ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 16.กรงขายทาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 252

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 02:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
16.กรงขายทาส
แบบอักษร

ขบวนขายทาส

​ขบวนกรงขายทาสได้ผ่านมาครึ่งทางแล้วและก็ผ่านไป1วันเต็ม ๆ ที่พวกเหย่เตี๋ยได้กินแค่น้ำข้าวเพียงครึ่งชามเท่านั้น แต่ทุกคนก็ต้องทนเพื่อที่จะให้ถึงเมืองผิงเฉิงและอาจจะโชคดีมีคนมาซื้อพวกเขาไป แต่ถ้าไม่มีคนซื้อก็คงต้องเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ ตามที่ผู้คุมขบวนขายทาสจะพาไป และเหย่เตี๋ยก็ตัดสินใจแล้วว่า... หากมีคนซื้อตนแต่ไม่ยอมซื้อน้อง ๆ ทั้ง2คนไปด้วยแล้วล่ะก็... ต่อให้ตายด้วยแส้ของผู้คุม เหย่เตี๋ยก็จะไม่ยอมขายตัวเองออกไปจากกรงทาสแห่งนี้อย่างแน่นอน เพราะเหย่เตี๋ยเคยให้สัญญากับเหย่ซวินและเหย่เซียวเอาไว้แล้วว่า... พวกเขาจะไม่ทิ้งกันนั่นเอง...

​ขบวนขายทาสเดินทางด้วยเกวียนที่พ่วงกรงขายทาส2กรงมาด้วยกัน การเดินทางเลยค่อนข้างล่าช้า และพอถึงตอนเย็นก็ได้ตั้งค่ายเพื่อพักผ่อนกันตามปกติ เพราะการเดินทางในตอนกลางคืนนั้นมีความอันตรายเป็นอย่างมาก ถ้าไม่เชี่ยวชาญจริง ๆ คือมีแต่ตายกับตายอย่างแน่นอน อีกอย่างเขตรอยต่อระหว่างป่ามรกตและป่ากัลปพฤกษ์นั้นมีภัยรอบทิศทาง มีภัยทั้งจากมนุษย์ที่เป็นโจรป่า อีกทั้งยังภัยมีสัตว์อสูรที่ดุร้าย และภัยจากปีศาจอสูรที่ออกมาโจมตีบริเวณพื้นที่เสมอ ซึ่งกลายเป็นข่าวที่น่ากลัวและสยองขวัญออกมาเสมอ ดังนั้นจึงเป็นการปลอดภัยที่สุดที่จะตั้งค่ายตั้งรับหากเกิดเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ ขึ้นมานั่นเอง

“พี่เตี๋ยข้าหิวขอรับ!!” เหย่เซียวบ่นออกมาเพราะขนาดที่บ้านตระกูลเมิ่งของตนที่ว่ายากจนก็ยังมีข้าวกินครบ3มื้อ ไม่ใช่มีแต่น้ำข้าวครึ่งถ้วยต่อวันแบบนี้

“ถ้าเจ้าหิว ก็ทนรอหน่อยนะ พอถึงพรุ่งนี้เช้าก็กินถ้วยของพี่เพิ่มก็ได้นะ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปตามความจริง เพราะเหย่เตี๋ยรู้ดีว่า... วัยกำลังโตอย่างเหย่เซียวไม่ควรอดอาหาร เหย่เตี๋ยเองก็ไม่ใช่ว่าไม่หิวแต่ต้องหลับตาตั้งสมาธิเพื่อไม่ให้หิวแทน แต่ในเวลานั้นเองก็มีผีเสื้อราตรีฝูงนึงบินมาหาเหย่เตี๋ยพร้อมกับสร้างดอกไม้แปลก ๆ ขนาดเล็กเท่านิ้วโป้งขึ้น พอเหย่เตี๋ยแบมือหงายขึ้น เหล่าฝูงผีเสื้อราตรีพวกนั้นเพื่อดูว่าผีเสื้อเหล่าจะบินมาเกาะที่มือของตนหรือไม่?

