email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 หึง หวง ห่วง

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 หึง หวง ห่วง

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 646

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2564 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 หึง หวง ห่วง
แบบอักษร

ตอนที่ 5 

หึง หวง ห่วง 

  

​ช่วงสายของวันเสาร์ 

​นานะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกดออดเรียกคนในบ้านให้ออกมาเปิดประตูให้ 

​“มาทำไมเนี่ย?” เสียงชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นหญิงสาวยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้าบ้านตัวเอง 

​“ก็มาหานายไง แล้วก็มาเยี่ยมเยือนคุณแม่สามีในอนาคตด้วย” เธอตอบออกมาพลางทำหน้าเขินอาย ภูวดลหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็ยอมหลีกทางให้เธอเข้ามา นานะและภูวดลเดินเข้าไปภายในบ้าน ก่อนจะเจอกับหญิงวัยกลางคนกำลังเดินลงมาจากชั้นบน 

​“สวัสดีค่ะคุณแม่~(สามี)” เธอละเว้นช่วงท้ายไว้ ไม่ได้พูดออกมาเพราะได้ยินเสียงกระเอมไอดังมาจากชายหนุ่มตัวโตข้างๆซะก่อน 

​“อ้าว~นานะ แม่กำลังจะออกไปข้างนอก พอดีต้องพาเจ้าภีมไปซื้อชุดนักเรียนใหม่นะจ้ะ เลยไม่ได้อยู่คุยด้วยเลย”คุณพรพรรณเอ่ยบอกอย่างเสียดาย เพราะนานๆทีจะได้เจอกัน แม้จะอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง แต่เธอก็มั่วยุ่งอยู่กับงานเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันสักเท่าไหร่ พ่อกับแม่นานะอุตส่าห์ฝากฝังเอาไว้ด้วย แต่ยังดีที่มีภูวดล ลูกชายคนโตของเธอ ที่คอยดูแลนานะให้ ทำให้รู้สึกผิดน้อยลงไปบ้าง 

​“จริงหรอคะ? แม้~เสียดายจังคะ” เธอบอกพลางทำหน้าสุดแสนเสียดาย มีแต่ภูวดลเท่านั้นที่ดูออกว่าแววตาของหญิงสาวตอนนี้กำลังลิงโลดแค่ไหน 

​“ถ้าอย่างนั้น แม่ค่อยพาตาภีมไปซื้อชุดพรุ่งนี้ดีกว่านะ” คุณพรพรรณเอ่ยบอก เพราะคิดว่านานะอาจจะรู้สึกผิดหวังที่เธอไม่ได้อยู่คุยด้วย 

​“มะ...ไม่ดีมั้งคะ คุณแม่ หนูว่าคุณแม่ควรจะพาน้องภีมไปซื้อชุดวันนี้ดีกว่านะคะ หนูได้ยินมาว่าวันเสาร์จะของลดราคา แต่ถ้าเป็นวันอาทิตย์ของอาจจะขึ้นราคาก็ได้นะคะคุณแม่ วันนี้ดีที่สุดค่ะ เชื่อหนู~”นานะบอกอย่างละล่ำละลัก ภูวดลได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับคำพูดสารพัดของหญิงสาวจริงๆ ดูก็รู้ว่าเธออยากจะอยู่กับเขาตามลำพัง จึงสรรหาคำพูดมาตะล่อมแม่เขาให้ออกจากบ้านไป 

​“จริงหรือลูก? งั้นแม่ไปวันนี้ก็ได้ เอาไว้วันหลังเราค่อยคุยกันใหม่นะ” คุณพรพรรณเอ่ยบอก ภูวดลถึงกลับถอนหายใจออกมา เพราะแม่เขาดันหลงเชื่อหญิงสาวซะแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าในตอนนี้นานะกำลังยิ้มกริ่มอยู่ในใจแล้ว เพราะมันเป็นโอกาสอันดีที่เธอจะได้รวบหัวรวบหางภูวดลซะ!!! 

​“เดินทางปลอดภัยนะคะคุณแม่ น้องภีม~” หญิงสาวเอ่ยบอกเสียงหวาน พลางโบกมือให้ 

​“ดูแลตัวเองด้วยนะพี่ภู” ภีม หรือภีรพล น้องชายวัยห้าขวบของภูวดลกระซิบบอกพี่ชายด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพ ภูวดลมองหน้าน้องชายอย่างสงสัยว่าทำไมถึงบอกกับเขาแบบนั้น 

​“ทำไมหรอ?” ชายหนุ่มถามน้องชายอย่างสงสัย 

​“ก็เวลาที่พี่นานะมาบ้านเราทีไร ภีมเห็นพี่เขาชอบกัดปากพี่ภูตลอดเลย พี่นานะนิสัยไม่ดี!” ภีรพลตอบออกมาอย่างไร้เดียงสา ซึ่งก็ทำให้ภูวดลถึงกับหน้าร้อนขึ้นมา ก่อนจะลูบหัวน้องชายอย่างเอ็นดู จากนั้นไม่นานสองแม่ลูกก็ออกไป เหลือไว้เพียงสองชายหญิงที่กำลังอยู่ในภาวะอึดอัดอยู่ ภูวดลทิ้งตัวลงที่โซฟา ก่อนจะหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดดูรายการทีวีเพื่อลดอาการประหม่า แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย 

​“ภูจ๋า~”เอาแล้วไง (ชายหนุ่มคิด) 

​“วันนี้เราสองคนก็ว๊าง~ว่าง เราหาอะไรอย่างอื่นทำดีกว่ามั้ย?” นานะเอ่ยบอก ก่อนจะนั่งลงข้างๆเรียกได้ว่าชิดมากเลยทีเดียว ภูวดลรีบขยับหนีทันที 

​“ไม่เอา ขี้เกียจ”เขาตอบออกมาสั้นๆ สร้างความขัดใจให้นานะเป็นอย่างมาก แต่มีหรือที่คนอย่างนานะจะยอมหยุดอยู่แค่นี้ เธอตัดสินใจขึ้นไปนั่งที่ตักของชายหนุ่มทันที 

​“ทำอะไรเนี่ยนานะ?!” ภูวดลเอ่ยถามอย่างตกใจ พยายามทำให้เธอลงไปจากตักของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล นานะใช้จังหวะนั้นคล้องแขนไปที่ลำคอของชายหนุ่มทันที ภูวดลถึงกลับชะงักเมื่อจู่ๆหญิงสาวก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเขา ตอนนี้หัวใจของภูวดลกำลังเต้นระส่ำอย่างควบคุมไม่อยู่ 

​“นานะ” เขาเอ่ยเรียกเธอเสียงเบา 

​“จ๋า~ว่าไงคะ?” นานะขานรับเสียงหวายหยด 

​“เออะ คือ ฉันว่า เธอถอยออกไปอีกหน่อยได้มั้ย? มันรู้สึกร้อนๆยังๆไงก็ไม่รู้” เขาบอกออกมาโดยที่ไม่กล้าสบตาเธอ นานะแอบยิ้มที่มุมปาก ดูก็รู้ว่าเขากำลังอายมากแค่ไหน ยิ่งเห็นเขาหน้าแดงเท่าไหร่เธอก็อยากยิ่งแกล้งให้มากขึ้น 

​“ไม่เห็นจะร้อนเลย อยู่แบบนี้แหละ ดีแล้ว”เธอยื่นหน้าไปกระซิบบอกเขาใกล้ๆ ภูวดลถึงกับเกร็งไปหมด 

​“แต่ฉันว่าไม่ดีแล้วแหละ” พูดจบภูวดลก็สอดมือเข้าไปใต้ร่างของหญิงสาว ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมา จากนั้นเขาจึงลุกออกจากโซฟาแล้ววางเธอลงตามเดิม ก่อนจะปล่อยมือออกจากหญิงสาว แล้วเดินไปอยู่อีกมุมหนึ่ง เพื่อให้อยู่ห่างจากเธอ นานะถึงกลับขัดใจในการกระทำของเขา ไม่คิดว่าภูวดลจะทำแบบนี้ เธออุตส่าห์อ่อยอุตส่าห์ยั่ว แต่เขากลับไม่สนใจเลยสักนิด เอาแต่ปฏิเสธอยู่นั่นแหละ เซ็ง!! 

​“โธ่~ภูอ่ะ ทำไมชอบหนีเราอยู่เรื่อยเลย ไม่รู้จะกลัวอะไรกันนักกันหนา” เธอบอกอย่างโอดครวญ พลางกอดอกตัวเอง ใบหน้างอง้ำ 

​“ถ้าเป็นเหมือนเมื่อก่อนมันก็ไม่น่ากลัวหรอกนะ แต่ว่าตอนนี้ฉันว่าเธอจะรุกหนักเกินไปแล้ว ผู้หญิงอะไรน่ากลัวชะมัด” เขาบอกออกไปตามตรง นานะมองหน้าชายหนุ่มอย่างงอนๆ 

​“แล้วยังไงอ่ะ? ก็ฉันเป็นคนแบบนี้ ถ้าชอบอะไรก็ต้องเข้าชาร์จใส่เลยสิ ถ้ามั่วมาอิดออดเอาแต่เขินอายอยู่นั่น เดี๋ยวนายก็ตกไปเป็นของคนอื่น ฉันก็แย่นะสิ!” เธอบอกออกไป ภูวดลถึงกลับอึ้งในคำพูดของหญิงสาว 

​“แต่เราเป็นเพื่อนกันนะ?” 

​“ก็เพื่อนไง ฉันเห็นออกเยอะแยะไปที่เพื่อนได้กันนะ” นานะพูดอย่างหน้าตาย ภูวดลแทบอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดถึงขนาดนี้ 

​“นานะ!” 

​“อะไร? ถ้านายจะบอกให้ฉันหยุดทำแบบนี้ล่ะก็ไม่มีทางหรอกนะ เพราะยังไงนายก็ต้องตกเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!” เธอบอกอย่างมาดมั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป ส่วนภูวดลได้แต่ยืนกรอกตาไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร และไม่คิดว่านานะจะเป็นหนักถึงขนาดนี้ เขาควรจะทำยังไงกับเธอดี ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม! เฮ้อ!! 

​คืนวันนั้น 

ภูวดลเดินออกมาจากในห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่พันรอบเอวเอาไว้ ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามขาวๆของเขา ถ้านานะมาอยู่ตรงนี้ในตอนนี้ มีหวังเขาเสร็จเธอแน่ๆ (ชายหนุ่มคิด) จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ภูวดลจึงหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะกดรับ 

​“ว่าไงวะ?” เขากรอกเสียงลงไป 

​(ไอ้ภู แกอยู่ไหนวะ?) เสียงของจอน จรณดังออกมา 

​“อยู่บ้าน มีอะไรหรือเปล่า?” เขาถามอย่างสงสัย เพราะปกติมันไม่เคยโทรหาเขาในเวลานี้เลยสักครั้ง 

​(อ้าว~ ฉันก็นึกว่าแกอยู่ข้างนอกด้วย ทำไมแกปล่อยให้เมียตัวเองออกมาข้างนอกดึกๆดื่นๆแบบนี้ล่ะ?) จอนจรณเอ่ยบอกอย่างสงสัย ภูวดลถึงกลับขมวดคิ้ว ก่อนจะถามออกไป 

​“นานะอยู่ข้างนอกหรอ? อยู่ที่ไหนวะ?” เขาถามออกไปอย่างร้อนรน เพราะปกตินานะไม่ค่อยออกไปไหนตอนกลางคืน แล้วทำไมวันนี้เธอถึงไปอยู่ที่นั่นได้ 

​(อยู่ที่ร้านXXXน่ะ นี่พวกทะเลาะอะไรกันรึเปล่าวะ ทำไมเธอถึงซัดเหล้าขนาดนี้?) 

​“ไม่รู้สิ แกรออยู่ที่นั่นนะ เดี๋ยวฉันจะรีบไป” ภูวดลบอกก่อนจะตัดสายทิ้ง แล้วรีบแต่งตัวออกจากบ้านไปในใจก็เอาแต่คิดว่าทำไมนานะถึงออกไปข้างนอกแบบนี้แถมยังกินเหล้าอีกทั้งๆที่เธอไม่เคยแม้แต่อยากจะแตะต้องมันเลยสักครั้ง หรือว่าเธออาจจะโกรธเขาเรื่องที่คุยกันวันนี้ ใช่แน่ๆ!! สาเหตุที่นานะทำแบบนี้ก็เพราะเธอโกรธเขา คงอยากจะประชดเขา เฮ้อ! ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด!!! 

 

​ผ่านไปครึ่งชั่วโมงภูวดลก็มาถึงจุดหมาย ก่อนจะเห็นจอน จรณยืนอยู่หน้าร้าน พลางเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว 

​“อยู่ไหนวะ?” เขาถามออกไปทันที จอน จรณยิ้มออกมา 

​“ห่วงเมียเหลือเกินนะ” จอร จรณว่า สายตากรุ้มกริ่ม 

​“อย่าพูดมาก รีบพาฉันไปสิ!!!”  

​“คร้าบๆ ตามมาๆ” จอน จรณเอ่ยบอกอย่างยิ้มๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างในร้าน  

​“นั่นไง อยู่โต๊ะข้างในสุด” จอน จรณชี้ให้ภูวดลดูกลุ่มคนที่นั่งอยู่ด้วยกันประมาณสี่ห้าคน ภูวดลมองไปยังจุดนั้นสายตานิ่งๆ ก่อนที่จะพบกับร่างบางที่มองแว๊บเดียวก็รู้ว่าเป็นใคร 

“งั้นฉันกลับก่อนนะ พวกแกก็เคลียร์กันเอาเองแล้วกัน” จอน จรณเอ่ยบอก ภูวดลพยักหน้าให้ ก่อนที่เขาจะสาวเท้าเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว 

​“นานะ!!” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเสียงดัง ทำให้คนภายในร้านหันมามองเกือบหมด 

​“อ้าว~ภู มาได้ไงเนี่ย?” นานะเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นการปรากฏตัวของคนตรงหน้า 

​“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่!!” ภูวดลถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เมื่อมองเห็นหญิงสาวแต่งตัวไม่สุภาพแบบนี้ ทั้งกระโปรงสั้นแค่คืบ กับเสื้อคอกว้างโชว์ไหล่ ซึ่งมันยั่วยวนสายตาคนอื่นเหลือเกิน แถมยังมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้นั่งข้างๆเธออีก 

​“ฉันก็แค่มางานวันเกิดน้องอาร์ม ทำไมหรอ?” นานะเอ่ยบอกก่อนจะพยักพเยิดไปที่ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ พลางมองหน้าคนที่ยืนค้ำหัวเธออยู่อย่างงุนงง ภูวดลได้ยินคำตอบของนานะก็ถึงกับฉุนทันที 

​“ไปรู้จักสนิทสนมกันตอนไหนไม่ทราบ! เธอถึงได้ยอมออกมาข้างนอกตอนดึกๆดื่นๆแบบนี้!” ชายหนุ่มพูดอย่างข่มอารมณ์ 

​“ก็น้องอาร์มเป็นน้องรหัสฉัน ฉันก็ต้องมาแสดงความยินดีกับเขาสิ มันแปลกตรงไหน?” เธอบอกออกไปเสียงเรียบ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมภูวดลถึงต้องมาหงุดหงิดใส่เธอด้วย 

​“มันแปลกตรงที่เธอไม่เคยออกมาข้างนอกในสถานที่แบบนี้! เวลานี้! แถมยังดื่มเหล้าอีก ทั้งที่เธอไม่เคยจะดื่มมันเลยสักครั้ง!!” ภูวดลบอกออกไป นานะมองชายหนุ่มด้วยสายตาประหลาดใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ภูวดลว่าเธอเสียงดังและไม่พอใจแบบนี้ 

​“ภู คือฉันแค่มางานวันเกิดน้องรหัสเฉยๆและฉันก็ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยสักนิดเดียว นี่มันก็แค่น้ำเปล่าเอง แล้วอีกอย่าง ทำไมนายต้องมาโกรธขนาดนี้ด้วย?” นานะเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ  

​“จริงครับพี่ภู พี่นานะไม่ได้แตะต้องแอลกอฮอล์เลย แล้วผมก็เป็นคนชวนให้พี่เข้าออกมางานวันเกิดผมเอง” ชายหนุ่มข้างๆเอ่ยแก้สถานการณ์ทันที ยิ่งทำให้ภูวดลรู้สึกไม่ชอบใจมากขึ้นกว่าเดิม 

​“หึ! คงจะสนุกกันมากละสิ! งั้นก็ตามสบายเลยนะ ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ!”ภูวดลเอ่ยบอกเสียงเรียบ ก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป นานะมองตามร่างสูงอย่างงงงวย ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ แต่ที่เธอรู้แน่ๆ คือเขากำลังโกรธเธออยู่ ก่อนที่จะหันมามองหนุ่มรุ่นน้องที่มองมาทางเธออยู่ก่อนแล้ว 

​“พี่ภูเขาอาจจะไม่พอใจ ที่พี่นานะมางานวันเกิดผมก็ได้ ผมขอโทษนะครับพี่นานะ ที่ทำให้พวกพี่ทะเลาะกัน”อาร์ม หรือเอกภพพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ 

​“ไม่ใช่หรอก มันเป็นความผิดของพี่เองที่ไม่ได้บอกเขาก่อน อาร์มไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ” นานะเอ่ยบอกพลางยิ้มให้ 

​“งั้นพี่ขอตัวไปเคลียร์กับภูก่อนดีกว่า สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ บาย”  

​“ขอบคุณครับ พี่นานะ” เอกภพเอ่ยบอกพลางยิ้มบางๆให้ 

นานะรีบเดินออกมาจากร้านทันที พลางกวาดสายตามองหาชายหนุ่ม ก่อนที่จะเห็นเขากำลังยืนโบกรถอยู่ หญิงสาวยิ้มออกมา พลางตรงไปหาภูวดลทันที 

​“ภูจ๋า~รอด้วยสิ” เสียงนานะดังขึ้นมาจากด้านหลังภูวดล ก่อนที่เธอจะเดินมาเกาะแขนเขา ภูวดลหันมามองหญิงสาวนิ่งๆโดยไม่ได้พูดอะไร 

​“ภูจ๋า ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ? โกรธอะไรหรอ?” เธอถามเสียงหวาน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากชายหนุ่มอยู่ดี 

​“หรือว่าโกรธที่เค้าไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก” ในเมื่อเขาไม่ยอมบอกเหตุผล เธอจึงสรุปเอาเองเลยแล้วกัน แต่ชายหนุ่มก็ยังนิ่งอยู่ 

​“หรือว่าภูจ๋ากำลังหึงอยู่ใช่มั้ย? ว้าว !ไม่น่าเชื่อเลย~” นานะร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อคิดได้แบบนั้น ภูวดลถึงกับตกใจที่หญิงสาวพูดว่าเขาหึงเธอ 

​“ไม่ใช่สักหน่อย! ใครเขาหึงเธอกัน” ภูวดลบอกออกมาแทบจะทันที นานะถึงกลับหุบยิ้มอย่างขัดใจ 

​“ภูอ่ะ~ พูดตรงเกินไปแล้วนะ หึงให้ดีใจหน่อยก็ไม่ได้” นานะโอดครวญทันที 

​“แล้วออกมาทำไม? ไม่อยู่ฉลองวันเกิดให้หนำใจก่อนล่ะ!” ภูวดลพูดขึ้นเสียงเรียบ นานะส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น 

​“ไม่เอาอ่ะ มันไม่สนุกแล้ว อยู่กับภูจ๋าดีกว่าตั้งเยอะ” หญิงสาวเอ่ยบอก ก่อนจะซบหน้าลงบนไหล่ชายหนุ่ม เมื่อได้ฟังที่เธอพูด อารมณ์ไม่พอใจของภูวดลก็เริ่มหายไปที่ละนิด 

​“แน่ใจหรอ ว่าไม่อยากกลับเข้าไปอีก?” ภูวดลถามอย่างไม่มั่นใจ 

​“แน่ใจสิ เค้าจะอยู่ได้ไงยังไง ถ้าไม่มีภูอยู่ด้วย” เธอบอกออกไป ก่อนจะเปลี่ยนไปกอดที่เอวของเขาแทน 

​“นานะ! ทำอะไร?” ภูวดลถามอย่างตกใจ ที่เธอกล้ากอดเขากลางที่สาธารณะแบบนี้ ชายหนุ่มพยายามที่จะแกะมือหญิงสาวออกแต่ก็ไม่เป็นผล 

​“ก็กำลังกอดภูจ๋าไง เมื่อกี้คงจะหึงมากใช่มั้ย? ที่มีหนุ่มๆชวนเค้าออกมาข้างนอกแบบนี้ โอ๋ๆ~ ไม่เป็นไรนะ คนเสน่ห์แรงก็แบบนี้แหละ ภูต้องเข้าใจนะ” นานะเอ่ยบอก พลางหลับตาพริ้มอมยิ้มออกมา ภูวดลถึงกลับเอ๋อรับประธาน 

​“มันไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ปล่อยเลยนานะ คนมองกันใหญ่แล้ว!” ภูวดลเอ่ยบอก 

​“ถ้าไม่หึง แล้วทำไมเมื่อกี้ต้องโวยวายขนาดนั้นด้วยล่ะ?” นานะผละออกมา ก่อนจะมองใบหน้าชายหนุ่มอย่างจับผิด 

​“ฉันก็แค่เป็นห่วงที่เธอออกมาข้างนอกกับผู้ชายตอนดึกๆแบบนี้ แถมยังแต่งตัวโป๊ๆอีก มันอันตรายรู้มั้ย?” เขาเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง นานะถึงกลับกรอกตาไปมา 

​“อันตรายที่ไหน? มีแต่เพื่อนของน้องอาร์มทั้งนั้น ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงซะด้วยซ้ำ แล้วการแต่งตัวแบบนี้มันก็ไม่ได้โป๊มากอย่างที่นายว่าซักหน่อย คนเข้าก็ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง”  

​“แต่สำหรับฉันมันโป๊มาก! และฉันก็ไม่ชอบเห็นเธอใส่แบบนี้ด้วย” ภูวดลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง นานะถึงกลับอมยิ้มออกมา 

​“แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าหึง ไม่ใช่หึงธรรมดาด้วยนะ มีหวงด้วย อ้อ~เข้าใจแล้ว ที่นายไม่ชอบให้ฉันใส่ชุดแบบนี้ เพราะอยากเก็บไว้ดูคนเดี๋ยวใช่ม๊า?แม้~บอกกันตรงๆก็ได้ ฉันจะได้จัดให้~” นานะพูดอย่างเขินอายบิดไปบิดมา 

​“ฉันกลับดีกว่า เชิญเพ้อเจ้อไปคนเดียวเถอะ!” ภูวดลบอกอย่างเอือมๆ ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถแท็กซี่ที่พึ่งจอดเมื่อกี้แล้วรีบเข้าไปนั่งทันที โดยไม่สนใจหญิงสาวเลย 

​“รอด้วยสิ” นานะตะโกนบอก ก่อนจะตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานแท็กซี่ก็แล่นออกไปจากบริเวณนั้น 

 

ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

1 คอมเม้น= 1 กำลังใจ🧡 

ความคิดเห็น