Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 กล่องลับ

ชื่อตอน : บทที่ 5 กล่องลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 กล่องลับ
แบบอักษร

"ไหวหรือเปล่า" ทันทีที่ฉันหย่อนตัวเองลงบนเก้าอี้ น้ำรินก็พูดขึ้นมาทันที ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มไปให้เพื่อนเบาๆ

"ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าตอนนี้แกกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกให้แกรับรู้เอาไว้..รักเขาได้แต่แกก็ต้องรักตัวเองด้วย"ฉันก้มหน้าน้ำตาซึม วันนี้ทำไมฉันถึงได้อ่อนไหวจังนะ เอะอะก็จะร้องท่าเดียวเลย

"ร้องออกมาให้พอ หลังจากวันนี้ไปกลับไปทบทวนว่าความรักที่แกมีให้เขา มันย้อนกลับมาทำร้ายแกหรือเปล่า ถ้ามันหนักมากอย่าฝืนเลยแกจะยิ่งเจ็บทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร"

"แกว่าฉันควรพอหรือเปล่า"ฉันเหม่อมองไปข้างหน้า สายตาเลื่อนลอยไม่ได้โฟกัสอะไรเลย

"อย่ามาถามฉันเลย แกควรถามใจของแกมากกว่า ว่ามันรับได้มากขนาดไหน แต่ตอนนี้แกยังถอนตัวทันนะอย่าถลำลึกให้หัวใจมันบอบช้ำไปมากกว่านี้เลย ฉันเป็นห่วงแกนะ"น้ำรินคือคนที่คอยอยู่ข้างฉันตลอด และเธอก็รู้เรื่องระหว่างฉันกับพี่น้ำเมฆดี

"ฉันอยากลองพยายามให้มากกว่านี้ ถ้า..มันไม่ไหวจริงๆฉันจะพาหัวใจของฉันออกมาจากเขา ฉันสัญญา"

"ดีมาก ฉันเชื่อว่าแกจะเข้มแข็งได้ในสักวัน"

 

"น้ำเมฆ อ่ะกูเอามาให้"ผมมองกระปุกคุ้กกี้ขนาดพอเหมาะตรงหน้า ก่อนที่จะปรายสายตาไปที่คนหวังดีที่ยิ้มแฉ่งอย่างกับไม่รู้สึกอะไร

"อะไรวะ น้องเขาอุตส่าห์เอามาให้ จะมีสักกี่คนที่ยอมให้มึงย่ำยีหัวใจได้ขนาดนี้วะ"มันอวดอ้างสรรพคุณของเธอให้ผมฟังอยู่หลายนาที

"กูไม่ได้ขอ"ผมพูดก่อนที่จะดูผลแลปที่ลูกตาลเอามาให้ ก่อนที่จะดูว่ามีจุดที่ต้องแก้ไขตรงไหนหรือเปล่า

"เออ!! กูจะคอยดูวันที่มึงน้ำตาเช็ดหัวเข่า วันนั้นกูนี่แหละจะเป็นคนสมน้ำหน้ามึง"มันพูดก่อนที่จะสะบัดตัวมานั่งข้างๆผม ผมส่ายหัวให้กับการกระทำของมัน

"น้ำเมฆ คือเราซื้อลาเต้มาฝาก เราได้ยินมาว่าน้ำเมฆชอบ"ลูกตาลเพื่อนในคลาสที่คอยยุ่งวุ่นวายกับผมอยู่เรื่อยๆ ผมหันหน้าไปมองเต็งหนึ่งคงไม่ต้องบอกว่าลูกตาลได้ยินเรื่องนี้มาจากใคร

"กูรู้สึกง่วงๆ ลูกตาลซื้อลาเต้มาจากที่ไหนเหรอ คาเฟ่ข้างตึกใช่มั้ย เราขอไปซื้อบ้างดีกว่า"มันพูดก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปทันที

"ฉันไม่หิว เธอเอากลับไปเถอะ"นิสัยผมเป็นไงละ ผมรู้เจตนาของเธอดี อย่าคิดว่าผู้ชายจะไม่รู้เท่าทันมารยาผู้หญิง ลูกไม้ตื้นๆผมคนหนึ่งแหละที่ดูเธอออก

"เราอุตส่าห์ซื้อมา น้ำเมฆรับเอาไว้ดีกว่าเนอะ ถ้าหิวค่อยทานก็ได้"เธอยังคงไม่ละความพยายาม

"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง"ตอนนี้ผมชักจะมีน้ำโหแล้วครับ เธอรุกหนักขึ้นทุกวัน ทนดีจริงๆ นึกไปนึกมาผมก็ดันไปคิดเห็นหน้าของผู้หญิงอีกคน ใบหน้าเรียวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ผมสะบัดความคิดบ้าๆของตัวเองออกจากหัวทันที ช่วยนี้ผมชักจะบ้าเกินไปจริงๆ

"เอ่อ...งั้นเราไม่กวนน้ำเมฆดีกว่า"เธอลุกขึ้นก่อนที่จะถือแก้วลาเต้ไปด้วย ผมเช็ดความเรียบร้อยของผลแลปในมือก่อนที่จะนำไปส่งให้อาจารย์ประจำวิชา ก่อนที่จะเข้าเรียนในคลาสต่อไป ผมใช้เวลาเรียนรู้ในคลาสเรียนอย่างตั้งใจเพราะผมคิดว่าถ้าเราตั้งใจสมองมันก็จะมีประสิทธิภาพในการจดจำเพิ่มมากขึ้น