ผีเสื้อราตรีเหล่านั้นก็บินลงมาเกาะที่ฝ่ามือของเหย่เตี๋ยจริง ๆ พร้อมกับทิ้งดอกไม้แปลก ๆ ขนาดเล็กเท่านิ้วโป้งนั้นเอาไว้ที่บนฝ่ามือของเหย่เตี๋ย กลิ่นหอมของดอกไม้พวกนั้นเหย้ายวนใจมาก เพราะเป็นกลิ่นหอมที่ละมุนไม่แรงเกินไปซึ่งชวนให้เหย่เตี๋ยมีความอยากอาหารขึ้นมา

ไหน ๆ ก็ไม่อยากอดตายอยู่แล้ว... เหย่เตี๋ยจึงคิดว่าลองชิมดูก็ไม่น่าจะถึงกับตายได้ เหย่เตี๋ยจึงลองเอาลิ้นแตะที่ดอกไม้แปลก ๆ ขนาดเล็กเท่านิ้วโป้งนั้นดู ปรากฏว่า...ดอกไม้พวกนี้มีรสชาติละมุนลิ้นมาก ๆ และเหย่เตี๋ยจึงตัดสินใจกินเข้าไปทันที ซึ่งมันทำให้เหย่เตี๋ยอิ่มทิ้งขึ้นได้ด้วย เพราะมันคือดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ที่พวกผีเสื้อราตรีได้รวบรวมมาอีกทีนั่นเอง...

“อาซวิน อาเซียว แบมือทั้ง2ข้างของพวกเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้” เหย่เตี๋ยได้สั่งออกไปทันที ส่วนญาติผู้น้องทั้งสองคนก็รีบทำตาม เหล่าผีเสื้อราตรีก็บินลงมาเกาะที่ฝ่ามือของของ3พี่น้องตระกูลเมิ่งก่อนที่จะทิ้งดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้เอาไว้ที่มือของทุกคน เหย่เตี๋ยจึงกินให้น้อง ๆ ดูก่อน เหย่ซวินกับเหย่เซียวจึงกินตามบ้าง

“อร่อยมาก ๆ เลยขอรับพี่เตี๋ย” เหย่เซียวเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่ได้ลิ้มรองรสชาติของดอกไม้พวกนั้น

“กินดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ไปก่อนนะอย่างน้อยก็ช่วยให้เราไม่หิวมากจนเกินไป” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นเพื่อบอกน้อง ๆ ของตน แล้วก็มองเห็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเหย่เซียวก็กำลังมองมาทางตนแล้วกลืนน้ำลายลงท้องตามทันทีที่เห็นพวกเหย่เตี๋ยกินดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้กัน เหย่เตี๋ยจึงแบ่งดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้เหล่านั้นให้เด็กชายผู้เป็นชิงคนดังกล่าวได้กินบ้าง... เด็กชายคนนั้นก็รับไปกินทันทีเพราะความหิวโหย เนื่องจากเขาอยู่ในกรงขายทาสมาก่อนพวกเหย่เตี๋ยอีก

“อร่อยมากเลยขอรับพี่ชาย” เด็กคนนั้นเอ่ยขึ้นมา แล้วเขาก็ซัดดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ที่เหย่เตี๋ยมอบให้ไปหลายดอกด้วยความหิวโหย...

