email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 18 เรื่องมันเปลี่ยนไปแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 เรื่องมันเปลี่ยนไปแล้ว

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 567

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2564 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 เรื่องมันเปลี่ยนไปแล้ว
แบบอักษร

 

ตอนที่ 18 

เรื่องมันเปลี่ยนไปแล้ว 

  

หนึ่งปีต่อมา 

ภูวดลเดินออกมาจากภายในบ้านด้วยความรีบร้อน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในรถ จากนั้นไม่นานก็ขับออกไป หลังจากจบการศึกษา ชายหนุ่มก็ได้ทำงานเป็นช่างภาพให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง จนตอนนี้เขากลายเป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเป็นอย่างมากในวงกว้างและยังเป็นที่จับตามองของสาวๆ จนขึ้นแท่นเป็นช่างภาพที่หล่อและฮอตที่สุดในขณะนี้ แม้ว่าการถ่ายภาพจะเป็นสิ่งที่เขาชอบ แต่ชายหนุ่มก็ยังมีความฝันที่อยากจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์และเขาเองก็ได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าเขาจะต้องทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จจนได้ แต่ตอนนี้เขาแทบจะไม่มีเวลาว่างเลยแม้แต่วันเดียว ตื่นเช้าก็รีบออกไปทำงานพอกลับบ้านก็ดึกมากแล้ว จนชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลายเป็นคนที่บ้างานตั้งแต่เมื่อไหร่ 

เพียงไม่ถึงชั่วโมงภูวดลก็เดินทางมาถึงสตูดิโอสำหรับถ่ายภาพ ก่อนจะเดินเข้าไปยังภายใน ดูเหมือนจะยังไม่มีใครมา เพราะยังเช้ามาก แต่เขาก็คิดผิด เพราะมีคนที่มาเช้ากว่าเขาอีก 

“หวัดดีภู มาเช้าตลอดเลยนะ” ภาดาว สาวสวยผู้ช่วยของเขาเอ่ยทักขึ้น พลางส่งยิ้มมาให้ ภูวดลยิ้มตอบ 

“ดาวเองก็มาเช้าเหมือนกันนะ ทุกวันไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย” เขาทักตอบ ก่อนจะวางกระเป๋าใส่กล้องถ่ายรูปลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างๆเธอ 

“แน่นอนสิ ทำงานกับคนเก่งๆแบบภู ก็ต้องขยันกันหน่อย” เธอเอ่ยบอกยิ้มๆ 

“อย่าชมเรามากนักนะ เดี๋ยวเราลอย” ภูวดลว่าอย่างขำๆ ภาดาวถึงกลับหัวเราะออกมา  

“เอ่อภู บ.ก.เพิ่งสั่งมาว่าวันพรุ่งนี้ให้เราไปดูโลเคชั่นสำหรับถ่ายภาพคอนเซปใหม่ที่ภูเก็ต เห็นบอกว่าจะมีนายแบบลูกครึ่งไทยเยอรมันมาถ่ายด้วยนะ น่าตื่นเต้นชะมัด~” ภาดาวเอ่ยบอก ภูวดลพยักหน้าอย่างรับรู้ ก่อนจะหันไปเปิดคอมบนโต๊ะทำงานของตัวเอง  

“ภู คือดาวมีเรื่องจะถามอะไรหน่อย?” ภาดาวเอ่ยถามอย่างลังเล 

“อะไรหรอ? ถามมาสิ” เขาเอ่ยอนุญาต แต่ตายังคงจ้องคอมโดยไม่หันมามองหญิงสาว 

“คือ...เมื่อวันก่อนเราบังเอิญไปเห็นรูปผู้หญิงคนนึงในกล้องของภู เธอคนนั้นเป็นคนพิเศษของภูใช่มั้ย?” หญิงสาวตัดสินใจถามออกไป ภูวดลถึงกลับชะงักหยุดนิ่งทันที ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างๆด้วยสายตาแปลกใจ 

​“ถามทำไมหรอ?...” 

