email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 แรกพบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 แรกพบ

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 571

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2564 16:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 แรกพบ
แบบอักษร

ตอนที่ 19 

แรกพบ  

​ผู้จัดการสาว(ชั่วคราว) เดินตามน้องทีมงานผู้ชายมาอย่างขัดไม่ได้ หญิงสาวเดินตามมายังริมชายหาด ห่างจากกองถ่ายมาประมาณ หนึ่งร้อยเมตร 

​“นี่น้อง! จะให้พี่เดินตามไปถึงไหนเนี่ย?!” เธอถามออกมาด้วยความหงุดหงิด 

​“ถึงแล้วครับ พี่เขายืนรออยู่ตรงนั้นครับ” น้องทีมงานเอ่ยบอก ก่อนจะชี้ไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังมองวิวอยู่ จากนั้นจึงเดินเลี่ยงออกไป หญิงสาวเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังร่างสูง ก่อนจะเอ่ยเรียกเขา 

​“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันหรอคะ?” เธอเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันหน้ามามองยังต้นเสียง  

​ตึง!!!!!!!! 

​วินาทีนั้นเหมือนทุกอย่างเหมือนจะหยุดเคลื่อนไหวในทันที่ ทั้งสองคนสบตากันนิ่งอย่างตกใจ ภูวดลมองหน้าหญิงสาวอย่างนิ่งอึ้ง เหมือนเช่นหญิงสาวเองที่กำลังมองเขาด้วยสายตาไม่ต่างกัน 

​ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวยืนจ้องกันอยู่อย่างนั้นนานพอสมควร ก่อนที่ภูวดลจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พลางพูดออกไปเพื่อทำลายความเงียบและความอึดอัดนี้ 

​“คุณคงเป็นผู้จัดการของคุณมาร์คเวลล์ใช่มั้ยครับ?” เขาถามเธอเสียงเรียบ  

​“มั้งคะ” เธอตอบออกไปแค่นั้น ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ จิตใจก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

​“ดี! งั้นผมเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ทำไมพวกคุณถึงมาสาย! รู้มั้ยว่าทีมงานเขารอและคอยโทรตามพวกคุณเป็นร้อยรอบแล้ว พวกคุณทำให้ทุกคนเขาต้องวุ่นวายกันไปหมด!...ไหนบอกว่ามืออาชีพไง?! มืออาชีพเขาปล่อยให้ทุกคนต้องรอและเสียเวลากันไปแบบนี้หรอ!!!” ภูวดลเริ่มตำหนิทันที ผู้จัดการสาวถึงกลับอ้าปากค้าง ก่อนจะรวบรวมสติแล้วสวนกลับไป 

​“โอเคค่ะ!...ฉันยอมรับและรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คุณคงโทษพวกเราฝ่ายเดียวไม่ได้ คุณต้องโทษทีมงานของคุณด้วยที่ทำงานผิดพลาด ไม่แจ้งสถานที่ถ่ายทำให้ชัดเจน จนพวกเราต้องตามหากันให้วุ่นไปหมด!!!” หญิงสาวเอ่ยเถียง 

​“คุณว่าอะไรนะ?” ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจพลางขมวดคิ้วทันที 

​“ฉันขอยืนยันว่าทางเราทำงานกันอย่างมืออาชีพแต่คุณก็ต้องเพื่อใจเอาไว้บ้าง ว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เราวางแผนเอาไว้อย่างดีแค่ไหน อาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้เหมือนกัน ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์เสมอไปหรอกค่ะ! คุณภูวดล!!” หญิงสาวเรียกชื่อชายหนุ่มตรงหน้าเสียงแข็ง ภูวดลมองหน้าหญิงสาวนิ่ง  

​“งั้นผมก็ต้องเป็นฝ่ายขอโทษพวกคุณด้วย ที่บกพร่อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หวังว่ามืออาชีพอย่างพวกคุณคงไม่ถือสาอะไร?” ชายหนุ่มเอ่ยขอโทษ แต่ใบหน้าและท่าทางมันสวนกับคำพูดของเขาจริงๆ จนหญิงสาวตรงหน้ายังรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ 

​“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ” เธอตอบพลางเชิดหน้าใส่ 

​“ดีครับ!! งั้นตอนนี้พวกเราควรจะเริ่มงานกันได้สักที เสียเวลามามากแล้ว” ภูวดลเอ่ยบอก ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป แต่เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ต้องหยุดชะงักและหันกลับมามองที่เธอ 

​“เอ่าะ!! ขอบคุณนะครับที่ยังไม่ลืมชื่อผม คุณนาชิตา!” เขาเอ่ยบอก พลางแสยะยิ้มที่มุมปาก จากนั้นจึงเดินหนีไป สร้างความเจ็บใจให้หญิงสาวไม่น้อย 

​“คนบ้า!! คิดว่าตัวเองแน่นักหรือไงห๊ะ!!” เธอสบถออกมาอย่างขัดใจพร้อมกับหมั่นไส้ในความขี้เก๊กของเขาจริงๆ 

  

​การถ่ายภาพเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไร ภูวดลพร้อมกับลูกมือของเขาใช้เวลาในการทำงานไม่ถึงสี่ชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ทุกอย่างออกมาดี จนชายหนุ่มรู้สึกพอใจในการถ่ายภาพในครั้งนี้ 

​“เหนื่อยมั้ยภู?” ภาดาวเอ่ยถาม พลางยื่นน้ำให้ชายหนุ่ม ภูวดลยิ้มรับทันที 

​“ไม่เท่าไหร่หรอก แล้วดาวล่ะ เหนื่อยมั้ย?” เขาถามกลับ ภาดาวสั่นศีรษะเล็กน้อย 

​“ไม่เหนื่อยเลย ว่าแต่ภูเถอะรู้สึกว่าวันนี้จะทำผลงานออกมาดีเป็นพิเศษเลยนะ มีอะไรดีๆเกิดขึ้นหรือเปล่า?” ภาดาวเอ่ยถาม พลางส่งยิ้มหวานให้ 

​“ไม่มีอะไรหรอก เราว่าดาวรีบเข้าร่มก่อนดีกว่านะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างเป็นห่วง ภาดาวพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเดินจากไป จากนั้นภูวดลจึงหันไปตะโกนหาเพื่อนที่กำลังยืนจีบช่างแต่งหน้าสาวอยู่ 

​“จอน!!” เขาเอ่ยเรียก แต่ไม่มีปฏิกิริยากลับมาเลย 

​“ไอ้จอน!! มาได้แล้วโว้ย!!.มั่วแต่แทะโลมสาวๆอยู่นั่นแหละ!!” เขาตะโกนออกไปอีกครั้ง จนทำให้จอน จรณถึงกลับหมดอารมณ์ทันที ก่อนจะเดินมาหาเพื่อนอย่างขัดไม่ได้ 

​“ไอ้เพื่อนบ้า!! ขัดจังหวะตลอดเลย!” เมื่อเดินมาถึงจอน จรณถึงกลับต่อว่าเพื่อนทันที ส่วนภูวดลได้แต่ยักไหล่อย่างไม่สนใจ ก่อนจะเดินนำเข้าไปยังโรงแรม 

​“งานเสร็จเร็วแบบนี้ แกกับทีมงานจะกลับกรุงเทพเลยหรือเปล่าวะ?”  

​“ยังหรอก อุตส่าห์มาทำงานต่างจังหวัดทั้งที ก็ต้องหาเวลาพักผ่อนกันบ้างสิวะ” เขาเอ่ยบอกอย่างยิ้ม 

​“เอ่อดีแล้วแหละ แม่แกยิ่งบ่นๆอยู่ด้วย ว่าแกมั่วแต่ทำงานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย” 

​“อืม แล้วฉันก็บอกทีมงานแล้วด้วยว่าเย็นนี้จะเลี้ยงฉลองกัน” จอน จรณพยักหน้าอย่างรับรู้ 

​“เอ่อะ ภู ฉันว่าฉันเห็นนานะอยู่ที่นี่ด้วยว่ะ รู้สึกว่าเธอจะเปลี่ยนไปมากจนฉันยังไม่กล้าเข้าไปทักเลย” จอน จรณเอ่ยบอก ภูวดลถึงกลับเงียบเสียงลงทันทีจอน จรณกำลังจะพูดต่อ แต่สายตาดันหันไปเจออะไรบางอย่างอยู่แถวชายหาดก่อน 

​“นั่นไง นานะ! แต่ทำไมถึงอยู่กับนายแบบคนนั้นได้วะ ไปสนิทกันได้ยัง?” จอน จรณ ชี้ไปทางผู้หญิงกับผู้ชายสองคนที่กำลังเดินเล่นกันอยู่ริมชายหาด ภูวดลมองตามใบหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที 

​“อยากรู้ก็ไปถามเองสิ!” ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินหนีออกไป เพราะเริ่มทนภาพบาดตาบาดใจนั้นไม่ไหว 

​“อ้าว!!ไอ้ภู แกจะไปไหนเนี่ย?!” จอน จรณตะโกนถามตามหลังไป แต่ก็ไม่ทันแล้ว ชายหนุ่มเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ  

  

