ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม้นทุกคอมเม้นด้วยนะคะ💞: )

บทที่ 1 กำเนิด

ชื่อตอน : บทที่ 1 กำเนิด

คำค้น : สัตตบงกชแห่งนาคา / รัตนะมณี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 487

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2564 08:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 กำเนิด
แบบอักษร

เสียงบรรเลงดนตรีของเหล่าคนธรรพ์ดังแว่วหวานเสนาะหู ส่วนหนึ่งกำลังร่ายรำขับขานแสดงท่วงท่าอันงดงามอ่อนช้อย ต่อเบื้องหน้าองค์อินทราธิราชผู้เป็นเทพราชาแห่งแดนสรวง 

ในทุกๆร้อยปี..สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา จะมีวันสำคัญที่เหล่านาคราชชั้นสูงจะได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์จากองค์เทพราชาผู้เป็นใหญ่ 

"ผู้ใดที่บำเพ็ญตบะบารมีมาอย่างยิ่งยวด ข้าจะให้อธิษฐานขอในสิ่งที่ต้องการได้หนึ่งครั้ง จงตั้งจิตเถิด ข้าจะให้พรตามวาสนาบารมีของผู้นั้น" 

สิ้นคำของผู้เป็นใหญ่ เหล่านาคราชชั้นสูงก็พากันพนมมือตั้งจิตเพื่อรวมตบะบารมีให้เป็นที่ประจักษ์ 

วิ้งงงง วิ้งงงง 

แสงสว่างระยิบระยับมาปรากฏ ณ.เบื้องหน้านาคราชเพียงสองผู้เท่านั้น คล้ายคือผู้ที่ได้รับเลือกประทานพร หนึ่งคือองค์เอกอนันต์นาคาธิราช กษัตริย์ในตระกูลฉัพพะยาปุตตะผู้ไร้ซึ่งโอรสธิดา 

อีกหนึ่งคือ รามมินทรานาคราชจ้าว นาคราชหนุ่มผู้สง่างามและเป็นจอมทัพรบโอรสแห่งท้าววิรูปักข์ 

"มีเพียงสองท่านเท่านั้นรึ?" 

องค์อินทรากวาดพระเนตรทอดมองไปโดยทั่วด้วยพระพักตร์ที่ขรึมเคร่ง นาคราชที่เหลือต่างก้มหน้าลงคล้ายมีความรู้สึกละอายใจที่ยังคงบำเพ็ญบารมีไม่ยิ่งยวดพอ 

"เอาเถิด อาจจักเป็นลิขิตสวรรค์ ขอให้ท่านเอกอนันต์และท่านรามมินทราจงกลับไปบำเพ็ญที่วังเพื่อรอรับในสิ่งที่ได้ขอเถิด และจงจำไว้ว่าสิ่งที่ท่านจะได้นั้น แลกมาด้วยการบำเพ็ญเพียรที่ยิ่งยวด จึงถือเป็นของคู่บารมี" 

พระสุรเสียงกังวานก้อง พระเนตรทอดมองไปยังนาคราชทั้งสองนิ่ง 

"นับเป็นพระมหากรุณาอย่างยิ่งพระเจ้าข้า" 

ผู้ที่ได้รับคำพรน้อมกราบกรานเทพราชาแทบเบื้องพระพักตร์ จากนั้นจึงหายวับกลับไปยังแท่นบำเพ็ญประจำตนเพื่อรอเวลา..  

 

องค์เอกอนันต์สั่งห้ามทุกผู้มิให้เข้ามารบกวน แล้วเตรียมตัวตั้งจิตนิ่ง เพื่ออธิษฐานในสิ่งที่ตนและมเหสีเฝ้ารอมาเนิ่นนาน 

"เจ้าพี่..ครั้งนี้เราจะได้มาจริงๆใช่หรือไม่เจ้าคะ" มเหสีคู่กายอดที่จะเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นยินดีมิได้ 

"ใจเย็นก่อนเถิดอัมราเทวี พี่จะต้องใช้ตบะบารมีที่สั่งสมมาทำให้เขาก่อเกิดขึ้น จะใช้เวลานานเท่าไหร่พี่ก็มิอาจจะรู้ได้ ขอเจ้าจงรอพี่อยู่ด้านนอกเถิดนะ" องค์เอกอนันต์กล่าวบอกมเหสีรัก 

"ข้าทราบแล้ว และขออวยพรให้เจ้าพี่จงทำได้สำเร็จโดยเร็ว" นางก้มศีรษะให้แก่พระสวามีแล้วจึงเดินออกไปด้วยหัวใจที่เฝ้ารอ.. 

