ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รู้ใจไม่สู้อคติ

ชื่อตอน : รู้ใจไม่สู้อคติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 162

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2564 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รู้ใจไม่สู้อคติ
แบบอักษร

วันรุ่งขึ้น 

“แม่นางหวัง อย่าได้ลำบาก” องค์รัชทายาทตรัสกับหญิงสาวที่เวลานี้ปฏิบัติตัวราวกับเป็นนางกำนัลในวังคอยดูแลพัดวีพระองค์ก็ไม่ปาน 

“บุญคุณย่อมต้องทดแทนเจ้าค่ะ” หวังซูเม่ยย่อตัวคำนับใต้เท้าผู้สูงศักดิ์อย่างอ่อนหวานชดช้อย บุรุษผู้นี้หล่อเหลา ดูมีสง่าราศี มิใช่เพียงแค่เขา ผู้ร่วมเดินทางแทบทุกคนก็เช่นกัน ชายล้วนแล้วหล่อเหลา ส่วนหญิงก็งดงามกระจ่างตา 

“เช่นนั้นผิดคนแล้ว ผู้ที่ช่วยเหลือเจ้าคือคุณชายจาง มิใช่ข้า” องค์รัชทายาททรงปัดความชอบที่ไม่ใช่ของตนเอง พระองค์ทรงเดินทางไกลเพื่อทำประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองจึงไม่ปรารถนาที่จะข้องแวะกับสตรีใดให้ต้องวุ่นวายพระทัย เช่นนั้นจึงโยนเรื่องนี้ไปให้ซีห่าวและให้ชิงหยวนเป็นผู้จัดการ 

“แต่ใต้เท้า...” 

“ซีฮัน!” องค์รัชทายาททรงโบกพระหัตถ์เรียกสาวน้อยที่กำลังเดินผ่านพระพักตร์ไปด้วยหวังให้นางช่วยขัดตาทัพ  

ซีฮันชี้นิ้วที่ตนเองเพื่อถามย้ำว่านางได้ยินไม่ผิด องค์รัชทายาทที่ทรงรำคาญนางเป็นนักหนา เหตุใดวันนี้ถึงได้ทรงเรียกหานางได้ ทว่าจะขัดขืนก็ทำไม่ได้เสียด้วย “เจ้าค่ะใต้เท้า” 

“ซีฮันคือสาวใช้ของข้าดังนั้นคงไม่ต้องลำบากเจ้า” องค์รัชทายาทส่งสัญญาณให้ซีฮันเล่นละครฉากนี้ร่วมกันกับพระองค์ แม่นางหวังจะได้รามือ ไม่มาวุ่นวายกับพระองค์อีก  

ซีฮันอ้าปากค้างที่อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นสาวใช้ขององค์รัชทายาท แต่เมื่อสบพระเนตรของพระองค์ก็เข้าใจในทันทีว่าทรงประสงค์สิ่งใด องค์รัชทายาทก็ทรงทำตัวแปลกเหลือเกิน มีสตรีอ่อนหวานทั้งรูปโฉมงดงามมาคอยดูแลกลับทรงไม่ยินดี หรือพระองค์จะชมชอบอยู่แต่ในสนามรบท่ามกลางบุรุษเพศมากกว่า  

“ใต้เท้า ข้าเตรียมอาหารไว้ให้ท่านแล้ว เชิญด้านนี้เจ้าค่ะ” ซีฮันเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างองค์รัชทายาทและแม่นางหวังพร้อมทั้งแสร้งทำหน้าที่เป็นสาวใช้ปลอม ๆ อย่างแนบเนียน 

"เช่นนั้นข้าต้องขอตัว" โดยไม่ทรงรอให้แม่นางหวังตอบรับหรือปฏิเสธองค์รัชทายาทก็ทรงดำเนินห่างออกมาทันที โชคดีที่ซีฮันฉลาดเฉลียวรับไม้ต่อได้ทันจึงพาตัวพระองค์ออกมาได้อย่างละมุนละม่อม เอาไว้จะทรงตกรางวัลแก่นางก็แล้วกัน 

หวังซูเม่ยมองตามหลังชายหญิงที่เดินจากไปด้วยแววตาผิดหวัง ใต้เท้ารังเกียจนางออกเพียงนี้ หากเขาเกิดทิ้งนางระหว่างทางขึ้นมา นางจะทำเยี่ยงไร 

 

 

“จากวันนี้ไปเจ้าต้องอยู่ข้าง ๆ ข้า” เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบเมื่อครู่ องค์รัชทายาทจำเป็นต้องมีตัวช่วย และซีฮันก็เป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในคณะ 

“จุดประสงค์ของพระองค์คือ...” 

