัยน์ตาคมฉายชัดถึงความเจ็บปวดที่มี  

“แกหมายความว่าไงวะ ฉันงงไปหมดแล้ว?”ภคินยิ่งฟังยิ่งเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูกกับสิ่งที่ภูวิศจะสื่อ 

“เรื่องที่ให้สืบเป็นไงบ้าง” 

“อย่าเฉไฉ แกเล่ามาก่อนว่าที่แกพูดหมายความว่าไง”คนมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องเอ่ยอย่างหงุดหงิด 

“อย่าต่อรองเล่ามาว่าที่ให้ไปสืบมาได้ความว่าไง?” 

“เอาไป!”ภคินวางเอกสารที่สืบให้ 

ภูวิศนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามและค่อยๆไล่อ่านเอกสารทีละใบอย่างละเอียด 

“ก็อย่างที่หลายๆคนรู้ว่าครอบครัวของคุณหญิงสายทิพย์เดิมทีทำธุรกิจส่งออกและแปรรูปอาหารทะเล มีลูกชายหนึ่งคนชื่ออัคคีกำลังเรียนต่อปริญญาโทอยู่ต่างประเทศได้ข่าวว่าตอนนี้เรียนจบแล้วและกำลังจะกลับมาบริหารบริษัทต่อ” 

“บริษัทที่กำลังขาดทุนและดูท่าจะล้มละลายแบบนี้เหรอ”ภูวิศเปิดดูข้อมูลของบริษัทที่ภคินพูดถึง 

“ฉันก็เพิ่งรู้พร้อมแกว่าบริษัทของคุณหญิงสายทิพย์กำลังมีปัญหา และน่าจะมีปัญหามาซักระยะแล้วเพราะตั้งแต่สามีของคุณหญิงเสียไปบริษัทก็เริ่มขาดทุนมาโดยตลอด” 

“ดูท่าจะขาดประสบการณ์ในการบริหาร ถึงได้มีหนี้เยอะขนาดนี้” 

“คุณหญิงสายทิพย์เป็นพวกเสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ น่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อพยุงบริษัทไว้เพื่อรอวันที่ลูกชายกลับมาบริหาร”ภคินวิเคราะห์ตามที่เห็น 

“ฉันเชื่อว่าคนพวกนี้ยอมทำทุกอย่างโดยไม่สนใจจิตใจของใครขอแค่มีผลประโยชน์ก็ยอมทุกอย่างแม้แต่ขายศักดิ์ศรีของตัวเอง” 

“ส่วนเรื่องน้องนิ้งก็อย่างที่แกรู้เธอเป็นลูกบุญธรรมของคุณหญิงสายทิพย์ เธอเรียนจบด้านออกแบบเสื้อผ้าทำร้านเสื้อเป็นแบรนด์ของตัวเองอยู่ ก็ได้รับการสนับสนุนจากท่านอำพลสามีของคุณหญิงสายทิพย์ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่” 

“ขอบใจแกมากที่ช่วยสืบ” 

“แกเล่าให้ฉันฟังเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องให้ฉันสืบอะไรแบบนี้ด้วย” 

“คุณหญิงสายทิพย์ให้นิ้งมาหลอกแต่งงานกับฉัน” 

“หา!”  

“ฉันก็โง่ไม่เอะใจจนเขาจะงอกจากหัวอยู่แล้ว”มือหนา 

กระแทกเอกสารในมือลงบนโต๊ะด้วยความโมโห 

“เป็นไปไม่ได้หรอก! น้องนิ้งดูรักและห่วงใยแกขนาดนั้น ฉันว่าแกน่าจะเข้าใจผิด”ภคินยืนกรานไม่เชื่อตามที่ได้ยิน 

“ฉันได้ยินกับหูและเห็นกับตา คนอย่างฉันไม่ใช่คนหูเบาเชื่อคนง่ายถ้าไม่มีหลักฐานแกก็น่าจะรู้” 

“แต่...” 

“อีกอย่างลูกคุณหญิงสายทิพย์เป็นคนรักของนิ้ง มันน่าเจ็บใจตรงที่เขาไม่เคยรักฉัน เขายอมทำทุกอย่างเพื่อผู้ชายคนนั้น” 

“เชี่ย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ”ภคินยกมือขึ้นกุมขมับ 

นิรชาขับรถมาถึงบ้านของคุณหญิงสายทิพย์เธอเดินเข้ามาบ้านด้วยความตื่นเต้นและประหม่าในคราเดียวกัน สามปีแล้วที่เธอไม่ได้พบหน้ากับอัคคีชายคนรักเขาเป็นรักแรกและรักเดียวความรักของเธอและเขาเริ่มก่อตัวในช่วงที่เธอเรียนมหาวิทยาลัย ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน เธอรักเขาทั้งที่รู้ว่ามันผิด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของคุณหญิงสายทิพย์มาโดยตลอดและไม่มีอะไรเลยเถิดให้เสียหาย 

“ยังไงผมก็ไม่แต่งกับลิลลี่นะครับแม่ ผมไม่ได้รักจะให้แต่งได้ยังไง” 

“แต่แกไปทำหนูลิลลี่ท้อง ถ้าไม่แต่งเสี่ยพิทักษ์เอาแกตายแน่ บอกกี่ครั้งแล้วว่าจะคบใครดูครอบครัวเขาด้วย จะเอาไงต่อละทางนั้นก็เรียกสินสอดสูงด้วยจะไปเอาเงินที่ไหน?” 

เสียงสนทนาของคุณหญิงสายทิพย์กับอัคคีทำให้นิรชาต้องหยุดชะงัก ประจวบกับเป็นจังหวะที่อัคคีหันหลังมาเจอเธอพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งก่อนที่อัคคีจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาก่อน 

“มาแล้วเหรอ คิดถึงจัง”อัคคีทำท่าจะโอบกอดร่างบางแต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบ เขามองเธออีกครั้งด้วยสายตาไม่ค่อยสบอารมณ์นัก 

 

 

********** 

ตอนต่อไป 

“คนเลว” 

“มันก็เหมาะสมกันแล้วไม่ใช่เหรอ คุณก็ร้ายผมก็เลวผมจะบอกคุณให้นะนิรชาคนอย่างผมไม่เคยทำใครก่อน และถ้าผมไม่โกหกว่าตาบอดผมจะได้เห็นอะไรเด็ดๆเหมือนวันนี้ไหม?” 

“ระหว่างฉันกับพี่อัคมันไม่มีอะไร” 

“อย่าร้อนตัวสิ ผมยังไม่ได้ถามเลย” 

ความคิดเห็น