 

ณ.วังวิรูปักข์ 

นาคราชหนุ่มรูปงามท่าทีขรึมเคร่ง เปลี่ยนเครื่องแต่งกายของตนเป็นสีขาวบริสุทธิ์เพื่อการบำเพ็ญอธิษฐาน ร่างสูงสันทัดขยับขึ้นนั่งในท่าสมาธิ ใบหน้าคมเข้มหลับตาลงในจิตระลึกถึงนางแก้วผู้ที่จะมาเป็นคู่บารมีแห่งตน 

เป็นนาคา บัญชาทัพ ขับอสูร 

กลับอาดูร ประยูรญาติ ขาดเชื้อสาย 

ไร้ซึ่งคู่ ผู้ทัดเทียม มาเคียงกาย 

เมื่อเป็นชาย จึงหมายรอ ขอคู่บารมี.. 

ช่วงเวลาแห่งการเฝ้ารอ ผ่านไปอย่างช้าๆ นาคราชทั้งสองฝ่ายต่างเพียรบำเพ็ญเพื่อสิ่งที่ขอ และแล้วกระแสแห่งจิตก็รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะมา 

 

"พระนางอัมราเทวี ท่านเอกอนันต์ยังไม่ออกมาใช่หรือไม่?" 

ผู้เป็นมเหสีหันไปมองตามเสียง จึงได้เห็นว่าผู้ที่เอ่ยขึ้นคือพญาอนันตรัยนาคราช นาคาผู้ทรงฤทธิ์ที่ไม่น่าจะมาที่นี่ในช่วงเวลาเช่นนี้ 

"ท่านอนันตรัย เหตุใดจึงมาที่นี่ได้ล่ะเจ้าคะ ตอนนี้พระสวามีของข้ากำลังบำเพ็ญอธิษฐานเพื่อรอรับ.." 

"ข้าต้องรีบเข้าไปช่วยเขา องค์เทพราชาส่งข้ามาเพราะทรงตรวจดูแล้วว่ากำลังบารมีของท่านเอกอนันต์นั้นไม่พอต่อสิ่งที่ร้องขอ" 

ยังไม่ทันที่พระนางอัมราเทวีจะเอ่ยจบ นาคราชผู้ทรงฤทธิ์และคอยถวายการรับใช้องค์อินทราธิราชก็กล่าวแทรกขึ้นมาแล้วพรวดพราดเข้าไปในทันที 

"อันใดนะ เดี๋ยวก่อน..ท่านอนันตรัย!" 

ร่างสูงใหญ่หายเข้าไปอย่างรวดเร็วจนผู้เป็นมเหสีแห่งองค์เอกอนันต์ก็ถามไถ่ไม่ทัน 

วาบบบ 

แสงสว่างสีทองสุกปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากษัตริย์นาคราชแห่งฉัพพะยาปุตตะ แต่ทว่ากลับรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งวรกายราวกับร่างจะแตกออกเป็นเสี่ยง องค์เอกอนันต์รับรู้ได้ในทันใดว่าผู้ที่กำลังจะมามิใช่ดวงจิตธรรมดา 

หากแต่ตนกำลังจะหมดแรงก่อนที่จิตนี้จะถือกำเนิด! 

"ข้ามาตามรับสั่งองค์เทพราชาเพื่อช่วยท่านเอกอนันต์" 

น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกำลังบารมีที่เข้ามาเสริม องค์เอกอนันต์ลืมตามองผู้ที่เข้ามาช่วยแล้วคลายใจลง ตั้งจิตมั่นต่อกลุ่มก้อนแสงสีทองตรงหน้า เพียงอึดใจเดียวท่ามกลางแสงสีทองก็ผุดดอกบัวสีชมพูเข้มดอกใหญ่ขึ้นมาต่อหน้านาคราชผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ทั้งสอง 

สัตตบงกช! 