“กันท่าสตรีทุกคนที่พยายามเข้าใกล้ข้า” แม้ซีฮันจะมีนิสัยจู้จี้จุกจิกน่ารำคาญ หยิ่งยโส ยอมหักไม่ยอมงอแม้แต่กับเชื้อพระวงศ์ก็ตาม ทว่านางก็เป็นสตรีเดียวที่ไม่ปรารถนาจะครอบครองพระองค์ดังนั้นจึงเหมาะกับการทำหน้าที่นี้ที่สุด 

“ทรงลืมหรือเพคะว่าหม่อมฉันเองก็เป็นสตรี หากมิชอบให้สตรีใดเข้าใกล้ ให้ทหารของพระองค์คอยกันพวกนางออกไปก็ได้นี่เพคะ” ระหว่างซีฮันและองค์รัชทายาทไม่ต่างอันใดกับลิ้นกับฟันดังนั้นอยู่ให้ห่างกันจะดีกว่า ความจริงนางก็ไม่ได้อยากร่วมเดินทางมาด้วยตั้งแต่แรก นางเพียงทนชิงหยวนรบเร้าไม่ไหว และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือนางเป็นห่วงพี่ชายของนางก็เท่านั้น 

“สตรีด้วยกันย่อมเข้าอกเข้าใจกันมากกว่า” นั่นเป็นเพียงข้ออ้าง ความจริงแล้วรัชทายาททรงคาดหวังว่าซีฮันและชิงเหยียนที่รักใคร่กลมเกลียวราวกับพี่น้องท้องเดียวกันจะมีความสามารถในการกำจัดศัตรูไม่ต่างกัน  

“เช่นนั้นหม่อมฉันจะได้สิ่งใดตอบแทนเพคะ” หน้าที่มิใช่ดังนั้นซีฮันไม่มีทางยอมทำสิ่งใดโดยที่ไม่มีค่าตอบแทน บิดาสอนนางเสมอว่าไม่ว่าจะลงมือทำสิ่งใดต้องคำนวณถึงผลได้ผลเสียให้ดี หากไม่คุ้มก็อย่าได้ลงทุนให้ต้องเสียเวลา 

“ข้าให้ได้ทุกอย่าง ยกเว้นตำแหน่งพระชายา” ซีฮันอายุสิบเจ็ดปีเข้าไปแล้ว หากนางไม่ออกเรือนภายในปีนี้ก็คงได้ชื่อว่าเป็นสาวเทื้อคาเรือน ดังนั้นองค์รัชทายาทจึงต้องดักทางไว้ก่อน หากเป็นเมื่อก่อนพระองค์คงมั่นพระทัยได้เต็มร้อยว่านางมิคิด ทว่าเวลานี้ทรงต้องเผื่อพระทัยไว้สักยี่สิบส่วนเผื่อนางเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม 

“พระชายา? มิสนหรอกเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันปรารถนาคือ... เงินเท่านั้น” มารดามักเล่าว่าที่ที่ท่านจากมาสตรีมีสิทธิเท่าเทียมกับบุรุษ พวกนางไม่ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านรอให้สามีหาเลี้ยงเพียงผู้เดียว และการแต่งงานก็หาใช่เรื่องสำคัญ ต่อให้ไม่แต่งชีวิตก็มีความสุขได้ โดยเฉพาะสตรีที่มีเงิน พวกนางจะมีความสุขมากกว่าผู้อื่น ดังนั้นนางจึงตั้งมั่นว่าจะเป็นสตรีเช่นนั้น ไม่ต้องแต่งออกทว่าสุขสบายมีเงินใช้ไม่ขาดมือ 

“กิจการมากมายของบิดาเจ้าสร้างกำไรอย่างมหาศาล ไยยังต้องการอีก” คนโลภมีมากมายบนโลกใบนี้และหนึ่งในนั้นคงไม่พ้นสาวน้อยผู้นี้ หากบิดาของนางมิได้ร่ำรวย พระองค์ทรงมิอยากคิดเลยว่านางจะหาวิธีการใดมาหาเงินอย่างที่นางต้องการ 

