Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 จุดเปลี่ยน

ชื่อตอน : บทที่ 7 จุดเปลี่ยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2564 10:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 จุดเปลี่ยน
แบบอักษร

"ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ท่าจะบ้าเพื่อนกู"เสียงแซวเล็กๆดังผ่านมาให้เข้าหู แต่คนต้นเรื่องกลับไม่ได้สนใจ เพราะการที่เขาเข้ากรุงเทพครั้งนี้ เขามีเรื่องสำคัญต้องทำ

"กูก็นึกว่ามึงจะไม่กลับมาซะแล้ว เห็นว่าพอเข้าปี1 ที่เชียงใหม่ก็ไม่กลับบ้านเลยมีแต่ที่บ้านไปหา ถามจริงมึงไม่คิดถึงบ้านเหรอวะ"ไฟพอได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้นก็รีบวางแก้วในมือลงก่อนที่จะพูดถึงสาเหตุที่ตัวเองไม่ได้มาพบปะเพื่อนฝูงเลยตั้งแต่จบมอปลาย

"กูก็กลับเหอะ แต่กูไม่ค่อยออกไปไหนไง"

"ทำไมครั้งนี้มึงมาหาพวกกูได้ แล้วที่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้คุยกับแฟนเหรอวะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว"

"แฟนกูที่ไหน น้องสาวกูเว้ย พวกมึงนี่ก็.."

"ใครเขาจะรู้ละครับ พวกกระผมก็นึกว่าท่านไฟผู้หล่อเหลาจะมีแฟนแล้วซะอีก"

"ไม่รู้สิ ยังไม่มีคนถูกใจละมั้ง"วันนี้ผมว่าจะเข้าไปที่บ้านสักหน่อย ผมขึ้นมาจากเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อวาน แต่เสือกไม่กลับบ้านตัวเอง สาเหตุที่ผมไม่เข้าบ้านเพราะผมมานอนที่คอนโดตัวเองที่พ่อซื้อเอาไว้ให้ตั้งแต่ผมอยู่มอหกเพราะท่านคิดว่าผมจะต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพแต่ผมดันสอบติดที่เชียงใหม่ คอนโดก็เลยปล่อยเอาไว้และในรอบสามปีผมถึงได้มานอนที่นี่การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตผมและชีวิตของใครบางคนไปตลอดชีวิตเลยละ

 

"คุณพ่อกับคุณแม่ กำลังล้อหนูเล่นใช่มั้ยคะ ชะใช่มั้ยคะ"

"พี่ไฟ ไม่จริงใช่มั้ยคะ"หนูซินหน้าเจื่อนลงทันที ที่ได้ยินผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาหารือกันเรื่องจัดงานหมั้นระหว่างสองตระกูล นี่ละครับจุดเปลี่ยนที่ผมพูดถึง เรื่องการหมั้นระหว่างผมกับหนูซินผมเพิ่งได้รู้เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน เหตุผลที่ผมขึ้นมากรุงเทพก็เพราะผมไม่ได้รักน้องแบบนั้น จะพูดว่ายังไงดี น้องก็สวยน่ารักนะครับ แต่ด้วยความที่เราสนิทกันมาตั้งแต่เด็กทำให้ผมเอ็นดูน้องแบบน้องสาวคนนึง

"คุณลุงคุณป้าครับ ผมขอคุยกับน้องหน่อยนะครับ"ผมพูดก่อนที่จะเดินไปดึงน้องให้ลุกตามผมออกไปคุยกันข้างนอก ตอนนี้น้องสติหลุดไปแล้ว ใครเขาจะคิดว่าสมัยนี้ผู้ใหญ่ยังคิดที่จะคลุมถุงชนกันอยู่

"หนูซินครับ เสียใจเหรอที่พี่เป็นคู่หมั้นน้องอะ""ผมพยายามพูดติดตลกเพื่อไม่ให้เธอเคร่งเครียดไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้ เธอยังควบคุมสติตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมได้ยินเรื่องของเธอมาบ้าง เธอแอบรักผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นรักแรก แต่ผู้ชายกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ผมละอยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นจริงๆ ทำไมกล้าปฏิเสธสาวน้อยตรงหน้าผมได้

"พี่ไฟรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอคะ"

"พี่เพิ่งรู้ก่อนเราไม่กี่วันหรอกครับ อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้น พี่ไม่คิดจะจับเราหรอกน่า"ผมพูดก่อนที่จะเอามือยีหัวคนตรงหน้า ดูทำหน้าเข้าเห็นแล้วน่าหมั่นเขี้ยว

"แต่ผู้ใหญ่...."

"ฟังพี่นะครับ พวกท่านจะไม่มีทางสมหวังเด็ดขาด หรือว่าหนูซินชอบพี่ ถ้าชอบ พรุ่งนี้เราสองคนหมั้นกันเลยดีมั้ย"

"ไม่!! นะคะ คือ...หนูไม่ได้ชอบพี่ไฟแบบนั้น พี่ไฟเป็นพี่ชายของหนู"

"ตอบเร็วจริง ที่ปฏิเสธพี่เพราะมีหนุ่มในใจหรือเปล่านาา"

"รู้อยู่แล้ว ยังมีหน้ามาถามหนูอีก"

"พี่ละอยากรู้จริงๆ ว่าผู้ชายตาต่ำคนนั้นมันเป็นใคร น้องสาวพี่ออกจะสวยน่ารักขนาดนี้ "

"เฮ้อ....แต่หนูว่าจะตัดใจแล้วละค่ะ"

"พูดให้พี่ฟังได้นะ พี่พร้อมจะรับฟังถ้ามันหนักมากหนูก็แค่ระบายออกมา อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว"เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแต่พุ่งเข้ามากอดผมเอาไว้ ก่อนที่ผมจะสัมผัสได้ว่าตัวของเธอกำลังสั่นบริเวณหน้าอกของผมกำลังเปียกชื้นจากคราบน้ำตาที่ออกมาจากเรียวตาสวยของเธอ ขนาดเธอร้องไห้จนตัวโยนขนาดนี้แต่ผมไม่ได้ยินเสียงเธอร้องไห้เลย มีเพียงเสียงสะอื้นเหมือนคนกำลังจะขาดใจ ทำไมผมถึงได้อยากทะนุถนอมเธอจังนะ ผมอยากเจอผู้ชายคนนั้นจังทำไมถึงทำให้น้องสาวคนเก่งของผมร้องไห้ปานจะขาดใจได้มากมายเพียงนี้

"ร้องออกมาครับ ร้องออกมาให้พอ พี่ชายคนนี้จะคอยรับฟังหนูทุกอย่าง"

"ขะ เขา...มะ ไม่ให้โอกาสหนูด้วยซ้ำ ขะเขาใจร้าย ฮะฮึก.."เธอพูดออกมาเสียงสะอึกสะอื้น โธ่...น้องสาวพี่ผมลูบหัวเธอเบาๆความรู้สึกสงสารจับใจกำลังกัดกินหัวใจของผม ตอนแรกผมไม่อยากที่จะผูกมัดเธอแต่ตอนนี้ความคิดของผมกำลังเปลี่ยนไป ความรู้สึกอยากปกป้องอยากดูแลกำลังคืบคลานเข้ามา

"นะหนูผิดมากเหรอคะ ทะที่จีบเขาก่อน"

"ไม่ผิดครับ ไม่ผิด โอ๋ๆคนเก่ง"ผมปลอบเธออยู่นาน จนน้องสาวตัวป่วนของผมมาขัดจังหวะเราสองคน

"พี่ไฟ!! นี่พี่แกล้งอะไรหนูซินเนี้ย ปล่อยเพื่อนน้องเลยนะ"น้ำรินรีบดึงหนูซินออกจากอ้อมกอดของผม ผมได้แต่เซงกับความเข้าใจผิดของน้องสาวตัวเอง

 

"น้ำริน...."ตอนนี้ฉันกำลังจะบอกน้ำรินว่าพี่ไฟเขาไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่น้ำรินกลับไม่ฟังอะไรเลย พี่ไฟก็ทำหน้าทำหน้ากวนใส่น้องสาวตัวเอง

"ซินไม่ต้องแก้ตัวให้พี่ไฟเลยนะ เดี๋ยวเราจัดการพี่ไฟให้เอง"

"ตัวมีสิทธิ์อะไรมากอด เพื่อนน้องอ่ะ"

"อ้าว!! กระผมก็พี่นะครับที่สำคัญยังพ่วงตำแหน่งว่าที่คู่หมั้นด้วย"

"หนูซินไม่ได้ชอบพี่นะ ไม่ต้องมาทำหน้าล้อเลียนน้องเลยนะ"สองพี่น้องกำลังปะทะคารมกันอย่างเต็มที่ จนตอนนี้น้ำตาของฉันแห้งไปหมดแล้วเหลือเพียงภาพตรงหน้า ที่พี่ไฟกำลังเอาแขนใหญ่โตของตัวเองรัดคอน้อยๆของน้ำริน เหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิดและคนที่คอยห้ามก็คือฉันเอง

 

"จริงเลยคะ ป๊าพูดจริงเหรอ หนูเสียดายหนูซินจริงๆ เฮ้อ...."วันนี้ผมเลิกคลาสเร็ว เลยกลับถึงบ้านไม่ค่ำมาก พอมาถึงบ้านก็เห็นป๊ากับคุณแม่กำลังคุยทำหน้าเคร่งเครียดกันอยู่ คนที่ทำหน้าเครียดคงไม่พ้นคุณแม่ของผม

"ป๊าสวัสดีครับ คุณแม่สวัสดีครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"ผมถามท่านทั้งสองก่อนที่จะวางหนังสือที่ผมเพิ่งไปถอยมาหมาดๆวางลงบนโต๊ะตรงหน้า

"เรื่องนี้เป็นข่าวร้ายสำหรับแม่แต่...คงเป็นข่าวดีสำหรับพี่เมฆ"

"หืมมมม ข่าวร้ายเหรอครับแล้วเป็นข่าวดีสำหรับผม"ผมพูดก่อนที่จะเอานิ้วชี้เข้าหาตัวเอง

"หึหึ หนูก็ ป๊าว่ามันอาจจะไม่ใช่ข่าวดีสำหรับพี่เมฆก็ได้นะ"

"นี่ป๊ากับแม่กำลังจะสื่ออะไรครับ ผมงงไปหมดแล้ว"

"นี่จ้ะ แม่ขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะจ๊ะ"คุณแม่ผมท่านวางโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ที่หน้าจอปรากฎข่าวซุบซิบของเหล่าไฮโซและนักธุรกิจ แล้วข่าวพวกนี้มันเกี่ยวอะไรกับผม

"อ่านดูซิ ป๊าว่าพี่เมฆต้องดีใจ เอ๋..หรือเสียใจดี ป๊าเตือนเอาไว้ก่อนนะ รักก็แค่แสดงออกว่ารัก พี่เมฆต้องทบทวนเรื่องนี้ใหม่แล้วละ"ป๊าผมพูดก่อนที่จะเดินตามแม่ผมออกไป ผมจึงเอาโทรศัพท์ที่วางอยู่เอาขึ้นมาเปิดอ่านเนื้อหาข้างในดู ก่อนที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่พวกท่านทั้งสองคนอยากจะบอกผมมันคืออะไร

"นี่ เธอกำลังจะหมั้นงั้นเหรอ เหอะ! มาบอกชอบอีกคนแต่ดันจะไปหมั้นกับอีกคนเนี้ยนะ เธอเป็นคนประเภทไหนกัน"

 

 

 

 

 

 

**เอาแล้วๆ ตอนนี้พี่น้ำเมฆมีก้างชิ้นใหญ่มาก แถมไม่ใช่ก้างปลาธรรมดานะ ก้างปลาวาฬไปเลยจ้าาา นาทีนี้ไรท์อยากได้พี่ไฟ เพราะพี่อบอุ่น อ่อนโยนยิ่งกว่าไมโครเวฟก็พี่ไฟของไรท์นี่แหละจ้า เปลี่ยนพระเอกทันมั้ย อิอิ ใครอยากได้อิมเมจพี่ไฟ ปาคอมเม้นท์มาเล้ยยย ไรท์รับรองรีดอาจจะย้ายข้างก็ได้อิอิ**

ความคิดเห็น