email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 288

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2564 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

ตอนที่ 15

“ ธีร์ขับรถดีๆละ อย่าให้มันเร็วนัก เดี๋ยวจะเป็นอันตราย” เสียงคนเป็นป้าเอ่ยขึ้นมาเมื่อธีร์ที่กำลังจะออกจากห้อง พร้อมกับคนตัวเล็กข้างๆ

“ ครับ รู้แล้วครับ ป้าบอกธีร์แบบนี้ทุกวันเลย ธีร์จำได้น่า” คนตัวใหญ่ตอบกลับไปอย่างยิ้มๆเพราะเขามักจะโดนดุเป็นประจำว่าเขาชอบขับรถเร็ว ก็ถนนมันโล่ง ขับช้าได้ไง

“ แล้วก็พาน้องมากินข้าวบ่อยๆละ หรือไม่ก็พาบ้านก็ได้ ป้าว่าแม่เราน่าจะชอบนะ” ธีร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้านิ่งขึ้นมาทันที แต่ไอ้คนข้างๆเนี้ยยิ้มหน้าบานตอบรับเสียงหวาน ทำให้ธีร์รู้สึกหมั่นไส้อยากจะบีบปากเล็กที่ฉีกยิ้มร่านั้นให้ยู่ลง แต่ก็ได้แต่คิด แล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างเร็วทำเอาคนที่ยืนยิ้มต้องรีบก้าวตามให้ทันไม่งั้นเขาคิดว่าธีร์ไม่รอเขาแน่ๆ

“ ทำหน้าที่เกินบทไปละ อยู่กันสองคนไม่ต้องแสดงละครก็ได้” เมื่อทั้งสองขึ้นมาบนรถแล้วดาวเหนือก็ยังคนทำตัวเป็นแฟนที่ดีอยู่ ถามว่าอยากจะฟังเพลงอะไรนู้นนี้มีเอนซบไหล่แกร่งอย่างอ้อนๆ แต่ธีร์ก็ไม่ได้สะบันออกแต่อย่างใด ได้แต่พูดออกมาเท่านั้น

“ แน่นอนค่ะ หนูเป็นคนทำงานได้ดีอยู่แล้ว เจ้านายจ่ายค่าจ่างมาเยอะขนาดนั้นก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าซะหน่อย” ดาวเหนือพูดยิ้มๆถึงจะจุกที่อกบ้างแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะเขาไม่อยากจะคิดมากให้มันบรรยากาศเสียตอนนี้มันกำลังดีแต่ก็โดนทำลายด้วยคนข้างๆ เมื่อธีร์ตอบกับสิ่งที่ดาวเหนือบอก

“ หึ มันก็แค่เศษเงิน เธอแกล้งเป็นแฟนฉันต่อหน้าป้าฉันก็พอละ” ธีร์ที่พูดออกไปไม่ทันคิดว่าคนที่ได้ฟัจะรู้สึกยังไง เพราะเขาไม่ต้องแคร์อยู่แล้ว เขาไม่ได้ใส่ใจคนข้างกายขนาดนั้น

“ อ่อ ค่ะ” ดาวเหนือที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ตอบรับเสียงเบาแล้วก็ขยับมานั่งตัวตรงเหมือนเดิม แล้วก็ปล่อยให้บรรยากาศในรถที่มีเสียงเพลงที่ดาวเหนือเปิดไปตอนแรกเล่นไปโดยที่เจ้าตัวได้แต่นั่งเงียบ และคนที่ทำให้บรรยากาศเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้สนใจที่จะทำให้มันดีขึ้น ธีร์ก็เงียบตามไปด้วยและไม่นานธีร์ก็ขับรถมาถึงร้านเหล้าที่เมื่อคืนเขาได้มา แล้วเมื่อคนข้างๆเห็นว่าถึงแล้ว เลยกล่าวขอบคุณแล้วกำลังจะลงจากรถแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนข้างกายกับขว้าแขนเอาไว้ทำให้ดาวเหนือหันกลับมามอง เชิงถามว่ามีอะไร

“ มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ธีร์” ดาวเหนือถามออกไปเพราะธีร์เอาแต่จ้องหน้าเขาอย่างเดียวเลย

“ ... ” ธีร์ที่ยังเงียบไม่พูดไม่จาทำเอาดาวเหนือไปไม่เป็นก็เลยได้แต่เงียบและก็เป็นธีร์ที่พูดออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วดันให้ดาวเหนืออกจากรถไปอย่างเร็ว

“ อย่าลืมรับสายฉันด้วย!! ลงไปได้แล้วไป!” ธีร์พุดอย่างหงุดหงิดและเมื่อดาวเหนือลงจากรถและปิดประตูเสร็จธีร์ก็ออกรถอย่างเร็ว ทำเอาคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ทำหน้างงว่าอะไรของเขา

 ตลอดการขับรถของธีร์นั้นไม่ได้สงบสุขแบบทุกวัน เจ้าตัวเอาแต่นึกถึงคำพูดที่เขาพึ่งพูดออกไป เขาพูดมันไปได้ยังไง ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น เขาไม่ชอบไอ้เด็กแก่แดดนั้นแต่ทำไมนึงถึงหน้าอวดนี้นั้นแล้วมันอยากจะปราบซะให้หายอวดดี ทำตัวเก่งทั้งๆที่ในแววตานั้นมันเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลา ทำไมกัน ทำไมเขาต้องคิดถึงแต่หน้าของดาวเหนือ

“ เลิกคิดได้ละไอ้สมองบ้า!! กูไม่ได้สนใจยัยเด็กนั้น แรดจะตาย กูไม่มีวันชอบหรอก” ธีร์เอามือตีเบาๆไปที่หัว เตือนตัวเองว่าอย่าไปรู้สึกกับเด็กนั้น เขาไม่ได้ชอบแบบนี้ ธีร์เถียงกับตัวเองไปมาจนขับมาถึงบริษัท และเมื่อมองเวลาปรากฎว่ามันเลยเวลาประชุดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

 ธีร์รีบเดินไปที่หน้าห้องที่ใช้จัดการประชุมทันทีด้วยความรีบร้อน หญิงที่ยืนอยู่หน้าห้องประชุมกระวนกระวายไปมา แต่เมื่อเจอหน้าธีร์เท่านั้นก็โล่งอก

“ ไอ้เลิฟละ” ธีร์ถามเมื่อเห็นว่าไม่มีเลิฟยืนอยู่ข้างกัน

“ คุณเลิฟเข้าไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ คุณธีร์รีบเข้าไปเถอะค่ะ” ธีร์พยัยหน้าบอก พร้อมกับที่หญิงเดินเข้ามาจัดแจงเสื้อผ้าผู้เป็นนายให้เพราะมันดูยับไม่เป็นทรงเนื่องจากธีร์หยิบสูทขึ้นมาใส่ลวกๆ เมื่อรู้ว่าตนนั้นสายแล้ว

“ ขอบคุณครับ” ธีร์พูดขอกคุณแล้วเดินตีหน้านิ่งเข้าห้องทันที สิ่งแรกที่ธีร์มองคือ เพื่อนรัก และก็โดนมองด้วยสายตาประมาณว่า ช้านะไอ้สัส แต่ธีร์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วเดินตรงไปนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างพอดี มันคือที่ของประธารบริษัทอย่างเขา ที่เมื่อนั่งลงแล้วความเคร่งเครียดมักจะถาโถมาทันที