“หนึ่งพันตำลึง... หากไม่ตกลง ก็ทรงไปหาผู้อื่นเถิดเพคะ” ซีฮันยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้าและพิจารณามันอย่างละเอียดระหว่างรอให้ลูกค้ามือหนักตะครุบเบ็ดที่วางไว้ 

“หนึ่งร้อย” องค์รัชทายาทต่อรอง ซีฮันคือพ่อค้าหน้าเลือด รีดไถเก่งเป็นที่หนึ่ง เพียงกันท่านางคิดเงินถึงหนึ่งพันตำลึง เงินมากมายเพียงนั้นพระองค์ทรงส่งไปช่วยเหลือราษฎรที่ลำบากทั่วแคว้นหยางจะดีเสียกว่า 

องค์รัชทายาทหั่นราคาเกินไปแล้ว จากหนึ่งพันร่วงลงสู่หนึ่งร้อยได้อย่างไร “แปดร้อย” 

“หนึ่งร้อย” องค์รัชทายาททรงยืนกรานราคาเดิม 

“หกร้อย” ซีฮันยอมลดราคาลงอีกหน่อย ที่นางตั้งราคาไว้สูงก็เพื่อการนี้นี่แหละ 

“หนึ่งร้อย” องค์รัชทายาททรงไขว้พระหัตถ์ไว้ด้านหลังเมื่อการเจรจาดูจะยืดเยื้อ 

“ห้าร้อย” นี่มันกึ่งหนึ่งจากราคาที่ตั้งไว้เชียวนะดังนั้นหากยังทรงปฏิเสธอีกล่ะก็... 

“ชิงเหยียนน่าจะยังว่างอยู่ ข้าว่า…" องค์รัชทายาททรงเปรยขึ้นมาลอย ๆ ชิงเหยียนมิอยากให้สตรีใดวนเวียนอยู่ใกล้ซีห่าว ดังนั้นเพียงพระองค์ทรงอยู่ใกล้ซีห่าวเข้าไว้ก็คงพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย 

“อ๊ะ ๆ หนึ่งร้อยก็ได้เพคะ” ซีฮันตกลงในที่สุด อย่างไรเสียการเดินทางครั้งนี้นางก็มิได้มีกระไรทำเป็นเรื่องราวอยู่แล้วดังนั้นลงแรงสักเล็กน้อยแลกกับเงินหนึ่งร้อยตำลึงก็ถือว่าคุ้ม 

“อย่าให้แม่นางหวังหรือสตรีใดเข้าใกล้ข้าเป็นอันขาด หากทำได้แบบชิงเหยียนก็ยิ่งดี” เมื่อตกลงกันได้ องค์รัชทายาทก็ทรงมอบหมายภารกิจให้ซีฮันทันทีและได้แต่หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นเช้านี้เกิดขึ้นอีก 

“วางใจได้เพคะ แม่นางหวังจะไม่มีทางเข้าใกล้พระองค์ในรัศมีสามฉื่อเป็นแน่” 

 

 

พลั่ก! 

“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าน้อยมิได้ตั้งใจ” 

“อย่าคิดมาก ขอตัว” ตั้งใจหรือไม่องค์ชายฟาหยางทรงมิใส่พระทัย สตรีไม่มีที่มาที่ไปอย่าได้ข้องแวะเป็นดีที่สุด ใจสตรียากแท้หยั่งถึงดังนั้นเลี่ยงได้ก็ควรทำ 

“คุณชายฟาหยาง รังเกียจข้าหรือเจ้าคะ” หวังซูเม่ยก้มหน้าลงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ว่าไปที่ใดทุกคนต่างบ่ายหน้าหนี อุตส่าห์ทำตัวดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี ขนาดเดินชนเข้าจัง ๆ เช่นนี้ก็ยังถูกเมิน 

“คงแล้วแต่เจ้าจะคิด ขอตัวอีกครั้ง” ในชีวิตมีชิงเหยียน ซีฮัน เหมยฮวา และอิงฮวาก็วายป่วงมากพอแล้ว ดังนั้นอย่าได้หาเข้ามาเพิ่มเป็นดีที่สุด 

