email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 ปฏิเสธใจตัวเองไม่เก่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ปฏิเสธใจตัวเองไม่เก่ง

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 502

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ปฏิเสธใจตัวเองไม่เก่ง
แบบอักษร

 

ตอนที่ 7 

ปฏิเสธใจตัวเองไม่เก่ง 

  

​ช่วงบ่าย

​การประกวดกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า นานะและภูวดลเดินเข้ามาในหอประชุม ก่อนจะหาที่นั่งเพื่อรอชมการประกวด เขาสองคนนั่งลงบริเวณช่วงกลางๆ ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาจนแน่นหอประชุมไปหมด จากนั้นไม่นานทั้งจอน จรณ วิทยาและก้องภพก็เข้ามานั่งข้างๆพวกเขาสองคน

​“คิดไว้แล้วเชียว ว่าแกจะต้องมาเฝ้าเมียที่นี่แน่ๆ”วิทยากระซิบบอกกับภูวดล ชายหนุ่มได้แต่ทำหน้าเหล่อหลา ก่อนจะตอบ

​“เปล่าสักหน่อย!” ภูวดลรีบปฏิเสธทันที วิทยาได้แต่ยิ้มขำออกมากับท่าทางเหมือนคนที่โดนจับได้ว่าทำอะไรผิดของภูวดล ก่อนที่ทุกคนจะหันไปสนใจตรงหน้าเวที ในขณะที่พิธีกรกำลังเริ่มบรรยายการประกวดในครั้งนี้

​“เอาล่ะครับ ขอเชิญผู้เข้าประกวดขึ้นเวทีได้เลยครับ” พิธีพูดจบเหล่าผู้เข้าประกวดทั้งหญิงชายก็ขึ้นมาเผยความสวยงามและความหล่อเหลาให้คณะกรรมการได้ชม ซึ่งก็ได้รับเสียงเชียร์จากพี่ๆน้องๆที่อยู่ในหอประชุมกันอย่างล้นหลาม รวมถึงไอ้หนุ่มสามตัวที่นั่งอยู่ข้างๆภูวดลด้วย ที่ดูจะออกอาการเกินหน้าเกินตาทุกคนไปมาก ซึ่งก็ทำให้ทั้งนานะและภูวดลถึงกลับรู้สึกอายจนต้องรีบเอามือมาปิดหน้าไว้ จากนั้นไม่นานวีระที่มาจากไหนก็ไม่รู้เข้ามานั่งข้างๆนานะ ภูวดลหันไปมองด้วยความไม่ชอบใจ

​“นึกว่าเธอจะอยู่หลังเวทีซะอีก ดีใจจังที่ได้เจอเธอที่นี่” วีระพูดอย่างอารมณ์ดี

​“แต่ทำไมฉันถึงไม่ได้รู้สึกดีใจเลยที่เจอนายที่นี่” นานะตอบออกมาอย่างไม่ต้องคิด แม้ชายหนุ่มจะรู้สึกเสียฟอร์มนิดๆ แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน

​“แล้ววันนี้เธอว่างมั้ย? ไปดูหนังกันเถอะนะ?” วีระเอ่ยชวน

​“ไม่ไป ฉันไม่ชอบดูหนัง” เธอตอบปฏิเสธทันที

​“งั้นไปทานข้าวก็ได้?”

​“ฉันลดหุ่นอยู่”

​“ถ้าอย่างนั้นให้ฉันไปส่งที่บ้านนะ?”

​“ฉันกะจะนอนที่มหาลัยเลย”

​“นี่เธอจะปฏิเสธฉันทุกทางเลยใช่มั้ย?” วีระเอ่ยถามอย่างเคืองๆ

​“อืม แล้วเมื่อไหร่นายจะเลิกตื้อฉันสักทีห๊ะ! ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันชอบนายหรอก” นานะบอกออกไปอย่างจริงจัง วีระมีสีหน้าสลดลง

​“นี่เธอชอบไอ้ภูมากขนาดนั้นเลยหรอ? ทำไมเธอไม่เปิดรับผู้ชายคนอื่นบ้าง ก็เห็นอยู่ว่ามันไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย! และที่สำคัญมันไม่มีอะไรที่ดูเหมาะสมกับเธอเลยสักนิด!!” วีระเอ่ยบอกอย่างไม่พอใจ ภูวดลหันมามองหน้าวีระนิ่งก่อนจะพูดอะไรออกมา

​“ไม่เหมาะสมยังไง?!” ภูวดลเอ่ยถามเสียงเรียบ

​“ก็ดูสารรูปของแกสิ มันไม่มีอะไรที่ดูดีเลยสักนิด มีแต่จะทำให้นานะรู้สึกอับอาย!!” วีระเอ่ยบอกอย่างเหยียดหยาม ภูวดลถึงกลับกำหมัดตัวเองแน่นอย่างข่มอารมณ์

​“พอได้แล้ววีระ!! แม้ว่านายจะดูดีหรือวิเศษวิโสแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันไม่มีวันที่จะชอบนายได้ นั่นก็คือไอ้นิสัยที่ชอบดูถูกคนอื่นแบบนี้ ซึ่งภูเองเขาไม่เคยจะทำ! เข้าใจไว้ด้วย!” นานะพูดขึ้นมาอย่างโมโห ซึ่งก็ทำให้วีระถึงกลับไม่พอใจ ก่อนจะมองมาที่ภูวดลอย่างเกลียดชังแล้วลุกออกไปทันที

​“ขอบใจนะ นานะ” ภูวดลเอ่ยบอก นานะหันมามองชายหนุ่มอย่างแปลกใจ

​“เรื่องอะไรหรอ?” 

​“ก็ทุกเรื่อง” ภูวดลเอ่ยบอกอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองที่เวที ส่วนนานะได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดเลย

 

​ช่วงเย็น

​ภูวดลเดินเข้ามาในบ้านด้วยอาการเหนื่อยล้า ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา พลางถอนหายใจออกมาหนักๆ

​“พี่ภูๆ วันนี้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกรักภีมด้วย” ภีม ภีรพลที่วิ่งลงมาจากบนบ้าน รีบเข้ามาหาพี่ชายทันที พลางเล่าเรื่องราวให้เขาฟังอย่างตื่นเต้น

​“จริงหรอ? แล้วเธอน่ารักมั้ย?” ชายหนุ่มถามอย่างสนใจ พลางลูบหัวน้องชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู

​“ก็น่ารักคับ แต่ภีมไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น” ภีม ภีรพลเอ่ยบอก พลางทำหน้ามุ่ย ภูวดลเลิกคิ้วมองหน้าน้องชายอย่างสงสัย

​“ถ้าเธอน่ารัก ทำไมภีมถึงไม่ชอบเธอล่ะ?”

​“ก็ภีมไม่ชอบผู้หญิงที่เข้าหาผู้ชายก่อน เธอไม่สมกับเป็นกุลสตรีเลย” น้องชายตัวน้อยตอบออกมา ภูวดลถึงกลับอึ้งไปเลย เพราะไม่คิดว่าเด็กอายุแค่เนี่ยจะคิดอะไรแบบนี้ได้

​“มันก็ไม่เสมอไปหรอกนะภีม ผู้หญิงเขาก็แค่อยากบอกความรู้สึกของตัวเองที่มีให้กับคนที่เธอรัก เธอชอบก็แค่นั้น มันไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรหรอก ถ้าภีมลองเปิดใจ ภีมอาจจะชอบเธอก็ได้นะ” ภูวดลเอ่ยบอก ภีม ภีรพลหันมามองพี่ชายตัวเองตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มออกมา

​“เหมือนที่พี่ภูกับพี่นานะใช่มั้ยคับ?” ภีม ภีรพลบอกออกไป ยิ่งทำให้ภูวดลส่ายหน้าไปมาให้กับความแก่แดดของน้องชายตัวน้อยจริงๆ

​“เอาล่ะๆ ภีมขึ้นไปอาบน้ำก่อน แล้วก็ลงมากินข้าวนะ เดี๋ยวพี่จะทำอาหารเอาไว้รอ” ภูวดลเอ่ยบอก 

​“แล้วคุณแม่ละครับ?”

​“คุณแม่บอกว่าติดประชุม ดึกๆกว่าจะกลับ” เมื่อได้คำตอบเด็กน้องจึงพยักหน้าแล้วเดินขึ้นห้องไป 

​ภูวดลและภีรพล แม้อายุจะห่างกันมากแต่พวกเขาสองคนก็สนิทกัน เพราะแม่ของพวกเขามักจะยุ่งอยู่กับการทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เพราะพ่อของพวกเขาได้เสียไปแล้วตั้งแต่ที่ภีรพลเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ กว่าที่แม่ของเขาจะตั้งหลักและทำใจกับเรื่องนี้ได้ ก็ใช้เวลานานพอสมควร และในเวลาที่แม่ของเขาต้องออกไปทำงานภูวดลจึงต้องรับหน้าที่เป็นคนดูแลน้องชายตัวน้อยคอยบอกคอยสอนในสิ่งที่เด็กควรรู้และสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งภีรพลก็เชื่อฟังพี่ชายของตนเป็นอย่างดี

​หลังจากทานข้าวเสร็จภูวดลก็สั่งให้ภีรพลขึ้นไปทำการบ้านข้างบน ส่วนตัวเขาเองก็นั่งรอผู้เป็นแม่กลับบ้านอย่างเช่นทุกวัน บางครั้งก็ปาเข้าไปถึงเที่ยงคืนที่เขาต้องนั่งอยู่ข้างล่างคนเดียว

​จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของภูวดลก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

​“ว่าไง โทรมามีอะไรหรือเปล่า?” เขาถามปลายสาย

​“แม้~ก็แค่คิดถึงเฉยๆ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายนาที” ปลายสายตอบออกมาอย่างออดอ้อน

​“แล้วทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่นอนอีก? นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะ”

​“ก็มันยังไม่ง่วงอ่ะ นอนพลิกตัวไปมาสิบกว่ารอบแล้ว ก็ยังไม่ยอมหลับสักที” นานะบอกอย่างเบื่อๆ

​“แล้วจะทำยังไงล่ะ?” 

​“อืม~ ฉันคิดว่าที่ฉันนอนไม่หลับแบบนี้ คงเป็นเพราะไม่มีนายนอนอยู่ข้างๆแน่เลย” 

​“อย่ามามั่ว ทุกวันเธอก็นอนคนเดียวตลอดก็ยังหลับได้หนิ” เขาว่าอย่างรู้ทัน

​“ก็วันนี้มันนอนไม่หลับอ่ะ จะให้ทำยังไงได้” นานะเอ่ยบอกอย่างเซ็งๆ

​“งั้นเอาอย่างงี้ ฉันจะอยู่คุยโทรศัพท์กับเธอ จนกว่าเธอจะนอนหลับเป็นไง?” ภูวดลเสนอความคิด

​“นายมาหาฉันไม่ได้เหรอ? มาให้ฉันนอนกอดหน่อยสิ” เธออ้อนวอนเขา

​“ไม่ได้ แม่ฉันยังไม่กลับมาเลย ฉันจะทิ้งน้องให้อยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง” ภูวดลบอกเหตุผลออกไป

​“งั้นหรอ ก็ได้ๆ แค่คุยโทรศัพท์ก็ได้” นานะเอ่ยบอกอย่างว่าง่าย จากนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวก็พูดคุยกันยกเรื่องนั้นเรื่องนี้มาพูดบ้าง จนผ่านไปประมาณยี่สิบนาที หญิงสาวก็พล่อยหลับไป ภูวดลจึงทำการตัดสาย ประจวบกับรถของมารดาของเขาแล่นเข้ามาจอดในบ้านพอดี ภูวดลรีบออกไปต้อนรับทันที

​“ยังไม่นอนอีกหรอภู?” คุณพรพรรณเอ่ยถามลูกชาย ภูวดลเอื้อมมือไปหยิบสัมภาระของแม่มาถือไว้ก่อนจะตอบ

​“ผมรอแม่อยู่ครับ คือผมมีเรื่องอยากจะปรึกษานิดหน่อย” 

​“งั้นไปคุยที่ห้องแม่ก็แล้วกัน”คุณพรพรรณเอ่ยบอก ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าบ้านไป

​ภูวดลวางของไว้บนโต๊ะ ก่อนจะมานั่งลงที่เตียงผู้เป็นแม่ พลางทำสีหน้าลังเลโดยไม่ยอมพูดอะไร จนคุณพรพรรณต้องเป็นฝ่ายถามเอง 

​“ภูมีอะไรหรือเปล่าลูก?”

​“เออ...คือ ผมคิดว่าตอนนี้ผมกำลังมีความรักครับ”ภูวดลตัดสินใจบอกออกไป คุณพรพรรณมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

​“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรอ แม่รู้จักมั้ย?” ผู้เป็นแม่ถามออกไป เพราะปกติแล้วเธอไม่เคยเห็นภูวดลข้องแวะกับผู้หญิงคนไหนเลย ยกเว้น....

​“นานะรึเปล่า?” คุณพรพรรณเดาออกไป ภูวดลสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ายอมรับไป 

​“สองคนคบกันหรอ?”

​“ยังหรอกครับ นานะเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมคิดยังไงกับเธอ” ภูวดลเอ่ยบอก พลางก้มหน้าลง

​“อ้าว~แล้วทำไมไม่บอกเขาไปล่ะลูก ถ้าไม่บอกออกไป ผู้หญิงเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักเขา” ผู้เป็นแม่เอ่ยถาม ภูวดลมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

​“ก็ผมกลัวว่าถ้าเราสองคนคบกันจริงๆ คนอื่นเขาจะมองยังไง ผมไม่มีอะไรที่ดูเหมาะสมกับนานะเลยสักนิด” เขาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ คุณพรพรรณนั่งลงข้างๆลูกชาย

​“ใครว่าลูกของแม่ไม่มีอะไรที่ดูเหมาะสมกับนานะล่ะ แม่เลี้ยงลูกมาทำไมแม่จะไม่รู้ว่าลูกเป็นยังไง” คุณพรพรรณพูดอย่างปลอบใจ

​“ยังไงหรอครับ?” เขาถามอย่างสงสัย คุณพรพรรณยิ้มออกมาอย่างเลศนัย

​“ภูก็แค่เลิกใส่ไอ้แว่นตาหนาเตอะนี่สักทีไงสิ” คุณพรพรรณบอก ก่อนจะถอดแว่นสายตาของลูกชายออก

​“แต่ผมสายตาสั้นนะครับแม่” ชายหนุ่มเอ่ยบอก พลางกระพริบตาไปมาอย่างมองเห็นอะไรไม่ชัด

​“มันใช่ปัญหาซะที่ไหนกัน พรุ่งนี้ภูไปกับแม่ แม่จะทำให้คนที่ดูถูกลูกไว้ กลืนน้ำลายตัวเองซะให้หมด” ผู้เป็นบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยิ่งทำให้ภูวดลไม่เข้าใจในคำพูดของผู้เป็นแม่เลย ไม่รู้ว่าแม่ของจะทำอะไรกันแน่?...

​“แม่จะทำอะไรกันแน่ครับ?”

​“เอาไว้พรุ่งนี้ลูกก็จะรู้เอง วันนี้ไปนอนได้แล้วนะ มันดึกมากแล้ว” คุณพรพรรณเอ่ยบอก ก่อนจะสวมแว่นตากลับคืนให้ลูกชาย

​“แม่ก็รีบเข้านอนเหมือนกันนะครับ ฝันดีครับแม่” ชายหนุ่มบอกพลางยิ้มให้ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง แม้จะมีอาการสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็คงต้องเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ ไว้รอพรุ่งนี้เขาก็คงจะรู้เอง ว่าแม่ของเขาต้องการที่จะทำอะไรกันแน่ คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงเดินเข้าห้องตัวเองไป

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

ความคิดเห็น