“ถ้ามิอิ่มก็บอกข้านะ ข้าจะขอดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้มาให้อีก” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นอย่างใจดี พร้อมยื่นดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ที่ได้มาให้เด็กชายชิงคนนั้นไปกินจนอิ่ม เหมือนกับน้อง ๆ ของตน

“ขออภัยที่เสียมารยาทกินของพวกท่านทั้ง ๆ ที่ยังมิได้แนะนำตัวเลยขอรับ” เด็กชายผู้เป็นชิงคนนั้นได้เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“มิเป็นไรอย่าได้คิดมาเลย” เหย่เตี๋ยตอบออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะชีวิตที่เป็นทาสเหมือนกันแบบนี้ ย่อมไร้ซึ่งอิสระไม่ต่างไปจากกัน

“ข้าชื่ออันหนิงนะขอรับ เป็นคนเมืองเหมยซาน ถูกจับมาขายในกรงทาสก่อนพวกท่านนิดหน่อยขอรับ” อันหนิงได้แนะนำตัวขึ้นมาทันทีที่มีโอกาสพูดต่อ

“ข้าชื่อเหย่เตี๋ยยินดีที่ได้รู้จักเจ้าเช่นกันนะอันหนิง” เหย่เตี๋ยได้แนะนำตัวเองออกไปพร้อมกับยิ้มขึ้นมาด้วยเช่นกัน...

“ข้ายังมิเคยเห็นมนุษย์ที่สามารถติดต่อกับผีเสื้ออสูรได้แบบเช่นท่านทำมาก่อนเลยขอรับ” อันหนิงเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจทันที ที่เห็นว่าผีเสื้อราตรีที่มามอบอาหารให้พวกตนจะเชื่องกับคนขนาดนี้

“มิใช่ความสามารถที่จะเอาไปอวดผู้ใดได้หรอกนะ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นมาพร้อมยิ้มออกไปอีกครั้ง

“แต่ก็ทำให้พวกเรามิอดตายนะขอรับ” อันหนิงบอกต่อเหย่เตี๋ยออกไปพร้อมยิ้มเช่นกัน

“ปราณลี้ลับธาตุผีเสื้อน่ะ” ฮุ่ยหรงที่มีความรู้มากกว่าคนอื่น ๆ หลังที่อิ่มจากดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ที่เหย่ซวินให้ไปเสร็จแล้ว ก็ทำให้สมองแล่น จึงได้เอ่ยออกมาทันที

“พูดเป็นเล่นไปปราณลี้ลับนั้น มิได้ค้นพบกันได้ง่าย ๆ นะ” ชายคนนึงที่อายุมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้โตจนเป็นผู้ใหญ่เช่นกัน เขาอยู่ในกรงทาสกับพวกเหย่เตี๋ยแบะได้เอ่ยขึ้นมาบ้าง หลังจากที่มองดูพวกเหย่เตี๋ยอยู่นานแล้ว...

“อย่าพูดมาก หากหิวก็มากินด้วยกัน ข้ามิได้ทำแบบนี้ได้ตลอดเวลาหรอกนะ” เหย่เตี๋ยมองไปทางชายหนุ่มคนนั้นแล้วเอ่ยขึ้นมาทันที

“เช่นนั้นก็เสียมารยาทขอร่วมวงด้วยคนก็แล้วกัน” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมเอื้อมมือไปหยิบดอกไม้ที่สร้างจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้จากมือของเหย่เตี๋ยมาลองชิมดูทันที จากนั้นก็ตาโตขึ้นทันทีเพราะมันมีรสชาติที่อร่อยมาก ๆ นั่นเอง

“เป็นยังไงรสชาติดีใช่ไหมล่ะ?” เหย่เตี๋ยเอ่ยถามออกไป ด้วยความอยากรู้ทันที

“หาที่ติมิได้เลยขอรับ ขออภัยที่เสียมารยาทกินของ ๆ ท่านโดยมิแนะนำตัวเองเช่นกัน ข้ามีนามว่าไป๋จ้านขอรับ” ชายหนุ่มคนนั้นได้แนะนำตัวเองออกมาบ้างทันที... ทุกคนก็ยิ้มให้กัน จากนั้นก็เตรียมตัวที่จะนอนพวกผีเสื้อราตรีฝูงดังกล่าวได้บินจากไปเมื่อรู้ว่าเหย่เตี๋ยอิ่มท้องแล้ว...

พวกเขานอนหลับไม่นานมาก ก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมา ทำให้หลายคนต่างก็เริ่มที่จะตื่นนอนกัน

 

แฮร่...........................!! แฮร่...........................!!

“ป... ป... ป...ปีศาจอสูรบุก” คนในขบวนขายทาสได้ร้องขึ้นด้วยเสียงดังเพื่อให้คนที่เหลือได้ตื่นตัวกัน ฝูงปีศาจอสูรที่ไร้สติสัมปัชชัญญะก็บุกเข้าโจมตีค่ายชั่วคราวของขบวนขายทาสดังกล่าวทันที

“ตีสัญญาณฉุกเฉิน เตรียมตั้งรับขั้นสูงสุด” หัวหน้าขบวนขายทาสได้บอกลูกน้องออกไปให้ทุกคนอย่าแตกตื่นและเตรียมต่อสู้...

“รับทราบขอรับหัวหน้า!!” คนในขบวนขายทาสได้เอ่ยขึ้นพร้อมไปทำหน้าที่ของตน

 

แก๊งงง!! แก๊งงงแก๊งงง!! แก๊งงง!! แก๊งงงแก๊งงง!!

แก๊งงง!! แก๊งงงแก๊งงง!! แก๊งงง!! แก๊งงงแก๊งงง!!

เสียงสัญญาณตีบอกสลับ1ครั้งกับ2ครั้งเพื่อให้ทุกคนตื่นและเตรียมต่อสู้ทันทีเพราะมีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งทำให้คนในขบวนขายทาสทั้งหมดตื่นขึ้นมาจับอาวุธ และมีความตื่นตัวที่จะต่อสู้รักษาชีวิตกัน และการปะทะกันจึงได้เริ่มขึ้น

 

โคร้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

เสียงคนในขบวนขายทาสได้กระเด็นมาชนกรงที่ขังพวกเหย่เตี๋ยเข้าอย่างจัง ๆ แต่กรงก็แข็งแรงมากพอ เพราะไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย...

“พวกเจ้าทุกคนมารวมกันตรงกลางกรงนะ กรงนี่แข็งแรงพอที่จะทำให้พวกเหล่าปีศาจอสูรไม่สามารถโจมตีเข้าใส่พวกเราได้...” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นแรงกระแทกที่เกิดขึ้น หลังจากที่ทำให้คนในขบวนขายทาสกระเด็นมาชนกรงที่ขังพวกตนเอาไว้นั้น ได้ตายคาที่ไปในทันที แต่กรงกลับไม่เป็นอะไรเลย ทุกคนจึงขยับมารวมกันกลางกรงแทน ท่ามกลางความกลัวแต่เหย่เตี๋ยก็ยังมีสติอยู่ คนในขบวนขายทาสเสียท่าไปกว่าครึ่ง เนื่องจากส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้เป็นแค่ผู้คุ้มกันรับจ้าง จึงไม่ได้มีฝีมือสูงส่งอะไรและยังถูกพวกปีศาจอสูรเล่นงานเอาง่าย ๆ อีกด้วย

 

 

“ฆ่าพวกมันอย่าให้อย่าให้เหลือ!!” เสียง ๆ นึงได้ดังขึ้นมาจากนั้นก็เป็นฝูงอาชาอสูรกับอาชาเขาเดี่ยวจำนวนมากพร้อมด้วยนักรบได้พุ่งเข้ามาช่วยขบวนขายทาสที่เหย่เตี๋ยอยู่ทันที

 

กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!! กึกกัก!!

เสียงฝีเท้าฝูงอาชาอสูรต่าง ๆ จำนวนมากได้ฮ่อเข้าที่บริเวณค่ายของขบวนขายทาส เพื่อเข้ามาช่วยฆ่าพวกปีศาจอสูรที่โจมตีค่ายทันที

ฉับฉับ ฉับฉับฉับฉับ ฉับฉับฉับฉับ

เสียงการฟันอย่างรวดเร็วของผู้มีฝีมือผู้นึงที่โจมตีปีศาจอสูรด้วยกระบี่คู่ มีฝีมือการฟันที่รวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเทียบกับคนที่คุ้มกันขบวนขายทาสแล้วคุณชายผู้ที่มาช่วยผู้นี้นั้นมีระดับความสามารถที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน... เพราะใช้เวลาเพียง1เค่อก็สามารถปราบปีศาจอสูรลงได้หมด โดยที่มีผู้ติดตามอีก10คนเท่านั้นที่มาด้วย และทุกคนต่างก็ไม่เป็นอะไรเลย ซึ่งมีสภาพต่างกับคนในขบวนขายทาสที่มีเกือบ50คน แต่ตายไปมากกว่าครึ่งอย่างชัดเจน

 

“พี่ใหญ่ข้าได้จัดการฆ่าพวกปีศาจอสูรหมดแล้วขอรับ” คุณชายท่านนั้นได้เอ่ยขึ้นกับหัวหน้าของตนที่มาช่วยและนั่งอยู่บนอาชาเขาเดี่ยวสีน้ำตาลแดง

“อาเฉียว เจ้าอย่าลืมควักนัยน์ตาของพวกปีศาจอสูรเหล่านี้ออกไปให้ท่านพ่อด้วยล่ะ ส่วนซากปีศาจอสูรก็เก็บไปให้ท่านเจ้าเมืองเพื่อเป็นหลักฐานการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราด้วย” หัวหน้ากลุ่มที่นั่งอยู่บนอาชาเขาเดี่ยวสีน้ำตาลแดงได้เอ่ยบอกผู้กล้าที่ใช้กระบี่คู่กับผู้ติดตามที่มาด้วยออกไป

“พวกเจ้าได้ยินที่พี่ใหญ่ของข้าพูดแล้วนี่ไปจัดการซะ” หม่าเฉียวผู้กล้าที่ใช้กระบี่คู่ได้สั่งคนของตนไปจัดการควักนัยน์ตาของพวกปีศาจอสูรที่ตายไปแล้วพร้อมกับเก็บซากปีศาจอสูนทั้งหมดส่งท่านเจ้าเมืองผิงเฉิงทันที

““รับทราบขอรับคุณชายเล็ก”” ผู้ติดตามทุกคนได้เอ่ยขึ้นพร้อมจัดการตามที่หม่าเฉียวได้สั่งออกไปทันที

“ท่านผู้นำขบวน นี่มันเขตรอยต่อป่ามรกตกับป่ากัลปพฤกษ์ มันมิใช่สถานที่พักค้างคืนนะ หากว่าท่านมิเก่งพอ...” หม่าเฉียวได้เอ่ยเตือนออกไปอย่างเป็นห่วงทันที

“ขออภัยท่านผู้กล้าพอดีข้ามีภารกิจขายทาสเร่งเด่นจึงต้องพักที่นี่อย่างเลี่ยงมิได้ขอรับ ว่าแต่พวกท่านคือ...ผู้ใดกันหรือขอรับ?” หัวหน้าขบวนขายทาสได้เอ่ยขึ้น พร้อมถามหม่าเฉียวออกไป หม่าเฉียวไม่ได้ตอบให้ชี้ไปทางธงสีมรกตที่มีรูปอาชา8ปีกกำลังจะบินสู่ท้องฟ้าและปักอักษรว่า... (หม่า)

“พวกท่านคือคนจากจวนอาชาทะยานฟ้าฝ่ายกองคุ้มภัยสินะขอรับ?” หัวหน้าขบวนขายทาสได้ถามออกไปทันที

“ถูกต้อง พวกเราคือคนจากจวนอาชาทะยานฟ้าฝ่ายกองคุ้มภัยที่กำลังทำภารกิจอยู่ เนื่องจากมีชาวบ้านแจ้งไปว่า... ในเขตรอยต่อป่ามรกตกับป่ากัลปพฤกษ์ ที่พวกเจ้ากำลังตั้งค่ายกันอยู่นี่ พบเจอปีศาจอสูรออกมาเพี่ยนพล่าน ทางท่านเจ้าเมืองผิงเฉิงจึงมาจ้าง ให้พวกเราออกมาลาดตระเวนตรวจดูทุก ๆ คืน และมิคิดว่าพวกเจ้าจะโชคร้ายกันแบบนี้ ข้าเสียใจด้วย” หม่าฉีคุณชายใหญ่ในตระกูลหม่า ลูกชายคนโตของหม่าซือประมุขจวนอาชาทะยานฟ้าคนปัจจุบันได้เอ่ยขึ้น พร้อมกับบอกหัวหน้าขบวนขายทาสไปด้วยว่า...นี่เป็นภารกิจของจวนอาชาทะยานฟ้าฝ่ายกองคุ้มภัยพอดี

“ถึงเป็นภารกิจของพวกท่านแต่ข้าก็ต้องขอขอบคุณพวกท่านอยู่ดีที่ได้ช่วยชีวิตคนของพวกข้าอีกจำนวนนึงให้มีชีวิตรอด มิเช่นนั้นข้าอาจจะตายกันหมดทุกคนก็เป็นไปได้ขอรับ” หัวหน้าขบวนขายทาสได้ขอบคุณแทนทุกคนออกไป หม่าฉีก็พยักหน้ารับ

“กรงทาสกรงนี้ฉลาดมาก มิมีผู้ตายเลยแม้แต่คน เพราะทุกคนออกห่างจากริมกรงไปกระจุกอยู่ตรงกลางหมด ต่างจากอีกกรงที่ตายไปกว่าครึ่งสภาพดูมิได้เลย” หม่าเฉียวได้เอ่ยขึ้นมา ทาสในกรงที่ได้ยินคำพูดนั้นจึงค่อย ๆ เงยหน้าออกมาดูว่าเป็นเสียงผู้ใด ทำไมถึงพูดได้อย่างสบายใจราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากความกลัวทุกคนจึงก้มหน้าลงและรวมกันตรงกลางกรงทาสเท่านั้น และไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลย ก็เลยไม่รู้ว่าปีศาจอสูรทั้งหมดได้ถูกจัดการโดยจวนอาชาทะยานฟ้าฝ่ายกองคุ้มภัยไปหมดแล้ว

​ทุกคนในกรงทาสจึงได้เงยหน้าขึ้นมาดูแล้วเห็นว่าพวกเขารอดตายกันแล้ว เนื่องจากมีผู้กล้าได้ยื่นมือเข้ามาข่วย ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดมาจากไหนแต่ทุกคนในกรงทาสก็กล่าวคำขอบคุณออกไป ที่เหล่าผู้กล้าพวกนั้นได้มาช่วยชีวิตของพวกตนได้ยืดออกไปอีก1วันนั่นเอง

“น้องเล็กภารกิจเสร็จแล้วนี่ อีกอย่างก็ใกล้จะเช้าแล้วเราต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องภารกิจต่อท่านพ่ออีกนะ” หม่าฉีได้เอ่ยเรียกน้องชายของตนออกไป

“ทราบแล้วขอรับพี่ใหญ่ข้ากำลังจะไปนี่ไวล่ะขอรับ” หม่าเฉียวได้เอ่ยขึ้นทันที

“คุณชายท่านนี้ขอบคุณที่ช่วยพวกข้านะขอรับ พวกข้ามิมีอะไรจะตอบแทนท่าน แต่หากท่านมีกรงมิติติดตัวอยู่ ก็ให้ท่านไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นนะขอรับ มันมีหนอนไหมอสูรพวกนึงอยู่ ข้ามิแน่ใจว่าคือหนอนไหมอสูรอะไรแต่คิดว่า... พวกมันน่าจะพอทำให้เงินให้ท่านได้บ้าง... ถือว่าแทนคำขอบคุณที่ช่วยทุกคนในที่นี้เอาไว้ขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยบอกหม่าเฉียวออกไปพร้อมชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนึงที่เป็นจุดแบ่งเขตระหว่างเมืองผิงเฉิงกับเมืองหลันหลินพอดี

“นาน ๆ ทีพี่เตี๋ยจะสัมผัสถึงหนอนไหมอสูรประหลาดได้นะขอรับ คุณชายท่านก็ไปจัดการเถอะ รับรองมิผิดหวังขอรับ” เหย่ซวินได้เอ่ยเสริมขึ้นมาทันที หม่าเฉียวก็ทำท่างง ๆ แต่หากมิรับไว้คงจะเสียน้ำใจ คนในกรงขายทาสอาจจะน้อยใจได้ว่า... เป็นคำพูดของทาสตนเลยมิฟังก็ได้... หม่าเฉียวจึงพยักหน้า

“ได้ข้าจะไปจับหนอนไหมพวกอสูรพวกนั้นตามที่พวกเจ้าบอกนะ ขอบคุณพวกเจ้าเช่นกัน” หม่าเฉียวได้เอ่ยขึ้นพร้อมกำลังจะเดินไปทางต้นไม้ต้นใหญ่ที่เหย่บอกบอก

“พวกข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านขอรับ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นอีกที หม่าเฉียวก็หันมายิ้มแล้วพยักหน้าให้ ก่อนจะหันไปทางหม่าฉี

“พี่ใหญ่ขอเวลาสัก1เค่อนะขอรับ” หม่าเฉียวได้ตะโกนออกไปทันที

“ก็ได้แต่ห้ามเกิน1เค่อนะ” หม่าฉีได้รับปากน้องชายออกไป หม่าเฉียวจึงรีบตรงไปที่ต้นไม้ต้นที่เหย่เตี๋ยบอกทันที ปรากฏว่าเจอเส้นใยไหมแปลก ๆ จริงตามที่เหย่เตี๋ยบอกเขามา และอยู่ ๆ เส้นใยไหมพุ่งเข้าโจมตีหม่าเฉียวในทันที

‘เจ้าหนอนไหมพวกนี้มีปฏิกริยาในการต่อด้วยหรือ? น่าสนใจดีนี่ ข้าจะจับให้หมดเลย’ หม่าเฉียวไม่คิดอย่างเดียวทะยานเข้าไปด้วยความรวดเร็วและตัดเส้นใยไหมดังกล่าวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที พอผ่านไป1เค่อเขาก็สามารถพิชิตหนอนไหมอสูรแปลก ๆ ทั้ง15ตัวลงได้ จากนั้นก็จับพวกมันใส่กรงอสูร อาไว้

ก่อนกลับหม่าเฉียวแวะไปขอบคุณเหย่เตี๋ยที่กรงทาสอีกที เพราะเรื่องที่เหย่เตี๋ยบอกเขานั้นเป็นเรื่องจริง และถ้าหากว่า... หนอนไหมอสูรพวกนี้เป็นราคาหม่าเฉียวก็จะเอาเงินที่ได้มาซื้อตัวพวกเหย่เตี๋ยให้พ้นจากความเป็นทาสเช่นกัน เพราะหม่าเฉียวได้ถามหัวหน้าขบวนขายทาสแล้วรู้ว่าขบวนจะไปที่เผิงฉิงพอดี หลังจากนั้นหม่าเฉียวพร้อมกับหม่าฉีและคนจากจวนอาชาทะยานฟ้าฝ่ายกองคุ้มภัยก็ได้จากไป

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和030330

ตอนนี้ก็เดินเรื่องไปสู้เทพยุทธทะลุมิติกันแล้วนะครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น