“ งั้นเรามาเริ่มกันเลยละกันนะครับ งานเปิดตัวโครงการใหม่ที่ทางเราได้รับหน้าที่เป็นคนดูแลการออกแบบทั้งหมด ทั้งตัวอาคารและภายใน ผมขอเสนอให้มีการแบ่งหน้าที่เป็นไปตามเดิมเพราะทีมงานของแต่ละกลุ่มสายน่าจะสื่อสารกันได้ดีอยู่แล้ว และผมคิดว่างานนี้ที่ได้รับมาคงทำกันได้อย่างเต็มที่ที่สุดและถ้าเกินข้อผิดพลาดอะไรตรงไหน การแก้ไขก็น่าจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วอย่างที่ผ่านมา ผมหวังว่าจะเป็นอย่างที่ผมหวังนะครับ” เป็นเลิฟที่ลุกขึ้นยืนพูด พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ การประชุมครั้งนี้มีแต่หัวหน้าของแต่ละสายงานเท่านั้นที่เข้าประชุม และทุกคนต่างรู้ดีว่าถ้าเป็นเรื่องของการทำงาน เลิฟกับธีร์มักจะจริงจังและทุ่มเทเสมอ และไม่ชอบเอาซะเลยคนที่ทำงานแล้วผิดซ้ำๆ ทั้งๆทีก็บอกแล้วเตือนแล้ว แต่ก็ยังผิด ทุกคนที่ได้ฟังคำพูดจากเลิฟไปเมื่อสักครู่นี้ก็ไม่มีใครแย้งอะไรขึ้นมา เลิฟที่เห็นดังนั้นจึงกล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ และส่งหน้าที่การอธิบายคอนเซ็ปท์ที่ลูกค้าต้องการโดนหญิงที่รับหน้าที่นี้และมีธีร์คอยเสริมอยู่ในบางจุด การประชุมครั้งนี้ลากยาวมาถึงตอนบ่ายธีร์ที่ยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาและก็พบว่ามันเลยเวลาพักของพนักงานแล้ว ธีร์เลยส่งสัญญาณบอกเลขาสาวว่าให้พอแค่นี้ก่อน หญิงที่เห็นเจ้านายส่งสัญญาณมาก็รู้ทันที เลยกล่าวรวบสรุปจบอย่างคล่องตัว

“ เอาล่ะ ผมว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน นี้ก็เลยเวลาพักของพวกคุณมาละ งั้นวันนี้ผมให้พวกคุณไปแจกจ่ายงานแก่ลุกทีมคุณ ปรึกษากันให้ดีแล้วก็เลิกงานได้เลย” เมื่อทุกคนได้ยินธีร์กล่าวแบบนั้นก็ต่างยิ้มออกมาทันที เพราะคิดว่าจะไม่ได้พักซะแล้ว

“ งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับคุณธีร์ ลาละครับ” เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบภายในที่พูดขึ้นเพราะน่าจะอายุมากกว่าทุกคน ธีร์ที่เห็นอย่างนั้นก็กล่าวขอบคุณ และทุกคนก็พากันเดินออกไป เหลือทิ้งไว้แค่ธีร์ เลิฟและหญิงเท่านั้นที่ยังไม่หยุดสรุปงานต่างๆของการประชุมครั้งนี้

“ พอก่อนก็ได้ครับหญิง ผมว่าหญิงทำงานหนักไปละนะ” ธีร์พูดกับเลขาส่วนตัว เพราะพักนี้หญิงดูทำงานนักหน้าตาก็ดูโทรมไปเยอะเลย

“ ก็ปกตินะคะคุณธีร์ คุณธีร์ไม่ต้องเป็นห่วงหญิงหรอกค่ะ”  หญิงว่ายิ้มๆแล้วก็ขอตัวออกไปนั่งเครียงานที่โต๊ะทำงานของตน และตอนนี้ทั้งห้องก็มีแค่ธีร์กับเลิฟที่ดูท่าทางแล้วต่างกับเมื่อกี้ลิบลับเลย นั่งเอาขาพาดโต๊ะตัวเอนไปกับเก้าอี้จนสุด มือกำลังกดๆบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างเมามัน สีหน้าเคร่งเครียดเชียว

“ ไม่สัส ไม่ชวน” ธีร์ที่เห็นอย่างนั้นก็เลยเอ่ยไปอย่างหงุดหงิดที่เพื่อนไม่ชวนตนเล่นด้วย และถ้าตนนั้นจะเล่นก็ต้องรอจนจบตาแล้วถึงเริ่มเกมใหม่ได้

“ มึงไม่อ่านแชทกลุ่มเอง ช่วยไม่ได้” เลิฟว่าจบเสียงเพลงก็ดังมาจากจอโทรศัพท์อย่างบ้าคลั่ง

“ กูดูงานอยู่มั้ย มึงเถอะแหมทำมาเป็นนั่งเกร็กขรึม โถ่ๆ ที่แท้ก็ไม่จะมานั่งเล่นเกมไม่บอกกูละสิ ทำมาให้หญิงพูดอธิบายงาน โถ่ไอ้เลิฟ!” ธีร์ที่พูดออกมาอย่างเหลืออดเพราะปกติจะเป็นเลิฟกับเขาที่ช่วยกันอธิบายงานแล้วหญิงเป็นคนจดรายละเอียด แต่เลิฟอาสาบอกว่าเขาจะจดรายละเอียอดเองแล้วให้ธีร์กับหญิงอธิบายงาน

“ หึ ช่วยไม่ได้มึงมาช้าเอง” แน่นอนว่าใครที่มาร่วมปะชุมก่อนจะเป็นคนพูดเปิดและตนจะได้ไม่ต้องพูดอธิบายงาน ไม่ใช่ว่ามันยากหรืออะไร แต่มันต้องเกร็กหน้าขรึมแล้วต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือมากที่สุด และธีร์กับเลิฟนั้นไม่ค่อยจะชอบซะเท่าไหร่มันดูไม่เป็นตัวของตัวเองทุกทีเลย

“ เออ สัส” ธีร์ตอบกลับไปพร้อมกับถอดสูทออกอย่างอึดอัด ต่างกับเลิฟที่ถอดออกไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ธีร์บอกว่าพอแค่นี้แล้ว

“ แล้วทำไมมาช้า ปกติไม่เคยสายนิ” เลิฟถามอย่างสงสัยถึงจะรู้สาเหตุแล้วแต่ก็ขอถามให้แน่ใจอีกนิด

“ ป้ากูไม่มาปลุก” ธีร์ที่เลือกที่จะโกหกออกไปทั้งๆที่ก็รู้ว่าเลิฟนั้นจับได้

“ มึงแน่ใจ กูให้ตอบใหม่” เลิฟละใบหน้าจอจอโทรศัพท์แล้วมามองหน้าเพื่อนรักอย่างจังๆ

“ เออ! มึงแม่งรู้ไปทุกอย่าง กูไปส่งมันมา!” ธีร์จะดูหงุดหงิดทุกครั้งที่พูดถึงดาวเหนือเด็กแรดที่ธีร์รู้สึกไม่ชอบตั้งแต่แรกเห็นแต่กลับทำให้เขานึกถึงตลอดเวลาที่กล่าวถึงคนๆนี้

“ ทำไมมึงยิ้มวะ” เลิฟถามอย่าง งงๆ เพราะตอนแรกธีร์ก็ทำท่าหงุดหงิดเป็นปกติเมื่อพูดถึงดาวเหนือแต่สักพักธีร์ก็ยิ้มออกมาอย่างคนอารมณ์ดีผิดกับตอนแรกลิบลับ

“ กูยิ้มหรอ มึงตาฝาดแล้วไอ้เลิฟ”ธีร์เฉไฉแต่ก็ยังไม่หุบยิ้ม เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ในห้องแต่งตัวที่ไอ้เด็กอวดดีมันกล้ามาจับลูกชายเขาแถมยังรุกจูบเขาอีก ไหนจะขู่เขาให้โอนตังให้อีก น่าจะจับมาดัดนิสัยซะให้เข็ด แต่เมื่อธีร์นึกถึงตรงนี้ก็กลับมาทำท่าทางหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม เพราะว่าเขาลืมไปว่าเขาไม่ชอบไอ้เด็กแรดนี้ เขาไม่มีมีทางให้มันมายุ่งกับชีวิตเขาเป็นครั้งที่สองแน่

“ กูไปทำงานก่อนนะ” ธีร์พูดจบก็เดินออกไปเลย ทำเอาเลิฟที่นั่งมองสีหน้าเพื่อนรักอย่าง งงๆ เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหงุดหงิด

“อะไรของมันวะ” เลิฟบ่นๆกับตัวเองแต่ก็ลุกเดินตามธีร์ออกไปยังห้องทำงานของตนที่ตอนนี้กลายเป็นห้องของให้เด็กดื้อของเขาซะแล้ว

.

