email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 หัวใจที่ด้านชา!

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 หัวใจที่ด้านชา!

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 614

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2564 15:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 หัวใจที่ด้านชา!
แบบอักษร

 

ตอนที่ 17 

หัวใจที่ด้านชา! 

  

​หลายวันต่อมา 

​ภูวดลยังคงเอาแต่นั่งเศร้าซึมอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมพูดยอมจากับใครเลย ตอนนี้สภาพร่างกายของเขาไม่ต่างอะไรไปจากศพ ทั้งดูซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หลายวันนี้มาชายหนุ่มไม่ยอมแม้แต่จะแตะอาหารเลยสักนิด วันๆก็เอาแต่นั่งเหม่อเหมือนคนที่ไม่มีชีวิตและจิตใจ จนคนรอบข้างไม่รู้จะทำยังไงแล้ว? เช่นเดียวกับนานะ  

​ขณะที่ภูวดลกำลังนั่งมองบนฟ้าอย่างเลือนลอย จู่ๆฟ้าก็มืดครึ้มไม่นานฝนก็เริ่มตกลงมาอย่างหนักอย่างกับพายุเข้า ชายหนุ่มมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าวพลางย้อนนึกถึงอดีตที่ยังคงตราตรึงในหัวใจเขาไม่เคยลืม 

​ย้อนกลับไปสมัยมัธยมปลาย 

​ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก นานะนั่งอยู่คนเดียวที่โรงอาหารอย่างเซ็งๆ เพราะตอนนี้มันเลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้ว แต่หญิงสาวก็ไม่สามารถที่จะกลับบ้านได้ ถ้าวิ่งฝ่าฝนออกไปมีหวังไม่สบายไปหลายวันแน่ๆ เฮ้อ!~ เธอถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย สายตาก็คอยมองนักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ใกล้ๆทยอยกลับบ้านกันไปเป็นคู่ๆ นานะมองดูด้วยความอิจฉาเล็กน้อย พลางถามตัวเองในใจ ว่าทำไมเธอถึงไม่มีโอกาสแบบนั้นบ้าง? 

​แต่แล้วสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นตา วิ่งถือร่มตรงมาทางนี้ นานะมองดูเขาคนนั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อเขามาถึงที่โรงอาหารสายตาของทั้งคู่ก็ประสานกัน เธอส่งยิ้มให้เขาด้วยความดีใจ แต่แล้ว...! เขาคนนั้นกลับหลบสายตาเธอ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง นานะถึงกลับหุบยิ้มลงทันที พลางหันไปมองร่างของชายหนุ่มที่เดินไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่งร่มคันนั้นไปให้เธอ นานะมองดูภาพเหล่าด้วยหัวใจที่แตกสลาย  

​“คนที่สำคัญที่สุดสำหรับนาย ทำไมมันไม่เคยเป็นฉันเลยสักครั้ง…” เธอพึมพำเบาๆกับตัวเอง พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนพลางกอดกระเป๋านักเรียนเอาไว้แน่น แล้วก้าวขาเดินออกไปจากโรงอาหารทันที เพราะเธอไม่อาจจะทนอยู่ตรงนั้นได้อีกต่อไป...! 

​เธอวิ่งฝ่าเม็ดฝนมาได้สักระยะ แต่ยิ่งวิ่งเท่าไหร่มันก็ตกลงมาหนักขึ้นๆ จนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย นานะตัดสินใจวิ่งเข้าไปหลบอยู่ตรงศาลาที่อยู่ใกล้หน้าประตูโรงเรียน ก่อนจะสะบัดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนใบหน้าออก ความหนาวเหน็บเริ่มเกาะกินไปทั่วร่างกาย แต่มันไม่เท่ากับความเหน็บหนาวที่อยู่ในใจเลยสักนิด 

​“หนาวหรอ?” เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง นานะรีบหันไปมองทันที ก่อนจะพบกับใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคน 

​“นิดหน่อยน่ะ” เธอตอบกลับไป ชายหนุ่มถึงกลับยิ้มขำออกมา 

​“นิดหน่อยอะไรกัน? ปากสั้นซะขนาดนั้น” เขาว่าอย่างขำๆ นานะไม่ตอบพลางหันหน้ากลับไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินมายืนข้างๆเธอ 

​“แล้ววิ่งออกมาทำไม? ทำไมไม่รอให้ฝนหยุดก่อน เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เขาถามด้วยความเป็นห่วงอยู่นัยๆ นานะมองหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ 

​“แล้วนายล่ะ วิ่งออกมาทำไม? ทำไมไม่รอให้ฝนหยุดก่อน เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เธอถามกลับด้วยประโยคเดียวกันกับเขา ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ 

​“เพราะฉันเห็นเธอวิ่งมาทางนี้ไง ก็เลยตามมา” เขาบอกออกมา 

​“ตามฉันมาทำไม?” แม้จะรู้คำตอบของเขาอยู่แล้ว แต่เธอก็อยากจะถาม 

​“ฉันบอกเธอไปตั้งหลายครั้งแล้วนะ ว่าฉันชอบเธอ”  

​“แต่ฉันไม่ได้ชอบนาย และไม่เคยคิดจะชอบด้วย!” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น 

​“อันนั้นฉันรู้ แต่เธอให้โอกาสฉันสักครั้งจะได้มั้ย? บางทีฉันอาจจะทำให้เธอชอบฉันขึ้นมาก็ได้” เขาเอ่ยอย่างขอร้อง นานะมีท่าทางคิดเล็กน้อย 

​“อาร์ม ฉันว่า...!” นานะกำลังจะปฏิเสธ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังจะเดินผ่านหน้าเธอไป หญิงสาวมองดูด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่ากระแสฝนเข้าไปถาม 

​“แบมแบม!” เธอตะโกนเรียกผู้หญิงคนนั้น 

​“มีอะไรหรอ?” แบมแบมถามอย่างสงสัย 

​“ทำไมออกมาคนเดียวล่ะ? แล้วภูไปไหน?” นานะถามอย่างสงสัย เพราะเมื่อกี้ ตอนอยู่ที่โรงอาหารยังเห็นภูวดลเดินถือร่มไปหาหญิงสาวตรงหน้าอยู่เลย แล้วทำไมถึงไม่เดินออกมาด้วยกัน?! 

​“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปไหน กำลังคุยกันอยู่ดีๆจู่ๆเขาก็รีบวิ่งออกมาซะงั้น!” แบมแบมตอบออกมาอย่างเซ็งๆ สร้างความสงสัยให้นานะไม่น้อย 

​“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปล่ะนะ” แบมแบมเอ่ยบอก ก่อนจะเดินออกไป นานะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับไปไหน จนมือแกร่งต้องมาดึงเธอกลับเข้ามาหลบฝนในศาลา 

​“นี่เธออยากป่วยขนาดนั้นเลยหรอ!?” อาร์มต่อว่านานะทันที แต่เธอกลับไม่สนใจ เอาแต่จมปรักอยู่กับความคิดของตัวเอง 

​“อะไรกันเนี่ย?...หายไปไหนของเขากันนะ?” เธอพึมพำเบาๆกับตัวเอง ก่อนที่ร่างสูงของคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่ วิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยอาการเหนื่อยหอบ นานะถึงกลับตกตะลึงทันที 

​“นานะ…” เขาเรียกเธอด้วยความดีใจ นานะยืนมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ 

​“มาทำอะไรตรงนี้?!” เธอถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ภูวดลยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบ 

​“นึกว่าเธอกลับบ้านไปแล้วซะอีก~ ฉันวิ่งตามหาจนทั่วเลยนะ...โล่งอกไปที” เขาบอกด้วยน้ำเสียงสดใส นานะถึงกลับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ 

​“จะตามหาฉันทำไม?! ปกติฉันกับนายก็ไม่เคยกลับบ้านพร้อมกันอยู่แล้วหนิ!” เธอบอกอย่างประชดประชันเล็กน้อย ภูวดลถึงกลับหุบยิ้ม สายตาพลางเหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนข้างๆหญิงสาว หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาทันที 

​“เธอออกมาพร้อมอาร์มหรอ?” เขาถามด้วยใบหน้าเศร้าๆ นานะหันไปมองชายหนุ่มข้างๆ 

​“อืม~ เราสองคนออกมาพร้อมกัน แล้วก็กำลังจะกลับพร้อมกัน บรรยากาศโรแมนติกแบบนี้ ถ้าได้วิ่งฝ่าฝนไปด้วยกันสองคน มันคงจะดีไม่น้อย” นานะเอ่ยตอบ พยายามยิ้มหวานออกมา ดวงตาของภูวดลถึงกลับวูบไหว รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก 

​อาร์มที่ยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองอยู่เงียบๆ รับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา แค่ดูก็รู้ว่าตอนนี้หญิงสาวกำลังพยายามประชดประชันภูวดลอยู่ แต่ไอ้บ้านั่นกลับซื่อบื้อจนเกินไปที่จะรับรู้ได้! ตอนนี้อาร์มรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินระหว่างสองคนนี้ แม้ว่าเขาจะหลงรักนานะมานาน พยายามจะตามจีบเธอทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่อาจชนะใจหญิงสาวได้ เพราะเธอมีคนที่อยู่ในใจแล้ว... 

​“ฉันขอตัวกลับก่อนนะ เพราะตอนนี้ฉันคงไม่จำเป็นอีกแล้ว” อาร์มบอกด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด นานะมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ 

​เมื่อร่างของอาร์มได้ลับหายไปแล้ว เหลือเพียงแค่นานะและภูวดลที่ยืนนิ่งมองหน้ากัน โดยไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของทั้งสองคน ความรู้สึกอึดอัดเกิดขึ้นมาระหว่างพวกเขา ทั้งที่ความรู้สึกแบบนี้มันไม่เคยมีมาก่อน 

​“...ทำไมวิ่งฝ่าฝนออกมาแบบนั้นล่ะ?” ชายหนุ่มตัดสินใจถามออกไป นานะถึงกลับชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ ไม่ใช่เพราะเขาหรอกหรือที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้? (เธอคิดในใจอย่างโมโห) 

​“นายจะมาสนใจฉันทำไม?!”  

​“ฉันแค่เป็นห่วง ถ้าเธอไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง?” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ นานะแสยะยิ้มออกมาอย่างสมเพชตัวเอง พลางคิดว่าเขากำลังสงสารเธออยู่?! ถ้าเขาเป็นห่วงเธอจริง แล้วเขาจะเลือกไปดูแลคนอื่นทำไม?! หญิงสาวคิดอย่างเจ็บปวด 

​“เลิกพูดว่าเป็นห่วงฉันสักทีเถอะ! ฉันโตแล้วดูแลตัวเองได้! นายอย่าทำให้ฉันสมเพชตัวเองไปมากกว่านี้เลย!!” เธอระบายในสิ่งที่อยู่ในใจออกมา ภูวดลถึงกลับนิ่งอึ้งทันที  

​“ความเป็นห่วงของฉัน มันทำให้เธอลำบากใจขนาดนี้เลยหรอนานะ?” ชายหนุ่มถาม พลางจ้องหน้าหญิงสาวด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน 

​“ใช่! ความหวังดีที่นายส่งมาให้ มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด! ฉันเกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่สุดเลยนายเข้าใจมั้ย?! ฉันอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว...ฮึก!” นานะเอ่ยบอกอย่างอ่อนใจ น้ำตาเริ่มไหลออกมาทันที 

​“ฉะ...ฉันขอโทษนานะ เธออย่าร้องไห้แบบนี้สิ ฉันใจไม่ดีนะ...ฉันขอโทษที่ทำให้เธอลำบากใจ ขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เธอจะให้ฉันทำยังไงก็ได้ ฉันยอมทุกอย่างเลย แต่อย่ามึนตึงใส่ฉันแบบนี้เลยนะ ฉันขอร้องล่ะ” เขาเอ่ยเสียงสั่นๆ แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอน 

​“นายยังต้องการฉันอยู่หรอ? ฉันยังมีความจำเป็นสำหรับนายอยู่หรอ?” เธอตัดสินใจถามออกไป โดยที่ไม่ได้คาดหวังกับคำตอบจากเขาอีกแล้ว ตอนนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน อยากจะออกไปให้พ้นๆกับความรู้สึกค้างๆคาๆแบบนี้! 

​“เธอสำคัญที่สุดสำหรับฉันเสมอนานะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง นานะถึงกลับถอนหายใจอย่างหนัก เพราะเธอไม่เชื่อในคำพูดของเขาอีกแล้ว เพราะการกระทำของเขาในวันนี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนอยู่แล้ว ว่าคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา นั้นก็คือแบมแบม! 

​“พอเถอะภู เราอยู่ห่างๆกันจะดีกว่า เลิกให้ความสำคัญกับเพื่อน! อย่างฉันสักที” ว่าจบ นานะก็เดินเลี่ยงออกไปทันที ภูวดลมองตามหลังด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้จะอยากรั้งเธอไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง หัวใจพลันเต้นแรงจนรู้สึกปวดหนึบๆขึ้นมา ตอนนี้เขารู้สึกว่ากำลังจะเสียเธอไปแล้ว… 

​ซึ่งมันเหมือนกลับความรู้สึกในตอนนี้ แต่ต่างกันตรงที่เขาเป็นคนไล่เธอให้ออกไปเอง ทั้งความรู้สึกผิดและเสียใจมันคงไม่พอสำหรับคนเลวๆอย่างเขา ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถหลบเลือนความผิดนี้ได้เลย 

​“ฉันรักเธอ...นานะ ฉันรักเธอได้ยินมั้ย?...” คำสารภาพดังออกมาจากปากเขา แต่มันก็คงสายไปแล้ว แม้จะตะโกนออกมาให้ดังแค่ไหน คนๆนั้นก็ไม่สามารถรับรู้ได้อีกต่อไปแล้ว 

  

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

1 คอมเม้น= 1 กำลังใจ 

ความคิดเห็น