ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน ๒๔

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2564 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๒๔
แบบอักษร

“ขออภัยเจ้าค่ะ”  

หญิงแปลกหน้าพึมพำ บัวคว้ามือข้างนั้นของหล่อนไว้ ผ้าที่คลี่คลุมศีรษะอยู่ครึ่งๆ เลื่อนหลุดลง เผยให้เห็นใบหน้าซูบตอบสีทองแดง สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือดวงตาที่จ้องมองมา 

มันส่องประกายสีม่วงเรืองรอง 

บัวเผลอปล่อยมือด้วยความตกใจ หญิงคนนั้นรีบก้มลงเก็บของที่ทำหล่น แล้วผลีผลามเดินหนีไป  

ตามไป!  

เสียงในใจร่ำร้องเร่งเร้า... 

เร็วสิ!  

ท่าทีลนลานตื่นกลัวตนของอีกฝ่าย ทำให้บัวมีความกล้าที่จะวิ่งตามหล่อนลงไปยังชั้นล่าง 

“หยุดก่อน”  

บัวลงมายืนหน้าโรงน้ำชา มองเห็นชายชุดมอซอสะบัดพลิ้วที่กำลังจะกลืนหายไปกับฝูงชน 

ตามไป!  

เธอเม้มริมฝีปาก แล้วสาวเท้าก้าวเร็วๆ ตามไปในทันที ครั้นจวนจะคว้าจับชายชุดของหล่อนได้ หญิงแปลกหน้าก็เหมือนจะทิ้งห่างออกไปอีก 

“บ้าจริง...อีกแค่นิดเดียวเอง” หญิงสาวร้องออกมาอย่างขัดใจ 

ผู้คนมากมายเต็มถนน เหมือนจะกลายเป็นภาพพร่าเลือนที่เคลื่อนผ่านเธอไป 

สายตาของบัวจดจ่ออยู่กับหญิงสาวตาม่วงคนนั้นดั่งต้องมนต์ กระทั่งเห็นร่างในชุดมอซอเลี้ยวลับเข้าในตรอกแห่งหนึ่ง 

“หายไปไหนแล้ว”  

ร่างเดินตามลึกเข้าไปในตรอก แสงอาทิตย์ยังคงเจิดจ้า หูแว่วเสียงฝีเท้าก้องอยู่ในตรอกแคบแห่งนี้ ทั้งที่ถนนข้างนอกเต็มไปด้วยผู้คนจอแจ แต่ภายในตรอกแคบกลับเงียบสงัดเหมือนถูกกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวางความวุ่นวายข้างหลังเอาไว้ 

บัวเหลียวมองกลับไปยังเห็นทั้งคนทั้งรถม้าพลุกพล่าน แต่ทำไม… 

ครืด 

ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากเบื้องบน เงยหน้ามองขึ้นไป เกลียวเชือกเส้นเขื่องที่มัดราวไม้ไผ่ ที่พาดอยู่ระหว่างตัวอาคารทั้งสองไว้ด้วยกันกำลังร่อนหลุดออกมา 

“ว้าย!”  

บัวยกแขนขึ้นบังศีรษะ เตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง  

เนื้อตัวของเธอพลันร้อนวูบ อักขระสีทองเปล่งประกายเรือนรองออกมาทั่วตัวของหญิงสาว  

เปรี๊ยะ!  

ไม้ไผ่ลำใหญ่ที่เพิ่งสัมผัสกับร่างของเธอ กลับแตกออกจากกัน ดุจกระแทกเข้ากับเหล็กกล้า เธอหลุบตามองแสงสีทองที่รายล้อมรอบตัว พลันนึกถึงคำพูดของปรุงเกี่ยวกับมนต์ที่สนลงเอาไว้ มนต์คุ้มกันของนายเขาจะคุ้มภัยให้เธอได้ ตราบใดที่สนยังมีชีวิตอยู่ 

ครืด 

ลำไม้ไผ่อีกสองสามลำที่เลื่อนหลุดจากเชือก กำลังจะร่วงหล่นลงมาอีกคำรบ 

“แม่บัวระวัง!”  