.

.

.

“ เธอเอาขนมมากินบนโต๊ะฉันอย่างนี้ได้ไงหัวแหวน” เลิฟที่กำลังอารมณ์ดีพอตัวแต่มันกลับหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเมื่อเจอซองขนมบนโต๊ะทำงานสุดที่หวง เขาสั่งทำพิเศษโดยเฉพาะ มันเป็นหินอ่อนสีดำแต่ไอ้เด็กที่นั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ของเขานั้นมันทำให้โต๊ะที่เงามันด้วยความสะอาดกลายเป็นเงามันด้วยน้ำมันจากขนมกรุบกรอบแทน แล้วไหนจะเม้าส์ปากกาสุดที่รักอีก คีย์บอร์ดอีก โอ้ยย จะบ้าตาย

“ เดี๋ยวหนูเช็ดให้ พี่เลิฟไม่ต้องดุหรอก” หัวแหวนเอาแขนเสื้อตัวแขนถูปาดไปมาเสมือนเป็นการเอาผ้ามาเช็ดอย่างดี แล้วหันมายิ้มให้กับเขา แต่เขานี้สิ ไม่ได้ยิ้มตามมันเลย เพราะความมันของขนมมันก็ยังมีอยู่แถมกระจากไปทั่วโต๊ะหมดแล้ว

“ แล้วเธอไปเอาแขนเสื้อเช็ดอะนะ เสื้อมันก็สีขาวมั้ยหัวแหวน ทำไมทำตัวเป็นเด็กแบบนี้วะ!” เลิฟว่าออกไปพร้อมกับเดินไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดพวกคอมพิวเตอร์ มีทั้งผ้าสำหรับเช็ดจอโดยเฉพาะ แล้วก็น้ำยาเช็ด เขาเดินกลับมาไอ้คนที่ก่อเรื่องมันก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือหน้ามันเนี้ย ดูก็รู้ว่างอลที่เขาดุเมื่อกี้

“ เธอไม่ควรเอามากินที่หน้าคอมนะหัวแหวน มันทำให้สกปรก แล้วความมันเนี้ย เธอเห็นมั้ยมันติดที่เม้าส์ปากกา มือเธอจับขนมแล้วเอามาจับเม้าส์เนี้ย มันก็อาจมีเชื้อโรคแล้วเธอก็เอามือเนี้ย ไปหยิบขนมเข้าปากอีก สกปรกมั้ย ไหนตอบดิ” เลิฟพูดไปก็ยกมือเล็กๆที่กำลังวางไว้หน้าตักขึ้นมาชูให้เห็นว่ามันขนาดไหน คำตัวเล็กได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไรเพราะความผิดนั้นมันมาจากตนเต็มๆ

“ ฉันถาม” เลิฟที่ไม่ได้อยากจะดุหรือโมโหคนตรงหน้าแต่ก็อยากจะสั่งสอนให้รู้ว่าทำผิดแล้วต้องยอมรับผิด

“ สกปรก” เสียงที่เบาออกมาจากปากเล็กนั้นช้าๆ ทำให้เลิฟที่ยืนมองอยู่ก็ถอนหายให้แล้วเดินไปที่โต๊ะหน้าโซฟาที่เขามักจะมีพวกทิชชูทิชชูเปียกไว้เสมอ เลิฟเลือกหยิบทิชชูเปียกมาแล้วเดินกลับมายังหัวแหวนเหมือนเดิม

“ พะ พี่เลิฟ” หัวแหวนเรียกเลิฟเสียงเบา เมื่อเจ้าตัวดึงมือเขาเข้าไปแล้วเช็ดตามนิ้วด้วยทิชชูเปียกให้ ความเย็นของทิชชูเปียกทำให้หัวแหวนรู้สึกแปลกๆแล้วไหนจะมือใหญ่ๆของเลิฟอีกที่จับมือเขาอยู่

“ อีกข้าง”

“ อะ...อ่อ” คนตัวเล็กที่กำลังอึ้งอยู่เลยไม่ได้ฟังที่เลิฟบอก แต่ก็โดนเลิฟกระตุกมือเบาๆเรียกสติ

 

 

“ ขอโทษค่ะ” เลิฟที่ทำการเช็ดมือให้หัวแหวนเกือบจะเสร็จแล้วเสียงเล็กก็ดังขึ้นมาทำให้เลิฟละสายตาจากมือเล็กไปมองหน้าเจ้าตัวแทน สีหน้ารู้สึกผิดออกมาจากหัวแหวนจนเลิฟอดที่จะใจอ่อนไม่ได้ เพราะเขาคิดว่าจะดุอีกฝ่ายให้เยอะกว่านี้แต่เมื่อเจอหน้าตาอ่อนๆไป หมดกันความตั้งใจ

“ ทีหลังอย่างทำอีก เอ้าเสร็จแล้ว” เลิฟบอกเสียงเรียบแล้วเดินเอาทิชชูเปียกไปเก็บที่เดิมแล้วเดินกลับมาแต่หัวแหวนก็ยังนั่งอยู่ไม่ยอมลุกไปไหน

“ ลุกไปได้ละ ฉันจะเช็ดคอม”

“ ให้หนูเช็ดก็ได้นะคะ” หัวแหวนอาสาแต่เลิฟก็ปฏิเสธ หัวแหวนทำได้แค่ลุกออกจากเก้าอี้ตัวใหญ่นั้น แต่ก็ยังไม่ได้ถอยห่างไปไหน

“ มันจะไปยากอะไรแค่เช็ดหน้าจอคอมเอง ให้หนูเช็ดให้ก็ได้ หนูทำมันเลอะนิ” ความรู้สึกผิดของหัวแหวนที่ทำให้เลิฟต้องมาเสียเวลาเขาก็เลยอยากจะเป็นคนทำหน้าที่นี้แทนเพื่อเป็นการไถ่โทษ แต่คำตอบของเลิฟที่ได้มาทำเอาหัวแหวนหน้ายู่ลงทันที

“ถ้าเธอเช็ดฉันว่ามันน่าจะยิ่งกว่าเดิม ไปนั่งอยู่เฉยๆอะดีแล้ว” เลิฟบอกปัดพร้อมกับฉีดน้ำยาลงบนผ้าแล้ววนๆไปที่หน้าจอช้าๆ เหมือนที่เคยทำ

“ ก็หนูอยากช่วยนิ เช็ดแบบเนี้ยหนูก็ทำได้ พี่เลิฟไม่ยอมให้หนูทำอะ!” หัวแหวนที่ตอนแรกแค่อยากจะไถ่โทษแต่พอเห็นว่าเลิฟปฏิเสธตนนักเลยอยากจะเอาชนะซะเลย ทำเอาเลิฟที่ตอนแรกอารมณ์เย็นลงละเมื่อมาเจอเด็กตรงหน้าดื้อใส่อีกเลยทำให้ความหงุดหงิดมันเพิ่มขึ้นมาอีก

“ หัวแหวน!! ทำไมฉันพูดไม่ฟังห้ะ! ก็บอกว่าไปนั่งเฉยๆไง” เลิฟเขวี้ยงผ้าลงกับโต๊ะอย่างระบายอารมณ์ เขาไม่ชอบมาที่สุดเลยคือคนขัดคำสั่ง มันมักจะทำให้เขาโมโหได้ตลอดเมื่อเจอคนที่ไม่ยอมฟังที่เขาพูด แต่คนตรงหน้ากำลังเป็นอย่างนั้น ทั้งๆที่เขากะจะไม่โมโหแล้วนะ

“ ก็หนูอยากช่วยอะ!” หัวแหวนก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมเหมือนกัน เถียงกลับอย่างเร็วนั้นทำให้เลิฟหงุดหงิดเข้าไปอีกแต่เลิฟก็พยายามไม่แสดงอารมณ์ออกไปเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ากลัวเขา

“ เธอเช็ดไม่เป็น” เสียงที่เรียบแต่แฝกความไม่พอใจอยู่ในนั้นด้วยของเลิฟเอ่ยออกมาจากปากหนาหัวแหวนที่เห็นว่าเลิฟไม่ได้โมโหตนแล้วเลยเกาะแขนแกร่งนั้นเขย่าไปมาอย่างอ่อนๆ

“ พี่เลิฟก็สอนหนูสิคะ” เสียงออดอ่อนของคนตัวเล็กทำเอาเลิฟถึงกับทนไม่ไหวคว้าลงมานั่งตักตนทันที แล้วซุกหน้าลงกับซอกคอขาวนั้นเพื่อสูดดมกลิ่มหอมอ่อนๆจากหัวแหวน หัวแหวนที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้เหวอไปเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเลิฟจะทำแบบนี้กับตน

“ ปล่อยหนูนะพี่เลิฟ” หัวแหวนพยายามจะลุกขึ้นจากตักแกร่งแต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้เมื่อเจ้าของตักแกร่งนั้นกอดรัดเอวคอดไว้แน่น

“ จะไปไหนละ ไหนบอกจะให้ฉันสอนไม่ใช่หรือไง”เสียงเรียบนิ่งเอ่ยอยู่หลังลำคอเล็กนั้นพร้อมกับจูบซ้ำๆไปมา ทำเอาหัวแหวนขนลุกเกรียวทั่วตัว

“ เอ่อ ไม่แล้วดีกว่า หนูว่าหนูทำไม่ได้หรอก” หัวแหวนที่พยายามจะลุกแต่มันลุกไม่ได้อยู่แล้วไงมันเลยเหมือนกับหัวแหวนสายก้นไปมาบนตักแกร่งทำเอาเลิฟกัดปากร้องซีสเบาๆเมื่อมันโดนเข้ากับของที่มันหลับอยู่ใต้กางเกง แต่คิดว่าไม่นานมันน่าจะตื่นขึ้นมาแน่

“ เช็ดแบบนี้ ฉีดน้ำยาลงบนผ้าแล้วก็เอาไปเช็ดที่หน้าจอ แล้วไล่เช็ดจากขอบจอมากลางจอนะ แบบนี้” เลิฟพูดไปมือก็ทำให้ดูไปด้วยแต่คนบนตักเนี้ยไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาสอนเลย

“ หัวแหวน! เธอจะขยับไปมาทำไมเนี้ย” เลิฟพูดบอกเสียงแข็งแต่น่าจะไม่ใส่แค่เสียงหรอกที่แข็ง อย่างอื่นเขาก็แข็งด้วย

“ ก็ มันนั่งไม่สบายอะ ขาที่เลิฟมันแข็งๆอะ” ขำหึๆ ออกไป คงไม่ใช่ขาแล้วมั้งที่แข็ง

“ อะ พะ...พี่เลิฟ อือออ ปล่อยหนูเลยนะ!!” เลิฟที่อยากแกล้งหัวแหวนเลยกระเด้งตัวขึ้นแรงๆให้อะไรต่อมิอะไรมันโดนคนบนตัก หัวแหวนที่ตอนแรกตกใจแต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็ร้องดังลั่นแล้วรีบที่จะลุกจากตักแกร่งแต่มีหรือว่าเลิฟจะยอม

“ ฉันยังสอนไม่เสร็จเลยนะหัวแหวน จุ๊บ อืมม จุ๊บ” เลิฟพูดไปปากก็พรมจูบไปทั่วหลังคอ ทำเอาหัวแหวนต้องย้นคอหนีเพราะรู้สึกเสียวยังไงไม่รู้ คนที่อ่อนประสบการอย่างหัวแหวนหรือจะสู้ผู้เชี่ยวชาญอย่างเลิฟ มือที่หัวแหวนคิดว่ากำลังถือผ้าเช็ดหน้าจออยู่บนโต๊ะ แต่มันกลับล่วงเข้ามาในสาบเสื้อเขาอย่างรวดเร็วทำเอาหัวแหวนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนเข้ากับมือเย็นๆของเลิฟ หัวแหวนที่กำลังจะร้องห้ามก็โดนมือใหญ่อีกข้างจับให้หันหน้ามาประกบปากจูบกับปากหนา เลิฟดูดดุนกลีบปากเล็กนั้นไปมา คนตัวเล็กที่ไม่ยอมเปิดปากให้เลิฟได้เข้าไปยอกเล่นกับลิ้นเล็กๆนั้น ทำให้เลิฟต้องหาตัวช่วย มือที่อยู่ในเสื้อของหัวแหวนก็ไปสะกิดยอดจุกเล็กๆนั้นไปมาทำเอาคนด้านบนถึงกับร้องออกมาอย่างเสียวซาน

“ อะ อือออ อืม” เสียงครางอื้ออึงจากปากเล็กนั้นทำให้อารมณ์ของเลิฟพรุ่งสูงขึ้นทันที มือที่ตอนแรกเล่นแค่ปลายยอดแต่บันนี้เนื้อนิ่มๆกลับโดนมือใหญ่บีบเค้นไปมาอย่างเมามัน มือที่เหลือของเลิฟผละจากลำคอเลื่อนลงมายังจุดศูนย์รวมของคนด้านบน

“ อ๊ะ” แค่สัมผัสภายนอกเสียงครางเล็กก็เปร่งออกมาทันที เลิฟที่เมื่อได้ยินก็ไม่ทนอะไรแล้ว รุกจูบไปอย่างดุเดือดมือที่เลื่อนลงต่ำกลับสอดเข้าไปในกางเกงยีนต์ตัวหนาที่ไม่รู่ว่าเจ้าตัวนั้นปรดกระดุมไปตั้งแต่ตอนไหนด้วยซ้ำ หัวแหวนที่ได้แต่ร้องครางรับสัมผัสตั้งบนทั้งล่าง ปากก็ไม่ว่างให้ร้องห้าม ได้แต่บิดตัวไปมาอยู่บนตักแกร่งนั้นอย่างทรมาน

“ สะ...เสียว อืออ พะ พี่เลิฟ” เสียงครางข้างหูเลิฟดังขึ้นทันทีเมื่อปากเล็กเป็นอิสระ มือทั้งสองของเลิฟทำหน้าที่ไม่มีบบพร่อง ทำให้คนด้านบนเงยหน้าขึ้นร้องครางดังกว่าเดิม และไม่นานน้ำหวานจากจุดศูนย์รวมก็ทะลักออกมา หัวแหวนเกร็กกระตุกไปมาบนตักแกร่งอย่างสุดจะทน

“ หึ เยอะเชียว” เลิฟชูมือขึ้นให้คนบนตักดู แต่หัวแหวนตอนนี้ไม่รับรู้อะไรแล้ว เอนพิงซบอกคนที่เล่นงานตนอย่างหมดแรง เลิฟที่เห็นดังนั้นจึงเอามือข้างที่ไม่เปอะมาติดกระดุมกางเกงให้แล้วก็กำลังจะดันให้หัวแหวนลุกขึ้น แต่เสียงเปิดเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนและตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร

“ หยิบทิชชูเปียกมาให้กูด้วยดิ” ธีร์ที่เปิดประตูเข้ามาในห้องก็งงกับเพื่อนรักที่มีเด็กน้อยนอนพิงอกเพื่อนตนอยู่ แล้วไหนจะมันบอกให้เขาหยิบทิชชูเปียกมาให้อีก อย่าบอกนะว่า

“ ไอ้สัสเลิฟ!! ในที่ทำงานก็เอาหรือยังไง มึงนี้นะ” ธีร์ว่าเพื่อนตนอย่างเอือมๆ ถึงปกติมันก็มักจะพาหญิงมาอย่างนั้นที่นี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ากับคนตัวเล็กเนี้ยมันจะกล้าทำ

“ เปล่าเอา” เลิฟตอบกลับนิ่งๆ พร้องกับคว้ามทิชชูเปียกจากมือเพื่อนมาแล้วหยิบมาเช็ดมือของตนทันที

“ ไม่เอาก็เชี้ยละ” ธีร์ก็ยังไม่เชื่อเพราะก็เห็นอยู่ว่าหัวแหวนมันหมดสภาพขนาดนี้

“ หึ” เลิฟแค่ขำให้กับท่าทีของเพื่อนเท่านั้น และจัดการอุ้มหัวแหวนให้ไปนอนดีๆในห้อง แต่เลิฟยังไม่ทันจะได้เดินไปไหนเลย เพื่อนอย่างธีร์ก็ขำก้ากออกมาเสียงดัง

“ มึงช่วยเขาแต่ตัวเองกลับโด่ขนาดนี้อะนะ ฮา ฮา ฮา สุดวะเพื่อนกู” ธีร์ที่ตอนแรกก็ไม่เข้าใจที่เลิฟบอกแต่เมื่อเห็นเลิฟยืนเท่านั้นแหละ เขารู้เลย จะไม่รู้ได้ไง ไอ้ลูกชายมันโด่จนจะทิ้งตาเขาขนาดนั้น

“ พูดมากไอ้สัส” เลิฟตัดบทเพราะขี้เกียจฟังเพื่อนรักล้อ เพราะปกติเขามันจะไม่ทนแบบนี้แน่นอน แต่ที่ต้องทนเพราะหัวแหวนมันยังเจ็บอยู่และถ้าเขาทำแล้วแน่นอนว่ารุนแรกแน่ๆ เขาเลยไม่เริ่มมันเลยดีกว่า

“ว่างหรือไงลงมาหากูเนี้ย งานการไม่ทำหรือไง” เลิฟไปตัวก็เดินไปนั่งหน้าคอมเหมือนเดิม แล้วทำการเช็ดคอมต่อ ธีร์ที่เดินตามมาเท้าแขนกับโต๊ะหินอ่อนตัวหนาแล้วมองอย่าง งงๆ เพราะเห็นความมันของโต๊ะแล้วนั้น ปกติเพื่อนรักเป็นคนรักโต๊ะตัวนี้มาก มันจะไม่ยอมให้เป็นคราบมันแบบนี้เด็ดขาด

“ ทำเชี้ยไรมาเนี้ย มันขนาดนี้” ธีร์พูดไปนิ้วชี้เรียวยาวก็ปาดไปบนโต๊ะทำให้เกิดคราบยาวตามนิ้ว เลิฟเลือกที่จะไม่ตอบแต่ยกถุงขนมข้างโต๊ะที่เขาเอาลงไปวางไว้ขึ้นมาให้เพื่อนรักดู

“ หัวแหวนสินะ เพราะมึงไม่น่าแดกบนนี้” ธีร์พอเดาออกเพราะว่าเพื่อนรักไม่มีทางทำเลอะขนาดนี้แน่ ทั้งโต๊ะทั้งคอม

“ แล้วมึงก็ยอมเนี้ยนะ คนอย่างมึงไม่น่าจะยอมนะ ไหนบอกรักมากหวงมากไม่ใช่หรือไงโต๊ะเนี้ย”

“ หึ” เลิฟขำตอบเพื่อนตนเพราะมันก็จริงถ้าคนอื่นมาทำแบบนี้เขาเอาตายแน่ แต่นี้มันไอ้เด็กดื้อไง เขาจะไปทำอะไรมันได้ละ แค่เห็นหน้าตอนรู้สึกผิดก็หายโมโหละ

“ มึงนี้หลงเมียชัดๆ” ธีร์ว่าเบาๆออกมา ทำให้เลิฟต้องละใบหน้าจากคีย์บอร์ดมายังหน้าเพื่อนตน

“ เดะมึงก็รู้เองแหละ”

“...”

“ไม่นานหรอกธีร์” พูดจบคนบนเก้าอี้ก็กลับมาเช็ดทำความสะอาด แต่ก็แอบได้ยินเสียงบ่นอุบอิบมาจากเพื่อนรักเป็นระยะ แต่ก็ไม่ใส่ใจ จนธีร์นึกขึ้นได้ว่ามาหาเลิฟเพราะอะไร

“ ไปกินข้าวกัน หิวละมึง” ธีร์พูดพลางลูบท้องไปมา เลิฟที่เมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูดว่าหิวเลยนึกไปถึงไอ้เด็กที่นอนอยู่บนโซฟา มันยังไม่ได้กินข้าวนี้หว่า นี้มันบ่ายสองกว่าละ ทำไมเขาลืมได้นะเนี้ย

“ สั่งมากินละกัน ขี้เกียจลง” เลิฟว่าจบก็เดินเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดไปเก็บแล้วเดินไปปลุกหัวแหวนเพื่อที่จะถามว่าอยากกินอะไร

“ หัวแหวน เธอจะกินอะไร” เสียงนิ่งโทนเดิมตามคนที่ถูกปลุกให้ลุกขึ้นนั่ง หน้าตายู่ลงเมื่อโดนขัดจังหวะการนอน

“ ชาบู” เสียงเล็กเอ่ยตอบกลับทันทีเมื่อพูดถึงของกิน

“ กวนฉันหรอ” เลิฟที่ถึงกับหน้านิ่งเมื่อคนตัวเล็กตอบกลับมาแบบนั้น

“ เอ้า ก็พี่เลิฟถามนิ หนูอยากกินชาบูนินา”

“ ฉันต้องทำงานต่อ ไว้ค่อยกินตอนเย็น เอาตอนนี้ก่อนเธอจะกินอะไร”

“งั้นนก๋วยเตี๋ยวก็ได้ค่ะ” หัวแหวนเอ่ยบอกอย่างยิ้มๆเมื่อเลิฟบอกว่าตอนเย็นจะพาไปกินชาบู

“ เหมือนเดิม?” คนตัวเล็กเลือกที่พยักหน้าแล้วก็ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าแต่ไม่เจอ แต่ก็มีมือใหญ่ๆยื่นโทรศัพท์เครื่องงามไว้ตรงหน้า แต่สายตาและท่าทางของเจ้าตัวนั้นไม่ได้หันมามองหัวแหวนเลย

“ งั้นก๋วยเตี๋ยวละกัน” ธีร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยขึ้นเพราะเขาก็ไม่ได้กินมานาน แต่จะใช้ให้หญิงไปซื้อก็คงจะเป็นการเพิ่มงานให้เลขาคนเก่งอีก ธีร์เลยบอกให้เลิฟไปกับตนด้วยเพราะจะให้เขาไปคนเดียวไม่มีทางแน่นอน

“ ท่านประธานจะไปไหนหรอคะ” เสียงพนักงานสาวถามขึ้นเมื่อเห็นคนเจ้านายตนเดินเข้ามาในลิฟต์และชั้นที่ต้องการคือชั้นเดียวกับตน

“ หาไรกินนิดหน่อย คุณละ” ธีร์เลือกที่จะตอบอย่างสุภาพเพราะเขาก็ไม่ได้สนิทกับเธอคนนี้สักเท่าไหร่แค่รู้ว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายฝึกงานก็เท่านั้น

“ ให้แพรว เอ่อ ดิฉันไปซื้อให้มั้ยคะ” คนที่หลุดชื่อตัวเองออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจแต่ทำไมธีร์จะไม่รู้ว่าสาวเจ้าต้องการเข้าหาตน

“ ไม่ดีกว่าครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะ ไปไอ้เลิฟ” เหมือนฟ้าเป็นใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมามองก็พอดีที่ลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาชั้นสุดท้ายพอดีทำให้ธีร์ได้โอกาสจบบทสนทนานั้นด้วยความไม่น่าเกลียด และไม่วายหันไปเรียกเพื่อนรักที่มัวแต่ยืนกดโทรศัพท์อยู่ได้

“ มึงแม่ง! มัวแต่เล่นโทรศัพท์ ไม่ช่วยกูเลย” ธีร์โอดโอยเสียงดังเมื่อนึกถึงตอนอยู่ในลิฟต์ เลิฟที่เห็นว่าเพื่อนตนทำท่าจะเป็นจะตายก็นึกขำออกมา คนบ้าอะไรไม่ชอบให้ผู้หญิงเข้าหา ถ้าเป็นเขาหน่อยไม่ได้ จะจัดให้หาทางกลับไม่ถูกเลย

“ มึงมันบ้าไอ้ธีร์ คนเมื่อกี้นี้อย่างสวย มึงไม่สนใจหน่อยหรอวะ แค่เล่นๆไง” เลิฟว่าแซวเพื่อนเพราะเพื่อนเขาน่าจะตายด้านแล้วแน่ๆ ไม่เห็นมันจะรู้สึกอยากเอาใครเลย

“ ไม่อะ เข้าหาผู้ชายขนาดนั้น กูขอบายวะ” ธีร์ว่าพลางโบกไม้โบกมือ แต่เลิฟก็ได้แต่ขำกับท่าทีกลัวการเข้าหาของเพื่อน

“ แล้วเพื่อนหัวแหวนละ คนนั้นเป็นไงพอได้ปะ”

“ ไม่!! แรดๆแบบนั้นกูไม่เอาหรอก” ธีร์ตะโกนออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว ทำให้คนรอบข้างหันมามองว่าเจ้าตัวเป็นอะไร แต่เมื่อธีร์รู้ตัวก็กลับมาพูดเสียงโทนเดิม แต่ก็ยังเน้นคำว่าแรดให้เพื่อนรักฟังว่าเขาไม่ชอบจริงๆ

“ กูจะคอยดู” ธีร์ได้แต่ยักไหล่ให้เลิฟอย่างไม่สนใจและเดินต่อไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจากบริษัทมากนัก

 เมื่อทั้งสองคนมาถึงผู้คนในร้านที่มีบ้างก็หันมามองอย่างอึ้งๆเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนเดินเข้ามายังร้ายก๋วยเตี๋ยวบ้านๆแบบนี้ ทำเอาธีร์ถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะปกติเขาไม่ค่อยจะได้ลงมาซื้ออะไรกินเองหรอก อยากกินไรก็บอกหญิงให้ไปซื้อขึ้นมาให้ พนักงานคงไม่ชินที่เป็นประธานบริษัทเข้ามากินร้านแบบนี้ และยังพ่วงเพื่อนสนิทอย่างเลิฟมาด้วยอีกนั้น คนที่ไม่ใช่พนักงานบริษัทก็มองธีร์กับเลิฟอย่างหลงๆเพราะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของทั้งสองคนแล้วนั้น มันมักจะดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดีเลย

“ เอาอะไรกันจ๊ะพ่อหนุ่น” ป้าที่กำลังลวกก๋วยเตี๋ยวหันมาถามธีร์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ธีร์ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มตอบแล้วก็สั่งอาหารไปโดยไม่ลืมหันไปถามเพื่อนรัก เลิฟก็เอ่ยปากสั่งทันทีที่ธีร์สั่งจบ แล้วก็เดินไปนั่งรอยังโต๊ะที่ว่าง

“ สวัสดีค่ะ ท่านประธาน ไม่ยักรู้ว่าท่านประธานชอบกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ด้วย มิ้งก็ชอบเหมือนกันค่ะ” หญิงสาวที่ทำเหมือนบังเอิญเดินเข้ามาร้านเดียวกันกับทั้งสองคนแต่หารู้ไม่ เลิฟนั้นสังเกตตั้งแต่หน้าลิฟต์แล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าเดินตามพวกเขามา

“ ครับ มันก็อร่อยดี” ธีร์ตอบกลับอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากทำเอาหญิงสาวยิ้มแหยๆแล้วก็เดินไปหาโต๊ะนั่งแทน เพราะดูท่าแล้วเจ้านายตนน่าจะไม่เล่นด้วย

“ มึงนี้นะ ตัดความสัมพันธ์ซะผู้หญิงเขาเสียเซลฟ์เลย” เลิฟพูดกับเพื่อนเบาๆ ธีร์ไหวไหล่อย่างไม่สนใจและหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาเลื่อนดูข่าวคราวเลิฟเห็นอย่างนั้นก็เอาออกมานั่งกดบ้าง และไม่นานป้าก็ถือถุงก๋วยเตี๋ยวมาวางที่โต๊ะเป็นอันว่าเสร็จแล้ว เลิฟจ่ายตังเสร็จก็คว้าถุงหิ้วใบใหญ่เดินออกจากร้านพร้อมกันคนหน้านิ่งข้างๆ

ทั้งสองเดินกลับขึ้นห้องอย่างเร็วเพราะอากาศค่อนข้างร้อนและไม่มีใครพูดอะไรกันอีก ทั้งคู่ต่างสับขาอย่างไว เมื่อมาถึงชั้นของเลิฟและตกลงกันว่าจะกินกันที่นี้เพราะมีเด็กน้อยอยู่  

  ทั้งสามคนจัดการก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าอย่างรีบร้อนเพราะรู้สึกหิวมากๆ แต่น่าจะมีแค่เลิฟเท่านั้นแหละที่กินอย่างกับเต่า เพราะมัวแต่ตักเครื่องก๋วยเตี๋ยวในชามตัวเองไปให้คนตัวเล็กที่ตอนแรกก็ร้องห้ามว่าให้เลิฟกินไปเถอะ แต่เลิฟก็คือเลิฟขัดได้ซะที่ไหน หัวแหวนเลยได้แต่นั่งกินอย่างเดียว ทำให้ชามหัวแหวนที่สั่งมาพิเศษอยู่แล้ว พิเศษเข้าไปใหญ่อีก

“ เอิก อิ่มมม” เสียงเล็กร้องออกมาเสียงดังไม่ได้อายคนที่อยู่ในห้องแม้แต่น้อย ธีร์ที่เห็นแบนั้นก็ขำแล้วขอตัวกลับไปทำงาน เลิฟก็เช่นกัน จะเหลือก็แต่หัวแหวนที่ไม่รู้จะทำอะไรเลยขอเดินลงไปหาพี่ๆชั้น 18 ที่หัวแหวนเริ่มสนิทจนได้เข้าไลน์กลุ่มของพวกพี่ๆเขาแล้ว