ทางฝ่ายรามมินทรานาคาหนุ่มเชื้อสายวิรูปักข์ ก็ได้เห็นในจิตแจ่มแจ้งเช่นเดียวกัน สัตตบงกชผุดขึ้น ณ.ที่แห่งหนึ่งและในนั้นมีผู้ที่ตนกำลังรอคอย 

"นางมาแล้ว" 

เขาเห็นภาพดวงแก้วสีขาวใสปรากฏเป็นอิสตรีผู้มาจากสวรรค์ชั้นที่สูงกว่า ใบหน้างดงามยากจะหาที่ติได้ ก่อนที่ดวงแก้วขาวจะลอยไปในมือของผู้ที่จะเป็นพระบิดาของนาง 

ที่แท้นางก็มาถือกำเนิดเป็นราชธิดาขององค์เอกอนันต์ราชาธิราช! 

 

"รับไปเถิดท่านเอกอนันต์" 

เสียงหนึ่งเอ่ยบอกด้วยความเข้าใจดี กษัตริย์ฉัพพะยาปุตตะผู้เป็นดั่งพี่น้องเฝ้ารอผู้สืบเชื้อสายมาหลายพันปี แต่กลับหามีจิตดวงใดมาถือกำเนิดได้เลย 

"แต่ว่านางก็นับว่าเป็นธิดาของท่านเช่นเดียวกัน นางมาด้วยบารมีของท่านครึ่งหนึ่งด้วย ยกให้ข้าเช่นนี้..ข้ารู้สึกละอายยิ่งนัก" 

องค์เอกอนันต์มองดวงแก้วใสในมือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ในใจปลาบปลื้มยินดีเป็นที่สุดเมื่อได้ราชธิดาที่จะมาถือกำเนิดในครรภ์ของมเหสี แต่อีกใจก็รู้สึกผิดที่จะถือครองเป็นบิดานางเพียงผู้เดียว 

"องค์เทพราชาทรงเล็งเห็นแล้วว่า มณีเทพ จะต้องจุติมาที่นี่ หากด้วยบุญญาธิการแต่อดีต ที่กำเนิดเป็นธิดาแห่งพระโพธิสัตว์ผู้ดำเนินเข้าสู่แดนนิพพานไปแล้ว การมาถือกำเนิดที่นี่จึงต้องรองรับด้วยตบะบารมีที่มากยิ่งนัก หากเป็นข้าลำพังผู้เดียวก็คงทำมิได้เช่นเดียวกัน" อนันตรัยนาคราชกล่าวบอกเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล 

"เช่นนั้นข้าต้องขอขอบใจท่านมากท่านอนันตรัย หากแต่เมื่อใดที่นางถือกำเนิด ธิดาของข้าจะมีท่านเป็นราชบิดาอีกองค์ ขอท่านจงรับไว้เถิด" 

องค์เอกอนันต์ยิ้มกว้างพร้อมกล่าวบอกเสียงหนักแน่น เพราะตนรับรู้ได้จากแววตาของสหายสนิท แม้จะมาด้วยบัญชาแต่ใจของเขาก็เกิดสายใยถักทอร้อยดวงจิตแห่งความเป็นบิดาด้วยเช่นกัน 

"ได้สิ ถ้าเช่นนั้นข้าจะเป็นบิดาบุญธรรมให้แก่นาง ขอท่านจงเลี้ยงดูลูกของเราให้ดีเถิด" 

อนันตรัยนาคราชยิ้มรับไมตรีนั้น ด้วยดวงแก้วมณีเทพได้ลอยเข้าหาเขาก่อนจึงได้สัมผัสจิตธิดาน้อยที่ส่งกระแสออดอ้อนราวทารกน้อยในอ้อมกอด หัวใจของนาคาผู้ทรงฤทธิ์อ่อนยวบทันที แต่ก็จำต้องมอบดวงแก้วให้แก่องค์เอกอนันต์ผู้ถูกกำหนดให้ได้เป็นพระบิดาของนาง 

เจ้าจะเป็นลูกของพ่อเช่นเดียวกัน! 

