facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[4] : นางสาวดวงซวย

ชื่อตอน : [4] : นางสาวดวงซวย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2564 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[4] : นางสาวดวงซวย
แบบอักษร

 

Chapter 4 

'นางสาวดวงซวย' 

 

"พลัมทำไมแกไม่ไปทำงาน" พ่อของพลัมเดินเข้ามาหาลูกสาวภายในห้องนอน โดยไม่ได้คิดจะห่วงใยในสิ่งที่ลูกต้องเจอมาสักนิด 

"หนูโดนไล่ออกแล้วค่ะ" พลัมเลือกจะโกหกพ่อของเธอเพราะไม่อยากจะกลับไปทำงานที่นั่นอีกแล้วอาจจะเจอคนเลวอีกก็ได้ไม่อยากเจอแล้ว 

"โดนไล่ออกเนี่ยนะ แกไปทำยังไงถึงโดนไล่ออก" 

"เขาบอกว่าหนูสร้างปัญหาค่ะ ไม่อยากเดือดร้อน" 

"งั้นแกก็ควรไปหางานใหม่" 

"พ่อไม่คิดจะให้หนูพักบ้างเหรอ หนูเจอเรื่องแย่ ๆ มานะ" 

"ถ้าแกอยากอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานถ้าไม่ทำงานก็กลับไทยไป แต่แกจะกลับได้ก็ต้องหาเงินซื้อตั๋วเครื่องบินอยู่ดี" 

"ก็ได้ค่ะ หนูออกไปสมัครงานใหม่ก็ได้" 

เมื่อพ่อพูดออกมาแบบนั้นพลัมเองก็ไม่มีทางเลือก เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปยังลิ้นชักเพื่อหยิบเอกสารเตรียมออกไปสมัครงานใหม่เพราะจะไม่กลับไปทำงานร้านเดิมอีกแล้วกลัวว่าจะเจอเขาอีก 

"งั้นก็ดีรีบออกไปได้แล้ว" ว่าจบคนเป็นพ่อก็หันตัวเดินออกไป 

หลังจากที่เตรียมตัวเสร็จพลัมก็ออกมาจากบ้านเลยไม่ได้รีรอ เธอเดินไปตามร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อสมัครงาน แต่เข้าไปห้าร้านแล้วก็ยังไม่มีร้านไหนรับเธอเลยได้แต่บอกว่าเต็ม งานมันหายากแต่ก็ต้องอดทน 

หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ม้านั่งในสวนสาธารณะเพื่อพักเหนื่อยเพราะเดินจนเมื่อยไปหมดแล้ว น้ำอัดลมกระป๋องในมือถูกเปิดดื่มแก้กระหาย สายตาก็มองวิวทิวทัศน์อย่างท้อแท้ในโชคชะตาบัดซบของตัวเอง 

. 

. 

ช่วงเย็น 

@บ้านพ่อของพลัม 

หลังจากที่เดินหางานมาทั้งวันแต่เหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างพลัมเพราะเธอหางานไม่ได้เลย ไปที่ไหนเขาก็ไม่รับเข้าทำงานบอกว่าเต็มตลอด ก็เลยต้องกลับบ้านมามือเปล่า 

"เป็นยังไงบ้างได้งานไหม?" ซาร่าแฟนใหม่ของพ่อทักทายพลัม 

"ไม่ได้ค่ะ" เธอตอบออกไปตรง ๆ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหก 

"พี่ พี่ ลูกสาวพี่ไม่ได้งานกลับมาเนี่ย!" แม่เลี้ยงรีบร้องเรียกพ่อในทันทีด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ที่พลัมไม่ได้งานใหม่ 

"ทำไมถึงไม่ได้งานห้ะ?" คนเป็นพ่อที่ได้ยินรีบเปิดประตูที่เชื่อมกับโรงจอดรถออกมาถาม 

"หนูไปสมัครที่ไหนเขาก็บอกว่าเต็ม" 

"เพราะแกคงไปสมัครแบบไม่เต็มใจน่ะสิ" แม่เลี้ยงพูดแทรก 

"เปล่านะคะ หนูก็ตั้งใจไปสมัครทุกร้าน" พลัมหันไปแย้งแม่เลี้ยงกลับ 

"แล้วทำไมแกจะต้องลาออกจากที่ทำงานเก่าด้วย?" คนเป็นพ่อถามด้วยความสงสัย 

"เพราะหนูถูกมาเฟียตามขู่ฆ่าค่ะ" 

"ห๊ะ!" 

สองผัวเมียถึงกับร้องอุทานออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้าตกใจ คนเป็นพ่อรีบเดินตรงเข้ามาพลัมก่อนจะกระชากแขนของเธอด้วยสีหน้าดุดัน "แกหมายความว่ายังไงพลัม?" 

"หนูเห็นหน้าคนร้ายค่ะพ่อและจำได้ว่าคนนั้นเป็นใคร แต่แค่แกล้งจำไม่ได้เพราะกลัวว่าพ่อจะเดือดร้อน แต่เขาคนนั้นก็ยังตามมาข่มขู่หนูอีก แผลนี่ก็เกิดจากเขาที่ทำร้ายหนู" พลัมโชว์รอยแผลบนต้นแขนของเธอให้พ่อดู แต่แทนที่คนเป็นพ่อจะเป็นห่วงลูกสาวกลับรู้สึกโกรธที่เธอเอาเรื่องมาให้มากกว่า 

"แกนี่มันดีแต่สร้างปัญหา ฉันไม่น่าเอาแกมาอยู่ด้วยเลย น่าจะปล่อยให้แกอยู่ที่ไทย" คนเป็นพ่อพูดอย่างผิดหวัง 

"พ่อไม่คิดจะห่วงหนูบ้างเหรอ?" 

"แล้วแกไม่คิดจะห่วงพ่อห่วงคนในบ้านหลังนี้บ้างเหรอ ทำไมเอาปัญหามาให้" 

คำพูดของพ่อมันทำให้พลัมถึงกับจุกไปเลยเพราะไม่คิดว่าคนเป็นพ่อจะรักตัวเองมากขนาดนี้ ไม่เผื่อแผ่ความรักความห่วงใยมาให้เธอบ้าง เธอก็ลูกนะ ทำอย่างกับเป็นทาสไปได้ 

"ถ้าเธอยังอยู่ในบ้านหลังนี้ มันจะทำให้พวกเราเดือดร้อนไปด้วยนะ ไหนจะลูกฉันยังเล็กอีก" แม่เลี้ยงพูดขึ้น 

"แล้วถ้าไม่ให้หนูอยู่ในบ้านจะให้ไปอยู่ไหนคะ?" พลัมหันไปถามแม่เลี้ยง 

"ก็ไปเช่าห้องอยู่ไง ออกไปอยู่เองคนเดียวข้างนอก คนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อน" 

"ห๊ะ! นะ...นี่พ่อไล่หนูเหรอ?" พลัมหันกลับมามองหน้าพ่อ 

"ฉันกำลังขอร้องแกต่างหาก ถ้าแกยังรักพ่อ ยังมีความดีอยู่บ้างก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะแกด้วย น้องยังเล็กนะพลัม" 

"น้องเหรอ เด็กพวกนั้นเป็นแค่ลูกติดป้าซาร่าไม่ใช่น้องแท้ ๆ หนูสักหน่อย" พลัมตวาดลั่นออกมาด้วยความโมโหที่พ่อยกเอาเด็กพวกนั้นมาอ้าง ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ พ่อด้วยซ้ำแต่พ่อกลับรักมากกว่าเธอที่เป็นลูกแท้ ๆ อีก 

"แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้เธอเอาความเดือดร้อนมาให้ฉันกับลูกหรอกนะ อีกอย่างบ้านหลังนี้ฉันก็ออกเงินซื้อด้วย ฉันมีสิทธิ์ในฐานะเจ้าของบ้านที่จะไล่เธอ" 

"ห๊ะ! นี่คุณไล่หนูเหรอ?" พลัมหันไปมองหน้าแม่เลี้ยงด้วยสายตาไม่พอใจ 

"ใช่ ฉันไล่เธอจะทำไม?" 

"พอ ๆ เลิกทะเลาะกันสักที แกก็ออกไปอยู่ข้างนอกเถอะ จริง ๆ บ้านหลังนี้มันก็เล็กไม่ได้เหมาะกับครอบครัวใหญ่หรอก" 

คนเป็นพ่อเลือกจะเข้าข้างเมียใหม่นั่นทำให้พลัมไม่มีทางเลือกเพราะในตอนนี้เธอเหมือนตัวคนเดียวนั่นแหละ จะกลับไทยก็ไม่ได้เพราะไม่มีเงิน จะอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เพราะพ่อไม่ต้องการ 

"ก็ได้ หนูจะออกไปอยู่ข้างนอกก็ได้ แต่เงินที่หนูจะให้พ่อก็ต้องลดครึ่งหนึ่งด้วยเพราะหนูต้องจ่ายค่าห้องเพิ่ม" 

"พลัม!" 

"แกหมายความว่ายังไง" 

"พลัม!" 