​“เอ่อ คือ ดาวแค่อยากรู้เฉยๆ แต่ถ้าภูไม่สะดวกที่จะตอบก็ไม่เป็นรัยนะ ขอโทษนะที่ดาวยุ่งเรื่องส่วนตัวของภูมากเกินไป” ภาดาวเอ่ยบอกอย่างเศร้าๆ 

​“ไม่เป็นรัยหรอก อย่าคิดมาเลย เอาเป็นว่าเราหยุดพูดเรื่องนี้กันดีกว่านะ อีกไม่กี่นาทีนางแบบก็จะมาถึงแล้ว ดาวไปเตรียมตัวเถอะ” ภูวดลรีบตัดบททันที ภาดาวจึงยิ้มให้อย่างโล่งใจที่เขาไม่ได้โกรธเธอ ก่อนจะพยักหน้าให้ แล้วเดินจากไป จากนั้นภูวดลจึงหันมาสนใจรูปในคอมของตัวเองต่อ แต่ก็ทำได้ไม่ถึงนาที เขาก็ต้องกลับมาจมอยู่กับความคิดของตัวเอง คำพูดของภาดาวเมื่อครู่นี้มันสะกิดหัวใจของเขาขึ้นมาจนรู้สึกหน่วงๆอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มยกมือขึ้นมากุมที่ศีรษะของตัวเอง พลางหลับตาควบคุมอารมณ์ที่กำลังฟุ้งซ่านแต่มันก็ทำได้ยากเหลือเกิน แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชายหนุ่มจะทำตัวเหมือนปกติไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว แต่ใครเลยจะรู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสักนิด 

​ภูวดลต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการที่จะไม่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขาทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อไม่ให้จิตใจคิดแต่เรื่องที่เกี่ยวกับเธอคนนั้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย! ยิ่งนับวันเขาก็ยิ่งคิดถึงเธอมากขึ้นเขาอยากจะเห็นหน้าอยากได้ยินเสียงของเธอแทบจะขาดใจ บางครั้งเขาก็ทนแทบจะไม่ไหวจนต้องไปแอบไปนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวบ่อยๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น เพราะมันไม่ได้ช่วยให้เขาลืมเธอได้เลยสักนิดเดียว 

  

​ช่วงเย็น 

​หลังจากทำงานเสร็จ ภูวดลก็เดินออกมายังลานจอดรถเพื่อที่จะกลับบ้าน เมื่อเดินมาถึงรถ ชายหนุ่มจึงมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มๆเงยๆอยู่บริเวณรถของเขาอยู่ 

“หาอะไรอยู่หรอดาว?” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย ภาดาวเงยหน้ามองก่อนจะตอบ 

​“อ้าวภู คือดาวทำกุญแจหล่นนะ ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว” หญิงสาวตอบออกมาอย่างเซ็งๆ 

​“อ้าวหรอ~ งั้นเราช่วยหานะ” เขาเอ่ยบอก ก่อนจะก้มลงมองหากุญแจของหญิงสาว ภาดาวมองชายหนุ่มด้วยสายตาซึ้งในความมีน้ำใจของเขา ภูวดลและภาดาวช่วยกันหากุญแจไปสักพัก ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นบางอย่างอยู่ใกล้ๆกับล้อรถของเขา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น 

​“อันนี้ใช่มั้ยดาว?” เขาถามเธอก่อนจะชูสิ่งนั้นขึ้น ภาดาวมองตามชายหนุ่ม ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ 

​“ใช่แล้วภู อันนี้แหละ หาตั้งนานแหนะ ขอบคุณมากนะที่ช่วยดาวหาจนเจอ” ภาดาวเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มหวานมาให้ 

​“ไม่เป็นรัย เราเต็มใจ”  

​“แล้วภูจะกลับบ้านเลยหรอ?” ภาดาวเอ่ยถาม 

​“อืม ว่าจะรีบกลับไปเก็บของ แล้วดาวล่ะ?” เขาถามคืน 

​“ยังหรอก ว่าจะแวะไปหาพี่หมอที่โรงพยาบาลก่อน แล้วค่อยกลับพร้อมกัน เพราะช่วงนี้คุณพ่อกับคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศกัน ก็เลยไม่มีใครอยู่บ้าน” ภาดาวเอ่ยตอบ ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ  

​“งั้นเรากลับก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้” 

​“จ้า~ ครับรถดีๆนะ” ภาดาวเอ่ยลาพลางส่งยิ้มหวานให้ ภูวดลยิ้มตอบ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป ภาดาวยืนมองตามหลังชายหนุ่มสักพัก จึงเดินไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไปเหมือนกัน 

  

​เมื่อกลับมาถึงบ้าน ภูวดลจึงเดินมานั่งพักเหนื่อยอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น ก่อนที่แม่ของเขาจะเดินมานั่งลงข้างๆ 

​“เหนื่อยหรอลูก?” 

​“นิดหน่อยครับ แล้วแม่ละครับทำไมวันนี้ถึงกลับบ้านเร็วกว่าปกติได้?” เขาถามอย่างสงสัย 

​“อ่อ~ พอดีป้าณีเขาโทรมาบอกแม่ว่าอยากจะขายคอนโดนะจ๊ะ แล้ววันนี้ก็จะมีคนเข้ามาดูห้องด้วย ป้าณีเลยวานให้แม่มาเป็นธุระให้น่ะ” คุณพรพรรณเอ่ยบอกยิ้มๆ ภูวดลได้ฟังดังนั้นถึงกลับชะงัก ก่อนจะเงยมองผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ 

​“ขายคอนโดหรอครับ?” เขาถามเสียงเรียบ 

​“ใช่จ๊ะ แม่ได้ฟังครั้งแรกก็ยังแปลกใจว่าทำไมต้องขาย แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมากเพราะมันเป็นเรื่องของเขา” 

​“หรืออาจจะเป็นเพราะว่า คงจะไม่มีใครอยากจะกลับมาที่นี่อีกแล้วมั้งครับ” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างที่ใจคิด ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บหนึบๆที่หัวใจ พลางกลืนก้อนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆเมื่อเห็นสีหน้าของลูกชายในตอนนี้คุณพรพรรณถึงกลับไม่กล้าพูดอะไรอีก ภูวดลพยายามข่มความรู้สึกของตัวเองไว้ 

​“ผมขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับ” เขาเอ่ยบอกเสียงแผ่วๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปในทันที ผู้เป็นแม่มองตามร่างของลูกชายอย่างเป็นห่วง แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วแต่คุณพรพรรณก็รู้ดี ว่าไม่มีแม้สักวินาทีเดียวที่ภูวดลจะเลิกคิดถึงเรื่องเก่าๆได้เลย ถึงแม้เธออยากจะช่วยให้ลูกชายหายจากอาการเจ็บปวดนี้สักทีแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เฮ้อ!! 

  

​ภูเก็ต 

​เหล่าทีมงานกำลังจัดเตรียมสถานที่ที่จะใช้ในการถ่ายทำสำหรับคอนเซปใหม่ตอนรับหน้าร้อนที่ใกล้จะมาถึงนี้ ภูวดลเดินออกมาจากโรงแรมพร้อมกับชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่ง 

​“ไม่น่าเชื่อเหลือนะ ว่าจะมาเจอแกที่นี่” เสียงทุ่มเอ่ยขึ้น ภูวดลยิ้มออกมาเล็กน้อย 

​“ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อ ว่าจะได้มาพักที่โรงแรมนี้ อุตส่าห์ตั้งใจเอาไว้ว่าจะได้พักในห้องวีไอพี แต่กลับต้องมาพักในห้องของแกแทน” ภูวดลว่าอย่างเซ็งๆจอน จรณขึงตาใส่เพื่อนอย่างหมั้นไส้ 

​“ไอ้นี่! ห้องฉันใหญ่ที่สุดของโรงแรมแล้วโว้ย! เป็นบุญของแกแล้วที่ได้มาอยู่กับฉันน่ะ” จอน จรณต่อว่าทันที 

​“ออเหรอ~”  

​“เอ่อ...แล้วเป็นไงมาไงถึงได้มาถ่ายรูปที่นี่ได้วะ?”  

​“ไม่รู้สิ บ.ก. สั่งมา แต่ก็ดีแล้วล่ะ แกจะได้มาเป็นลูกมือฉันไง อุตส่าห์เรียนจบมาแต่กลับไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์อะไรเลย เสียของว่ะ!” 

​“ไอ้นี่หนิ! ตอนนี้ฉันเป็นถึงผู้บริหารของโรงแรมที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ จะให้ฉันมาเป็นลูกน้องแกเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!!” จอน จรณเอ่ยตัดทันที 

​“แล้วไง! ถ้าวันนี้แกไม่มาช่วยฉัน ฉันจะจัดการเผาโรงแรมของแกซะ!” ภูวดลเอ่ยขู่ทันที 

​“อ้าว! นี่ถึงกลับขู่เพื่อนเลยหรอเนี่ย แกนี่มันปีศาจชัดๆ!!”  

​“เอ่อ! ฉันมันปีศาจ แล้วแกก็ตามฉันมาได้แล้วอย่าพูดมาก!!!” ภูวดลเอ่ยบอก ก่อนจะเดินนำออกไปยังริมชายหาด ซึ่งเป็นที่ที่จะใช้ในการถ่ายทำ ส่วนจอน จรณต้องจำใจเดินตามหลังเพื่อนไปอย่างขัดไม่ได้​ 

​“มาแล้วหรอภู!!” ภาดาวเอ่ยเรียกชายหนุ่มด้วยความร้อนรน 

​“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” เขาถามอย่างสงสัย 

​“ก็นายแบบที่นัดเอาไว้ ยังเดินทางมาไม่ถึงที่นี่เลย โทรตามตั้งหลายรอบแล้ว ก็ไม่มีคนรับสาย แล้วเราจะทำยังไงกันดี?” ภาดาวเอ่ยถามอย่างกระวนกระวาย ภูวดลถึงกลับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ 

​“งั้นรออีกสักสิบนาทีก่อน ถ้ายังไม่มาก็ค่อยโทรหาบ.ก. หรือบางทีเราอาจจะต้องเลื่อนการถ่ายทำออกไปก่อน” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างใจเย็น แม้ในใจจะรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ก่อน ภาดาวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย 

​“พี่ภูครับ พี่ภู!” ทีมงานคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างกระหืดหระหอบ ภูวดลหันไปมองด้วยความสงสัย 

​“มีอะไรจ๊อป?” เขาเอ่ยถามทันที 

​“มาแล้วครับๆ นายแบบมาถึงแล้วครับ แฮ่กกๆ” เขาเอ่ยบอก พลางหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ภูวดลและภาดาวถึงกลับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

​“อืม ไปบอกนายแบบให้รีบแต่งตัว เราจะต้องรีบถ่ายให้เสร็จก่อนที่แสงจะหมดก่อน” ภูวดลเอ่ยบอกทีมงาน 

​“เอ่าะ!!...แล้วไปเรียกผู้จัดการมาพบฉันด้วย เดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มเอ่ยบอกด้วยสายตาแข็งกร้าว จนทุกคนถึงกลับกลัว แม้กระทั้งเพื่อนสนิทของเขาเอง ก็ยังรู้สึกหวาดๆไปด้วย เพราะเวลาที่ภูวดลโกรธหรือโมโหอะไรมากๆ เขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคน จนดูน่ากลัวไปเลย 

​“คะ...ครับๆ” จ๊อปเอ่ยรับอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกไป 

​“ใจเย็นนะภู” ภาดาวเอ่ยบอก ภูวดลพยักหน้าให้ ก่อนจะเดินออกไป 

 

​สถานที่แต่งตัว 

​“ทำไมฉันต้องไปพบกับช่างภาพคนนั้นด้วยไม่ทราบห๊ะ!!” เสียงหวานใสถามทีมงานอย่างหงุดหงิด พลางหันไปจ้องนายแบบหนุ่มที่กำลังนั่งแต่งหน้าอย่างสบายใจเฉิบ ด้วยสายตาไม่พอใจ 

​“ก็เธอเป็นผู้จัดการฉัน ก็ต้องไปพบสิ” นายแบบหนุ่มเอ่ยบอกอย่างหน้าตาย 

​“ขอโทษนะ ฉันไปเป็นผู้จัดการนายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบห๊ะ?...นายมาร์คเวลล์!!” เธอเอ่ยถามอย่างฉุนๆ 

​“อ้าว~ ก็พี่พีชชี่ บอกให้เธอมาดูแลฉัน ก็หมายความว่าเธอมาเป็นผู้จัดการฉัน มันไม่ถูกตรงไหน?” เขาบอกอย่างหน้ามึน จนหญิงสาวถึงกลับพูดไม่ออก 

​“นี่!!...” ก่อนที่เธอจะเถียงเขา มาร์คเวลล์ก็ยกมือขึ้นห้ามอย่างรำคาญ 

​“หยุดพูดได้แล้ว ถ้าเธอไม่ยอมไป ฉันจะโทรหาพี่พีชชี่เดี๋ยวนี้เลย” นายแบบหน้าหล่อเอ่ยขู่ทันที จนหญิงสาวทำหน้าอย่างขัดใจ 

​“ก็ได้!!...ฉันจะยอมให้สักครั้ง แต่อย่าให้ถึงทีฉันบางก็แล้วกัน!!” เธอบอกพลางชี้หน้าชายหนุ่มอย่างแค้นใจ จากนั้นจึงเดินตามน้องทีมงานไป 

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

ความคิดเห็น