ใครคนหนึ่งดึงตัวเธอเข้าไปในอ้อมแขน ร่างสูงสง่าสะดุ้งเมื่อลำไม้ไผ่กระแทกเข้ากับหลังไหล่ของเขาอย่างแรง 

ครั้นสิ้นเสียงสรรพสำเนียงใดๆ  

หญิงสาวจึงดันตัวออกห่างจากคนที่กำบังร่างเธอไว้ด้วยร่งกายตน 

“แม่บัวเป็นกระไรหรือไม่”  

สีหน้าของฉัตรไม่ค่อยสู้ดีนัก แค่ยังมีแก่ใจมาถามไถ่ร่างแน่งน้อยในอ้อมแขน  

“ฉันไม่เป็นกระไร ปล่อยมือเถอะเจ้าค่ะ”  

ชายหนุ่มคลายมือออกในที่สุด บัวยังคงมองขึ้นไปยังเบื้องบน จู่ๆ เชือกที่มัดราวไม้ไผ่ไว้ด้วยกันก็หลุดร่อนออกจากกันเอาเวลานี้ 

บังเอิญเกินไปหรือไม่ 

หรือหญิงตาม่วงคนนั้นล่อเธอเข้ามาในตรอกเพื่อที่จะทำร้ายเธอ หางตาเธอเห็นฉัตรนิ่วหน้าน้อยๆ 

“คุณฉัตรเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”  

“พี่ไม่เป็นกระไร”  

บัวพิศมองสีหน้าท่าทางของเขาด้วยสายตาเป็นกังวล แม้จะไม่ได้บาดเจ็บแม้แต่ปลายเส้นผม ทว่าอีกฝ่ายก็มีเจตนาดีที่จะช่วยเหลือ 

“ว่าแต่แม่บัวมาตรงนี้ได้อย่างไรกัน”  

“ฉันหลงทางน่ะเจ้าค่ะ” หญิงสาวโกหกออกไปโดยที่ตาไม่กะพริบเสียด้วยซ้ำ 

“แล้วคุณฉัตรมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ”  

“พี่มาพบปะเพื่อนฝูงบนถนนข้างนอกหน้านี้ บังเอิญเห็นแม่บัวเดินหลังไวๆ ผ่านไป ท่าทางรีบร้อน เลยคิดว่ากำลังมีปัญหาใดเกิดขึ้นหรือไม่ ถึงได้ตามติดมาหมายจะสอบถาม” หัวคิ้วของฉัตรย่นเข้าหากัน 

“ก่อนหน้าพี่ร้องเรียกอย่างไรก็ไม่ขาน ราวกับอยู่ในภวังค์อย่างนั้นล่ะ”  

เหมือนอยู่ในภวังค์?  

ผู้หญิงคนนั้นมีสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับตราสาปแช่งปรากฏอยู่บนตัว หล่อนอาจจะเป็นพวก คนมีมนต์ อย่างสนก็ได้ 

เธอต้องทดลองใช้เรือกระดาษลำนั้นสักครั้ง ต้องรีบกลับบ้าน ตอนนี้ไม่สะดวกเอาเสียเลย 

“แล้วแม่บัวออกมากับใครรึ”  

“ออกมากับคุณพี่เพ็ญเจ้าค่ะ คุณพี่เพ็ญกำลังซื้อของอยู่ในห้าง ตอนที่ฉันเดินจากมา”  

“ป่านนี้พวกแม่เพ็ญจะไม่หาตัวแม่บัวจนวุ่นวายไปหมดแล้วหรือ”  

นั่นสินะ 

มองขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง เพิ่งสังเกตว่าเย็นย่ำแล้ว ทั้งที่คิดว่าตัวเองใช้เวลาเดินตามผู้หญิงคนนั้นเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่เวลาล่วงเลยมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร 

ใจของบัวพลันเย็นเยียบ... 

แน่ใจว่าตัวเองตกอยู่ใต้มนตราของคนอื่นเสียแล้ว มนต์ที่สนลงให้เธอ อาจจะแค่ปกป้องเธอจากอันตรายทางร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องจิตใจเธอไม่ให้ถูกครอบงำด้วยอาคมได้ 

“พี่จะพาแม่บัวกลับไปยังห้างฝรั่ง”  

หญิงสาวไม่วายเหลียวมองกลับไปยังตรอกแคบอันว่างเปล่าอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามร่างสูงสง่าของชายหนุ่มไป  

ตลอดเวลาร่างผอมบางในชุดคลุมรุ่มร่ามที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่เหนือหลังคาจับจ้องสองหนุ่มสาวอยู่ แววตาสีม่วงแข็งกร้าวขึ้นด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน 

“บัดซบ”  

ครั้งต่อไปหล่อนจะไม่ทำพลาดอีก หญิงตาม่วงตวัดเสื้อคลุม หายวับไปจากที่ตรงนั้นในพริบตา 

To be continued... 

ตอนหน้าคุณหลวงมาแน่นอน ถ้าไม่มีจิให้ตีเยย ^^

ความคิดเห็น