"วันนี้พี่นัดเลี้ยงสายรหัส มึงไปปะ"เต็งหนึ่งมันอยู่สายเดียวกันกับผม เจ้ากรรมนายเวรผมจริงๆ

"มึงรู้คำตอบของกูอยู่แล้ว"

"เจ้หนิงบอกกูมาว่า มึงต้องไป"

"วุ่นวายกับกูซะจริง"ผมบ่นไปตามประสา จะว่าไปเจ้หนิงแม่งก็มีอิทธิพลกับผมมากจริง ผมไม่เคยขัดอะไรแกได้เลย ตอนแรกผมว่าจะกลับบ้านแต่วันนี้คงต้องนอนคอนโดเพราะบ้านผมกับมหาลัยถือว่าไกลกันพอสมควร

"เดี๋ยวกูไปรับ"มันบอกก่อนที่จะเดินออกไป ผมก็ไม่ว่าอะไรดีซะอีกมีคนขับรถให้ขับ ผม น้ำเหนือและน้ำน่านดื่มหนักกันหมด ไม่รู้ไปได้นิสัยการดื่มมาจากใคร ป๊าเหรอ? แต่ผมว่าไม่ใช่แน่ๆ คงมีแค่คนเดียวนั่นก็คือคุณแม่เฌอมาของพวกเรา ได้ยินป้าเหมยลี่บอกว่าในคลาสแม่นี่แหละตัวจริงไม่มีใครเทียมแม่เฌอของเราได้ ผมใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคอนโดของตัวเอง ก่อนที่จะไปจัดการธุระส่วนตัวเพราะวันนี้ผมรู้สึกไม่สบายตัวทั้งวัน

"หืมมม นี่มันกล่องลับนี่ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้"ผมรีบโทรศัพท์หาคุณแม่ทันที สงสัยคุณแม่คงเอากล่องนี้มาจากในห้องเก็บของแน่ๆ

"แม่ครับ กล่องนี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ"

"แม่เห็นในห้องเก็บของน่ะลูก เห็นแต่ก่อนเราหวงนักหวงหนา"กล่องนี้เป็นกล่องที่เก็บความทรงจำในวัยเด็กของผมเอาไว้ และมีไดอารี่เล่มแรกที่ผมจดบันทึกความทรงจำที่ตอนนี้ผมอาจจะลืมเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลานั้นไปแล้ว

"ผมก็นึกว่ามันหายไปแล้ว"ผมพูดกับท่านเสียงเบา เพราะผมจำได้ว่าตอนที่ผมย้ายโรงเรียนผมลืมหยิบมันมาด้วยและคาดไม่ถึงว่าคุณแม่ท่านจะยังเก็บมันเอาไว้ให้ผม

"ของสำคัญขนาดนั้นแม่ก็ต้องรักษาเอาไว้ให้พี่เมฆสิลูก แม่เก่งใช่มั้ยละ"

"ครับ คุณแม่เก่งที่สุดในโลกเลย"แค่นี้จิตใจผมมันก็ล่องลอยไปอยู่ที่บ้านแล้วละครับ ผมพูดกับท่านไม่นานท่านก็วางสายไป ก่อนที่ผมจะนำกล่องลับวางลงบนเตียงพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดผมไปด้วย

"ป่านนี้คงโตเป็นสาวแล้วสินะ"ผมดูรูปเด็กหญิงผมเปียฟันหลอที่ยิ้มแฉ่งใส่กล้องและเด็กชายแว่นกลมที่ทำหน้าเอือมระอา หน้าผมเป็นอย่างนี้ตลอดเลย คงเป็นเพราะตอนนั้นผมเขินกล้องละมั้งเลยทำหน้าไม่ถูกผิดกับอีกคนที่ยิ้มแฉ่งให้กับทุกสถานการณ์ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะสนิทกับเธอ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะเจอคนใจร้ายแกล้ง ผมที่เห็นเหตุการณ์พอดีเลยเข้าไปช่วย ช่วยไปช่วยมาดันโดนผลักจนหัวเข่าแตก จนเป็นแผลเป็นมาจนปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้แผลเป็นมันจะจางจนแทบจะมองไม่เห็นแล้วก็ตาม

"จะไปโดนใครแกล้งจนร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนตอนเด็กหรือเปล่ายัยเปียคู่"ใช่ครับ ผมเรียกชื่อเธอว่าเปียคู่ ผมไม่รู้แม้แต่ชื่อเล่นที่เป็นชื่อจริงๆของเธอด้วยซ้ำ เพราะผมเจอเธอตอนที่ผมกำลังจะย้ายโรงเรียนพอดี พอผมได้ย้ายผมกับเธอก็เลยไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย นี่ก็ผ่านมาจะสิบกว่าปีได้ แต่ความทรงจำตอนนั้นกลับชัดเจนมากขึ้นทุกที

 

 

 

 

**ที่จริงพี่น้ำเมฆของเราก็ไม่ได้ใจร้ายมากนะ เอ๊ะ!! หรือว่าใจร้าย 555 พี่ไม่รู้ว่าคนที่พี่ทำร้ายจิตใจคือน้องเปียคู่ อย่าว่าพี่พี่แค่โง่ อุ๊บ!! พี่แค่ไม่รู้ อิอิ ไรท์ไม่ได้ว่าพี่เลยนะ ไรท์สาบานนนนน**

ความคิดเห็น