email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 ถอยหน่อยได้มั้ย? มันร้อน!

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ถอยหน่อยได้มั้ย? มันร้อน!

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 567

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 18:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ถอยหน่อยได้มั้ย? มันร้อน!
แบบอักษร

 

ตอนที่ 7 

ถอยหน่อยได้มั้ย? มันร้อน! 

  

​นานะดึงแขนภูวดลให้เดินตามมาจนถึงสนามบอล ก่อนที่ภูวดลจะฉุดแขนเธอให้หยุดเดินสักที

​“นานะ” เขาเอ่ยเรียก นานะจึงหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม 

​“มีอะไรหรอ?”

​“ฉันว่าเธอควรที่จะเข้าไปเรียนนะ โดดเรียนแบบนี้ มันไม่ดีหรอก” ภูวดลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

​“วันนี้ฉันขอเป็นคนไม่ดีแล้วกันนะ ฉันไม่อยากจะเข้าเรียนวิชานี้เลย เพราะมันเป็นวิชาเรียนรวม ฉันรำคาญนายวีระ ชอบมาเกาะแกะตลอดเลย” เธอบอกอย่างรำคาญ

​“จริงหรอ? ถ้าอย่างนั้นขาดสักวันก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งเนอะ~” ภูวดลบอกแทบจะทันที นานะยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

​“แล้ววันนี้เราจะไปไหนกันดีล่ะ?” นานะถามขึ้น

​“แล้วแต่เธอเลย เธออยากจะไปที่ไหนฉันก็จะไปด้วย” 

​“แม้~ภูจ๋าเนี่ย ปากหวานจริงๆเลยนะ ไหนเอามาชิมสิว่ามันจะหวานจริงๆหรือเปล่า” นานะเอ่ยบอกอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆชายหนุ่มภูวดลถึงกลับสะดุ้งตกใจ รีบดันใบหน้าหญิงสาวให้ออกไปห่างๆ

​“นานะ! จะทำอะไรเนี่ย? นี่มันที่สาธารณะนะ”ภูวดลรีบเอ่ยปราม นานะจึงหยุดการกระทำ

​“งั้นถ้าเป็นที่ห้องของฉันก็ทำได้นะสิ ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ” นานะเอ่ยบอก ภูวดลถึงกลับหมดคำพูด

​“นานะ!!” 

​“เรียกทำไมหรอจ๊ะ ภูจ๋า~ ไหนบอกว่าถ้าฉันอยากไปที่ไหนนายก็จะไปด้วยไง และตอนนี้ฉันก็อยากกลับบ้านแล้ว เราไปกันเถอะนะ ภูจ๋า~” เธอเอ่ยท้วงเขาทันทีพลางฉุดดึงชายหนุ่มให้เดินตามไป

​“ทำไมถึงเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้เนี่ย?” แม้ปากของเขาจะบอกไปแบบนั้น แต่ก็ยอมเดินตามหญิงสาวไปอย่างโดยดี

 

​ณ คอนโดหรู

​นานะและภูวดลเดินเข้ามาในห้อง ก่อนที่ทั้งคู่จะทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาอย่างเหนื่อยหอบ เพราะกว่าจะฝ่าด้านแสงแดดร้อนๆจนมาถึงห้องได้ ก็เกือบเป็นลมล้มพับไป

​นานะลุกขึ้นแล้วรีบเดินไปเปิดตู้เย็นก่อนจะหยิบน้ำออกมาสองขวด แล้วเดินมายื่นให้กับชายหนุ่ม ก่อนจะกระดกน้ำเข้าปากตัวเองอย่างกระหาย

​“ช้าๆหน่อยนานะ เดี๋ยวก็สำลักน้ำหรอก” ภูวดลบอกอย่างเป็นห่วง

​“ก็มันเหนื่อยหนิ กว่าจะมาถึงห้องได้ อย่างกับเดินข้ามทะเลทรายมาแหนะ” นานะบ่นออกมา

​“เวอร์ไปแล้ว” ภูวดลว่าอย่างขำๆ ก่อนจะดื่มน้ำบ้าง

​“ว่าแต่ว่า~ ตอนนี้เราจะทำอะไรกันดีล่ะจ๊ะ ภูจ๋า?” นานะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานหยด ก่อนจะนั่งลงไปเบียดชายหนุ่มทันที

​“มาเบียดทำไม มันร้อนนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยเสียงสั่นๆ ก่อนจะขยับออกช้าๆ แต่นานะก็ตามเขาไปเหมือนเดิม

​“ถ้าร้อน~ งั้นเรามาถอดเสื้อผ้ากันเถอะ”นานะบอกพลางทำน้ำเสียงยั่วยวนใส่เขา ภูวดลถึงกลับหน้าแดงเพราะคำพูดที่มีเลศนัยของหญิงสาว

​“เออะ นานะ ฉันว่า...เห้ย!!” ภูวดลยังพูดไม่ทันจบนานะก็ใช้สองมือผลักร่างของเขาให้ล้มลง ก่อนจะขึ้นไปคร่อมร่างชายหนุ่มไว้

“ว่าอะไรหรอจ๊ะ? หืม~” นานะก้มหน้าเขาไปใกล้ๆพลางสบตากับชายหนุ่มนิ่งๆ ภูวดลแอบลอบกลืนน้ำลายตัวเองอย่างฝืดๆ

​“นานะ คือ...เอ่อ...เธอช่วยออกไปจากตัวฉันก่อนได้มั้ย?” ชายหนุ่มบอกอย่างขอร้อง พลางหลบสายตาของหญิงสาว ที่จ้องมายังเขาอย่างกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

​“ทำไมเล่า ไม่ชอบหรอ?” นานะถามขึ้น โดยไม่ยอมขยับไปไหน แต่เธอกลับยื่นปากเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเกร็งมากยิ่งขึ้น หญิงสาวเริ่มแกะกระดุมของเขาออกช้าๆ พลางใช้สายตาสะกดชายหนุ่มไว้

​“นานะ ฉัน เอ่อ...คือ ฉันคิดว่าเราทำอย่างนี้มันไม่ดีหรอก เราค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่ามั้ย?” ภูวดลเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

​“อืม~ ที่นายพูดมาก็ถูกนะ แต่เราก็ค่อยเป็นค่อยไปกันแล้วหนิ เราจับมือกันแล้ว ต่อมาเราก็กอดกัน เมื่อไม่นานมานี้เราก็จูบกันแล้ว เห็นมั้ย เราทำกันเป็นขั้นเป็นตอนมาแล้ว ทีนี้ก็เหลือแต่...” เธอเอ่ยบอก มือก็ลูบไล้เนื้อตัวของชายหนุ่มไปมา ยิ่งทำให้ภูวดลถึงกลับขนลุกไปทั้งตัว

​“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ที่ว่าค่อยเป็นค่อยไปคือ รอให้เราเรียนจบหรือแต่งงานกันก่อนแล้วเราค่อยมีอะไรกันมันจะดีกว่ามั้ย?” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างจริงจัง หัวใจของนานะถึงกลับพองโตขึ้นมาทันที

​“แต่งงาน! เมื่อกี้นายพูดจริงหรอ? นายจะแต่งงานกับฉันจริงๆใช่มั้ย?” นานะเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

​“เมื่อกี้ฉันพูดแบบนั้นหรอ?” ภูวดลเอ่ยถามอย่างเฉไฉ นานะหุบยิ้มลงทันที

​“ใช่! เมื่อกี้นายพูดแบบนั้น ฉันได้ยินเต็มสองหูเลย ไม่รู้แหละถ้าเราสองคนเรียนจบแล้ว นายต้องยอมแต่งงานกับฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะปล้ำนายตอนนี้ซะเลย!!” นานะยื่นคำขาด พลางจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่ง ภูวดลถึงกลับหัวเราะออกมากับท่าทางของเธอ

​“รอให้ถึงวันนั้นก่อนดีกว่านะ บางทีเธออาจจะเบื่อฉันก่อนก็ได้?”ชายหนุ่มบอกอย่างเปรยๆ

​“ไม่มีทาง! ฉันอ่อยนายมาตั้งหลายปีแล้ว ฉันไม่มีวันปล่อยให้นายตกไปเป็นของคนอื่นแน่นอน เข้าใจมั้ยจ๊ะ ภูจ๋า” นานะว่า ก่อนจะก้มลงจูบชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

​จุ๊บ!!

​“นานะ!!” ภูวดลเอ่ยเรียกชื่อเธออย่างตกใจ 

​“ว่าไงจ๊ะ~ จะเอาอีกหรอ?” เธอถามพลางยิ้มใส่ตาเขา 

​“เปล่าสักหน่อย! ออกไปจากตัวฉันได้แล้ว มันหนัก” เขาเอ่ยบอกพลางทำหน้าเหมือนหนักสุดๆ นานะถึงกลับหมดอารมณ์ ก่อนจะผละออกจากตัวเขาทันที

​“ภูอ่ะ! ฉันไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อย” หญิงสาวบอกอย่างงอนๆ ภูวดลลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองหน้าของหญิงสาวยิ้ม

​“ฉันล้อเล่นหนอกน่า~” 

​“ล้อเล่นอะไรเล่า! มันเสียเซลฟ์รู้มั้ย เรื่องน้ำหนักสำหรับผู้หญิงมันเป็นเรื่องที่เซ็นซิทีฟมากนะ เจ็บปวดจริงๆเลย!” เธอว่าอย่างฉุนๆ

​“เอาน่า~อวบๆแบบนี้ก็ดีแล้ว...เต็มไม้เต็มมือดี....” ประโยคสุดท้ายชายหนุ่มพูดกับตัวเอง นานะหันมามองก่อนจะถามขึ้น

​“เมื่อกี้ภูว่าอะไรนะ?” เธอถามขึ้น เพราะได้ยินไม่ถนัด

​“เปล่าหนิ” ภูวดลรีบปฏิเสธทันที นานะขมวดคิ้วอย่างสงสัย

​“นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ” ชายหนุ่มเอ่ยชวน

​“ไม่เอาอ่ะ! ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้ฉันจะไม่กินอะไรทั้งนั้น ฉันจะลดน้ำหนักให้ได้!!” นานะพูดอย่างมุ่งมั่น ภูวดลมองหน้ายิ่งสาวอย่างอึ้งๆ

​“เธอเอาจริงหรอ?”

​“จริงสิ!! คอยดูนะ ฉันจะมีหุ่นที่เซ็กซี่ให้นายดูรับรองว่านายจะต้องน้ำลายไหลแน่ๆ” เธอบอกอย่างจริงจัง ภูวดลเลิกคิ้วมองหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าไปมองให้กับความคิดที่ไม่เข้าท่าของนานะจริงๆ!!

 

​เช้าวันต่อมา

นานะและภูวดลเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัย ที่เต็มไปด้วยสายตาของผู้คนมากมายที่มองมาทางพวกเขาสองคน นานะหันไปมองรอบๆพลางขมวดคิ้วอย่างสงสัย

​“ทำไมคนมองมาที่เรากันหมดเลยล่ะ?” นานะกระซิบถามชายหนุ่ม ภูวดลจึงหันไปมองรอบๆ

​“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือว่าพวกเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” ภูวดลเอ่ยบอก พลางสำรวจร่างกายตัวเองแต่ก็ไม่มีอะไร

​“หรือว่าฉันดูอ้วนขึ้น!! ภู! ฉันอ้วนขึ้นใช่มั้ย?” นานะหันไปถามชายหนุ่มข้างๆอย่างร้อนรน

​“ก็เท่าเดิมนะ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนไปเลย” เขาเอ่ยบอก ก่อนที่คำตอบทุกอย่างจะถูกเฉลย เมื่อมีเหล่าบรรดาสาวๆเดินเข้ามาขวางหน้าทั้งคู่ไว้

​“เอ่อ...พี่ภูคะ คือ หนูเอาขนมมาให้ค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งยื่นถุงขนมถุงใหญ่มาให้ชายหนุ่ม ภูวดลเอื้อมมือไปรับอย่างงงๆ

​“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอก พลางยิ้มแห้งๆส่งไปให้ พวกสาวๆแทบกรี๊ดออกมาอย่างตื่นเต้น นานะยืนมองด้วยสายตาขุ่นๆ พลางเอื้อมมือไปดึงถุงขนมมาจากมือภูวดล 

​“ขอบคุณนะค่ะน้อง! สำหรับขนม แต่พอดีแฟนพี่!!เขาไม่ชอบกิน งั้นพี่ขอแล้วกันนะ” เธอบอกพลางเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปเกาะแขนชายหนุ่มอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

​“ภูจ๋ามีเรียนไม่ใช่หรอคะ เรา งั้นรีบไปกันเถอะ” นานะหันมาบอกชายหนุ่ม พลางดึงแขนเขาให้ออกมาจากตรงนั้น ส่วนเหล่าสาวๆได้แต่ยืนอึ้ง พลางกัดฟันตัวเองอย่างแค้นใจที่โดนรุ่นพี่อย่างนานะดักคอพวกเธอไว้แบบนี้

​นานะดึงภูวดลเข้ามาจนถึงตึกเรียน ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ภูวดลมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกหวาดๆ

​“ชอบมากมั้ย? ที่มีคนมาชอบแบบนี้?!” นานะถามเสียงเรียบ

​“เปล่าสักหน่อย?” เขาตอบออกมาเบาๆ

​“แน่นะ!!?” เธอถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ภูวดลมองหน้าหญิงสาวด้วยสีหน้าจริงจัง

​“แน่ใจสิ ฉันจะไปชอบได้ยังไงเล่า แล้วอีกอย่างคงไม่มีใครมาชอบคนจืดชืดแบบฉันหรอก” เขาบอกไปตามที่คิด

​“จะไม่มีใครชอบได้ยังไง! ดูสิ! ขนมถุงใหญ่ขนาดนี้ แล้วสายตาของยัยพวกนั้นอีก อย่างกับจะข่มขืนนายจากทางสายตา! ฉันล่ะไม่ไว้ใจจริงๆ” เธอบอกอย่างวิตกกังวล ภูวดลมองนานะอย่างขำๆก่อนจะพูดขึ้น

​“ฉันว่าคนที่จะข่มขืนฉันทางสายตา น่าจะเป็นเธอมากกว่านะนานะ” เขาบอกพลางหัวเราะออกมา

​“ไม่ตลกนะภู!”

​“เอาน่าๆ เราหยุดพูดเรื่องนี้กันเถอะนะ รีบเข้าไปเรียนกันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเดินไปส่งที่ห้อง” ภูวดลรีบตัดบททันที พลางเอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวแล้วพาเดินไป แม้นานะจะยังรู้สึกไม่วางใจ แต่ก็ยอมเดินตามเขาไปแต่โดยดี  เมื่อเดินมาถึงห้องนานะเดินมานั่งลงข้างๆเพื่อนสาวด้วยสีหน้าเซ็งๆ

​“เป็นอะไรไปอีกล่ะนานะ มีหนุ่มหล่อมาส่ง น่าจะดีใจ ทำไมทำหน้างอแบบนี้ล่ะ?” ภาริดาถามอย่างสงสัย

​“จริงด้วย ถ้าเป็นฉันคงยิ้มจนปากจะฉีกไปถึงหูแน่เลย” เจนจิราพูดขึ้นอีกคน

​“ก็เมื่อกี้นะสิ มีรุ่นน้องผู้หญิงเอาขนมมาให้ภูต่อหน้าต่อตาฉันเลยนะ!!” หญิงสาวบอกอย่างฉุนๆ ก่อนจะทิ้งถุงขนมลงบนโต๊ะ

​“นึกว่าเรื่องอะไร ก็ดูนายภูจ๋าของแกสิ เปลี่ยนตัวเองจนหล่อราวกับพระเอกเกาหลีขนาดนี้ จะไม่ให้มีคนมาชอบมันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ” เจนจิราเอ่ยบอก

​“ใช่ ฉันว่าแค่นี้แกยังรับไม่ได้ แล้วต่อไปล่ะถ้าเกิดมีคนมาชอบนายภูมากขึ้นกว่านี้ แกจะทนได้หรอ?” ภาริดาพูดสบทบ

​“ไม่ได้แน่ๆ! แล้วพวกแกจะให้ฉันทำยังไงเล่า?”นานะถึงกลับอย่างคิดหนัก

​“ฉันว่าแกควรที่จะรวบหัวรวบหางนายภูซะ!” ภาริดาเอ่ยบอกอย่างจริงจัง

​“ไม่ฉันว่าฉันไม่อยาก แต่ภูเนี่ยสิ! ขนาดฉันทั้งอ่อยทั้งยั่ว แต่เขาก็ยังปฏิเสธฉันทุกทางเลย” นานะบอกอย่างเซ็งๆ

​“โห~ภูจ๋าเนี่ย ช่างเป็นสุภาพบุรษซะจริงๆ” เจนจิราบอก พลางทำหน้าตาเพ้อฝัน 

​“นังเจน!! นั่นของฉัน!” นานะรีบดักคอทันที เจนจิราถึงกลับทำหน้าเซ็ง

​“แม้~ นิดเดียวก็ไม่ได้!” เจนจิราเอ่ยอย่างเสียงดาย นานะทำหน้าดุใส่ทันที

​“ไม่ได้! เพราะฉันหวงมาก!!” 

​“ถ้าเมื่อก่อนฉันรู้ว่าภูเขาจะหล่อขนาดนี้ มีหวังฉันกับแกได้ตบแย่งกันแน่นอน” เจนจิราบอกอย่างเล่นๆ

​“เสียใจ! แกไม่ทันฉันหรอก ฉันอุตส่าห์ฟูมฟักภูเขามาตั้งแต่อ้อนแต่ออกไม่มีทางที่ใครจะมาแย่งฉันไปได้หรอก!!!” นานะว่าอย่างจริงจัง ภาริดาและเจนจิราหันมามองหน้ากันอย่างหวาดหวั่นในความมุ่งมั่นของเพื่อนจริงๆ จากนั้นไม่นานอาจารย์ก็เข้ามาในห้อง ทั้งสามสาวจึงหยุดบทสนทนาลง แต่ก็ไม่วายที่นานะจะยังมีสีหน้าไม่ดีอยู่

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

ความคิดเห็น