email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 เธอกับเขา และรักของเรา

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 เธอกับเขา และรักของเรา

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 556

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 เธอกับเขา และรักของเรา
แบบอักษร

ตอนที่ 11 

เธอกับเขา และรักของเรา 

  

​ภูวดลเดินกระวนกระวายใจอยู่ภายในบ้าน โดยมีภีม ภีรพลนั่งเท้าแขนมองด้วยพี่ชายความสงสัย

​“พี่ภูๆ หยุดเดินก่อนได้มั้ยคับ? ภีมเวียนหัว” เด็กน้อยเอ่ยบอกพลางสั่นหัวไปมา ภูวดลชะงักทันทีก่อนจะนั่งลงบนโซฟา

​“โทษทีนะ พี่แค่มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย?” เขาเอ่ยบอก

​“เรื่องพี่นานะหรอคับ?”

​“อืม” เขาตอบแค่นั้น พลางกดโทรศัพท์ไปหาหญิงสาว แต่เธอก็ไม่ยอมรับสายเขาสักที ไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังทำอะไรอยู่ หนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาและเธอไม่ได้เจอกัน แต่ก็คุยโทรศัพท์กันตลอด แต่สองสามวันมานี้ เธอกลับเงียบหายไปเลย โทรไปก็ไม่รับ โทรกลับก็ไม่มี

​“พี่ภูกับพี่นานะทะเลาะกันหรอคับ ภีมไม่เห็นพี่นานะมาหลายวันแล้ว?”

​“เปล่าหรอก ช่วงนี้พี่นานะเขายุ่งๆก็เลยไม่ค่อยได้เจอกัน แล้ววันนี้ภีมไม่ไปโรงเรียนหรอ?” ชายหนุ่มถาม แต่ตายังคงมองโทรศัพท์ตลอดเวลา

​“วันนี้วันเสาร์คับ โรงเรียนภีมหยุด”เด็กน้อยเอ่ยบอก

​“จริงสินะ แล้วแม่ไปไหนเนี่ย?” ชายหนุ่มถามขึ้นอีกครั้ง พลางชะเง้อคอมองไปรอบๆบ้าน

​“แม่เพิ่งออกไปบริษัทเมื่อกี้นี้เอง พี่ภูก็นั่งอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรอคับ?” ภีรพลเอ่ยบอกพลางขมวดคิ้วอย่างงงๆใหกับพี่ชาย

​“อ่อ~พี่ลืมไปเลย ฮ่าๆ” ภูวดลเอ่ยบอกพลางยิ้มแห้งๆออกมา

​“พี่ภูจะใจลอยไปถึงไหนเนี่ย? ถ้าคิดถึงพี่นานะขนาดนั้น ทำไมไม่ไปหาล่ะคับ” น้องชายแนะนำ

​“พี่ไม่รู้ว่านานะเขาจะอยู่ที่ห้องหรือเปล่า ขนาดพี่โทรไปเขายังไม่ยอมรับเลย ไลน์ไปก็ไม่ตอบ แถมไม่เปิดอ่านด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มบอกอย่างเศร้าๆ

​“ภีมว่าพี่ภูต้องทำอะไรให้พี่นานะไม่พอใจแน่ๆเลยพี่เขาถึงได้หายไปแบบนี้ เพราะปกติแล้วพี่นานะตัวติดกับพี่ภูแทบจะตลอดเวลา” น้องชายตัวน้อยบอกไปตามที่คิด ภูวดลถึงกลับถอนหายใจออกมาหนักๆอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

​จู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น 

​“ใครมานะ? หรือว่าจะเป็นพี่นานะ?” ภีรพลเอ่ยขึ้น ภูวดลยิ้มออกมาแทบจะทันที ก่อนจะรีบลุกออกไปเปิดประตู

​ภูวดลรีบวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูให้ แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มลงเพราะคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาอยากเจอ

​“มาทำไม?!” เขาถามออกไปเสียงเรียบ คนตรงหน้าส่งยิ้มให้ก่อนจะตอบ

​“โหย~ไอ้เพื่อนบ้า คนอุตส่าห์มาหา ต้อนรับกันหน่อยสิวะ?” วิทยาเอ่ยอย่างตัดพ้อ

​“แล้วมาทำไมเนี่ย?” เขาถามอย่างสงสัย

​“มาหาข้าวฟรีกินไง แล้วอีกไม่กี่นาทีไอ้จอนกับไอ้ก้องก็จะตามมา” วิทยาบอกอย่างอารมณ์ดี

​“ออเหรอ?” ภูวดลว่าอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเดินนำเข้ามาภายในบ้าน

​“สวัสดีคับ~พี่วิทย์” ภีม ภีรพลยกมือไหว้ผู้มาใหม่ทันที

​“ดีครับน้องภีม ไม่เจอกันตั้งนาน โตขึ้นตั้งเยอะเลยนะ” วิทยาเอ่ยบอก พลางลูบผมหนุ่มน้อยอย่างเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงที่โซฟา ส่วนภูวดลเดินไปนั่งที่ตรงข้ามกัน

​“แล้วทำไมถึงทำหน้าเครียดแบบนี้วะ?” วิทยาเอ่ยถามอย่างสงสัย

​“ก็พี่ภูเขาเครียดเรื่องพี่นานะนะคับ ช่วงนี้พี่นานะเขาขาดการติดต่อไปเลย” ภีรพลเอ่ยตอบแทน

​“จริงหรอวะ!? หรือว่านานะแอบไปมีกิ๊กใหม่!!” วิทยาสันนิษฐานขึ้น ภูวดลถึงกลับขมวดคิ้วมองหน้าผู้เป็นเพื่อนอย่างกลุ้มใจ

​“ไม่มีทาง!! นานะไม่ใช่คนแบบนั้น!!!” ภูวดลบอกอย่างมั่นใจ

​“ถ้าอย่างนั้นคงจะยุ่งเรื่องซ้อมละครล่ะมั้ง?” 

​“แต่จะยุ่งทั้งวัน จนไม่มีเวลาโทรกลับมาหน่อยหรือไง?!” ชายหนุ่มบอกอย่างหงุดหงิด

​“เอาน่า~ แกอย่าคิดมากไปเลย นานะเขารักแกจะตาย เดี๋ยวอีกไม่นานเขาก็คงจะมาหาแกนั่นแหละ”วิทยาเอ่ยบอกเพื่อให้ภูวดลสบายใจ

​“อืมๆ ขอให้มันเป็นอย่างที่แกพูดแล้วกัน” เขาภาวนาให้เป็นอย่างนั้น แต่ในใจมันกลับรู้สึกร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก พยายามจะสงบจิตสงบใจ แต่มันก็ทำไม่ได้

 

​ช่วงดึกวันนั้น

​นานะเดินเข้ามาภายในคอนโด ก่อนจะขึ้นลิฟท์ตรงไปที่ห้อง วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยมากเหลือเกิน หญิงสาวเดินมาจนถึงห้องของตัวเอง ก่อนจะชะงักเมื่อมีใครบางคนมาดักหน้าไว้

​“ไปไหนมา?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พลางจ้องคนตรงหน้านิ่ง

​“ภู! เอ่อ คือฉันไปซ้อมละครมา แล้วนายมาทำอะไรหรอ?” นานะถามออกไป

​“ฉันก็มารอเธอไง” ชายหนุ่มตอบออกไปเสียงเรียบ นานะยิ้มออกมาอย่างฝืดๆ

​“แล้วภูมีธุระอะไรด่วนหรือเปล่า?”

​“มี! ฉันอยากจะรู้ว่าฉันโทรหาเธอตั้งหลายครั้ง ทำไมถึงไม่ยอมรับ โทรกลับก็ไม่มี แถมไลน์ไปเธอยังไม่ตอบอีก เธอเป็นอะไรกันแน่?...ฉันทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า?” ภูวดลถามอย่างไม่เข้าใจ

​“ฉันสบายดีไม่ได้เป็นอะไร คงเพราะช่วงนี้ใกล้จะถึงวันแสดงแล้วมั้ง ฉันก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ขอโทษนะ” เธอบอกพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ เพราะเขารู้สึกว่านานะกำลังโกหกเขาอยู่

​“ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะยุ่งอะไรขนาดนั้น ฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่านานะ เธอบอกฉันสิ! ทำไมเธอต้องหลบหน้าฉันด้วย! เธอรู้มั้ย? ว่าฉันเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน!” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างทนไม่ไหว นานะมองหน้าภูวดลนิ่ง ก่อนที่เธอจะเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา หญิงสาวยอมรับว่าพักหลังมานี้ เธอตั้งใจที่จะหลบหน้าเขา ไม่ติดต่อกับเขาจริงๆ เพราะตั้งแต่ที่เธอได้ยินชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยฝากรอยแผลขนาดใหญ่เอาไว้ให้ มันทำให้นานะเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา กลัวว่าถ้าภูวดลได้เจอกับแบมแบมเขาอาจจะเปลี่ยนใจ กลับไปหาหญิงสาวก็ได้ หรือไม่ภูวดลอาจจะรู้สึกเจ็บปวดกับผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกหลากหลายมันทำให้เธอเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงขอหลบออกมาพักบ้าง 

​“วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลยนะภู เอาไว้วันหลังเราค่อยคุยกันดีกว่านะ” เธอบอกด้วยความเหนื่อยล้า ได้ฟังดังนั้น ภูวดลถึงกลับนิ่งอึ้ง เขารู้สึกจุกเหลือเกินกับคำพูดของเธอ ภูวดลเป็นห่วงหญิงสาวมาก ถึงขนาดมารอที่หน้าห้องเธอเกือบห้าชั่วโมง แต่พอได้ยินแบบนี้เขาก็รู้สึกน้อยใจ

​“ถ้าเธอต้องการแบบนั้นก็ได้ ขอโทษที่ทำให้รำคาญ!” เขาบอก ก่อนที่จะเดินออกไป นานะมองตามหลังเขาอย่างรู้สึกใจหาย ชั่ววินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียเขาไป นานะตัดสินใจวิ่งเขาไปกอดชายหนุ่มไว้จากด้านหลัง ภูวดลชะงักฝีเท้าทันที นานะกอดชายหนุ่มไว้แน่นพลางซุกหน้าลงกับหลังของเขา

​“นะ...นานะ...” เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบา

​“อยู่แบบนี้สักพักได้มั้ย?” 

​“ฉันนึกว่าเธออยากให้ฉันไปซะอีก”

​“ฉันคิดถึงนาย...” คำพูดของนานะ ทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอี้ยวตัวหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาว

​“คิดถึง แล้วทำไมต้องหลบหน้าฉันด้วยล่ะ?” เขาถามอย่างสงสัย

​“ก็เพราะว่าฉัน....!” ยังไม่ทันที่เธอจะได้บอก เสียงใครบางคนก็แทรกเข้ามา

​“พร้อมหน้าพร้อมตากันจริงๆนะ!” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทั้งสองคนหันไปมอง ก่อนจะอึ้งนิ่งค้างไป

​“เงียบทำไมหรอ? หรือว่าตกใจที่เจอฉันที่นี่” หญิงสาวแสยะยิ้มที่มุมปาก

​“แบมแบม!...” ภูวดลอุทานขึ้นอย่างแปลกใจ

​“หวัดดีภู ดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” เธอบอกพลางยิ้มออกมา

​“คุณป้าเขาคงจะบอกเธอแล้วใช่มั้ยนานะ ว่าฉันจะมาพักกับเธอที่นี่สักพัก” แบมแบมหันไปพูดกับนานะที่กำลังยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่

​“ใช่! แต่ไม่คิดว่าเธออยากจะอยู่กับฉัน เพราะคนระดับเธอน่าจะไปเช่าโรงแรมหรูๆอยู่จะไม่ดีกว่าเหรอ?”

​“ใครบอก อยู่กับเธอดีออกจะตาย แถมยังได้มาเจอ...มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้อีก” แบมแบมเอ่ยบอก ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม

​“หวังว่าเราจะได้เจอกันบ่อยนะภู” แบมแบมบอก พลางยิ้มหวานส่งให้เขา ก่อนที่จะเดินไปดึงเอากุญแจห้องจากมือนานะ แล้วไขมันเข้าไปในห้อง นานะและภูวดลมองตามด้วยสายตานิ่งอึ้ง ก่อนที่ทั้งสองจะหันมาสบตากัน

​“นายไม่เป็นอะไรนะ?” นานะถามอย่างเป็นห่วง เพราะเธอคิดว่าภูวดลอาจจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีก

​“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ ฉันน่าจะถามเธอมากกว่านะว่าเธอโอเคมั้ย?” ภูวดลถามกลับทันที

​“ฉันโอเคอยู่แล้ว นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก งั้นฉันเข้าห้องก่อนนะ นายก็กลับไปได้แล้วล่ะ” นานะเอ่ยบอก พลางปรับสีหน้าให้ดูสดใส ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ง่ายเลย ภูวดลพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ก็อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ ดูสีหน้าของนานะแล้ว เธอคงจะรู้สึกอึดอัดมาก แต่ก็คงจะทำอะไรไม่ได้ เมื่อนานะเดินเข้าห้องไปเรียบร้อยแล้ว เขาจึงยอมเดินกลับไป

 

​ประมาณเที่ยงคืน

​ชายหนุ่มพยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ในใจเขารู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพลางกดเบอร์ไปหาใครบางคน แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป

​“ฮัลโหลนานะ นอนหรือยัง?” เขาถามปลายสายสองเท้าก็ยังคงก้าวต่อไปไม่ยอมหยุด

​(มีอะไรหรอภู โทรมาซะดึกเชียว?) ปลายสายถามกลับมา

​“เอ่อ...คือ...แบมแบมนอนหรือยัง?”

​(ถ้าอยากจะคุยกับเขา เดี๋ยวฉันไปปลุกให้ก็ได้!) นานะตอบกลับมาอย่างไม่พอใจ

​“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่ถามดูเฉยๆ ไม่ได้อยากคุยกับเขาสักหน่อย” ภูวดลรีบอธิบายทันที

​(แล้วโทรมาทำไม?!) นานะยังคงเสียงแข็งเหมือนเดิม

​“อย่าพึ่งงอนได้มั้ย? ที่ฉันโทรมาเพราะว่าฉันอยากเจอเธอ” เขาบอกความต้องการของตัวเอง

​(ฉันหรอ? นายเคยอยากเจอฉันด้วยหรอ?) นานะเอ่ยถามอย่างประชด พลางยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

​“ฉันอยากเจอตลอดนั่นแหละ ออกมาหาหน่อยสิ” เขาเอ่ยบอกอย่างขอร้อง เมื่อมาหยุดที่หน้าห้องของหญิงสาว นานะถึงกลับชะงัก พลางลุกขึ้นนั่งจากเตียง

​(ฉันกำลังจะนอนแล้ว วันหลังเราค่อยเจอกันดีกว่า)นานะตัดสินใจปฏิเสธออกไป ทั้งที่ใจจริงแล้วเธออยากจะเห็นหน้าเขาแทบบ้า แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้

​“นานะ...ฉันรอเธออยู่ที่หน้าห้องนะ ออกมาให้ฉันเห็นหน้าหน่อยสิ หลายวันมานี้ เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย ฉันอยากจะคุย อยากจะเห็นหน้าเธอ อยากได้ยินเสียงเธอ จนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว จิตใจฉันมันวุ่นวายไปหมด” ภูวดลพรั่งพรูในสิ่งที่กักเก็บเอาไว้มาหลายวัน คำพูดของชายหนุ่มทำให้นานะถึงกลับกลั่นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้เธออยากจะวิ่งออกไปหาเขาเหลือเกิน แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับไม่สามารถขยับได้เลย

​(ภู... ฉันว่า เราสองคน ห่างกันสักพักจะดีกว่า ตอนนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่จะวิ่งตามนายอีกต่อไปแล้ว ขอเวลาให้ฉันหน่อยนะ ขอเวลาให้ฉันได้ทำใจ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ เราสองคนจะได้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไง) นานะกลั้นใจบอกออกไปเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ แต่ตรงกันข้ามตอนนี้ร่างกายของภูวดลถึงกลับชาไปทั้งตัว หัวใจของเขาเหมือนโดนกระชากออกไป ความรู้สึกหลากหลายเริ่มประดังประดาเข้ามา

​“นานะ...ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดอะไร? ทำไมเราสองคนต้องห่างกันด้วย?! ทำไมฉันต้องให้เวลาเธอทำใจด้วย?! ทำไมเราสองคนต้องกลับไปเป็นเพื่อนกันด้วย?! ไม่ใช่เพราะเธอหรอกเหรอที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรามันเปลี่ยนไป! แล้วจู่ๆเธอจะบอกให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ยังไง!!!” ภูวดลพูดออกมาด้วยความโมโหบวกกับความเสียใจ น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากนัยน์ตาคมของชายหนุ่ม

​(ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ในเมื่อตอนนี้เราสองคนก็เป็นแค่เพื่อนกันอยู่แล้ว ไม่ว่าฉันจะทำยังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของนายให้เป็นอย่างอื่นไปได้ ขอเวลาให้ฉันสักหน่อย แล้วจากนี้ต่อไป...ฉันคงจะเป็นเพื่อนกับนาย...ได้สนิทใจสักที) นานะตัดใจบอกออกไป พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ เพราะไม่อยากให้เขาได้ยิน

​“ไม่! นานะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด! ออกมาหาคุยกันให้รู้เรื่อง ฉันจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าเธอจะออกมา” พูดจบภูวดลก็รีบตัดสายทันที นานะถึงกลับถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่ม

​“ภู!!” เธอเรียกเขาอย่างตกใจ เมื่อเปิดประตูออกมาก็พบกับใบหน้าเศร้าๆของภูวดล ชายหนุ่มรีบเข้าไปสวมกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะหายไป

​“ฉันไม่ยอมเด็ดขาด...เธออย่าเพิ่งเหนื่อยกับฉันเลยนะ” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างขอร้อง พลางซุกหน้าลงบนไหล่บาง นานะถึงกลับนิ่งค้างพูดอะไรไม่ออกเลย

​“ไปกันเถอะ” เขาเอ่ยบอก พลางดึงมือหญิงสาวให้เดินตามไป

​“นายจะพาฉันไปไหนภู?”

​“ไปนอนกับฉันไง...” เขาบอกออกมา นานะแทบตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน พลางรั้งตัวเองเอาไว้

​“เมื่อกี้นายว่าไงนะ?!!”

​“ไปนอนกับฉัน!” เขาบอกอย่างจริงจัง พร้อมกับแววตาที่ส่งมาไม่ได้มีวี่แววล้อเล่นเลยสักนิด

​“ห๊ะ!!” นานะร้องอย่างตกใจ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่ภูวดลพูดอะไรแบบนี้กับเธอ จู่ๆ หน้าหญิงสาวก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา สองขาก็ก้าวไปตามแรงจูงของภูวดลอย่างว่าง่าย

นานะนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บนเตียงของชายหนุ่มอย่างรู้สึกอึดอัดและเขินอาย แม้ว่าปกติแล้วน่าจะเป็นภูวดลมากกว่าที่จะรู้สึกแบบนี้ แต่วันนี้กลับเป็นเธอซะเองที่ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ภูวดลยืนอยู่อีกมุมหนึ่งพลางกอดอกมองนานะอย่างขำๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวแล้วนั่งลงข้างๆเธอ นานะแทบสะดุ้งตกใจทันที

​“เป็นอะไร? ไม่ยอมพูดยอมจา?” เขาถามขึ้น นานะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

​“เปล่าหนิ? ไม่ได้เป็นอะไร?...” เธอตอบออกไปด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน

​“อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดอะไรทะลึ่งๆอยู่?”ภูวดลหรี่ตามองนานะอย่างจับผิด

​“เปล่าสักหน่อย!!” นานะรีบปฏิเสธเสียงแข็ง

​“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ?”

​“ก็ ก็ห้องนายมันร้อนหนิ” เธอบอก พลางเอามือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองเพื่อกลบกลื่นอาการแปลกๆ

​“แน่ใจนะ ว่าไม่ได้คิดลึกน่ะ?” เขาถามอีกครั้ง

​“แน่ใจสิ นายเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไงเนี่ย?!!”

​“อืม” เขาตอบอย่างไม่ลังเล

​“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเป็นให้นายดู! ไหนๆเราก็อยู่กันสองคนแล้ว บรรยากาศก็เป็นใจเสียด้วย มาม๊ะ! ภูจ๋า~” นานะยิ้มมุมปาก ก่อนจะถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวบางๆ ก่อนที่เธอจะผลักให้ชายหนุ่มนอนลงบนเตียง ภูวดลถึงกลับตกใจ ที่จู่ๆนานะก็กลายร่างแบบนี้

​“นะ...นานะ! เธอกำลังจะทำอะไรเนี่ย?!” เขาถามอย่างหวาดๆ

​“ก็นายชวนฉันมานอนด้วยไม่ใช่หรอ? แล้วเราจะมั่วรออะไรกันอยู่ล่ะ” นานะพูดออกไปพลางเลื่อนหน้าลงไปใกล้ๆภูวดล แม้จะรู้สึกเขินๆบ้าง แต่เธอก็ต้องกลบเกลื่อนมันเอาไว้

​“เดี๋ยวก่อนๆ ที่ฉันชวนเธอมานอนด้วย หมายถึงนอนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรอย่างว่าสักหน่อย” เขารีบเอ่ยบอก

​“อ้าว!!” นานะถึงกลับชะงักทันที ก่อนจะลุกออกจากตัวภูวดลอย่างงงๆ

​“ที่ฉันชวนเธอมานอนด้วย เพราะฉันคิดว่าเธอคงจะรู้สึกอึดอัด ที่ต้องอยู่กับแบมแบมสองคนแบบนั้น” ภูวดลอธิบายให้ฟัง พลางลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง

​“ทำไมนายถึงคิดว่าฉันจะอึดอัดด้วยล่ะ?” เธอถามอย่างสงสัย

​“ฉันคบกับเธอมานาน แค่มองตาฉันก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่?...” เขาบอกอย่างมั่นใจ นานะเงยหน้ามองภูวดลนิ่งก่อนจะถามขึ้น ดวงตาเริ่มสั่นไหว

​“ถ้าอย่างนั้น นายคิดว่าตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่?” เธอถามอย่างจริงจัง ภูวดลมองหน้าหญิงสาวนิ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

​“เธอกำลังคิดมากเรื่องฉันกับแบมแบมอยู่ใช่มั้ย?เธอกำลังกลัวว่าฉันจะเจ็บปวดเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา แต่ฉันอยากจะบอกเธอให้รู้ไว้ ว่าฉันไม่ได้เสียใจกับเรื่องนั้นอีกแล้ว” เขาบอกออกมา นานะมองหน้าภูวดลอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะรู้ใจเธอขนาดนี้

​“แล้วตอนนี้นายยังรักแบมแบมอยู่หรือเปล่า?...” เธอถามในสิ่งที่อยากรู้มาตลอด

​“ความรู้สึกที่ฉันมีต่อแบมแบม มันหลงเหลือแค่มิตรภาพที่ดีต่อกันก็แค่นั้น” ภูวดลตอบอย่างจริงจังพลางมองลึกเข้าไปในตาของเธอ

​“นายมั่นใจหรอว่าจะไม่หวั่นไหว? แล้วกลับไปหาเขาอีก?” เธอถามเสียงสั่นๆ

​“ฉันมั่นใจ เพราะว่าตอนนี้ความรักที่ฉันเคยมีให้กับแบมแบมมันไม่มีอีกแล้ว และหัวใจของฉันมันก็มีเจ้าของของมันอยู่” ชายหนุ่มเอ่ยบอก นานะมองสายตาที่สื่อความหมายนั้นด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นแรงมากขึ้น

​“เอ่อ...ภู...ฉันว่าฉันเริ่มง่วงแล้วล่ะ?” นานะรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ตอนนี้ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปทั่วจนลามไปถึงคอ ภูวดลยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะน้อยครั้งที่จะเห็นอาการเขินอายแบบนี้ของหญิงสาว

​“อย่าเพิ่งง่วงสิ เธอไม่อยากรู้หรอ ว่าเจ้าของหัวใจของฉันเป็นใคร?” เขาก้มหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหูเธอเพื่อแกล้งแหย่ให้หญิงสาวอายมากขึ้น และมันก็ได้ผล เพราะนานะค่อยๆขยับถอยออกห่างจากชายหนุ่ม พลางหันหลังให้แล้วมองออกไปนอกหน้าตา ภูวดลขยับเข้าใกล้เธอมากขึ้น ก่อนจะเอาคางวางไว้บนไหล่หญิงสาวอย่างจงใจ นานะแทบสะดุ้งตัวโหย่งทันที

​“ภู...ทำอะไรเนี่ย?” เธอถามอย่างสงสัย ร่างกายก็เริ่มแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน

​“ฉันกำลังจะบอกอยู่นี้ไง ว่าคนที่ฉันหมายถึงเขาเป็นใคร”

​“ฉะ...ฉันยังไม่พร้อมที่จะรับรู้” 

​“แต่ฉันพร้อมที่จะบอกกับเธอแล้ว...นานะ ว่าฉันรัก...!” 

​“เดี๋ยวก่อน!!!...” ก่อนที่ภูวดลจะพูดจบ หญิงสาวก็ชิงตัดบทก่อน พลางยกมือขึ้นตะปบปากชายหนุ่มให้หยุดพูด ภูวดลขมวดคิ้วอย่างสงสัย

​“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากรู้...แต่ถ้าคนที่นายพูดถึงมันไม่ใช่ฉัน แล้วจะทำยังไงล่ะ?!!...” เธอบอกในสิ่งที่กังวลอยู่ ภูวดลถึงกลับกลั้นขำ ก่อนจะดึงมือเธอออก

​“เธอจะกลัวทำไมกัน?...” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

​“กลัวสิ! นายก็รู้ว่าฉันคิดยังไงกับนายมาตลอด แม้ว่าจะรู้ว่านายไม่เคยคิดกับฉันมากไปกว่าเพื่อนเลยก็ตาม แต่ฉันก็ยังคงพยายาม เพื่อที่จะให้นายหะ....อุ๊บ!!!” นานะยังพูดไม่ทันจบ ภูวดลก็รีบปิดปากเธอด้วยปากของเขาเอง หญิงสาวแทบเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ ความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจสลับกันไป ก่อนที่เธอจะหลับตาพริ้มลงอย่างเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่เขามอบให้

​ตุ๊บบบ!!!

เสียงของวัตถุบางอย่างตกกระทบกับพื้น ภูวดลกับนานะรีบผละออกจากกันทันที พลางมองตามเสียงนั้น ก่อนจะเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังยืนมองพวกเขาอย่างอึ้งๆ อยู่ตรงหน้าประตู

​“ภะ...ภีม...มาทำอะไรที่ห้องพี่? แล้วทำไมไม่เคาะประตูก่อน?” ภูวดลถามอย่างตกใจ เพราะปกติดึกขนาดนี้น้องชายเขาควรจะนอนหลับแล้ว ภีรพลมองทั้งสองคนสลับกันไปมา ก่อนจะตอบ

​“ภีมนอนไม่หลับก็เลยจะเอาหนังสือนิทานมาให้พี่ภูอ่านให้ฟัง แต่ไม่รู้ว่าพี่นานะอยู่ด้วย” เด็กน้อยบอกออกไป พลางก้มลงเก็บหนังสือเล่มใหญ่ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาชูให้พี่ชายดู

​“เอ่อ...ถ้างั้น เดี๋ยวพี่ตามไปอ่านหนังสือให้ภีมฟังที่ห้องก็แล้วกันนะ” ชายหนุ่มรีบเอ่ยบอก ก่อนจะเดินมาหาน้องชายพลางดันหลังเขาให้เดินออกไปจากห้อง เมื่อภีรพลเดินกลับห้องไป แล้วภูวดลจึงหันกลับมามองที่หญิงสาวพลางเกาหัวตัวเองอย่างเก้อๆ

​“งั้น เธอพักผ่อนที่ห้องฉันก็แล้วกันนะ เดี๋ยวฉันจะไปนอนที่ห้องภีมเอง”

​“อืมๆ” เธอตอบได้แค่นั้น ไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ

​“ส่วนเรื่องที่เธอบอกว่าอยากให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก...และเธอเองก็ อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจไปจากฉันเลยนะ ขอร้องล่ะ” เขาเอ่ยบอกก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ แววตาเต็มไปด้วยความหมาย นานะถึงกลับน้ำตาซึม ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แม้ว่าภูวดลจะไม่ได้พูดมันออกมาตรงๆ แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มต้องการจะบอกอะไรกับเธอ

​“ฝันดีนะ นานะ” เขาเอ่ยบอกยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

​“ฝันดีนะ...ภูจ๋า...” เธอรำพึงออกมาเบาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงของชายหนุ่ม พลางสูดกลิ่นหอมจากเตียงของเขาอย่างมีความสุข

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

ความคิดเห็น