“คุณชาย!” ซูเม่ยหน้ามุ่ยเมื่อถูกปฏิเสธเป็นครั้งที่สอง เห็นทีคงจะมีแต่คนผู้นั้นกระมังที่มีไมตรีต่อนางบ้าง 

 

 

“จะไปที่ใดเจ้าคะ” 

“ไม่ใช่กงการของเจ้า” ชิงเหยียนจะตามหลอกหลอนเขาทั้งกลางวันกลางคืนเลยอย่างนั้นหรือ ตื่นเช้ามาก็เจอ ค่ำลงก็ยังฝันถึง ทว่าในฝันนั้นนางทำตัวน่ารังเกียจมากกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่านัก 

“ไม่หิวหรือเจ้าคะ ข้าอุตส่าห์นำอาหารที่ท่านชอบติดมาด้วย” ชิงเหยียนเดินไปดักหน้าไม่ให้เขาเดินต่อ นางใช้เวลาตั้งหลายวันเตรียมของจำเป็นสำหรับเขา ไม่ว่าจะเป็นยาหรืออาหารนางล้วนเตรียมมาพร้อม เดินทางไกลลำบากเช่นนี้นางจะปล่อยให้ชายในดวงใจอดอยากได้อย่างไร 

ซีห่าวเกลียดที่ชิงเหยียนรู้ทันเขาไปเสียหมด นางรู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด และเขาก็เชื่อด้วยว่านางสามารถทำให้เขาได้ทุกอย่างขอเพียงเอ่ยปากขอ ทว่าสิ่งเดียวที่เขาต้องการจากนางคือ ‘อิสรภาพ’ แต่นางกลับให้ไม่ได้ 

ซีห่าวเคยสนทนากับชิงเหยียนอย่างจริงจังหลายครั้งแต่นางมักปฏิเสธโดยให้เหตุผลเดิม ๆ ว่าอิสรภาพของเขาคือหัวใจของนาง หากเขาพรากไปนางคงอยู่ไม่ได้ ชาติที่แล้วเขาคงติดหนี้นาง ชาตินี้ถึงได้หนีนางไม่พ้นเสียที 

ผู้คนต่างพากันล่ำลือกันว่าเขานั้นโชคดี เฮอะ! พวกเขาไม่มาเป็นซีห่าว ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันยากลำบากเพียงใดที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับกุหลาบงามที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมเช่นชิงเหยียน หากพลาดพลั้งวันใด หนามนั้นอาจทำให้สตรีรอบกายถึงตายได้ทุกเมื่อ 

“คุณชายจาง ข้าตามหาท่านเสียทั่ว” ซูเม่ยรีบสาวเท้าเข้าไปหาผู้มีพระคุณโดยทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าบูดบึ้งของสตรีที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขา 

“เหตุใดต้องตามหาเขา!” ชิงเหยียนกระชากเสียงถามสตรีที่กำลังรนหาที่ตายอย่างเอาเรื่อง สตรีผู้นี้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนดังนั้นนางมิควรปล่อยให้เข้าใกล้คนของนาง 

“ชิงเหยียนอย่าเสียมารยาท” ซีห่าวเอ่ยปรามด้วยเกรงว่าชิงเหยียนจะลงมือกับอีกฝ่ายเพียงเพราะทักทายเขาเท่านั้น 

“อย่าตำหนินางเลยเจ้าค่ะ” หวังซูเม่ยใจกว้างพอที่จะไม่ถือสาด้วยพอจะทราบเลา ๆ ว่าแม่นางหลี่มิชอบหน้านางสักเท่าไหร่นัก 

ชิงเหยียนเม้มปากแน่นพยายามระงับอารมณ์โกรธไม่ให้กระโจนบีบคอหวังซูเม่ย นางต้องรอดูท่าทีของอีกฝ่ายไปก่อนจะได้รับมือได้ถูก 

เมื่อเห็นว่าชิงเหยียนยอมอยู่นิ่ง ซีห่าวจึงหันไปสนทนากับแม่นางหวังอย่างเป็นมิตร “แม่นางหวัง มีธุระอันใดกับข้าอย่างนั้นหรือ” 

“ข้าย่างปลามาให้คุณชายจาง ตอบแทนที่ช่วยข้าน้อยเมื่อคืนเจ้าค่ะ” ซูเม่ยยื่นอาหารที่เตรียมมาไปตรงหน้าชายหนุ่มและรอคอยให้เขารับมันไปจากมืออย่างใจจดใจจ่อ 

ชิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ เมื่อสิ่งที่แม่นางหวังซูเม่ยนำมานั้นเป็นสิ่งที่เขาเกลียด “ช่างมิรู้อะไรเอาเสียเลย ท่านพี่ของข้ามิชอบทานปลา ดังนั้นเจ้าเก็บมันเอาไว้กินเองเถิด ท่านพี่ ข้าเตรียม...” 

