email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

กักตัว ไม่กักใจ - ตอนที่ 5 ตะกร้าใส่สตรอว์เบอร์รี่​

ชื่อตอน : กักตัว ไม่กักใจ - ตอนที่ 5 ตะกร้าใส่สตรอว์เบอร์รี่​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2564 03:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กักตัว ไม่กักใจ - ตอนที่ 5 ตะกร้าใส่สตรอว์เบอร์รี่​
แบบอักษร

ตอนที่ 5 ตะกร้าใส่สตอเบอรี่​

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ"

แม้ปากจะกล่าวขอบคุณที่ชายหนุ่มช่วยทำแผลและทายาแก้ฟอกช้ำดำเขียวให้ ทว่าแววตากลับขุ่นขวางมองค้อนปะหลับปะเหลือก เพราะส่วนหนึ่งก็ยังนึกเคืองที่เขาพูดจาสั่งสอนกึ่ง ๆ เหน็บแนมเรื่องปีนรั้วอยู่เนือง ๆ ตลอดช่วงที่นั่งทำแผล

ปาลิดาเบนสายตาไปมองด้านนอกที่เริ่มมืดครึ้มเมื่อเข้าเวลาโพล้เพล้ นิ้วเรียวก็เอื้อมไปเกี่ยวเข้าที่เชือกผูกของกล่องพัสดุ ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ยังว่างเกาะที่วางแขนของโซฟาพลางดันตัวเองให้ผุดลุกขึ้น

"อึก"

ริมฝีปากบางเม้มแน่นกลั้นเสียงร้องซี๊ดซ้าด คิ้วเรียวขมวดแน่นพร้อมหยาดน้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอเต็มสองเบ้า เมื่อความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วสะโพกซีกซ้ายอีกครั้งหลังนั่งอย่างสงบสุขอยู่นานสองนาน

"ไหวไหมเนี้ย"

"ไหว ๆ ฉันไหว"

พศินส่ายหน้าไปมา ยืนกอดอกมองคนเจ็บแต่ปากแข็งยงโย้ยงหยกอยู่เกือบนาที สุดท้ายก็อดไม่ไหว ดึงเอากล่องพัสดุมาถือให้ก่อนขยับเข้ามายืนประกบแล้วสอดแขนเข้าที่เอวคอด ประคองร่างงองุ้มด้วยความเวทนา

ปาลิดาสะดุ้งโหยงแล้วทำท่าจะสะบัดตัวออกจากกอดรัด แต่พอเจอสายตาดุดันพร้อมเหตุผลห้อยท้าย เธอก็นิ่งงันไป

"ไว้หายเจ็บเมื่อไหร่จะยอมให้อวดเก่ง แต่ตอนนี้จับแขนผมไว้ก่อนดีไหม เกิดล้มหน้าคะมำไปอีกรอบ เดี๋ยวได้สะโพกร้าวกันพอดี" พศินดุเสียงเข้มพลางยื่นมือไปให้เธอใช้เป็นที่ยึดเกาะเพื่อทรงตัว

คนตกรั้วก้มมองตัวเอง ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะผ่อนแรงขัดขืน ไม่ใช่ว่าอยากให้เขาแตะตัวหรอกนะ แต่ถ้าล้มป่วยขึ้นมาจริง ๆ เธอคงได้นอนง่อยเป็นผักขาดคนเหลียวแลแน่นอน

คิดดังนั้นมือเรียวจึงย้ายมาเกาะลงบนท่อนแขนแกร่งแล้วยึดไว้แน่น ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายโอบเอวพาเดินกลับไปยังเขตบ้านของตัวเอง โดยมีสายตาแป๋วแหว๋วของเจ้าแง่งขิงจอมซนมองทะลุกรงตามหลังอย่างไม่ละสายตา

ครืดดดดด

พศินเลิกคิ้ว มองบานประตูกระจกที่ถูกหญิงสาวเจ้าของบ้านเลื่อนเปิดทั้งที่ยังไม่หยิบกุญแจขึ้นมาไขแล้วส่ายหัว อดตำหนิและเตือนสติที่เผลอหละหลวมเรื่องความปลอดภัยไม่ได้

"นี่บ้านหรือทางผ่านไปซอยข้างหลังอ่ะ"

"บ้านสิยะ! "

"ถ้าบ้านแล้วทำไมกล้าเปิดทิ้งไว้แบบนี้ มีคนเฝ้าบ้านให้หรือไง"

"ไม่ อ๊ะ! แอบหลอกถามเหรอ นี่ ๆ หรือว่าคิดจะมายกเค้าบ้านฉัน"

"ก็น่าสนนะ รั้วก็ไม่ได้คล้องกุญแจ ประตูบ้านก็ไม่ได้ล็อก เชิญชวนกันซะขนาดนี้"

ปาลิดาหน้าหงิก รู้ตัวได้ในทันทีว่าถูกเหน็บแนมเข้าอีกแล้ว เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปิดบ้านทิ้งไว้ซะหน่อย เธอแค่ห่วงว่าพัสดุจะหายแบบครั้งก่อนที่ส่งผิดบ้านก็เลยลืมล็อกเท่านั้นเอง

"ก็คิดจะไปแค่แป็บเดียวนี่นา" คนไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดอ้อมแอ้มเถียงเสียงแผ่ว

พศินอยากจะบ่นต่อ ทว่าพอก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่เจ็บจนขาสั่นเทิ้มไปหมด เขาก็ยอมเลิกต่อปากต่อคำแล้วดันร่างเล็กเบา ๆ เป็นเชิงให้เธอเดินนำเข้าไปในบ้าน

ปาลิดาเลิ่กลั่กไม่อยากให้อีกฝ่ายก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว เพราะต่อให้จะอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงแต่ก็เพิ่งเจอะหน้ากันเป็นครั้งแรก ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน ดังนั้นเขาจะเป็นคนแบบไหน นิสัยใจคอยังไง ดีหรือร้าย เธอก็ยังไม่รู้แน่ชัด แล้วอีกอย่าง....

"อืมมม ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าอยู่กับใคร"

พศินพยักหน้าน้อย ๆ เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแล้วเหล่ตามองกองเสื้อผ้าที่วางพาดระเกะระกะตามพนักโซฟาและเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร และคงไม่ต้องถามด้วยว่ามีแฟนหรือยัง เพราะชั้นล่างของบ้านชายโสดเช่นเขาก็มีสภาพไม่ต่างกัน

"รก ๆ แบบนี้ โสดแน่นอน"

"โสดแล้วมันทำไม! ชิ! ดีจะตายยย ช่วงนี้เขาฮิตโสดกัน คุณไม่รู้เหรอ! "

"อ้อเหรออออ"

"ไม่ต้องมาทำหน้าทำตาใส่ฉันเลยนะ ทำไม ๆ จะขิงว่ามีแฟนแล้วเหรอ"

"เปล๊าาาา ผมก็อินเทรนด์เหมือนคุณนั่นแหละ"

"แล้วใครอยากรู้"

"ครับ ๆ ผมอยากบอกเองก็ได้ครับบบบ"

ปาลิดาค้อนขวับพวงแก้มเห่อร้อนจนแดงก่ำด้วยความเขินอาย ยิ่งถูกมองด้วยสายตาล้อเลียนเธอก็ยิ่งประกอบหน้าไม่ถูก ครั้นจะลุกขึ้นเดินเก็บตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว

นี่ดีนะที่มีแค่พวกเสื้อคลุมและกางเกงยีนส์ขายาวธรรมดา ๆ ไม่งั้นเธอคงอับอายจนได้แทรกซอกโซฟาหนี!

พลันร่างบางก็แข็งเกร็ง ใบหน้าเหลาหลาจนปิดไม่มิด หลังหย่อนสะโพกลงนั่งบนโซฟาแล้วปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความนุ่มนิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนอิงข้างตัว

"อ่า ขะ...ขอบคุณที่มาส่ง ฉันคงไม่มีแรงเดินไปหยิบน้ำมาต้อนรับ ไว้ครั้งหน้าจะเอาขนมไปฝากแล้วกันน้าาา"

สาวเจ้าของบ้านตัดบท โบกไม้โบกมืออำลาแล้วเอนกายลงนอนทับไปบนหมอนอิงด้วยท่วงท่าธรรมชาติ แต่ถึงเธอจะพยายามรักษาอาการให้เป็นปกติทว่าแววตาคู่สวยก็ยังดูล่อกแล่กในสายตาของชายหนุ่มอยู่ดี

"ฝากผม หรือฝากเจ้าเป้กันล่ะ"

"ถ้าคุณชอบ ฉันแบ่งขนมเป้ไปให้คุณได้น่ะ"

พศินหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ถือสากับความหมายแฝงที่หญิงสาวแอบหลอกด่าทางอ้อม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวบ้านอีกครั้งแล้วชะงักเล็กน้อย แววตาวาววับเหล่มองเธอแวบหนึ่งก่อนจะถอยหลังออกไป

มือหนาดึงรูดผ้าม่านสีขาวผืนบางให้ปิดจนสุดก่อนจะตามด้วยผ้าม่านสีทึบ ทว่าในจังหวะก่อนที่จะปิดประตู พศินก็เงยขึ้นสบประสานสายตากับคนที่นั่งปั้นหน้ายิ้มอยู่บนโซฟา เม้มปากกลั้นขำแล้วพยักพเยิดไปทางหมอนอิงที่เธอพิงอยู่

"ไว้รอบหน้าผมจะแบ่งตะกร้ามาไว้ให้ใส่ เอ่อ สตอเบอรี่​แล้วกันนะ"

ปึก!

จบคำประตูก็ถูกเลื่อนให้ปิดสนิท ทิ้งให้ปาลิดาได้แต่นั่งกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงกับประโยคที่อีกฝ่ายพูดทิ้งท้ายไว้ ปกติเวลาไปทักทายเพื่อนบ้าน คนเค้าต้องเอาผลไม้ไปฝากกันไม่ใช่เหรอ

"ประสาท! "

ปาลิดาหันไปทางบ้านข้าง ๆ แล้วย่นจมูกใส่ ทว่าเมื่อเธอก้มลงมองไปยังจุดที่อีกฝ่ายทิ้งสายตาไว้ก่อนกลับเพื่อไขข้อสงสัย พวงแก้มก็เห่อร้อนวูบวาบ แดงก่ำขึ้นมาอีกหน

นี่สินะ สาเหตุที่เขาอยากจะแบ่งตะกร้ามาให้! โอ๊ยยย หมดกัน! ภาพลักษณ์ที่มีอยู่น้อยนิดเท่าหยิบมือของฉัน!

ปาลิดาร้องโอดครวญในใจแล้วทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ มือเรียวดึงชุดชั้นในสีชมพูหวานแหว๋วออกมาจากใต้หมอนแล้วเขย่ามันแรง ๆ

"แกจะอวดความน่ารักกับใครก็ได้ แต่แกจะอวดลายสตอเบอรี่​ให้เพื่อนบ้านปากปีจอดูแบบนี้ไม่ได้! "

**********

วงวารน้อง แต่ไม่แน่น้าาา พี่พศินอาจจะถูกลายสตอเบอร์รี่ตกเอาก็ได้ ใครจะรู้ 5555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว