email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 จุดเปลี่ยนแปลง...ของเราสองคน?

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 จุดเปลี่ยนแปลง...ของเราสองคน?

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 601

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 จุดเปลี่ยนแปลง...ของเราสองคน?
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 16 

จุดเปลี่ยนแปลง...ของเราสองคน? 

  

ภูวดลเดินเข้ามาภายในบ้านอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ไปส่งหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว ภีรพลนั่งมองพี่ชายอยู่บนโซฟา ก่อนจะพูดขึ้น

“พี่ภูๆ วันนี้ภีมสอบได้ที่หนึ่งของห้องด้วยแหละ” เด็กน้อยรีบอวดทันที ภูวดลยิ้มออกมาเล็กน้อย พลางเดินมานั่งลงข้างๆน้องชาย ก่อนจะลูบหัวด้วยความเอ็นดู

“เก่งมากเลยน้องรัก เพื่อเป็นรางวัลสำหรับคนเก่งพี่จะซื้อของเล่นให้เป็นไง?” เขาเอ่ยบอก

“เย้ๆ ขอบคุณคับ” เด็กน้อยเอ่ยบอกอย่างดีใจ พลางกอดพี่ชายไว้แน่น

“บอกมาเลยว่าอยากได้อะไร พี่จะตามใจเราทุกอย่างเลย” 

“โอ้โห~ พี่ภูใจดีที่สุดเลย” น้องชายบอกอย่างตื่นเต้นดีใจ พลางลุกขึ้นเต้นไปมา จนภูวดลอดหัวเราะไม่ได้

กริ๊งงง กริ๊งงงง!!! 

เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ภูวดลรีบเดินไปรับสายทันที

“สวัสดีครับ”

(ภูหรอลูก? นี่ป้าณีนะจ๊ะ?) ปลายสายเอ่ยขึ้น ภูวดลถึงกลับแปลกใจ ที่จู่ๆแม่ของนานะก็โทรมาหาเขา

“อ่อ ครับป้าณี มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

(คือป้าอยากจะคุยกับเรา เรื่องนานะน่ะ)

“เรื่องนานะหรอครับ?” เขาถามอย่างสงสัย

(ภูคงรู้แล้วใช่มั้ย? ว่าหลังจากที่นานะเรียนจบ จะต้องย้ายมาเรียนต่อที่อังกฤษ แต่ป้าพยายามบอกนานะแล้วหลายครั้ง แต่เธอก็เอาแต่ขอเวลา จนป้าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว) ชายหนุ่มแทบนิ่งอึ้งไปทันที หลังจากที่ได้รับรู้เรื่องของหญิงสาว เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องนี้ ทำไมนานะไม่เคยบอกอะไรเขาเลย

“ระ...เรียนต่อ?!”

(ใช่จ๊ะ นานะสัญญากับป้าไว้ว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะย้ายมาอยู่ที่นี่) ตอนนี้หัวสมองของภูวดลว่างเปล่าไปหมด

“อย่างงั้นครับ” เขาเอ่ยออกไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายเริ่มชาไปหมดทั้งตัว

(ภูช่วยพูดกับนานะให้หน่อยได้มั้ย? เห็นแก่ป้าและอนาคตที่ดีของนานะด้วยนะ) คำพูดของคุณราณียิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกเจ็บลึกลงไปที่หัวใจ

“ดะ...ได้ครับ...ผมจะช่วยพูดให้” เขากลั่นใจตอบออกไป

(ขอบใจมากนะภู ที่ยอมช่วยป้า งั้นป้าไม่กวนแล้ว แค่นี้นะจ๊ะ) หลังจากที่เขาวางโทรศัพท์ลง ภูวดลถึงกลับหน้าเสีย ร่างกายเกร็งไปหมดทุกส่วน จนน้องชายตัวน้อยเดินเข้ามาสะกิดพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

“พี่ภูเป็นอะไรไปคับ?” ภีรพลถามพลางดึงชายเสื้อของภูวดลไปมา จนชายหนุ่มร่างสูงรู้สึกตัว ก่อนจะก้มลงมามองหน้าน้องชายนิ่ง

“ภีมพี่ไปทำธุระก่อนนะ เดี๋ยวพี่กลับมา” เขาเอ่ยบอก ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปในทันที ภีรพลมองพี่ชายอย่างงุนงงเพราะก่อนหน้าที่พี่ชายจะได้รับโทรศัพท์ ยังเห็นอารมณ์ดีอยู่เลย แต่พอตอนนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนซะงั้น

 

ก๊อกๆๆๆ!!ๆๆๆๆๆๆๆๆ

​เสียงเคาะประตูดังรัวขึ้น นานะหันไปมองที่ประตูด้วยความสงสัย

“ใครมาเนี่ย? ออดก็มี ไม่ยอมกด!” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกไปเปิดประตู

“อ้าว~ ภูเองหรอ มาทำอะไรอ่ะ?” นานะถามออกไป พลางสังเกตสีหน้าของชายหนุ่มที่ดูแปลกไป ภูวดลไม่ตอบคำถามเธอ แต่เดินเข้ามาในห้องแทน นานะมองตามอย่างสงสัย ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินตามเขาเข้ามา

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ทำไมสีหน้าไม่ดีแบบนั้นล่ะ?” เธอถามอย่างเป็นห่วง ภูวดลมองหน้าหญิงสาว

“เมื่อไรเธอจะบอกฉัน?” เขาถามเสียงเรียบ นานะขมวดคิ้วอย่างงงๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร?

“บอกอะไรหรอภู? ฉันไม่เข้าใจ?” เธอเอ่ยออกไป เพราะเธอไม่เข้าใจจริงๆ

“ฉันถามว่าเมื่อไรเธอจะบอกความจริงกับฉันสักที!!!” ชายหนุ่มพยามข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ 

“ภู! นายหมายถึงอะไรกันแน่ ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยได้มั้ย?” นานะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที ก่อนจะจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่งไม่ต่างกัน

“เหอะ!! อธิบายหรอ? เธอมากกว่ามั้งที่ควรจะเป็นคนอธิบายให้ฉันฟัง หรือจะรอให้ฉันรู้ความจริง ตอนที่เธอไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว!!!” เขาตะคอกเธอเสียงดัง นานะถึงกลับอึ้งพูดไม่ออกทันที

“ว่าไงห๊ะ!! เธอจะบอกฉันได้เมื่อไหร่!! ว่าเธอกำลังจะทิ้งฉันไป!! เธอกำลังจะหนีฉันไปอยู่ที่เมืองนอก!” ภูวดลพูดออกมาอย่างเหลืออด นานะถึงกลับหน้าซีดลงทันที

“ภะ...ภู นายรู้แล้วหรอ?” เธอเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก ภูวดลแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างขมขื่น

“ใช่!! ฉันรู้ และฉันกำลังรอฟังคำอธิบายจากเธออยู่!”

“ภู คือฉันตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับนายตั้งหลายครั้งแล้ว แต่...!” เธอกำลังจะอธิบาย แต่ภูวดลกลับพูดสวนขึ้นก่อน

“แต่ฉันไม่รู้จะบอกยังไง! เธอกำลังจะพูดแบบนี้ใช่มั้ยนานะ!!”

“ภู นายฟังฉันก่อนนะ” เธออ้อนวอนเขา น้ำตาก็เริ่มคลอออกมา

“ฉันฟังอยู่!” เขาบอกมาแค่นี้ ยิ่งทำให้นานะถึงกลับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนภูวดลไม่ใช่คนที่เธอรู้จักอีกต่อไป

“ฉันขอโทษ ฮือๆ ฉันอยากจะบอกให้นายรู้ตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ฉันไม่กล้า ฮือๆ ฉันกลัวว่าถ้าบอกนายไป...นายอาจจะโกรธและไม่ยอมพูดกับฉัน ฮือๆๆ” เธอเริ่มอธิบาย แต่ตอนนี้ภูวดลเหมือนคนที่ขาดสติ ไม่สามารถรับรู้อะไรทั้งนั้น!!

“ใช่! ฉันโกรธ!! และฉันก็ไม่มีทางที่จะรั้งเธอไว้ด้วย ถ้าเธออยากจะไปก็เชิญ!!” เขาบอกออกมาอย่างเย็นชา ยิ่งทำให้นานะน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างหนัก เธอรู้สึกจุกกับคำพูดที่ไร้เยื้อใยของเขา

“ภู! ฮึกๆฮือๆๆ นายพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงห๊ะ!นายไม่เคยแคร์ความรู้สึกฉันเลยใช่มั้ย? ฮือๆๆ” เธอร้องออกมา ก่อนจะเดินไปเขย่าตัวเขาอย่างต้องการคำตอบ ภูวดลนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา

“ตอบฉันมาสิ!! นายไม่แคร์ฉันเลยใช่มั้ย? นายไม่ได้รักฉันเลยใช่มั้ย?! ตอบฉันมาสิ!!” นานะพยายามคาดคั้นเอาคำตอบจากเขา พลางร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ภูวดลมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ไร้ความหมายก่อนจะเอ่ยตอบ

“ใช่! เธออยากได้ยินแบบนี้ใช่มั้ย? งั้นฉันจะบอกให้เธอได้ฟัง ว่าฉันไม่ได้แคร์อะไรเธอเลย ดีซะอีกเธอจะได้ออกไปจากชีวิตฉันสักที! เธอรู้มั้ยว่าฉันรำคาญเธอเต็มทีแล้ว!!” เขาบอกออกมาด้วยแววตาเย็นชา จนนานะถึงกลับหยุดนิ่งงันในสมองของเธอตอนนี้มันว่างเปล่าไปหมด เธอรู้สึกเจ็บตรงที่หัวใจเหมือนมีเหล็กแหลมเสียดแทงเข้ามาอย่างจัง เธอรู้สึกเจ็บและจุกจนพูดอะไรไม่ออก

“เป็นไง!! พอใจหรือยัง?” เขาเอ่ยถาม พลางยิ้มอย่างหน้าตาย ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูแต่ก่อนออกไปภูวดลหันกลับมาพูดอะไรบางอย่าง ซึ่งมันทำให้นานะแทบล้มทั้งยืน

“เอ่าะ!...ฉันลืมบอกไป มันจะยิ่งดีกว่าถ้าเราสองคนไม่ต้องมาเจอกันอีก...ลาก่อน นานะ” เขาพูดออกมาพลางแสยะยิ้มมุมปากส่งมาให้ จากนั้นจึงเดินออกไปปัง!!!! 

เมื่อภูวดลเดินออกไปแล้ว นานะถึงกลับทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ คำพูดที่ออกมาจากปากของภูวดลเมื่อครู่ มันทิ่มแทงหัวใจเธอจนต้องยกมือขึ้นมาบีบหน้าอกเอาไว้ เธอเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก และไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้ยินคำพูดที่โหดร้ายแบบนี้จากปากของเขา ตอนนี้นานะไม่รู้จะหยุดความทรมานนี้ได้ยังไง สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือการร้องไห้ออกมาเพื่อระบายความเจ็บปวดที่มีแค่นั้น

​คืนนั้น

นานะนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ภายในห้องที่มืดสนิทโดยไม่ยอมขยับตัวไปไหน ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นไปเปิดไฟให้สว่าง หยดน้ำตายังคงไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างไม่ขาดสาย เธอไม่เคยคิดว่าคำพูดของชายหนุ่มจะทำให้เธอปวดร้าวไปทั้งหัวใจได้ถึงขนาดนี้ ตั้งแต่คบกับภูวดลมา เขาไม่เคยพูดจาอะไรที่ทำร้ายจิตใจเธอขนาดนี้มาก่อน แต่พอมาเป็นตอนนี้เขากลายเป็นคนอื่น คนที่เธอไม่เคยรู้จักไปแล้ว เธอไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไปเธอจะทำอย่างไรดี เธอไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะหยิบจะจับอะไรได้ทั้งนั้น ทำได้เพียงแต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเพื่อระบายความเศร้าที่มันล้นเอ่ออยู่ในหัวใจ

จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของนานะก็ดังขึ้น แม้มันจะวางอยู่ใกล้ๆหญิงสาว แต่ก็ไม่มีท่าทีที่เธอจะรับสายมันเลย จนสายเรียกเข้าถูกตัดไป เพียงไม่ถึงนาทีมันก็ดังขึ้นมาอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนั้น

 

ริมสระน้ำ 

ภูวดลนั่งเหม่อมองผิวน้ำ ที่กำลังส่องประกายระยิบระยับเนื่องจากแสงจันทร์ส่องลงมากระทบพื้นผิว เขานั่งมองมันอยู่อย่างนั้น ด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา เขาพยายามกลั้นมันเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา แต่ก็ยากเย็นเหลือเกิน

คุณประพรพรรณยืนมองลูกชายลงมาจากหน้าตาด้วยความเป็นห่วง พร้อมภีรพลที่ชะเง้อมองพี่ชายอย่างสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“พี่เรานั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้วภีม?” คุณพรพรรณเอ่ยถามลูกชายคนเล็ก

“นานแล้วคับ ตั้งแต่กลับมาจากข้างนอกก็เอาแต่นั่งซึมอยู่แบบนั้น” ภีมรพลเอ่ยตอบ ผู้เป็นแม่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตัดสินใจเดินลงไปถามให้รู้แล้วรู้รอดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมลูกชายถึงเอาแต่นั่งซึมอยู่แบบนั้น เมื่อเดินมาจนถึงจุดที่ภูวดลนั่งอยู่ คุณพรพรรณก็เอ่ยถามลูกชายทันที

“ภูมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก? บอกแม่ได้มั้ย?” ผู้เป็นแม่ถามอย่างเป็นห่วง ภูวดลไม่ตอบเอาแต่ส่ายหน้ามาไปมา จนคุณพรพรรณถึงกลับถอนหายใจออกมาอย่างเป็นห่วง

“ทะเลาะกับนานะมาใช่มั้ย?” คุณพรพรรณเอ่ยขึ้น ภูวดลจึงหันมามองผู้เป็นแม่ ก่อนจะตอบออกไป

“ผมเสียใจครับแม่ ที่ผมไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของตัวเองได้ วันนี้ผมเพิ่งทำร้ายจิตใจของนานะด้วยคำพูดที่ไม่ดี ผมทำให้เธอเสียใจ ผมมันเลวจริงๆ!” เขาต่อว่าตัวเองพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ 

“คำพูดที่ไม่ดียังไงหรอ? บอกแม่ได้มั้ย?”

“นานะกำลังจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก เธอกำลังจะทิ้งผมไป โดยที่ไม่ยอมแม้แต่จะบอกอะไรผมเลยสักนิด ผมโกรธและเสียใจมาก จนเผลอพูดคำที่รุนแรงและเลวร้ายออกไป ผมไล่เธอให้ออกไปจากชีวิต! ผมทำเหมือนตัวเองสะใจและมีความสุขมากที่สามารถสลัดเธอออกไปให้พ้นๆ แต่...ฮึก!” เขาพูดทุกอย่างที่อัดอั้นตันใจออกมาด้วยน้ำตา คุณพรพรรณถึงกลับตกใจ เธอไม่คิดว่าปัญหาของลูกชายมันจะรุนแรงแบบนี้ ผู้เป็นแม่ได้แต่ตบไหล่ลูกชายเบาๆอย่างปลอบใจ

“เรื่องแค่นี้เอง ทำมันต้องทะเลาะกันถึงขนาดนี้ด้วยละลูก?”

“ผมกลัวครับแม่ กลัวว่าความห่างไกลมันจะทำลายความสัมพันธ์ของเรา กลัวว่าถ้าเกิดเธอจากไปแล้วไม่อยากจะกลับมาที่นี่อีก แล้วผมจะทำยังไง? ตั้งแต่เล็กจนโตผมกับนานะไม่เคยที่จะห่างกันไกลขนาดนี้มาก่อน แม้จะรู้ว่านานะรักผมมาก แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกกลัวอยู่ดี” คุณพรพรรณถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินเหตุผมของลูกชาย

“ภูฟังแม่นะลูก ถึงแม้นานะจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก มันก็ไม่ได้แปลว่าลูกกับนานะจะต้องเลิกกันสักหน่อย แค่ระยะทางมันไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด แต่ปัญหามันอยู่ที่หัวใจของเราสองคนต่างหาก ว่ามั่นคงพอหรือเปล่า ลูกกับนานะก็คบกันมาตั้งนาน ยังดูไม่ออกอีกหรอว่าเธอเป็นคนยังไง ความสัมพันธ์ของคนเรามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางหรือว่าความห่างไกล แต่มันขึ้นอยู่ที่ความรักของลูกกับนานะมีให้กันต่างหาก” ผู้เป็นแม่เอ่ยบอก ภูวดลถึงกับเงียบไม่ยอมพูดอะไร 

“เลิกกลัวและเลิกกังวลได้แล้ว ตอนนี้แม่ว่าภูกลับไปปรับความเข้าใจและขอโทษนานะจะดีกว่านะ” คุณพรพรรณเอ่ยแนะนำ ภูวดลรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที

“มันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วครับแม่ ที่ผมจะรั้งนานะเอาไว้ แม้ผมจะรู้สึกผิดและเสียใจ แต่มันอาจจะดีกว่าถ้าผมยอมปล่อยเธอไปมีชีวิตที่ดีกว่า ผมกักขังเธอไว้มานานแล้วครับ” เขาเอ่ยบอกอย่างเศร้าๆ

“ลูกหมายความว่ายังไง กักขังอะไร?” 

“ผมรู้มาตลอดครับว่านานะยอมเสียสละอะไรเพื่อผมบ้าง ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงในชีวิตของเธออีกต่อไปแล้ว มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเราทั้งสองคน”ภูวดลเอ่ยบอกออกมา

“แม่รู้ว่าตอนนี้ลูกรู้สึกยังไง แต่แน่ใจแล้วหรอ ว่าทำแบบนี้จะไม่มานั่งเสียใจทีหลัง?” คุณพรพรรณถามอย่างเห็นใจ ภูวดลไม่ตอบ พลางก้มหน้าลงแล้วจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนคุณพรพรรณไม่กล้าที่จะซักไซ้อะไรต่อ ได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะเดินออกไป

“ฉันขอโทษ นานะ~...” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆอย่างเจ็บปวด เขาปล่อยน้ำตาให้มันลงมาเพื่อเบาเทาความปวดร้าวที่อยู่ในใจ แต่ไม่สามารถลดความเจ็บปวดที่มีลงได้สักนิด มีแต่จะเพิ่มและรุนแรงมากขึ้น จนเขาไม่สามารถที่จะรับกับความเจ็บนี้ได้อีกต่อไป....!

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

ความคิดเห็น