พลัมเลือกจะเดินหนีกลับขึ้นมาบนห้องนอนที่เธอต้องแชร์กับลูกสาวของซาร่าคนละครึ่งห้อง แต่ตอนนี้อีกฝ่ายไปโรงเรียนยังไม่กลับมาเลย 

เสียงของคนเป็นพ่อยังคงบ่นไม่ยอมหยุด ก็ช่วยไม่ได้อยากให้เธออยู่ข้างนอกเธอก็จะออกไปให้ แต่เงินที่ได้มาจากการทำงานมันก็ต้องถูกจ่ายค่าเช่าห้องด้วยเพราะฉะนั้นก็จะหักจากเงินที่ให้พ่อเนี่ยแหละ ไม่ยอมเสียเปรียบหรอก 

. 

. 

สามวันต่อมา 

@ร้านอาหารแห่งหนึ่ง 

"สวัสดีค่ะ" 

พลัมเดินเข้ามาทักทายเจ้าของร้านเก่าของเธอที่โทรไปตามให้กลับมาทำงานโดยให้เหตุผลว่าผู้ชายคนนั้นสั่งมาไม่อย่างงั้นเธออาจจะโดนดีถ้าไม่กลับมาทำงานที่เดิมเลยต้องรีบแหกหูแหกตากลับมาทำ 

"ได้ข่าวว่าออกมาอยู่ห้องเช่าเหรอ?" เจ้าของร้านถาม 

"ค่ะ พอดีบ้านพ่อมันเล็ก" 

"อืม ที่ฉันเรียกเธอกลับมาทำงานเพราะคุณริชาร์ดเขาอยากให้เธออยู่ในสายตา เธอเข้าใจใช่ไหม?" 

"เข้าใจค่ะ" พลัมพยักหน้ารับเบา ๆ เธอไม่เข้าใจได้ด้วยเหรอไงกัน 

"ถ้าเธอไม่กลับมาทำงานที่นี่ ตัวฉันเองก็จะเดือดร้อนไปด้วยไม่ใช่แค่เธอ" 

"ค่ะ หนูรู้ค่ะ" พลัมได้แต่พยักหน้างึก ๆ ตอนนี้รับบทนางตัวซวยสินะ ใครอยู่ใกล้ก็เดือดร้อนไปด้วยหมด 

"แล้วคนที่ตายเป็นใครเหรอคะ?" เธอตัดสินใจถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะเจ้าของร้านเหมือนจะอยู่ฝั่งเดียวกับผู้ชายที่ชื่อริชาร์ดคนนั้น 

"เป็นลูกชายของตำรวจ" 

"ห๊ะ!" คำพูดของเจ้าของร้านมันทำให้พลัมตกใจ "...นะ...นี่เขาฆ่าลูกชายตำรวจเลยเหรอคะ?" 

"เงียบ ๆ หน่อยเถอะอยากโดนตัดลิ้นหรือไงถึงพูดมาก" 

"ขอโทษค่ะ" 

"ที่คุณริชาร์ดเขาต้องให้เธออยู่ในสายตาก็เพื่อจะได้จับตาดูเธออย่างใกล้ชิดว่าจะไม่ไปเป็นพยานให้ตำรวจ เพราะถ้าไม่มีพยานก็เอาผิดเขาไม่ได้ แถวนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดเลย มีแค่เธอคนเดียวที่เห็นเพราะฉะนั้นถ้ายังอยากมีชีวิตก็อยู่เงียบ ๆ" 

"แล้วจะมั่นใจได้ยังไงคะว่าถ้าเงียบฉันจะปลอดภัย?" 

"ก็คิดเอาแล้วกันไปเป็นพยานตำรวจเธอก็โดนคุณริชาร์ดสั่งเก็บยังไงก็ตายแน่ แต่ถ้าไม่เป็นพยานตำรวจ ตำรวจก็คงไม่มาสั่งเก็บเธอหรอก พวกนั้นก็ไปตามสืบจากที่อื่นต่อ ผลของตัวเลือกมันต่างกันนะ คิดดี ๆ ก่อนจะทำอะไร รักชีวิตตัวเองมาก ๆ ชีวิตคนอื่นช่างมันเถอะ" 

คำพูดของเจ้าของร้านมันทำให้พลัมหนักใจไม่น้อย ตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความถูกต้องกับไม่ถูกต้อง ยังไม่รู้ว่าต้องเลือกทางไหนดี แถมคนที่ตายยังเป็นลูกชายตำรวจที่โดนมาเฟียฆ่า ชีวิตเธอนี่มีทั้งตำรวจทั้งมาเฟียเลยเนอะ ขาข้างหนึ่งก็คุก ขาข้างหนึ่งก็ตาย 

พูดง่าย ๆ ไม่ติดคุกก็ตายแหละงานนี้ 

 

 

❤️ กรรมของเวรแท้ ๆ ลูกสาวฉัน ปีชงไหมลูก ทำไมซวยซับซวยซ้อนแบบนี้ แต่ความซวยจะนำผัวมาให้หนูนะ 555555555 

ความคิดเห็น