 

หนึ่งปีผ่านไป.. 

ดวงแก้วแห่งมณีเทพถูกส่งไปในครรภ์ของพระนางอัมราเทวีเจ้าเพื่อให้ได้เป็นพระมารดา นางอุ้มทองถึงหนึ่งปีสวรรค์กว่าทารกน้อยจะถือกำเนิดออกมา 

"ตั้งนามให้นางเถิดท่านอนันตรัย ข้าให้เกียรตินี้แก่ท่านผู้เป็นบิดาบุญธรรมของราชธิดาข้า" 

องค์เอกอนันต์อุ้มธิดาน้อยที่เพิ่งกำเนิดให้แก่สหายรักผู้เป็นดั่งพี่น้อง นาคราชผู้ทรงฤทธิ์แทบจะหลงรักธิดาองค์น้อยหมดหัวใจในทันทีที่ได้อุ้มนาง ดวงตากลมใสจ้องมองมาราวกับจดจำกันได้ หากมิใช่ว่าองค์เอกอนันต์ได้อธิษฐานขอมาเนิ่นนานนับพันปี เขาคงจะเอ่ยขอนางกลับไปให้มเหสีรักของตนเป็นแน่ 

"นางถือกำเนิดด้วยสัตตบงกช เช่นนั้นข้าจะขอเรียกนางว่า รวินท์รดา ราชธิดานาคีแห่งองค์เอกอนันต์นาคาธิราช" 

นาคราชผู้รับใช้ใกล้ชิดองค์อินทรากล่าวขึ้นพร้อมแววตาที่รักใคร่เอ็นดู ทารกน้อยคล้ายรับรู้ได้ นางยิ้มน้อยๆให้อนันตรัยนาคราชอย่างใสบริสุทธิ์ 

"รวินท์รดา ธิดาบุญธรรมของข้า" 

นาคาผู้ทรงฤทธิ์ส่งคืนนาคีน้อยให้แก่องค์เอกอนันต์ ก่อนที่จิตจะผูกพันธ์กับนางไปมากกว่านี้จนต้องเอ่ยปากขอจากสหายสนิท 

"ช่างเป็นนามที่ไพเราะยิ่งนัก" 

พระนางอัมราเทวีเอ่ยชมพร้อมยื่นมือมาขอรับธิดาน้อยกลับคืนสู่อ้อมอกจากสวามี 

"อัมรา เจ้าพารวินท์รดาไปออกไปก่อนเถิด ข้ากับท่านอนันตรัยมีเรื่องต้องสนทนากันเล็กน้อย" 

"เจ้าค่ะ เจ้าพี่" 

พระนางรับคำแล้วจึงอุ้มธิดาน้อยออกไปพร้อมกับเหล่าพี่เลี้ยงนางกำนัลอย่างมีความสุข พญาอนันตรัยมองตามไปจนลับสายตา 

"ท่านอนันตรัย..เราจะทำเช่นใดกับนางมารผู้นั้นดี เรื่องนี้ข้ามิกล้าที่จะเอ่ยเล่าให้อัมราเทวีรับรู้ได้เลย" 

องค์เอกอนันต์ทอดถอนใจออกมาเมื่อนึกถึงสิ่งหนึ่งที่ติดตามดวงจิตธิดารักมาด้วย 

"นางศรีมาลาผู้นี้มีจิตที่ตามจองเวรพระโพธิสัตว์เจ้าผู้เข้าสู่แดนนิพพานไปแล้ว เมื่อมิสามารถจะติดตามพระองค์ไปได้ จึงคิดผูกพยาบาทกับสายเลือดของพระองค์แทน หากจัดการนางได้ รวินท์รดาก็จักปลอดภัย" 

พญาอนันตรัยกล่าวออกมาเมื่อได้เห็นถึงเรื่องราวในอดีตชาตินับอสงไขย์ของราชธิดาบุญธรรมของตน หลายภพชาติที่นางศรีมาลาตามจองเวรทำร้ายดวงจิตนี้เพื่อต้องการจะบีบให้พระโพธิสัตว์ทรงออกมาจากแดนนิพพาน แต่ก็ไม่สำเร็จ 

"ท่านเอกอนันต์วางใจเถิด ในตอนที่นางมาพร้อมกับสัตตบงกช ข้าได้เห็นคำทำนายของนางศรีมาลาผู้นั้นแล้ว" นาคราชผู้ทรงฤทธิ์เอ่ยอย่างไม่แสดงความรู้สึกกังวลใจ 

"หมายความว่าท่านเห็นทั้งหมดหรือท่านอนันตรัย ข้าเห็นเพียงว่าศรีมาลาจะต้องถูกสายเลือดของพระโพธิสัตว์เป็นผู้ปราบนาง แต่หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดที่ผ่านมาทุกภพนางยังตามทำร้ายรวินท์รดาได้เล่า?" 

องค์เอกอนันต์ทำสีหน้าครุ่นคิด แม้จะเห็นคำทำนายพร้อมๆกับสหายรัก แต่ตนกลับไม่สามารถหาคำตอบในข้อนี้ได้ 

"นั่นเพราะนางยังไม่พบกับคู่บารมี เมื่อใดที่นางได้พบคู่บารมี อำนาจแห่งคู่จะช่วยให้รวินท์รดาปราบจิตมิจฉาของนางมารผู้นั้นลงได้" 

พญาอนันตรัยตอบเสียงหนักแน่น เพราะสิ่งที่ตนจะทำให้ธิดาบุญธรรมพ้นเคราะห์กรรมได้ คือการตามหาคู่บารมีที่แท้จริงของนาง! 

"ไม่!" 

เสียงค้านดังขึ้นมาทันที ทำเอาพญาอนันตรัยถึงกับต้องหันมองผู้เป็นสหายด้วยความงุนงง 

"ข้าจะไม่ยอมยกธิดาของข้าให้ผู้ใด กว่าข้าและมเหสีจะได้ตัวนางมาแสนยากลำบาก เรื่องอันใดข้าจะต้องยกให้ใครไปด้วยเล่า" 

องค์เอกอนันต์เอ่ยอย่างไม่พึงพอใจนัก เมื่ออีกฝ่ายพูดถึงคู่บารมีของธิดาตน 

"นี่ท่าน..อย่างไรเมื่อรวินทร์รดาเติบใหญ่ขึ้น นางก็ต้องมีคู่ครองเป็นธรรมดา โดยเฉพาะคู่บารมีของนางจะสามารถช่วยนางให้รอดพ้นจากศรีมาลาได้ แล้วท่านจะไม่ยกนางให้กับคู่บารมีของนางได้อย่างไรกัน" 

พญาอนันตรัยพยายามบอกถึงเหตุผลที่ควรจะต้องเป็นไปตามพรหมลิขิต 

"เอาไว้ถึงเวลานั้นเสียก่อนค่อยว่ากัน มันผู้นั้นจะคู่ควรกับธิดาของข้าหรือไม่ก็ต้องมาดูอีกที"  

องค์เอกอนันต์กล่าวราวกับมีอคติกับผู้ที่จะมาเป็นคู่บารมี โดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบุรุษผู้นั้นจะเป็นใคร 

"หึหึ..เห็นทีเจ้าหนุ่มนั่นคงจะลำบากไม่น้อย ในการที่จะเอาชนะใจพ่อตาอย่างท่านได้" 

พญาอนันตรัยอดที่จะส่ายหัวหนักใจแทนว่าที่ราชบุตรเขยในอนาคตไม่ได้ เมื่อสีหน้าของสหายตนในตอนนี้ราวกับกำลังจะถูกพรากธิดารัก 

รวินท์รดาเอ๋ย..สวามีเจ้าคงจะเจอด่านยากเสียแล้ว! 

................................  

ขอฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคร้าาา^^ 

อาจจะอัพช้านิดนุง เนื่องจากไรท์สุขภาพตาไม่ค่อยดีบวกกับมีนิยายจีนโบราณที่ต้องเขียนไปด้วย อดใจรอกันหน่อยนะคะ🙇‍♀️ 

#ฝากด้วยน้าาาา🙏 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว