ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

บ่วงตะวัน

 

บทนำ

 

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องถนน และสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำสาดซัดลงมาราวกับจะย้ำเตือนภาพสะเทือนใจเบื้องหน้าให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้เศร้าสลดหดหู่ใจ

 

เด็กหญิงผมเปียในชุดนักเรียนมัธยมต้นนั่งกอดร่างมารดาเอาไว้ ท่ามกลางสายฝนที่กำลังเทลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงร้องร่ำไห้เรียกมารดาปริ่มจะขาดใจ เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือไม่ได้รับการเหลียวแลเหตุเพราะไม่มีใครอยากจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

 

เสียงหวอรถกู้ภัยดังกึกก้อง ติดกันหลายครั้ง ภาพของเด็กสาวที่ยังนั่งกอดแม่ร่ำไห้สร้างความสะเทือนใจให้กับพนักงานกู้ภัยยิ่งนัก

 

หญิงวัยกลางคนถูกรถชนและขับหนีไปอย่างไร้ร่อยรอย ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าหญิงเคราะห์ร้ายกำลังข้ามถนนพร้อมลูกสาว ระหว่างนั้นฝนเกิดตกลงมาอย่างหนัก ด้วยความรีบร้อนอยากข้ามไปหลบฝน เด็กสาวจึงเร่งแม่ให้รีบเดิน พอดีมีรถเลี้ยวเข้ามาจากหัวมุมถนน ไม่ทันเห็นสองแม่ลูก ช่วงเวลาไม่กี่นาที ด้วยความเป็นห่วงว่าลูกจะถูกชน ผลักให้เด็กสาวกระเด็นไปอีกทางและรับแรงกระแทกนั้นเอาไว้เอง ก่อให้เกิดภาพสลดใจอย่างที่เห็น

 

ในขณะรถคันก่อเหตุหายวับไปกับตา เหลือเพียงแค่ภาพของหญิงวัยกลางคนนอนจมกองเลือด กับเด็กสาวที่เอาแต่เขย่าร่างแม่และร้องไห้ขอความช่วยเหลืออยู่กลางถนน

 

รถกู้ภัยพาสองแม่ลูกไปที่โรงพยาบาล คนแม่ถูกเข็นเข้าไปด้านในแล้ว เด็กหญิงยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่ด้านนอก ไม่นานนักก็มีคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายืน เหลือบมองมาที่เธอราวกับว่าโกรธเกลียดมาแสนนาน

 

“คุณ...ศิน” น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกไร้การตอบสนอง เจ้าของชื่อเพียงแค่ชายตามองราวกับเธอเป็นสิ่งน่ารังเกียจมากมาย ก่อนจะก้าวเข้าไปหาพยาบาลที่น่าจะรู้เรื่องราวได้ดีกว่าเด็กสาวที่ยังนั่งร้องไห้ในสภาพเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดแบบนั้น

 

“เชิญญาติคนเจ็บค่ะ” พยาบาลคนหนึ่งร้องเรียก เด็กสาวรีบเดินไวๆเพื่อเข้าไปหามารดา ส่วนชายหนุ่มที่เพิ่งมาก็เดินตามเข้าไปติดๆ แต่ยังรักษาระยะห่างเอาไว้

 

“แม่” น้ำเสียงยังสะอื้น มือบางสั่นเทาเอื้อมไปจับมือของมารดาเอาไว้

 

“ตะวัน” น้ำเสียงคนเจ็บเหือดแห้ง แทบจะไม่มีเสียงออกมาจากปากซีดขาว มือที่ยังมีเลือดเกรอะกรังกระชับจับมือของลูกสาวเอาไว้แน่น

 

“แม่ หนูขอโทษ เพราะหนู” น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ดวงตาแดงก่ำมองมารดาแววตาสำนึกผิด

 

“ไม่ อย่าพูดแบบนั้น หนูไม่ผิด ฟังแม่นะตะวัน” ผู้เป็นมารดาหยุดหายใจเข้าลึกๆ “แม่รักหนูที่สุด รักมากกว่าอะไรทั้งหมด ต่อไปนี้ ถ้าแม่ไม่อยู่ หนูต้องเชื่อฟังคุณท่านกับคุณศินมากๆนะ” นางหยุดพูดแล้วมองไปที่คุณศินของนาง

 

“คุณศินคะ...” คุณศินเดินเข้ามาและจับมือของนางเอาไว้

 

“น้าผ่องครับ ไม่ต้องพูดแล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้หมอพาน้าผ่องไปรักษา ที่โรงพยาบาลของคุณยายนะครับ” คุณศินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่นัยตาแสนเศร้า มองภาพของแม่นมคนสนิทแล้วใจหาย

 

ตอนนี้ผ่อง ไม่ใช่แม่ผ่องที่เคยร่าเริงยิ้มเก่ง ไม่ใช่คนที่เคยมีแก้มที่นิ่มและหอมน่ากอดเช่นเคย แต่เป็นผ่อง ที่มีแต่เลือดติดเต็มตัว ที่หัวของผ่องมีเลือดไหล มือไม้เปรอะเปื้อน เสื้อผ้าดูไม่ได้ และมีแผลขนาดใหญ่ที่ขาและแขน ทำให้สลดใจอย่างที่สุด

 

“น้าฝาก ดูแล ตะวันด้วยนะคะ” ผ่อง กระชับมือของคุณศินเอาไว้ แล้วมองด้วยสายตาเว้าวอน

 

รังสีอำมหิตแผ่ไปที่ตะวันของผ่องทันทีที่ผ่องพูดจบประโยค ก่อนจะตวัดสายตากลับมาอ่อนโยนอีกครั้งที่สบตากับผ่อง

 

“แต่ เพราะเด็กนั่น” คุณศินทำเสียงไม่พอใจ

 

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่เพราะตะวัน ฟังน้านะคะ น้ารู้ดีว่าตอนนี้ร่างกายของน้าเป็นยังไง น้าฝากตะวันด้วยนะคะ แกไม่เหลือใคร คุณศินรับปากน้าสิคะ” ผ่องพูดเร็วขึ้น น้ำตาเริ่มไหลเป็นทาง นางกำลังเก็บกลั้นอาการเจ็บปวดเอาไว้อย่างสุดกำลังที่มี

 

“น้าผ่อง” คุณศินทำเสียงเหมือนไม่อยากจะยอมรับ

 

"นะคะ ถือว่านี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้าย คุณศินเคยบอกน้าว่า ถ้าน้าขออะไร คุณศินจะทำให้ เพื่อตอบแทนที่น้าเลี้ยงคุณศินมาไงคะ คุณศินรับปากสิคะ” คุณศินหันไปมองเด็กสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ที่มุมห้อง

 

เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เพื่อผ่อง คุณศินของผ่องจึงพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้

 

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ” ผ่องยิ้มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอย่างสุดกลั้น

 

“น้าผ่อง น้าผ่องครับ หมอๆ หมอครับ” เสียงร้องเรียกทำให้หมอและพยาบาลรีบวิ่งเข้ามาด้านใน

 

ทั้งสองถูกเกณฑ์ออกไปอยู่นอกห้อง และห้องฉุกเฉินก็ถูกปิดสนิทอีกครั้ง

 

ไม่มีเสียงใดๆ มีแต่เสียงสะอื้นของเด็กสาวที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ร่ำร้องเรียกแม่อยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินไม่ยอมไปไหน อีกคนก็เอาแต่ถอนหายใจหนักหน่วง ไม่มีการสนทนาใดๆ มีแต่แววตาชิงชังและไม่พอใจที่ส่งจากดวงตาคมประดุจเหยี่ยว แผ่ไปถึงสาวร่างบางจนรับรู้ได้

 

“ตะวันไม่...” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากจะพูดอะไร คุณศินของมารดาก็เดินหนีไปอีกทางด้วยอาการหงุดหงิด ทิ้งให้เด็กสาวมองตามอย่างสำนึกผิดอยู่ลำพัง

 

.... TBC ....

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น