email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 95

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 133

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2564 13:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 95
แบบอักษร

การเดินทางด้วยตัวเองในโลกใบนี้เป็นครั้งแรกของฌอนนั้น มันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างแท้จริง ไม่ใช่ระบบที่คอยบังคับเขาอีกต่อไป ในตอนนี้เขามีอิสระพอตัวอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เรื่องเงินนั้นก็ยิ่งนับว่าไม่เป็นปัญหาใดๆเลย เขาสามารถเบิกถอนได้ถ้ามันหมดจริงๆก็แค่เดินทางไปยังร้านค้าของตัวเองสักเมืองหนึ่งแล้วเบิกมันออกมา

 

แต่มันก็คงจะอีกนานพอตัวเลย เพราะเงินที่เขามีติดตัวในตอนนี้ก็นับได้ว่าเป็นแสนเหรียญทองเลยทีเดียว มันพอที่จะซื้ออาณาจักรเล็กๆนี้ทั้งอาณาจักรเลยก็ว่าได้ เรื่องของการค้าเขาก็ฝากให้แนนซี่เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด รวมถึงการค้าอาวุธกับสมาคมนักฆ่าด้วยเช่นกัน ของที่จะถูกสั่งเข้ามาบ่อยครั้งก็น่าจะเป็นกระสุนที่ทำให้เขามีกำไรเป็นกอบเป็นกำ

 

ซึ่งแนนซี่ก็รับปากเอาไว้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ ตอนนี้เขาต้องการเรียนรู้วิธีของโลกนี้อย่างจริงๆจังๆสักที พลังหรือเวทมนตร์ที่เคยเห็น ฌอนเองก็อยากจะใช้มันได้บ้าง แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เรียนรู้เลยสักครั้ง ในตอนนี้ฌอนเดินเท้าออกไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย ตกดึกก็นอนบริเวณที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด ในตอนนี้เวลามันก็ผ่านไปแล้วถึง 10 วันนับจากวันนั้น

 

“โชคดีที่ได้หนังหมาป่าขนเทามา ไม่อย่างนั้นเราคงจะหนาวตายแล้วก็เป็นได้ ฟู้ววว” ฌอนกล่าวออกมาอย่างโล่งอก และดูเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังเดินทางเข้าเขตที่เป็นหิมะแล้ว ในระหว่างสิบวันที่ผ่านมาเขาได้เรียนรู้เรื่องของการใช้พลังด้วยตัวเองมาบ้างแล้ว จนในที่สุดเขาก็ค้นพบว่ามันเป็นพลังงานของโลกใบนี้หรือที่เราเรียกว่าพลังงานธรรมชาติ

 

และการบังคับหรือการเข้าถึงมันนั้นก็เพียงแค่จะต้องรับรู้ถึงการคงอยู่ของพวกมันให้ได้ หากทำได้แล้วก็จะสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมันได้จากการจินตนาการ ในวันแรกๆ ฌอนไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้เลย แต่ด้วยความลำบากในการใช้ชีวิต และสัมผัสกับธรรมชาติอยู่นาน เขาก็สัมผัสได้บ้างแล้ว ตอนนี้เขาสามารถที่ใช้พลังเหล่านี้ได้แล้วแต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญมากนัก

“วันนี้ลองดูธาตุลมกับความมืดดีกว่า... แล้วถ้ามันเอามาผสมรวมกันมันจะเป็นอย่างไงล่ะทีนี้” ฌอนที่สวมชุดหนังหมาป่าที่เขาเป็นคนทำ พูดออกมาหน้ากองไฟที่หนาวเหน็บของหิมะ ในทุกๆวันเขาจะลองฝึกอย่างนี้ และจดทุกๆอย่างลงไปในสมุดของตัวเอง เหมือนเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างไรอย่างนั้น แต่ทันใดนั้นเอง เสียงของอะไรบางอย่างก็เข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ และมันสร้างความตื่นตัวให้กับฌอนเป็นอย่างมาก

 

“เจ้าคือผู้ใด...” ในจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว ฌอนหยิบมีดมาจากซองหนังข้างๆเอว และเคลื่อนที่ด้วยพลังธาตุลมราวกับก้าวพริบตาในการ์ตูนชื่อดัง ฌอนนำมีดที่อยู่ในมือจ่อไปที่คอของบุคคลปริศนา เมื่อฌอนสังเกตดูดีๆแล้ว บุคคลที่อยู่ตรงนั้นกลับเป็นหญิงสาวคนหนึ่งเพียงเท่านั้น

“เจ้านั้นแหละจะทำอะไรข้า.. ข้าก็แค่ผ่านทางมาเท่านั้น เห็นแสงสว่างจากกองเพลิงก็เลยเข้ามาเช็กความเรียบร้อยเพียงเท่านั้น” หญิงสาวคนนั้นกล่าวออกมา เธออยู่ในชุดเหมือนกับนายพรานตามที่เคยเห็นในทีวีสมัยก่อน ฌอนค่อยๆลดมีดในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะตอบกลับ

“ก็เจ้าเล่นมาแบบไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียง เป็นใครก็ต้องตกใจกันทั้งนั้นแหละ..” ฌอนกล่าวออกมาพร้อมกับหันหลังกลับไปนั่งที่ขอนไม้ดังเดิม

“ก็ได้.. ขออภัยเจ้าด้วยก็แล้วกัน .. แล้วเจ้าเป็นใคร มาจากที่ใดงั้นรึ” หญิงสาวเอ่ยถาม มือของเธอลูบไปที่คอดูว่ายังอยู่ดีหรือไม่ไปด้วย จากนั้นพวกเขาก็แนะนำตัวกันนิดๆหน่อยๆ หญิงสาวคนนี้เป็นลูกของนักล่าสัตว์ หรือก็คือนายพรานอย่างที่ฌอนได้เข้าใจนั่นแหละ เธอมีชื่อว่า ‘สเฟียร์’ ด้วยความขี้เกียจของฌอน และก็ไม่ค่อยอยากจะญาติดีด้วย เขาจึงเรียกเธอว่า ‘เฟียร์’ 

มันทำให้เธอโกรธนิดๆที่ฌอนไม่ยอมเรียกชื่อของเธอให้เต็ม แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะตอนนี้เธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่หลงป่าเข้ามา ตอนที่เข้ามาล่าสัตว์กับคนในหมู่บ้าน พวกเขาได้พบกับฝูงแกะเข้าโจมตี เลยทำให้พลัดหลงกันไปคนละทิศคนละทาง จนเดินมาพบเจอกับกองไฟนี่แหละ ตอนแรกเธอก็นึกว่าเป็นคนพลัดหลงจากหมู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น

 

ฌอนที่ได้ยินที่เธอเล่ากลับไม่ได้รู้สึกสงสารเลยสักนิด เขาได้แต่บ่นในใจว่า

‘เป็นลูกของนายพรานยังไง .. หลงป่าซะได้ ถึงจะวิ่งหนีเหล่าแกะน้อยๆที่น่ารักนั้น มันก็ต้องจำทางได้บ้างแหละ.. แต่ยัยนี่เหมือนจะบ๊องๆหน่อยๆ ไม่ซิ ไม่หน่อยแล้ว น่าจะหนักเอาการอยู่’ เขาคิดอย่างนั้นในขณะที่มองดูเฟียร์เอื้อมมือไปหยิบไม้ที่ติดไฟหน่อยๆ ฌอนนั้นรู้ได้ในทันทีว่าเธอต้องการที่จะหยิบไม้เพื่อเป็นแสงสว่างในการออกหาผลไม้ป่ากิน มันมาจากการคาดการณ์ของเสียงท้องร้องที่ดังออกมา

“เจ้าไม่ต้องออกไปแล้วเฟียร์... เดี๋ยวข้าทำอะไรให้เจ้าทานเอง” ฌอนที่เห็นอย่างนั้น จะว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว จะให้เธอออกไปหาอะไรทานกลางป่ามืดอย่างนี้มันก็ใช่เรื่อง ถึงจะไม่ใช่เรื่องของเขาก็ตาม แต่ถ้าเขาได้ยินเสียงของเธอเรียกร้องขอความช่วยเหลือ เขาก็ต้องไปอยู่ดีด้วยจิตใต้สำนึกมันบอกอย่างนั้น

“ข้า.. ข้าไม่ได้หิวสักหน่อย ใครบอกเจ้ากัน...” เฟียร์ไม่ยอมรับว่าตัวเองหิว ทั้งๆที่เธอนั้นหิวจนแทบจะตาลายอยู่แล้วจากการเดินหลงทางตั้งแต่ช่วงบ่าย จนถึงตอนนี้ก็มัวแต่หาทางออกจากป่า ระหว่างทางก็หลงลืมไปเกี่ยวกับเรื่องของกิน เมื่อมาเห็นฌอนกินมันก็ยิ่งทำให้เธอนั้นหิวเป็นอย่างมาก

 

กลิ่นของมาม่าที่ต้มนั้นมันก็ยิ่งทำให้เธออยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย ไม่นานฌอนก็เปิดฝาหม้อขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นของอาหารที่ลอยออกไปทั่วบริเวณ

“เจ้ารีบทานได้แล้ว .. ถ้าไม่รีบเดี๋ยวกลิ่นมันจะลอยไปไกล ทำให้อาจจะมีสัตว์ร้ายมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ได้.. แต่เจ้าก็ไม่ต้องกังวลไป ถ้ามีพวกมันมา ข้าจะให้เจ้าเป็นอาหารของพวกมันแทนข้าเอง...ฮ่าๆๆๆ” ฌอนที่เห็นสีหน้าของเฟียร์แล้วเขาก็อยากจะกวนๆเธอสักหน่อยจึงได้ล้อเล่นไปอย่างนั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ถ้าไม่ติดว่าเจ้าทำอาหารให้ข้าทาน.. ข้าจะตบกบาลเจ้าสักที.. แต่ที่เจ้าว่ามามันก็จริงนั่นแหละ รีบกินดีกว่าเรา” เธอที่มองค้อนมาก่อนจะเอ่ยออกไป แต่เมื่อมาคิดดูแล้วเธอก็คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น สัตว์ร้ายพวกนั้นมันจมูกดีมาก และแน่นอนว่าทันใดนั้นเอง...

 

วู้ฟๆๆๆๆ เสียงของหมาป่าหลายสิบตัวได้วิ่งเข้ามาล้อมพวกเขาเอาไว้

 

พวกเขาค่อยๆย่างก้าวออกมาช้าๆ ก่อนจะมีหมาป่าตัวใหญ่ที่สุดเดินออกมานำหน้า และหอนเสียงดังอีกหน่อย อารมณ์ที่มันแสดงออกมานั้นเหมือนกับว่ามันต้องการบอกสัตว์ร้ายตัวอื่นๆ ว่าสองคนนี้คือเหยื่อของพวกมันเท่านั้น หากผู้ใดมายุ่งกับเหยื่อของมันจะต้องเจอดี

 

ฌอนที่ได้เห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจ พร้อมกับเตรียมตัวที่จะหยิบปืนออกมาเพื่อที่จะใช้ยิงมันให้จบๆไปเสียที บางทีการฆ่าก็เป็นอีกหนึ่งทางให้ลือกอยู่เสมอๆ และครั้งนี้เขาก็เลือกที่จะฆ่า และจบปัญหาให้เร็วที่สุด ในทางด้านของสเฟียร์ในตอนนี้กำลังกลัวตาย ตัวของเธอสั่นๆ ก่อนที่จะไปหลบอยู่หลังก้อนหิน

 

ปัง!! ปังๆๆๆๆๆ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว