email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 เปลี่ยนแปลง

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 เปลี่ยนแปลง

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 520

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 18:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 เปลี่ยนแปลง
แบบอักษร

ตอนที่ 8 

เปลี่ยนแปลง 

  

​นานะเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยด้วยอาการเซ็งๆ ก่อนจะเดินมาถึงโต๊ะที่มีเพื่อนๆของเธอนั่งกันอยู่ก่อนแล้ว 

​“เป็นอะไรไปนานะ ทำไมทำหน้าบูดแบบนี้ล่ะ?” ภาริดาเอ่ยถาม 

​“จริงด้วย อย่าบอกนะว่าโดนนายภูทิ้งมา” เจนจิราพูดขึ้นอีกคน นานะมองเพื่อนทั้งสองก่อนจะตอบ 

​“เปล่าสักหน่อ ภูไม่มีทางทิ้งคนสวยๆน่ารักๆอย่างฉันได้หรอก” นานะบอกออกไป ทั้งเจนจิราและภาริดาถึงกลับหันหน้าไปคนละทางอย่างรับไม่ได้ในความมั่นหน้าของเพื่อนสาว 

​“แล้วแกเป็นอะไรของแกห๊ะ? อารมณ์ไม่ดีแต่เช้าเลย” เจนจิราเอ่ยถามอีกครั้ง 

​“ก็ภูนะสิ บอกว่ามีธุระต้องไปกับแม่ พอฉันถามว่าจะไปไหน เขาก็ไม่ยอมบอก แถมยังตัดสายโทรศัพท์ฉันทิ้งอีก แล้วแกจะให้ฉันอารมณ์ดีได้ยังไงห๊ะ!!” นานะเอ่ยบอกอย่างฉุนๆ 

​“ฉันว่านายภูคงจะมีกิ๊กแน่นอนเลยอ่ะ ถึงไม่กล้าบอกแกแบบนี้” ภาริดาแสดงความคิดเห็น นานะขมวดคิ้วเข้าหากันทันที 

​“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะภูเขาอยู่ในสายตาของฉันตลอด แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปรู้จักกับผู้หญิงคนอื่น” นานะรีบบอกด้วยความมั่นใจ 

​“จริงด้วย อย่างนายภูเนี่ยนะ จะมีผู้หญิงคนอื่น มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะผู้หญิงที่ไหนเขาจะไปสนใจนายจืดชืดของยัยนานะกัน” เจนจิราว่าใส่ นานะหรี่ตามองเพื่อนสาวก่อนจะพูดขึ้น 

​“นี่แกว่าภูของฉันอีกแล้วนะนังเจน!” นานะว่าอย่างเคืองๆ 

​“ก็มันจริงหนิ ในฐานะที่ฉันเป็นเพื่อนแกนะ ฉันขอแนะนำให้แกหาแฟนที่ดูดีและเหมาะสมมากกว่านายภูได้มั้ย”  

“ไม่ได้! ฉันล่ะไม่เข้าใจแกจริงๆเลย ทำไมถึงไม่ชอบภูนัก เขาไปทำอะไรให้แกห๊า!!?” นานะสวนกลับทันที และก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มทะเลาะกันไปมากกว่านี้ ภาริดาจึงรีบตัดบทสนทนาทันที 

​“พอแล้วๆ แกสองคนจะมาเถียงกันทำไมห๊ะ! ฉันรำคาญ รอให้เจอตัวภูก่อนดีกว่า ค่อยไปถามเอาความจริงจากเขาว่าหายไปไหนกันแน่” ภาริดาเอ่ยบอก ทั้งสองคนจึงยอมหยุด 

​“ถ้าหยุดเถียงกันแล้ว งั้นพวกเราก็เข้าไปเรียนกันเถอะ ได้เวลาแล้ว ไปๆ” ภาริดาพูดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะลุกออกจากโต๊ะแล้วรีบเดินเข้าห้องเรียนไป แม้นานะและเจนจิราจะชอบเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งสองก็ไม่เคยที่จะผิดใจกัน เพราะความสนิททำให้ทั้งคู่ชอบเถียงกันอย่างนี้เป็นประจำ จนภาริดาเองก็ยังชินกับนิสัยของพวกเธอทั้งสองคนแล้ว 

​เช้าวันต่อมา 

​ภูวดลยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เพราะกว่าที่เขาจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง เนื่องจากมั่วแต่ทะเลาะกับนานะ เรื่องที่รับโทรศัพท์ของเธอช้า แล้วก็เรื่องที่เขาหายไปโดยที่ไม่ยอมบอกเธอว่าไปไหน พอเขาบอกว่าไปที่คลินิกมา หญิงสาวก็ไม่เชื่อ จนเขากับเธอต้องเคลียร์กันยาว แม้นานะจะไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรยากแต่ก็มีบ้างที่เธอไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขาพูด จนภูวดลเองก็รู้สึกเหนื่อยใจ แต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น 

​“ภู ตื่นหรือยังลูก?” คุณพรพรรณเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่หน้าประตู ภูวดลงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนจะลุกไปเปิดประตูให้ผู้เป็นแม่ 

​“ตื่นแล้วครับแม่ มีอะไรกับภูหรือเปล่าครับ?” เขาถามออกไปแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น 

​“วันนี้ภูมีเรียนไม่ใช่หรอ? ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก?”คุณพรพรรณถามอย่างสงสัย  

​“ใช่ครับผมมีเรียน....ห๊ะ!”ภูวดลที่พึ่งคิดได้รีบเบิกตากว้างหันไปมองนาฬิกาที่ข้างฝา ก็พบว่ามันใกล้จะแปดโมงแล้ว ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปหยิบผ้าขนหนูแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที คุณพรพรรณมองตามลูกชายพลางส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง 

​ภูวดลวิ่งลงบันไดมาด้วยความรีบร้อน ก่อนจะพบว่ามารดาของเขานั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา ทำให้เขาเกิดความสงสัยอะไรขึ้นมาบางอย่าง 

​“วันนี้แม่ไม่ไปทำงานหรอครับ?” เขาถามอย่างสงสัย คุณพรพรรณหันมายิ้มให้ลูกชายก่อนจะตอบ 

​“วันนี้แม่ไม่เข้าบริษัทจ้ะ เพราะแม่ต้องไปพบลูกค้าตอนสิบโมง แล้วตอนนี้ภูก็กำลังจะสาย เดี๋ยวแม่ไปส่งดีกว่านะ” คุณพรพรรณเอ่ยบอก ก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจรถ แล้วรีบไปส่งลูกชาย 

​ระหว่างทาง 

​“แม่ว่าภูไม่ได้ใส่แว่นแบบนี้ แม่รู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้” ผู้เป็นแม่เอ่ยบอก 

​“งั้นแม่ก็คืนแว่นให้ผมสิครับ ขนาดผมเองยังรู้สึกไม่ชินเลย” ภูวดลบอกอย่างไม่มั่นใจ 

​“ไม่ได้ แม่อุตส่าห์พาภูไปทำเลสิกมา เพื่อให้ภูเลิกใส่แว่นหนาๆนี่ซะที” คุณพรพรรณเอ่ยบอก 

​“แต่ผมรู้สึกไม่มั่นใจ” 

​“ไม่มั่นใจตรงไหน? ดูสิ พอภูถอดแว่นออกแบบนี้ ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย รับรองว่าคนที่มหาลัยอึ้งกันเป็นแถว” ผู้เป็นแม่บอกอย่างอารมณ์ดี 

​“ที่ผมยอมทำแบบนี้ ผมไม่ได้ต้องการให้ใครมาอึ้งหรือมาสนใจผม ขอแค่ได้ยืนอยู่ข้างๆนานะโดยที่คนอื่นเขาไม่หัวเราะเยาะก็พอแล้วครับ” ชายหนุ่มบอกน้ำเสียงเศร้าๆ 

​“จ้า~ แม่รู้แล้ว แต่มันก็เป็นผลพลอยได้ไม่ใช่หรอบางทีที่ลูกเปลี่ยนไปแบบนี้ อาจจะทำให้มีสาวๆเข้ามาสนใจก็ได้นะ” 

​“นานะได้ฆ่าผมพอดี” ภูวดลพูดขึ้นอย่างไม่ต้องคิดผู้เป็นแม่ถึงกลับหัวเราะออกมา 

​“นี่ขนาดยังไม่ได้คบกัน แม่ก็มองเห็นอนาคตของลูกกับนานะแล้วว่าจะเป็นยังไงต่อไป” คุณพรพรรณเอ่ยบอก ภูวดลถึงกลับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย 

​“ยังไงหรอครับ?” 

​“ก็เป็นพวกกลัวเมียนะสิ ฮ่าๆๆ” คุณพรพรรณเอ่ยบอก ภูวดลถึงกลับทำหน้าเหลอหลารีบปฏิเสธทันที 

​“แม่ครับ อย่าพูดเล่นแบบนี้สิ” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างเสียขวัญ 

​“จ้าๆ ไม่พูดแล้วๆ” คุณพรพรรณบอกอย่างขำๆก่อนจะหันไปตั้งใจขับรถต่อ ส่วนภูวดลได้แต่ส่ายหน้าไปมาเพื่อสะลัดคำพูดของผู้เป็นแม่ทิ้ง เพราะคิดว่าแม่เขาชอบพูดแต่เรื่องไร้สาระให้เขาฟังอยู่ตลอด จนบางครั้งเขาก็เก็บเอาไปคิดจนไม่เป็นอันทำอะไร 

 

​หน้าคณะนิเทศศาสตร์ 

​หลังจากที่นานะ เจนจิราและภาริดาทานข้าวที่โรงอาหารเสร็จ จึงพากันเดินกลับเข้ามาที่คณะ แต่ก็ต้องแปลกใจ ที่จู่ๆก็มีกลุ่มเด็กผู้หญิงวิ่งมาทางพวกเธอ จนสามสาวเกือบหลบแทบไม่ทัน 

​“อะไรกันเนี่ย? ทางก็ออกจะกว้าง ไม่รู้จะรีบไปไหน?” ภาริดาเอ่ยบอกอย่างฉุนๆ ทั้งสามสาวหันไปมองตามกลุ่มสาวๆพวกนั้นที่ยืนมุ่งอะไรกันอยู่ไม่รู้ ชะเง้อคอมองยังไงก็ไม่เห็น 

​“ดารามาป่ะเนี่ย? ทำไมพวกเธอถึงดูตื่นเต้นกันขนาดนั้น” นานะพูดขึ้นอย่างสงสัย 

​“เข้าไปดูกันมั้ย?” เจนจิราเอ่ยชวน 

​“ขอบายล่ะ ฉันขอไปนั่งพักที่ห้องดีกว่า” นานะปฏิเสธทันที เพราะเธอไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะๆ มันรู้สึกอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ 

​“ก็ได้ งั้นฉันกับยัยภาไปนะ” นานะพยักหน้าให้ ก่อนที่เจนจิราและภาริดาจะรีบเดินตรงไปในจุดที่คนกำลังมุ่งกันอยู่ จากนั้นนานะจึงหันหลังแล้วเดินเข้าไปในตึกทันที 

  

​นานะนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ก็ต้องตกใจ ที่เห็นเจนจิราและภาริดาวิ่งกันหน้าตั้งเข้ามาหาเธออย่างกับจะไปแข่งโอลิมปิกยังไงยังงั้น 

​“นานะๆ!” เจนจิราเรียกหญิงสาวเสียงดัง นานะรีบหันไปมอง ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ 

​“ภู!!  คือภู แฮ่กๆๆ” ภาริดาเอ่ยออกมาแค่นั้น ก่อนจะหายใจเข้าออกอย่างเหนื่อยหอบ 

​“ภูทำไม?!!” นานะถามอย่างตกใจ ทั้งเจนจิราและภาริดาไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้เพราะเหนื่อยกับการวิ่งมาหาหญิงสาว นานะไม่รอฟังอะไรอีกต่อไป เธอรีบวิ่งออกมาเพื่อจะไปหาภูวดลเพราะคิดว่าอาจจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับเขาก็ได้ ยิ่งคิดน้ำตาของเธอก็พาลจะไหลออกมา 

​ภูวดลเดินเข้ามาในตึกคณะของตัวเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่เขาอยากเจอที่สุด เธอกำลังวิ่งมาทางนี้ ชายหนุ่มยิ้มให้ทันที แต่สุดท้ายก็ต้องหุบยิ้มลง เพราะหญิงสาวทำเหมือนไม่เห็นเขา เธอวิ่งเลยผ่านเขาไป ภูวดลรีบหันไปมองตามร่างบางของนั้นอย่างสงสัย เพราะไม่รู้ว่าเธอจะวิ่งไปไหนกันแน่ แต่ก่อนที่นานะจะวิ่งไปไกลกว่านี้ ชายหนุ่มตัดสินใจตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดัง 

​“นานะ!!” ภูวดลตะโกนขึ้น นานะชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะหันมามองตามเสียงเรียก พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน ภูวดลยิ้มออกมาแล้วรีบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ 

​“เธอจะไปไหนหรอ?” ภูวดลถามขึ้น นานะมองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างอึ้งๆ ก่อนจะเอ่ยออกไป 

​“พูดกับฉันหรอคะ?” เธอถามออกไป ภูวดลแทบขำออกมาในทางท่างงงวยของเธอ 

​“ก็พูดกับเธอไง จะให้พูดกับใครล่ะ? ”เขาเอ่ยบอกยิ้มๆ ยิ่งทำให้หญิงสาวงงเข้าไปใหญ่ 

​“ขอโทษนะคะ ตอนนี้ฉันไม่ว่าง” เธอบอกอย่างสุภาพ ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินหนีไป 

​“นานะ” เขาเรียกเธออีกครั้ง เธอหันกลับมามองเขาด้วยแววตาขุ่นๆ 

​“ฉันบอกว่าไม่ว่างไงคะ!” เธอพูดอย่างฉุนๆ 

​“เธอจะไปไหนเนี่ย?” 

​“ฉันก็จะไปหา เอ๊ะ!!  นาย?“ นานะหยุดพูดกะทันหัน ก่อนจะเพ่งมองหน้าชายหนุ่มอย่างพินิจ ภูวดลยิ้มให้ก่อนจะพูดขึ้น 

​“จะไปหาฉันหรอ?” เขายิ้มให้เธออีกครั้ง นานะจ้องมองชายหนุ่มอึ้งๆพูดอะไรไม่ออกเลย 

​“ภะ ภู ทำไมนายถึง?...” นานะเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

​“ฉันทำไมหรอ?” เขาถามพลางยิ้มออกมาบางๆ 

​“ทำไมนายถึงเปลี่ยนไปแบบนี้ล่ะ?” เธอถามอยากแปลกใจ 

​“ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าเมื่อวานนี้ฉันไปที่คลินิกมา”  

​“นี่นายไปทำศัลยกรรมมาหรอ?!” เธอถามอย่างตกใจ 

​“จะบ้าหรือไง?! ใครเขาจะทำศัลยกรรมกันได้แค่วันเดียว ฉันไปทำเลสิกมาต่างหากล่ะ ” เขาบอกอย่างเอือมๆ 

​“จริงหรอ? แค่ไปรักษาตามา หมอเขาใจดีแถมทำหน้าให้ใหม่เลยหรอ? ว้าว อเมซิ่งมาก!!!” นานะพูดพลางตาโตใส่ 

​“จะตลกไปถึงไหนห๊ะ? ฉันแค่ไปรักษาตามาเฉยๆ ไม่ได้ทงได้ทำอะไรสักหน่อย? แล้วอีกอย่างมันก็ยังไม่หายดี โดนน้ำไม่ค่อยจะได้ เคืองๆอยู่เนี่ย” เขาบอกพลางกรอกตาไปมา 

​แม้~ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆหรอกน่า~ แต่ว่าที่นายถอดแว่นออกแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้” เธอว่า ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มใกล้ๆ พลางกอดแขนชายหนุ่มไว้แล้วซบหน้าลงไป 

​“นานะทำอะไรเนี่ย?!” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างตกใจ พลางแกะมือหญิงสาวออกเพราะคนอื่นเริ่มมองมาที่พวกเขาสองคนแล้ว 

​“โธ่~ ก็ฉันคิดถึงนายนี่นา ไม่ได้เจอกันตั้งหนึ่งวันเชียวนะ” เธอเอ่ยบอกอย่างงอนๆ พลางกอดชายหนุ่มแน่นขึ้นกว่าเดิม 

​“ปล่อยได้แล้วนานะ คนอื่นเขามองเราอยู่นะ” เขาบอกดุๆ พลางหันไปมองผู้คนที่อยู่รอบๆอย่างอายๆ นานะชะงักทันที ก่อนจะปล่อยชายหนุ่มให้เป็นอิสระ พลางหรี่ตามองเขาอย่างไม่พอใจ 

​“ปล่อยก็ได้!! ทำมาเป็นหวงตัว นายคงจะกลัวว่าจะเสียคะแนนนิยมใช่มั้ย?!!” เธอบอก ก่อนจะสะบัดหน้าหนี ภูวดลเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยว่านานะหมายถึงอะไรกันแน่ 

​“เสียคะแนนนิยมอะไร? เธอพูดถึงเรื่องอะไรกันเนี่ย?” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ 

​“ยังจะมาทำไขสืออีก ก็ที่นายเปลี่ยนไปแบบนี้ มันทำให้ฉันหึงรู้ตัวมั้ย?” เธอบอกออกไปตรงๆ 

​“หึง?...ทำไมเธอต้องหึงด้วยล่ะ?” ภูวดลถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ 

​“นายไม่เห็นสายตาที่สาวๆมองมาที่นายหรือไง รู้มั้ย? ว่าตัวเองหล่อมากแค่ไหนห๊ะ! ไม่รู้ล่ะ! ยังไงนายก็ต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!!” เธอว่าอย่างหึงหวง ยิ่งทำให้ภูวดลงงเข้าไปใหญ่ 

​“เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วนานะ หล่ออะไรกันเล่า แล้วไม่มีเรียนหรือไงเนี่ย?” เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที 

​“มี! แต่ไม่อยากเรียนแล้ว วันนี้ฉันกะว่าจะอยู่เฝ้านายทั้งวันเลย” เธอบอกอย่างลอยหน้าลอยตา 

​“ห๊ะ! เธอว่าไงนะ?” ภูวดลเอ่ยถาม เพราะเมื่อกี้ได้ยินไม่ถนัด นานะไม่ตอบอะไรก่อนที่เธอจะดึงแขนชายหนุ่มออกไปจาก ณ บริเวณนั้น ท่ามกลางสายตาผู้คนที่คอยแอบมองพวกเขาสองคน รวมถึงเจนจิราและภาริดาที่ยืนแอบมองอยู่มุมๆหนึ่ง 

​“ใช่นายภูจริงๆหรือเนี่ย??”เจนจิราถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

​“ใช่! ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้” ภาริดาเอ่ยขึ้นอย่างอึ้งๆ 

​“ไม่น่าล่ะ ยัยนานะถึงได้คอยตามหึงหวงภูเขาขนาดนั้น ที่แท้ก็กั๊กของดีเก็บไว้กินเอง โธ่~ ภูจ๋า” เจนจิราบอกอย่างเสียดาย 

​“ยังจะมาพูดดีอีก ไม่ใช่แกหรือไงที่คอยกระแหนะกระแหนภูเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเป็นไง?! สุดท้ายแกก็ตาบอดเหมือนอย่างที่นานะว่านั่นแหละ” ภาริดาว่าใส่อย่างเอือมๆ 

​“ก็ใครมันจะไปรู้เล่า ว่าภูเขาจะหล่อกินขาดขนาดนี้! ถ้าฉันรู้ฉันจะไม่มีทางพูดแบบนั้นเด็ดขาด” เจนจิราบอกอย่างเสียดายและเสียใจ ส่วนภาริดาได้แต่ส่ายหน้าไปมา พลางมองตามร่างนานะและภูวดลที่กำลังจะลับหายไป 

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

ความคิดเห็น