email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 หึงเหรอ?

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 หึงเหรอ?

คำค้น : gglover

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 658

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2564 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 หึงเหรอ?
แบบอักษร

ตอนที่ 4 

หึงเหรอ? 

  

​ณ ม้านั่งใต้ร่มไม้หน้าคณะนิเทศศาสตร์ซึ่งเป็นที่ประจำของเหล่านักศึกษาที่ว่างจากการเรียน ภูวดลนั่งเช็ครูปในกล้องอย่างสนใจ โดยมีเพื่อนนั่งอยู่ด้วยกันอีกสามคน 

​“แม่ง! เบื่อวะ~” เสียงโอดครวญดังขึ้น ทำให้ทุกคนในกลุ่มเงยหน้าขึ้นไปมอง 

​“เป็นอะไรวะไอ้จอน?” ก้องภพถามขึ้น 

​“ไม่น่ามาเรียนเลยว่ะวันนี้ ถ้ารู้ว่าอาจารย์จะไม่เข้าสอน คนอุตส่าห์ตื่นเช้า หึ่ย!!” จอน จรณบอกอย่างหงุดหงิด 

​“ตื่นเช้าที่ไหน? ฉันเห็นแกมาสายตลอด!” วิทยาพูดตัดทันที 

​“เอ่อ! ก็นั่นแหละ มันเสียเวลาโว้ย! กว่าจะนั่งรถมาถึง” จอน จรณรีบแก้ตัวทันที 

​“เหรอ!!!” ทั้งวิทยา ก้องภพและภูวดล ต่างพูดขึ้นพร้อมกัน จนจอน จรณต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนที่สายตาของเขาจะไปปะทะกับสาวๆที่กำลังจะเดินผ่านมาตรงที่พวกเขานั่งอยู่ 

​“เฮ้ยๆ ดูโน้นๆ น้องๆปีหนึ่งแต่ละคน มีแต่คนแจ่มๆทั้งนั้นเลยว่ะ” จอน จรณเอ่ยบอกอย่างเคลิบเคลิ้ม ทำให้เพื่อนๆต้องหันไปดู ยกเว้นภูวดลที่เอาแต่สนใจกล้องถ่ายรูปอย่างเดียว 

​“นั่นดิ สงสัยดาวคณะปีนี้ ต้องคัดกันอย่างหนักแน่นอน” ก้องภพเอ่ยบอก 

​“ขาว สวย หุ่นดี น่าฟัดกันทั้งนั้นเลยว่ะ แกคิดเหมือนกันมั้ยวะไอ้ภู?” วิทยาหันไปถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทุกคนจึงหันกลับมามองที่ภูวดลเป็นตาเดียว 

​“ไอ้ภู!!!!” 

​“เห้ย!! จะตะโกนทำไมวะ? อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง!”ภูวดลละสายตาจากกล้อง ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนด้วยสายตาขุ่นๆ 

​“ก็ใกล้ไง แต่หูแกมันคงตึง พวกฉันพูดอะไรออกไปแกถึงไม่ได้ยิน เอาแต่สนใจกล้องถ่ายรูปอยู่ได้ มองจนกล้องมันจะเขินตายอยู่แล้ว!!” จอน จรณพูดอย่างประชด 

​“ไอ้บ้า!!” ภูวดลพูดได้แค่นั้น ก่อนที่วิทยาจะคว้าเข้าที่คอ พลางชี้ไปยังสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมา 

​“เป็นไงวะ? สวยๆทั้งนั้นเลยใช่มั้ย??” 

​“อืม ก็สวยดี แล้วไงวะ?”  

​“คืองี้ แกคิดว่าถ้าเอาสาวๆเหล่านี้มาเป็นแบบถ่ายรูปให้กับเรา มันคงจะดีไม่น้อยเลย จริงมั้ยวะ?”วิทยาพูดอย่างมีเลศนัย 

​“ก็ดี แต่เสียดาย ที่ฉันชอบถ่ายวิว ไม่ชอบถ่ายคน!!!” ภูวดลเอ่ยปฏิเสธทันที ทั้งวิทยา จอน จรณ และก้องภพ ถึงกลับทำหน้าเซ็ง 

​“โธ่~ไอ้ภู แกก็รู้ว่าฝีมือการถ่ายรูปของแกมันดีกว่าฝีมือของพวกฉันทั้งสามคนรวมกันซะอีก ถ้าแกยอมถ่ายรูปสาวๆสวยๆพวกนี้ งานกลุ่มของเรามีหวังได้เกรดสวยๆแน่ๆ” ก้องภพเอ่ยอย่างขอร้อง 

​“ไอ้พวกนี้หนิ! คิดว่าฉันไม่รู้ทันรึไงห๊ะ! กะจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือให้ได้ใกล้ชิดสาวๆ พวกแกอยากเห็นฉันตายคามือนานะหรือไง?!” ภูวดลเอ่ยบอก 

​“อ้อ~ที่แท้ก็กลัวเมียนี่เอง” วิทยาพูดขึ้น ก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างล้อๆ 

​“เมียบ้าอะไร? เพื่อนกันโว้ย!!” ภูวดลปฏิเสธทันที 

​“เหรอ~อย่ามาปฏิเสธเลยไอ้ภู คนทั้งมหาลัยเขารู้กันหมดแล้ว ว่าแกกับนานะเป็นแฟนกัน ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าแกทำบุญด้วยอะไร ถึงได้มีแฟนทั้งขาวทั้งสวยแถมยังอึ๋มอีกด้วย ผู้ชายทั้งมหาลัยอิจฉาแกกันทั้งนั้น” ก้องภพเอ่ยบอกอย่างอิจฉา 

​“ก็บอกแล้วไง ว่าฉันกับนานะเราเป็นแค่เพื่อนกันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น!!” ภูวดลยังคงปฏิเสธหัวชนฝา 

​“นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี” ก้องภพเอ่ยบอก เมื่อเห็นหญิงสาวสวยกำลังเดินมาที่โต๊ะพวกเขา 

​“หวัดดีหนุ่มๆ~” นานะเอ่ยทักทายอย่างยิ้มแย้ม 

​“ว่าไงคนสวย~ วันนี้มาเฝ้าไอ้ภูแต่หัววันเลยนะ?”จอน จรณเอ่ยแซว นานะยิ้มรับก่อนจะตอบ 

​“ใครบอกว่ามาเฝ้า ฉันจะชวนกลับบ้านต่างหาก พวกนายไม่มีเรียนแล้วนี่” นานะเอ่ยบอก ทุกคนมองหน้าเธออย่างสงสัยว่าเธอรู้ได้ยังไง ว่าพวกเขาไม่มีเรียน 

​“เธอรู้ได้ไงเนี่ย?” วิทยาถามขึ้น 

​“เมื่อกี้เดินสวนกับฐิสา เธอก็เลยบอกมา” เมื่อได้รับคำตอบทุกคนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ และฐิสาที่เธอหมายถึงก็คือสาวสวยประจำห้องของพวกเขานั้นเอง 

​“แล้วเธอไม่มีเรียนรึไง?” ภูวดลถามอย่างสงสัย นานะยิ้มหวานส่งไปให้ก่อนจะตอบ 

​“เรียนเสร็จแล้วจ้ะ วันนี้ก็ไม่มีซ้อมด้วย เรากลับกันเหอะนะภู” เธอบอกอย่างอารมณ์ดี 

​“อืมๆ” เขาตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะเก็บของ  

​“กลับกันดีๆนะ อย่าแวะข้างทางล่ะ” จอน จรณเอ่ยแซวทั้งสองคน ก่อนที่นานะจะทำหน้าแบบกรุ้มกริ่ม แล้วเอื้อมมือไปคว้าแขนชายหนุ่มไว้แน่น ส่วนภูวดลได้แต่ทำหน้าดุๆส่งไปให้เพื่อนทั้งสามคนที่เอาแต่ผิวปากแซวเขากับนานะอย่างสนุกสนาน!! ก่อนจะดึงมือหญิงสาวให้รีบเดินออกไปจากตรงนั้น เพราะรู้สึกรำคาญเสียงนกเสียงกา 

​“ดูมันดิ! ปากก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน ตัวติดกันซะขนาดนั้น ยังจะปฏิเสธอีก ไอ้ภูนะไอ้ภู!!” วิทยาพูดอย่างหมั่นไส้ 

​“นั่นสิ! แล้วพวกเราเอาไงต่อ ไหนๆวันนี้ก็ไม่มีเรียนแล้ว ฉันว่าไปกินเหล้ากันเถอะ” ก้องภพเอ่ยบอก 

​“เอ่อ! ดีเหมือนกันวะ ไปสิ!” จอน จรณบอก ก่อนที่ทั้งสามคนจะลุกขึ้น แล้วเดินออกไป 

  

​นานะและภูวดลเดินเข้ามาในซอย โดยที่ชายหนุ่มเอาแต่สนใจกล้องถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา จนเธอเองรู้สึกขัดหูขัดตาเหลือเกิน เพราะเวลาเธอชวนเขาคุยทีไรพอเธอถามคำเขาก็ตอบคำ หญิงสาวเริ่มรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นที่เขาเอาแต่สนใจกล้องถ่ายรูปมากกว่าเธอ นานะจึงตัดสินใจแย่งเอากล้องถ่ายรูปจากมือภูวดลมาดู ว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจในนั้น! 

​“อะไรเนี่ย?!” นานะอุทานขึ้นเสียงดัง เมื่อได้เห็นรูปในกล้องนั้น 

​“ฉันว่าแล้วเชียวว่าทำไมนายถึงสนใจไอ้นี่นัก!!ที่แท้ก็มีรูปผู้หญิงนี่เอง! ฉันเคยขอให้นายถ่ายให้ตั้งหลายครั้ง แต่นายกลับบอกว่าไม่ชอบถ่ายรูปคน ชอบถ่ายวิวมากกว่า แต่นี่มันอะไร?!! กลับไปแอบถ่ายรูปผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้แบบเนี่ย!!” นานะตวาดเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจ 

​“นานะเอาคืนมา” ภูวดลบอกเสียงเรียบ พลางเอื้อมมือคว้าเอากล้องถ่ายรูปจากมือหญิงสาวคืน นานะมองภูวดลนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น 

​“นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง?! นายมันใจร้ายที่สุด!” นานะเอ่ยบอกด้วยความเสียใจ น้ำตากำลังเอ่อไหลออกมาในตาคู่สวย จากนั้นเธอจึงจะสะบัดหน้าไปทางอื่นแล้วรีบเดินหนีไป 

​“นานะ!” ภูวดลเอ่ยเรียกเธอ ก่อนจะรีบเดินตามไป  

​นานะเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งเพื่อให้พ้นจากชายหนุ่ม ตอนนี้เธอไม่อยากจะฟังอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าทำไมภูวดลถึงคอยแต่จะปฏิเสธเธอ! ก็เพราะเขามีคนที่ชอบอยู่แล้วนี่เอง!! ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ 

นานะวิ่งเข้ามาในคอนโดตัวเอง ซึ่งมีคนกำลังยืนรอลิฟต์อยู่ ได้จังหวะที่ลิฟต์เปิดพอดี เธอจึงแทรกตัวเข้าไปข้างใน พลางกดให้มันปิดให้เร็วที่สุด 

​“นานะ!! รอเดี๋ยว!!” ไม่ทันทีชายหนุ่มจะวิ่งมาถึง ลิฟต์ก็ปิดพอดี แต่เขาไม่มีทางยอมแพ้แค่นี้แน่ เพราะยังไงวันนี้ต้องคุยกับหญิงสาวให้รู้เรื่อง เขาตัดสินใจวิ่งขึ้นไปทางบันไดหนีไฟ เพื่อไปให้ทันกับเธอ 

​นานะเดินออกมาจากลิฟต์ แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ห้องของตัวเอง ในใจก็พลางคิดว่าภูวดลคงไม่ตามเธอมาแล้ว 

​“นานะ!” ชายหนุ่มคว้าแขนเธอไว้แล้วให้หันมาเผชิญกัน ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นใบหน้าสวย มีน้ำตาไหลอาบแก้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอร้องไห้หนักขนาดนี้ 

​“นานะ ร้องไห้ทำไม?” ภูวดลถามขึ้นอย่างใจหาย นานะสะบัดมือชายหนุ่มออกทันที 

​“ไม่ต้องมายุ่ง!! ฮือๆ” เธอตอบออกไป ภูวดลถึงกลับหน้าเสีย ที่เธอปล่อยโฮออกมาแบบนั้น 

​“โธ่~ นานะอย่าร้องไห้แบบนี้สิ ฉันขอร้องล่ะ ฟังฉันอธิบายก่อนได้มั้ย?” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างขอร้อง 

​“นายไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น ฉันเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว!!” เธอตอบออกไป ภูวดลถึงกลับถอนหายใจออกมาหนักๆ 

​“เข้าใจหมดอะไร? เข้าใจผิดละสิไม่ว่า หยุดร้อง! แล้วฟังฉันพูดก่อน” เขาบอกอย่างจริงจัง นานะจึงยอมสงบลง 

​“ภาพที่เธอเห็นเมื่อกี้ ฉันไม่ได้เป็นคนถ่ายซะหน่อยแล้วไอ้กล้องบ้าๆเนี่ย! มันก็ไม่ใช่ของฉันด้วย!” ภูวดลเริ่มอธิบาย 

​“อ้าว~” นานะอุทานขึ้น รีบหยุดร้องไห้ทันที 

​“แล้วมันเป็นของใคร? ทำไมนายถึงสนใจมันนัก?” เธอถามอย่างสงสัย 

​“ของพี่ชล พี่รหัสฉันเอง เข้าฝากให้ฉันช่วยล้างรูปให้ ฉันก็แค่เลื่อนดูว่ามันมีกี่ภาพที่ใช้ได้ก็เท่านั้น แต่เผอิญเธอดันมาแย่งไปดูซะก่อน ก่อนที่ฉันจะเห็นรูปผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ” ภูวดลอธิบายให้เธอเข้าใจ นานะได้แต่ยิ้มแหยๆส่งกลับไปให้ 

​“สรุปคือ นายไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้น?” 

​“ชอบบ้าอะไร เธอเป็นใครฉันยังไม่รู้จักเลย” เขาตอบออกมา นานะใจชื้นขึ้นมาทันที 

​“เอ่อ..นี่ฉันเข้าใจผิดไปเองเหรอเนี่ย~แฮ่ๆ” นานะหัวเราะออกมาอย่างแห้งๆ พลางมองหน้าภูวดลอย่างเขินอาย เพราะดันปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อออกไปเมื่อกี้  

​“ทีหลังก็อย่าคิดไปเองแบบนี้อีกนะ ฉันเหนื่อยที่จะวิ่งตาม” เขาบอกออกมา นานะแทบยิ้มกว้างทันทีเมื่อคิดอะไรได้ 

​“ไม่คิดเลยนะ ว่านายจะแคร์ฉันมากขนาดนี้ มามะ~เดี๋ยวฉันจะจูบให้หายเหนื่อยเอง” เธอบอกอย่างเจ้าเล่ห์ ภูวดลรีบถอยห่างทันที 

​“ไม่ต้องเลย! มันยิ่งจะทำให้ฉันเหนื่อยมากไปกว่าเดิมอีก ฉันกลับล่ะ” เขาบอกออกมา นานะแทบหุบยิ้มอย่างเซ็งๆ 

​“ไม่เข้าไปในห้องก่อนหรอ วิ่งมาเหนื่อยๆ ฉันเป็นห่วง~เข้าไปดื่มน้ำดื่มท่าก่อนสิจ๊ะภูจ๋า” เธอพูดน้ำเสียงออดอ้อน 

​“ไม่เป็นไร ฉันกลัว ไปล่ะ” เขาบอกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินหนีเข้าลิฟต์ไปทันที นานะมองตามอย่างแสนเสียดาย แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงก็รู้แล้วว่าภูวดลไม่ได้แอบไปชอบผู้หญิงที่ไหน ยังไงซะ ภูจ๋าต้องตกเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น นานะยิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าห้องไปอย่างอารมณ์ดี 

 ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ❤️ 

1 คอมเม้น= 1 กำลังใจ🧡 

ความคิดเห็น