ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 10: ยูเฟเรีย

ชื่อตอน : เส้นทางวิวัฒนาการที่ 10: ยูเฟเรีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 640

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2564 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เส้นทางวิวัฒนาการที่ 10: ยูเฟเรีย
แบบอักษร

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 10: ยูเฟเรีย 

 

ดาวเคราะห์ยูเฟเรีย 

 

ณ สถานียานอวกาศ

 

ทหารหน่วยข่าวกรองวิ่งเข้ามารายงานหัวหน้าระดับนายพลของตน

 

“ท่านครับ เราได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากยานไม่ทราบชื่อ คาดว่าคงเป็นยานจากดาวดวงอื่นครับ”

 

“อื่ม ส่งยานรบไปตรวจสอบ บอกให้พวกเขาปลดอาวุธ หากมีท่าทีต่อต้านให้ยิงทิ้งทันที”

 

“รับทราบ”

 

ยานรบสามลำพุ่งออกจากสถานีด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็เห็นยานเป้าหมาย ดูจากลักษณะภายนอกเห็นได้ชัดว่าเป็นยานอวกาศระดับต่ำ พวกเขาส่งสัญญาณขอให้ยานตรงหน้าหยุดเคลื่อนไหวและปลดอาวุธทั้งหมดไม่อย่างนั้นจะยิงทันที เมื่อเห็นว่ายานตรงหน้ายอมทำตามที่พวกเขาพูดทุกอย่างอย่าง พวกเขาก็พยักหน้าอย่างพอใจ เนื่องจากเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่ายนั้นห่างชั้นกันเกินไป จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้าน

 

ยานรบทั้งสามลำเข้าขนาบซ้ายขวาและหลัง พายานดังกล่าวมุ่งไปยังสถานนีอวกาศของพวกเขา ซึ่งโคจรอยู่รอบดาวเคราะห์ยูเฟเรียอย่างเชื่องช้า เมื่อยานจอดเทียบท่าสำเร็จประตูก็เปิดออก เหล่าคนหนุ่มสาวเดินออกมาตัวเปล่าแสดงให้เห็นว่าไม่มีอาวุธ หน้าตาของพวกเขาต่างก็หล่อเหลางดงามกันหมดทุกคน นั่นทำให้พวกเขาชาวยูเฟเรียมองจนไม่อาจละสายตาได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใช้ภาษาเดียวกัน จึงต้องทำความเข้าใจภาษาของกันและกันก่อน

 

ดังนั้นพวกเขาจึงควบคุมคนทั้ง 20,000 คนเข้าไปยังที่กักกันชั่วคราวในสถานี การเรียนภาษานั้นไม่ยากเพราะพวกเขามีเทคโนโลยีจำลองความเป็นจริงเสมือน (VR) เพียงแค่ใส่เจ้านี่ไว้ที่หัวพวกเขาก็จะเข้าไปในโลกจำลองที่ถูกสร้างขึ้น ในขณะที่ร่างกายอยู่ในสภาวะกึ่งหลับ การเรียนใน VR นั้นใช้เวลาไม่นาน อย่างช้าก็หนึ่งอาทิตย์พวกเขาจะสามารถเข้าใจและพูดภาษายูเฟเรียได้ ในระหว่างนั้นพวกเขาก็จะตรวจสอบระดับเทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆของชาวต่างดาวเหล่านี้จากยานอวกาศ

 

24 ชั่วโมงต่อมา….

 

ในห้องบัญชาการ

 

ทหารชาวยูเฟเรียวิ่งเข้ามาทำความเคารพและกล่าวรายงานนายพลตรงหน้า

 

“รายงานครับท่าน จากการตรวจสอบพบว่าระดับเทคโนโลยีของพวกเขายังอยู่ในระดับต่ำ เพียงพอแค่ใช้อยู่อาศัยและเดินทางในอวกาศเท่านั้น อาวุธเองก็ยังอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน พวกเขายังไม่มีเทคโนโลยีบาเรียและอาวุธพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานในการสู้รบกันในอวกาศ ข้อมูลอื่นๆในยานล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่สำคัญและไม่มีประโยชน์กับพวกเราเลยครับท่าน”

 

“อื่ม ถือว่าเป็นข่าวดีที่พวกเขาไม่มีอำนาจต่อต้านพวกเรา ชีวิตของพวกเขาอยู่ในกำมือของพวกเราแล้ว และก็ถือว่าเป็นข่าวร้ายเช่นกันที่พวกเราไม่ได้ประโยชน์อะไรจากพวกเขาเลย”

 

แต่ก่อนที่ท่านนายพลจะได้กล่าวอะไรต่อ ก็มีทหารอีกนายวิ่งเข้ามารายงานขัดเสียก่อน

 