“ลำบากแม่นางหวังแล้ว ข้าจะทานมันให้อร่อย” สิ่งที่ชิงเหยียนกล่าวมานั้นถูกต้อง ทว่าเขาไม่อยากให้นางได้ใจมากกว่านี้จึงจงใจยื่นมือไปรับไมตรีของแม่นางหวังเพื่อให้ชิงเหยียนเสียหน้า 

“คุณชายจางอย่าได้ฝืนเลยเจ้าค่ะ ข้าไปนำอย่างอื่นมาให้ท่านจะดีกว่า รอสักครู่นะเจ้าคะ” ซูเม่ยหน้าเสียและดึงปลาย่างกลับทว่าคุณชายจางกลับยึดมือของนางไว้แน่น  

ซีห่าวดึงปลาย่างออกจากมือของหญิงสาวพร้อมกับส่งยิ้มละมุนไปให้ “น้ำใจของเจ้า ข้ามีหรือจะปฏิเสธ” 

จ๊อกกกก! 

“ข้าเดาว่าแม่นางหวังเองก็ยังไม่ได้ทานเช่นกัน ปลาตัวใหญ่ออกเช่นนี้ เจ้าก็แบ่งกันกับข้าดีหรือไม่” ซีห่าวเอ่ยชวนเมื่อได้ยินเสียงท้องร้องของหญิงสาวที่ยกปลาตัวใหญ่ในมือให้เขา 

“น่าอายยิ่งนัก” ซูเม่ยก้มหน้าหลบสายตาคมด้วยความเขินอายที่แสดงความตะกละออกไปต่อหน้าผู้มีพระคุณ 

“เช่นนั้นพวกเราไปนั่งทานตรงนั้นด้วยกัน ดีหรือไม่" 

“เจ้าค่ะ” ซูเม่ยตอบรับอย่างว่าง่ายและเดินตามหลังชายหนุ่มไปด้วยท่าทางเหนียมอาย 

ชิงเหยียนยืนตัวแข็งค้าง ที่ผ่านมาพี่ชายของนางมิเคยตอบรับไมตรีจากสตรีใดเลยสักครั้ง แล้วเหตุใดวันนี้เขาถึงยื่นมือไปรับสิ่งที่ไม่ชอบจากสตรีที่เพิ่งพบหน้ากันได้ หรือว่าหญิงผู้นี้จะเป็นเนื้อคู่ที่สวรรค์ลิขิตไว้! 

ตุ้บ! ห่ออาหารที่ชิงเหยียนซ่อนไว้ด้านหลังร่วงหล่นลงพื้นโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว การรับรู้ของนางหยุดนิ่งอยู่กับภาพของพี่ชายที่เดินเคียงคู่ไปกับหวังซูเม่ยโดยทิ้งนางไว้ข้างหลังอย่างไม่ไยดี 

ตึก ๆๆๆๆๆๆๆๆ หัวใจของชิงเหยียนเต้นแรงจนน่ากลัว ราวกับว่ามันจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จนนางต้องรีบยกมือขึ้นขยุ้มหน้าอกเพื่อบรรเทาความปวดหนึบข้างใน 

“แปดปีมานี้... ข้ายื่นให้แต่สิ่งที่ท่านชอบ แต่ท่านมิเคยรับมันไปเลยสักครั้ง แต่กับหวังซูเม่ย แม้แต่ของที่ไม่ชอบ ท่านก็ยื่นมือออกมารับอย่างง่ายดาย” ชิงเหยียนทรุดตัวลงนั่งข้างห่ออาหารที่นางอุตส่าห์ลุกขึ้นมาเตรียมให้เขาตั้งแต่เช้าตรู่อย่างไร้เรี่ยวแรง  

“เหตุใดถึงได้รู้สึกเจ็บปวดถึงเพียงนี้...”  

ความคิดเห็น