​ริมชายหาด 

​หญิงสาวเดินมาตามชายหาดด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอพยายามที่จะเดินให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้หญิงสาวรู้สึกรำคาญกับคนที่กำลังเดินตามหลังมาเหลือเกิน 

​“นี่นาย!! จะมาเดินตามฉันทำไมห๊ะ?!!” เธอตัดสินใจหันกลับไปถามเขาอย่างเอาเรื่อง 

​“อะไร? ใครเดินตามเธอไม่ทราบ ฉันก็แค่อยากเดินเล่นริมชายหาดมีอะไรมั้ย?” เขาตอบกลับมาอย่างกวนๆ 

​“งั้นก็เดินไปที่อื่นสิ! ไม่ใช่มาเดินตามหลังฉันแบบนี้” 

​“ไม่! ฉันชอบวิวตรงนี้ที่สุด จะทำไม?” มาร์คเวลล์ลอยหน้าลอยตาพูด นานะถึงกลับกัดฟันอย่างขัดใจ 

​“งั้นก็เชิญดูวิวให้หนำใจเลยนะ!! อย่าตามฉันมาอีกล่ะ!” เธอเอ่ยบอกก่อนจะรีบเดินหนีไปทางอื่น แต่เขาก็ยังเดินตามเธออยู่ดี นานะถึงกลับทนไม่ไหวหันมาแหวใส่เขาอีกครั้ง 

​“นายมาร์คเวลล์!! อย่ามาทำให้ฉันรำคาญได้มั้ย?จะไปไหนก็ไปเลยไป๊!” เธอไล่เขา ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างชอบใจที่สามารถยั่วให้หญิงสาวโมโหได้ 

​“ฮ่าๆๆ ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวจนได้” เขาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ 

​“นี่นายกวนประสาทฉันหรอ?!” เธอถามอย่างเคืองๆ เขายิ้มให้เธอจนตาหยี  

​“ใช่! ก็เธอชอบทำหน้าตายใส่ฉันอยู่เรื่อย ไม่คุยกับฉันแถมยังชอบไล่ฉันอย่างกับหมูกับหมาทำไมล่ะ?” 

​“เหอะ! ฉันอยากจะบ้าตายกับนายจริงๆ นี่นายยังดูไม่ออกอีกหรอว่าฉันไม่ชอบขี้หน้านาย หรือจะเรียกว่ารังเกียจเลยดีกว่า!!” เธอบอกออกไป นายแบบหนุ่มถึงกลับชักสีหน้าไม่พอใจ 

​“ทำไม?!” เขาถามเสียงนิ่ง 

​“เพราะฉันเกลียดผู้ชายเจ้าชู้แบบนายยังไงล่ะ!!วันๆไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่มั่วผู้หญิงไปทั่ว ควงคนนั้นทีคนนี้ที น่ารังเกียจที่สุด!!” เธอพูดออกไปตามความรู้สึกจริงๆ แต่แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธเขากลับหัวเราออกมาซะงั้น (บ้าหรือเปล่าเนี่ย!) นานะคิด 

​“รู้เรื่องของฉันดีขนาดนี้...อย่าบอกนะว่าแอบสนใจฉันอยู่?” เขาถามอย่างกรุ้มกริ่ม นานะถึงกลับผละทันที 

​“แหวะ!! ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน!! ถึงฉันจะไม่อยากรับรู้เรื่องราวอะไรของนาย แต่ก็ต้องจำใจ ถ้าฉันไม่ติดว่าพี่พีชชี่ของร้องให้ฉันมาดูแลนายชั่วคราวอย่าหวังเลยว่าเราจะได้รู้จักกัน!” 

​“ทำไม? กลัวหวั่นไหวหรือไง?” เขาถามอย่างหน้าตาย นานะแทบอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาจริงๆ 

​“ใช่! กลัวว่าจะหวั่นไหวหรืออดใจไม่ไหวที่จะข่วนหน้านายให้เป็นแผลซะ!” เธอตอบออกมา 

​“เอาสิ! ผู้หญิงโหดๆแบบนี้ ฉันชอบ!” พูดจบชายหนุ่มก็เริ่มย่างก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ นานะถึงกลับถอยหลังหนีอย่างตกใจ 

​“นะ นายจะทำอะไรน่ะ?!”  

​“อะไร! แค่นี้ก็กลัวหรอ?”  

​“ถอยออกไปนะ!!!!” เธอตะโกนใส่หน้าเข้าก่อนจะชูกำปั้นน้อยๆขึ้น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มยิ้มกริ่มออกมาเมื่อรับรู้ได้ว่าหญิงสาวกำลังหวาดกลัวเขาอยู่ 

​“ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นหรอกน่า~ เธอนี่มันตลกจริงๆเลย” เขาเอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดี นานะถึงกลับโมโห ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา  

​“ไอ้บ้า!! ตุ้บ!!!” พูดจบ นานะก็ยกขาขึ้นเตะเข้าไปที่ตรงกลางกล่องดวงใจของชายหนุ่มอย่างจัง มาร์คเวลล์ถึงกลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น นานะมองร่างของเขาอย่างเดือดด่าน ก่อนจะสะบัดผมแล้วเดินออกไป ส่วนนายแบบหนุ่มได้แต่กุมเป้าตัวเองเอาไว้ใบหน้าเขียวคล้ำพูดอะไรไม่ออกเลย 

  

“ไอ้บ้า! ไอ้ทุเรศ! คิดได้ยังไงเนี่ย? ว่าฉันสนใจ แค่เห็นหน้านายฉันก็ขนลุกแล้ว!!” เธอบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิดพลางเตะทรายไปมาเพื่อระบายอารมณ์ 

​“โอ้ย!!” เสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้น นานะถึงกลับตกใจ เพราะสงสัยว่าเธออาจจะเตะทรายไปโดนใครเขาเข้า เธอมองหาต้นเสียง ก่อนจะหันไปเจอชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเอามือขยี้ตาตนเองอยู่ นานะรีบวิ่งเข้าไปหาคู่กรณีทันที 

​“คุณคะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอถามอย่างร้อนรน 

​“แสบตานะครับ สงสัยเม็ดทรายจะเข้าตา” เขาตอบออกมา พลางขยี้ตาไม่หยุด  

​“เอามือออกก่อนนะคะ” เธอร้องบอก ก่อนจะจับมือชายหนุ่มออกจากใบหน้า  

​“คุณ!!” นานะอึ้งเล็กน้อย มองหน้าชายหนุ่มที่กำลังหลับตาอยู่ ก่อนจะปรับอารมณ์ตัวเองให้เข้าที่ พลางยกชายเสื้อตัวเองขึ้นมา โชคดีที่วันนี้เธอใส่เสื้อยืดสีขาวนุ่มๆ สบายๆ จึงสามารถใช้แทนผ้าเช็ดหน้าได้ 

​“ลืมตาขึ้นเล็กน้อยนะ อย่างนั้นแหละ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาทำตามเธออย่างว่าง่าย หญิงสาวเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆพลางใช้ชายเสื้อเขี่ยเม็ดทรายให้ออกจากตาชายหนุ่มอย่างนุ่มนวลและเบามือที่สุด 

​“ทีนี้ก็ลองกระพริบตาดูนะคะ” เธอเอ่ยบอก ชายหนุ่มจึงกระพริบตาลองดู ก่อนที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อไม่รู้สึกระคายเคืองแล้ว เขาลืมตามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าให้ชัดๆ  

​“นานะ!!” เขาเอ่ยเรียกเธออึ้งๆ หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อย 

​“ทำไม? ตกใจอะไรขนาดนั้น?” เธอถามออกไป ชายหนุ่มจึงขยับถอยห่างออกจากหญิงสาวเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของเขากับเธออยู่ห่างกันแค่คืบ นานะมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างน้อยใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะรังเกียจเธอมากขนาดนี้ 

​“ไม่ต้องถอยห่างขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้ติดโรคร้ายมาสักหน่อย!!” เธอพูดน้ำเสียงตัดพ้อ น้ำตาก็เริ่มรื่นขึ้นมาทันที 

​“ปะ...เปล่า ฉันแค่ตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ” ภูวดลรีบแก้ตัวทันที 

​“ใช่สิ! นายคงไม่อยากให้เป็นฉัน ขอโทษด้วยแล้วกันที่ทำให้นายรู้สึกผิดหวัง!” เธอบอกเขาด้วยความเสียใจ ภูวดลถึงกับหน้าเสียทันที เมื่อเห็นหยาดน้ำตาใสๆไหลลงมาอาบแก้มของหญิงสาว 

​“นานะ ร้องไห้ทำไม?” เขาถามอย่างใจหาย นานะรีบเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆก่อนจะตอบ 

​“สงสัยฝุ่นมันจะเข้าตา นายไม่ต้องสนใจหรอก!!” เธอตอบออกไป แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับไหลลงมามากกว่าเดิม  

​ภูวดลมองน้ำตาที่ไหลลงมาของเธอด้วยสายตาที่สั่นไหว ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเช็ดมันออกอย่างแผ่วเบา นานะมองการกระทำของเขาอย่างนิ่งงัน เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? เธอมองใบหน้าเศร้าๆของภูวดลอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่? ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ?!! หรือว่าเขาอาจจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับเธอไว้!! 

  

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจ 

ความคิดเห็น