“ท่านครับ ผมได้รับรายงานว่ามีพวกเขาบางคนที่สามารถเข้าใจและพูดภาษาของพวกเราได้แล้วครับท่าน ท่านจะไปดูการสอบสวนหรือไม่ครับ”

 

นายพลเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ “หืม...นี่มันเพิ่งจะผ่านมาแค่วันเดียวเองนี่ ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทุกอย่าง สมองของพวกเขาค่อนข้างฉลาดยังสามารถนำไปใช้แรงงานได้ และหน้าตาของพวกเขาก็ไม่เลวเช่นกันหากขายให้กับพวกชนชั้นสูงคงได้ราคาดี พาข้าไปดูการสอบสวนของพวกเขา”

 

“ครับท่านนายพล”

 

ว่าแล้วทหารคนดังกล่าวก็เดินนำทางหัวหน้าไปยังสถานที่กักกันของชาวต่างดาว

 

………………..

 

ในห้องสอบสวนที่มีกระจกสีดำล้อมรอบ กลางห้องมีโต๊ะอยู่หนึ่งตัวและเก้าอี้อีกสองตัว ตัวหนึ่งถูกนั่งโดยอีวานซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบ อีวานมองคนตรงหน้าขึ้นลงและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทหารหญิงตรงหน้าเขานั้นมีท่าทีเย็นชาเป็นอย่างมาก ใบหน้านิ่งดุดน้ำแข็งไม่แสดงอารมณ์อะไรทั้งนั้น

 

เธอมีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ทุกประการต่างก็ตรงผิวสีทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวยูเฟเรีย ผิวสีทองแดงที่กล่าวมาไม่ใช่ลักษณะสีผิวที่คล้ำดำแดงเหมือนกับมนุษย์บนโลกแต่อย่างใด แต่มันคือสีผิวของโลหะทองแดงหรือ copper metal อย่างแท้จริง

 

นั่นทำให้เวลามองชาวยูเฟเรียในบางมุมผิวของพวกเขาจะสะท้อนแสงมันวาวเหมือนโลหะ เมื่อมองกันไปมาเป็นเวลาหลายนาทีแล้วแต่ไม่มีใครเริ่มพูดเปิดประเด็นจนทำให้เธอเสียเวลา เธอจึงรีบพูดเข้าเรื่องในทันที

 

“เอาล่ะเลิกจ้องและยิ้มให้ฉันได้แล้ว มันควรเป็นพวกเรามากกว่าที่จะจ้องมองพวกนายทั้งวันน่ะ ไม่สังเกตรรึไงว่าพวกผู้ชายของเราต่างก็น้ำลายไหลเมื่อมองเหล่าสาวๆของพวกนาย ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามกันหมดแบบนี้ฉันล่ะไม่แปลกใจเลย มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ฉันชื่อ ฟาฟาร์ ได้รับหน้าที่ให้สอบสวนเรื่องราวต่างๆของพวกนาย”

 

น้ำเสียงของเธอนั้นทั้งจิกกัดและเย็นชาเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อีวานมองเธอในแง่ลบแต่อย่างใด มันกลับทำให้เขาสนใจเธอมากขึ้น เขายังคงยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อ อีวาน เป็นราชาผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผมไม่ใส่ใจกับการกระทำของเหล่าทหารของพวกคุณหรอก ความงามสิ่งของเงินทองล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยง ไม่อาจอยู่กับเราได้ตลอดไป มีเพียงคุณงามความดีในจิตวิญญาณเท่านั้นที่อยู่กับเราไปตลอดแม้ว่าจะตายแล้วก็ตาม” อีวานกล่าวด้วยน้ำเสียงพ่อพระเพื่อที่จะทำให้ตนดูเป็นคนดี

 

แน่นอนว่าอีวานจะไม่บอกชื่อเผ่าพันธุ์ที่แท้จริงกับใครก็ตาม เพราะอย่าลืมว่าเผ่าอีโวล็อคนั้นมีศัตรูตัวใหญ่ที่ทรงพลังในจักรวาลชั้นใน หากพวกเขาทราบว่าเผ่าอีโวล็อคยังไม่ล่มสลายอย่างสมบูรณ์และกำลังพัฒนาอย่างลับๆอยู่ในจักรวาลชั้นนอก พวกเขาได้เผชิญวิกฤตล่มสลายอีกครั้งอย่างแน่นอน

 

ดังนั้นเขาจะไม่ประมาทอย่างเด็ดขาด เมื่อฟาฟาร์ได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นเธอก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เผ่ายูเฟเรียของพวกเธอต่างก็กระหายอำนาจกันแทบจะทุกคน ไม่ว่าจะเป็นยศฐาบรรดาศักดิ์ทรัพย์สินเงินทองสิ่งของต่างๆ พวกเราล้วนแล้วแต่มีความอยากไม่จบสิ้น

 

แต่จากการฟังคำกล่าวของอีวานแค่ไม่กี่ประโยคก็แสดงให้เห็นว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นค่อนข้างแตกต่างจากเผ่าของพวกเธออย่างชัดเจน ทั้งทางด้านทัศนคติ อารมณ์และความคิด พวกเขาดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนแม้กระทั่งตอนนี้ที่ตกอยู่ในการควบคุมของพวกเธอ พวกเขาไม่มีแม้แต่อำนาจในการป้องกันตัวหรือต่อต้าน หากไม่มีคำสั่งห้ามจากเบื้องบน ผู้หญิงของเผ่ามนุษย์คงถูกทารุณข่มขืนโดยทหารหื่นกามเหล่านั้นไปแล้วหลายคน

 

ฟาฟาร์ “ฉันจะเริ่มถามคำถามที่สำคัญก่อนแล้วกัน ข้อแรกพวกนายมาจากไหน และทำไมต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ทั้งๆที่ดูแล้วตัวยานก็ไม่ได้เกิดความเสียหาย แหล่งพลังงานและทรัพยากรอาหารก็สามารถอยู่ได้อีกเป็นร้อยปี ทำไมถึงยอมจำนนต่อพวกเราอย่างง่ายดาย”

 

อีวานตอบอย่างสบายๆโดยไม่ต้องคิดเหมือนกับว่าสิ่งที่เขากล่าวนั้นเกิดขึ้นจริงทั้งหมด “เรามาจากดาวเคราะห์โลก ซึ่งตอนนี้ถูกยึดครองโดยเผ่าพันธุ์อื่น พวกเราเรียกว่าว่า พรีเดเตอร์ พวกมันมาจากไหนเราเองก็ไม่ทราบแน่ชัดเพราะเทคโนโลยีอวกาศของพวกเรายังไม่ก้าวหน้า ในทางกลับกันเทคโนโลยีของพวกมันนั้นล้ำหน้ากว่าของพวกเรามาก ถึงมันจะไม่สามารถเทียบกับเทคโนโลยีของเผ่ายูเฟเรียของพวกเธอได้ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะพวกเรา พวกมันบุกเข้ามาด้วยยานอวกาศขนาดใหญ่หลายลำพร้อมกับทหารนับแสน แต่เนื่องจากว่าโลกเป็นถิ่นของพวกเราจึงทำให้ยังยื้อทำสงครามกับพวกมันเป็นเวลากว่า 3 ปี ในระหว่างนั้นพวกเราก็รีบเร่งสร้างยานอวกาศและคัดเลือกคุณหนุ่มสาวที่มียีนเด่นและพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมทั้งสองหมื่นคนขึ้นยานอวกาศหลบหนีไป เพราะไม่ว่ายังไงพวกเราก็ไม่สามารถสู้พวกมันได้ ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือนต่อมาพวกเราก็จะพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยๆพวกเราก็ยังพอมีความหวังให้เหล่าผู้สืบทอดไปตั้งรกรากและอยู่รอดในดาวดวงอื่น ส่วนคำถามที่ว่าทำไมพวกเราถึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและยอมจำนนนั้นง่ายมาก พวกเราก็แค่อยากหาคนที่สามารถพึ่งพิงได้ ด้วยเทคโนโลยีที่อ่อนแอของพวกเราพวกเราไม่สามารถสู้ใครได้หรอก ดังนั้นมันจึงเป็นอย่างที่เห็น พวกเราขอยอมจำนนแลกกับการได้อยู่อาศัยบนดาวของพวกคุณ หากเงื่อนไขไม่โหดร้ายกับพวกเรามากเกินไปพวกเราก็ยินดีอยู่ทำงานให้กับพวกคุณอย่างสงบไม่ต่อต้านขัดขืนใดๆ แต่หากพวกคุณทำร้ายพวกเรามากเกินไป พวกเราก็ไม่สามารถทนได้เช่นกัน พวกเรามีชีวิตจิตใจ เห็นพวกเราดูอารมณ์ดีและเป็นมิตรแบบนี้ขอบอกไว้ก่อนว่า เมื่อสติแตกพวกเราก็ยินดีตายไปพร้อมกับศัตรูหรือถ้าหากเราไม่สามารถฆ่าศัตรูไปพร้อมกันได้ขอแค่เพียงสร้างรอยแผลไว้สักเล็กน้อยพวกเราก็พอใจมากแล้ว ผลสุดท้ายพวกคุณก็ทำได้เพียงฆ่าร่างกายของพวกเราเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าจิตวิญญาณของพวกเราได้”

 

---------------------------------------------------------

สำหรับนักอ่านผู้ใจดี น่ารัก และหล่อเหลาเหมือนกับไรท์ สามารถโดเนทค่ากาแฟได้ที่ true wallet : 0939639931 

---------------------------------------------------------

ความคิดเห็น