“สวัสดีงับบ” หัวแหวนเดินเข้าห้องไปก็ส่งเสียงดังอย่างเคยชิน และก็ตรงไปนั่งแทนที่ของบิ๊กอย่างถือวิสาสะ บิ๊กที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะถึงจะไมพอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ขืนเขาทำนะมีหวังโดนเลิฟเอาตายแน่ๆ

“ หึ” บิ๊กที่เดินเข้ามาใกล้ๆหัวแหวนก็สังเกตเห็นบางอย่าง จึงขำออกไป คนตัวเล็กเห็นว่าบิ๊กขำก็หันมองอย่างสงสัยกำลังจะเอ่ยถามแต่บิ๊กก็ตัดหน้าพูดขึ้นมาเสียก่อน

“ เราหรือป่าวที่โดนงับอะ หึหึ” เมื่อคนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็งงว่าบิ๊กพูดถึงอะไร จนบิ๊กต้องชี้ให้รู้ว่าที่คออะ มันผิกปกติ

“ แหะๆ” หัวแหวนยิ้มแหยๆ แล้วหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจตนเพราะทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง บิ๊กที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มอย่างเอ็นดู เอ็นดูว่ารุ่นพี่เขาเนี้ยแซ่บไม่เบา ไม่มีที่ว่างเลยบนคอเนี้ยย

“ ละลงมาหาพี่นี้ เฮียเลิฟทำงานอยู่ใช่มะ” บิ๊กละจากเรื่องรอยที่คอหัวแหวนแล้วไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างๆกัน

“ ใช่ หนูเบื่อ เลยว่าจะลงมาหาไรทำซะหน่อย แต่แต่ละคนก็ดูจะยุ่งกันทั้งนั้นเลยอะ มีงานด่วนหรอพี่บิ๊ก” หัวแหวนถามไปมือก็เลื่อนเม้าส์ดูงานในจอไปด้วย

“ ใช่ งานใหม่นะ ไม่ด่วนหรอกแต่ว่าถ้าเสร็จเร็วก็จะดีมากเลย”

“ ให้หนูช่วยมั้ย หนูเก่งนะ ให้ลองออกแบบดูก็ได้” หัวแหวนเสนอให้เพราะตนนั้นก็ลองทำดูบ้างแล้ว ละจากที่เรียนอีก ก็พอได้ แล้วมันก็แก้เบื่อได้ดีเลยด้วย

“ ก็ได้ แต่ไอแพทพี่ไม่ได้เอามาอะดิหนูน่าจะยังไม่คล่องกับใช้คอม” บิ๊กที่จะล่วงกระเป๋าหยิบไอแพทคู่ใจแต่ก็ต้องทำหน้าอ๋อเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นไม่ได้หยิบมาด้วย

“ งั้นเดะหนูมา” หัวแหวนที่รู้แล้วว่าตนนั้นต้องใช้ไอแพท เลยกะจะไปยืมคนข้างบนซะหน่อย

“ พี่เลิฟฟฟ หนูขอยืมไอแพทหน่อยค่ะ” หัวแหวนตะโกนลั่นออกมาทั้งๆที่ยังไม่ได้ถึงตัวเลิฟด้วยซ้ำ

“ เสียงดัง” เลิฟบอกออกไปแต่มือก็ยืนไอแพทให้คนตัวเล็กตรงหน้า หัวแหวนที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มร่ารับไอแพทเครื่องใหญ่แล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที เลิฟได้แต่สายหน้าไปมาและกลับมาทำงานตนต่อ

 

หัวแหวนที่ลงมาอยู่ห้องทำงานของพวกพี่ๆเขาเรียบร้อยก็นั่งลงข้างบิ๊กที่เดิมแล้วลงมือทำงานของตนอย่างตั้งใจ บิ๊กที่เห็นแบบนั้นก็อดจะถ่ายรูปส่งให้รุ่นพี่ตนเองไม่ได้ และเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวขึ้นอ่านแต่ไม่ตอบ ก็รู้ได้ทันทีว่าคิดยังไง หึ บิ๊กรู้ บิ๊กเห็นทุกอย่าง และก็กลับมาตั้งใจทำงานเหมือนเดิม มีละหน้าจากจอไปดูเด็กข้างๆบ้างเมื่อโดนถาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้รำคาญอะไร ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ กลิ่นอายของความตั้งใจคละคลุ่งไปหมด ทำเอาหัวแหวนก็พอยตั้งใจทำไปด้วย จนเวลามันเลยมาถึงเย็นแล้ว และทุกคนก็ต่างเริ่มเซฟงานละเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน บิ๊กที่หันมองนาฬิกาก็พบว่ามันเย็นแล้วแต่เด็กข้างๆก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำ จะเอ่ยเรียกก็มีเสียงดังขึ้นตัดหน้าบิ๊กเสียงอย่างนั้น

“ จะกินมั้ยชาบูอะ หรือจะนั่งทำต่อจนดึกละกลับไปกินข้าวที่ห้อง” เสียงนิ่งเอ่ยขึ้นทำเอาคนตัวเองสะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่าชาบู

“ กินนนน หนูเก็บของแปบบ” หัวแหวนหันไปยิ้มให้เลิฟแล้วกดเซฟงานละปิดไอแพทลง เก็บปากกาเข้าที จัดแจงตัวเองเล็กน้อเพราะตนนั้นทั้งนั่งฟุบไปกับโต๊ะทำงานหรือเเม้กระทั้งนั่งกอดเข่า ทำให้เสื้อผ้ามันดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่

“ หวัดดีเฮีย เมื่อกี้ผมได้ยินว่าจะไปกินชาบู ผมไปด้วยดิ อยากกินพอดีเลย”

“ ผมด้วยย ผมไปด้วยนะเฮีย” นัทที่ได้ยินบิ๊กพูดก็เอ่ยขอบ้างและต่อด้วยอีกหลายคนในห้อง ทำเอาเลิฟเอือมๆ เพราะเจ้าพวกนี้ติดเขายิ่งกว่าอะไร

“ เออจะไปก็ไป แต่ออกเอง!” เลิฟพูดตัดบทแล้วเดินไปคว้าแขนหัวแหวนให้เดินออกไปกับตน และไม่วายแย่งไอแพทในมือของคนตัวเล็กมาถือด้วย

“ ไปมึง ร้านเดิมปะ กูจะได้ขับไปรอที่ร้าน” ธีร์ที่พึ่งเดินลงมาก็เห็นเลิฟจูงมือหัวแหวนออกมาจากห้องทำงานของไอ้พวกรุ่นน้อง

“ เออ”

“ อ้าวเฮียธีร์ หวัดดีครับ เฮียก็ไปด้วยหรอ ดีเลยๆ ไปหลายๆคนสนุกดี” เป็นบิ๊กอีกแล้วที่เดินตามทั้งสองออกมาจากห้องและเจอเข้ากับธีร์ ทำให้บิ๊กรู้ได้ทันทีว่าธีร์ก็จะไปกินชาบูด้วยเหมือนกัน

ธีร์หันไปมองหน้าเลิฟอย่างถามว่า มึงชวนหรอ เลิฟที่รู้ว่าเพื่อนจะสื่ออะไรก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วทำหน้าเอือมๆไป ทำเอาธีร์ถึงกับกลุ่มขมับเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเดินเข้าลิฟต์เพื่อไปยังลานจอดรถและทั้งหมดก็ไปเจอกันที่ห้างไม่ใกล้จากบริษัทมาก เมื่อมาถึงคนที่ดูจะมีความสุขที่สุดก็ไม่พ้นหัวแหวนเป็นแน่ และยิ่งทำให้ธีร์อึ้งไปอีกเพราะดาวเหนือเดินยิ้มแฉ่งเข้าร้านมาแล้วนั่งลงข้างธีร์อย่างถือวิสาสะ แต่คนทั้งโต๊ะก็ไม่ได้ว่าอะไรออกจะยินดีด้วยซ้ำ ก็มีแต่ธีร์นั้นแหละที่รู้สึกไม่ชอบเอาซะเลย

“ พวกพี่ๆไม่ว่าอะไรเนาะ ที่หนูจะให้เพื่อนนั่งร่วมโต๊ะด้วย”

“ ไม่เลยจ๊ะหนู สวยๆอย่างเพื่อนหนูมีอีกสิบคนพี่ก็ไหว ว่าแต่คนสวยชื่ออะไรครับ” บิ๊กว่า นัทที่นั่งข้างๆก็ยิ้มรับหน้าบานไม่ต่างจากนนมากนัก

“ ดาวเหนือค่ะ ว่าแต่พี่ชายสุดหล่อชื่ออะไรหรอคะ” ดาวเหนือเห็นแบบนั้นก็เล่นด้วย ขำๆ เพราะเขาก็ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เตาะมาเตาะกลับไม่โกง

“ พี่ชื่อบิ๊กจ๊ะ ว่าแต่ชื่อดาวเหนือ ทำเอาพี่อยากดึงดาวเลยอะน้องดาวเหนือ” บิ๊กที่ได้ทีก็หม้อใบใหญ่ จัดมาเต็มที่แต่ก็ไม่ผิดหวัง เพราะดาวเหนือก็เล่นด้วยถึงจะรู้ว่าแกล้งๆกันแต่มันก็ทำให้กระชุ้มกระชวยหัวใจ

“ เกินไปละมึง”

“ โถ่เฮียธีร์ น้องออกจะน่าดึง เอ้ย! น่าดูซะขนาดนี้ ไม่สนใจหน่อยหรอครับ” บิ๊กหันไปถามธีร์อย่างไม่เชื่อเพราะดาวเหนือนั้นจัดว่าสวยเลยทีเดียวแต่ทำไมธีร์ถึงดูไม่อยากจะพูดหรือยุ่งเกี่ยวด้วย

“ ไม่อะ ไม่ชอบ” เมื่อดาวเหนือได้ยินเสียงเรียบนิ่งของธีร์ก็ทำให้หน้าบูดลง แต่ก็กลับมายิ้มอีกครั้งแล้วทำเป็นไม่ได้ยิน หันไปยิ้มให้บิ๊กและเพื่อนของตน หัวแหวนที่เห็นว่าบรรยกาศเริ่มจะไม่ดีก็เลยเอ่ยขัดชวนกินกันต่อ ทั้งหมดก็เริ่มกินกัน จะมีเลิฟตักให้หัวแหวนบ้าง และบิ๊กตักให้ดาวเหนือบ้าง นัทเเละนนก็เอาใจดาวเหนือไม่ต่างกัน ทำให้ธีร์เหมือนเป็นส่วนเกินของกลุ่มนี้ จึงขอออกไปเข้าห้องน้ำ และก็ส่งข้อความไปบอกเพื่อนรักว่ามีธุระต่อขอตัวกลับก่อน แล้วเดี๋ยวจะโอนค่าอาหารคืนให้ ให้เลิฟออกไปก่อน เลิฟที่เห็นข้อความเพื่อนรักก็บอกเด็กๆที่กำลังเริ่มกินของหวานเป็นการสุดท้ายว่าธีร์นั้นกลับบ้านไปแล้ว ดาวเหนือที่ได้ยินก็หน้าเจื่อนลงทันที จนบิ๊กสังเกตได้ แต่ดาวเหนือก็บอกปัดไปว่าอิ่มจนเริ่มปวดท้องและขอไปเข้าห้องน้ำก่อน และทำแบบเดียวกันกับธีร์ส่งข้อความไปหาหัวแหวนว่าขอตัวกลับก่อน และโอนค่าอาหารไว้ให้ และเมื่อเดินมาท่านจอดรถก็เห็นว่าธีร์ยืนพิงรถของตัวเองอยู่และพึ่งสังเกตุว่ารถที่ดาวเหนือจอดมันห่างกับธีร์แค่สองคันเท่านั้น แต่ดาวเหนือก้เลือกที่จะไปสนใจประหนึ่งว่าไม่มีใครยืนอยู่ตรงนี้

“ คิดว่าจะไปต่อกับไอ้บิ๊กซะอีก” เสียงนิ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปรี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาดาวเหนือต้องหันกลับไปมองตนเสียง ก็เจอสายตามองเหยียดออกมาจากดวงตาดุๆนั้น

“ ทำไมละคะ หนูจะไปต่อกับพี่บิ๊กแล้วมันมีปัญหาอะไรมิทราบคะ” ดาวเหนือเดินเข้าไปใกล้และพูดไปด้วย ทำให้ธีร์ที่คิดว่าดาวเหนือจะปฏิเสธ กับรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

“ เธอนี่มันแรดอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆเลย” เสียงด่าทอออกมาจากปากหนานั้นทำเอาดาวเหนือคิ้วกระตุก

“ ทำไมละ หนูมันจะแรดมันก็เรื่องของหนูปะละพี่ธีร์ ไม่สิ คุณธีร์!  มีปัญหาอะไรมิทราบ”

“ !!” ธีร์ได้แต่ทำหน้าอึ้งปนโกธรที่เด็กตรงหน้าดูง่ายซะไม่มี

“ เออ!! และอย่ามาให้เห็นหน้าอีกแล้วกัน”

“ค่ะ!!” ดาวเหนือตอบกลับแล้วสะบัดหน้าหนี ธีร์ก็เช่นกันแต่ก็ไม่ทันได้ขึ้นรถเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ธีร์รับสายทันดีเมื่อเห็นว่าคนเป็นแม่โทรมา

“ว่าไงครับแม่” ธีร์ปรับอารมณ์ให้เย็นลงแล้วตอนรับคนเป็นแม่ไป

“ เย็นนี้เข้ามาทานข้าวที่บ้านด้วยสิลูก แม่คิดถึง” น้ำเสียงใจดีของคนเป็นแม่เอ่ยบอกลูกชายคนเดียวอย่างคิดถึง

“ ได้ครับ เดี๋ยวธีร์เข้าไปนะ งั้นธีร์ของขับรถก่อนนะครับ” ธีร์ที่กำลังจะวางสายแต่คนปลายสายก็เอ่ยเสียงดังทำเอาธีร์ไปไม่เป็น

“ พาหนูดาวเหนือมาด้วยนะลูก แม่อยากเห็นแฟนเรา แล้วต้องพามาให้ได้เลยนะ แค่นี้ละจ๊ะ ขับรถดีๆนะลูก” คนปลายสายรัวความต้องการของตนใส่ลูกชายอย่างเร็วโดยไม่ให้อีกฝ่ายโต้ตอบหรือปฏิเสธอะไรเลย

“ แม่!! แม่  โถ่เว้ย!” ธีร์สบทเสียงดังลั่นทำเอาดาวเหนือที่นั่งอยู่ในรถแล้วยังได้ยิน แต่ก็ไม่อยากะสนใจกำลังจะออกรถก็ต้องเบรกกระทันหัน เพราะคนที่บอกไม่อยากเห็นหน้าเขากลับมายืนขวาหน้ารถเอาไว้ซะนี้

“ ไปกับฉัน และไม่ต้องถามมาก” ธีร์บอกแค่นั้นละก็เดินเข้ารถตัวเองไปลออกรถนำดาวเหนือไปยังบ้านของตนทันที

----------------- 

ไบโพล่าชัดๆ อารมณ์เเปรปรวนขั้นสุดด 

มาต่อให้เเล้วนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ จะพยายามมาอัพบ่อยๆน้า 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

1 คอมเมนต์ = 1 เเรงผลักดัน 

ความคิดเห็น