facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[1] : ห้อยพระอะไร?

ชื่อตอน : [1] : ห้อยพระอะไร?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2564 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[1] : ห้อยพระอะไร?
แบบอักษร

 

Chapter 1 

'ห้อยพระอะไร' 

 

@Nice , France. 

ร้านอาหารแห่งหนึ่ง 

"รับอะไรดีคะมาดาม?" หญิงสาวร่างอวบอึ๋มในชุดเด็กเสิร์ฟสีเขียวที่เป็นเครื่องแบบของทางร้านเดินเข้ามาถามคู่สามีภรรยาคู่หนึ่ง 

"ขอเป็นสเต๊กเนื้อแล้วก็สตูเนื้อนะ" มาดามตอบ 

"ได้ค่ะ รับน้ำอะไรดีคะ?" 

"ขอเป็นกาแฟกับน้ำส้ม" 

"ได้ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ" 

หญิงสาวหันตัวเดินออกมาก่อนจะตรงมายังช่องสั่งอาหารแล้วเสียบใบออเดอร์ลงบนหมุด ระหว่างนั้นก็หันไปเตรียมเครื่องดื่มให้มาดามกับเมอซิเออร์ 

"พลัมเดี๋ยวเอานี้ไปเสิร์ฟให้โต๊ะ 4 ที" พ่อครัววางจานสเต๊กลงที่ช่องสั่งอาหาร 

ร่างอวบอึ๋มหันตัวเดินไปหยิบถาดอาหารมาใส่จานสเต๊กและเดินบิดก้นออกมาจากเคาน์เตอร์ หญิงสาววางจานลงบนโต๊ะที่มีสองแม่ลูกนั่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม "ทานให้อร่อยนะคะ" 

"ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" เธอพูดขึ้นเพื่อบอกใครสักคนที่ได้ยินก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินไปยังห้องน้ำด้านหลังร้าน 

หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้ากระจกเงาแล้วจ้องมองใบหน้าของตัวเอง ใบหน้าที่มีครึ่งหนึ่งเป็นเอเชียและอีกครึ่งเป็นฝรั่งเศส 

เธอชื่อ พลัม อายุ 19 ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส จริง ๆ อยู่เมืองไทยมาจนอายุ 15 แม่ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ เธอเลยต้องย้ายมาอยู่กับพ่อที่ฝรั่งเศสเพราะพ่อทำงานที่นี่ แต่กว่าจะมาอยู่ก็ตอนอายุ 18 แล้ว พ่อบอกให้เรียนจบมัธยมปลายก่อนค่อยมาต่อมหาวิทยาลัยที่นี่ 

แต่พอมาถึงก็ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยหรอกเพราะพ่อดันบอกว่าไม่มีเงินส่งเสีย แถมยังพูดอีกด้วยว่าในฐานะลูกที่ดีจะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูพ่อ ก็คือพ่อพาเธอมาอยู่ด้วยเพื่อให้ช่วยหาเงินนั่นแหละ ไอ้ที่บอกให้มาต่อมหาวิทยาลัยที่นี่แค่คำหลอกลวงเท่านั้น 

แล้วเธอจะทำยังไงได้ในเมื่อมาอยู่ที่นี่ เก็บเสื้อผ้ามาแล้วจะให้กลับก็ไม่มีเงินค่าตั๋วเครื่องบินอีก ญาติพี่น้องที่ไทยก็หาดีไม่ได้สักคน เคยขอให้ช่วยก็บอกวุ่นวาย ขี้เกียจทำ เมินเฉยใส่กันอีก พอมันเป็นแบบนั้นก็เลยตัดสินใจอยู่ที่นี่ไปเพราะยังไงก็ต้องเก็บเงินก่อนอยู่ดี ไม่มีเงินจะกลับยังไงในเมื่อมันต้องนั่งเครื่องบิน ไม่ใช่เดินสองสามก้าวถึง 

"พลัมเธอเข้าห้องน้ำนานไปแหละนะ" เซญ่า เพื่อนพนักงานของพลัมเดินเข้ามาตามเธอ 

"อ๋อ โทษทีฉันคิดอะไรเพลิน ๆ ไปหน่อย" 

เธอหันไปตอบเซญ่าเป็นภาษาฝรั่งเศสที่สำเนียงแบบฝรั่งเศสเลย ก็เธอมีพ่อเป็นคนฝรั่งเศสนะ ได้ยินได้ฟังพ่อพูดตั้งแต่เด็กและคนที่สอนเธอให้พูดก็คือพ่อ ไหนจะถูกส่งไปเรียนภาษาฝรั่งเศสมาอีก เลยพูดได้เหมือนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด 

"เรื่องพ่ออีกแล้วสิ" เซญ่าพูดอย่างกับอ่านใจออก 

"ก็จะมีเรื่องอะไร ฉันไม่ได้มีเรื่องแฟนให้คิดนิ่" 

"งั้นก็รีบมีแฟนสิ จะได้มีคนคอยระบายความทุกข์" 

"แต่ตัวเองยังเอาไม่รอด จะมีแฟนให้เป็นภาระทำไมกัน แค่นี้สมองฉันก็ไม่มีพื้นที่ว่างพอให้คิดถึงใครแล้ว" 

ร่างอวบอึ๋มแบบนมเป็นนม ก้นเป็นก้นจนเสื้อผ้ารัดติ้วหันตัวเดินออกมาจากห้องน้ำก่อนจะคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวมใส่เหมือนเดิม เธอหันกลับไปมองเพื่อนรักที่เดินตามมา 

"อีกอย่างนะถ้าฉันมีแฟน กลัวว่าพ่อฉันจะไปปอกลอกแฟนฉันอีกคนน่ะสิ อย่าดึงใครมาลำบากด้วยเลย" 

"เธอก็คิดซะแบบเนี่ยถึงได้ห่อเหี่ยวแบบทุกวันนี้" เซญ่าพูดไปพลางดันนมของตัวเองไปเพื่อให้อึ๋มแบบพลัม "ชิ! เกิดมานมใหญ่นี่มันน่าอิจฉา" 

เพื่อนรักพูดทิ้งท้ายเอาไว้เชิงหยอกล้อก่อนจะหันตัวเดินออกไปทำงานทิ้งให้พลัมยืนก้มมองดูหน้าอกตัวเองคนเดียว เอาจริง ๆ หน้าอกหน้าใจเธอก็ใหญ่จริง ๆ แหละ ไหนจะก้นใหญ่อีก ไม่ใช่อ้วนนะออกแนวอวบอั๋นอิ่มน้ำ แต่ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้น้ำจากใครสักคน แห้งเหี่ยวอย่างเซญ่าพูดจริง ๆ นั่นแหละ 

ช่วงค่ำ 

@บ้านพ่อของพลัม 

"หนูออกไปซื้อของนะพ่อ" พลัมหันไปบอกพ่อของเธอที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่อย่างสบายอารมณ์พร้อมกับของกินมากมายตรงหน้า 

"เออ" คนเป็นพ่อตอบรับอย่างเย็นชาโดยไม่ได้ห่วงใยลูกสาวที่จะออกไปไหนมาไหนค่ำ ๆ มืด ๆ สักนิด 

เห็นแบบนั้นพลัมเลยหันตัวเดินออกมาจากห้องตรงไปยังร้านสะดวกซื้อเพื่อหาขนมกินบ้างเพราะไม่อิ่มข้าวเอาเสียเลย โดนบรรดาน้อง ๆ ลูกติดของเมียใหม่พ่อแย่งกินหมด จะพูดอะไรก็ไม่ได้เพราะพ่อดันหลงเมียใหม่เสียอีก 

หลังจากซื้อของในร้านสะดวกซื้อเสร็จ หญิงสาวก็เดินกินขนมปังมาตามทางที่มีผู้คนบางตา นาน ๆ ทีจะมีคนเกินสวนมาอาจจะเป็นเพราะว่ามันมืดค่ำแล้วแถมแถวนี้พวกนักเลงหัวไม้ พวกคนมีอิทธิพลก็เยอะ จริง ๆ เธอก็ไม่ควรออกมาเดินแบบนี้หรอกถ้าไม่ว่าหิวจนไส้จะขาด 

ปัง ปัง ปัง! 

"กรี๊ดดด!" เสียงปืนดังขึ้นจนพลัมที่กำลังเดินชิล ๆ ถึงกับตกใจ ขนมปังในมือร่วงตกพื้น แต่ก็ยังคงรวบรวมสติแล้วพาตัวเองวิ่งไปหาที่แอบด้านหลังแท่นปูนที่ไว้ใช้วางดอกไม้เพิ่มความสวยงามให้เมือง 

เสียงปืนดังใกล้เข้ามาพร้อมเสียงของคนที่โวยวายดังลั่นแบบขัดต่อความเป็นคนฝรั่งเศสมากเพราะคนที่นี่จะพูดจานิ่ม ๆ ไม่เสียงดัง ไม่โวยวายกันในที่สาธารณะแบบนี้หรอก 

"มันจะหนีไปแล้ว!" 

"ไปจัดการมัน" 

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย!" 

เสียงคนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือมันเหมือนอยู่ตรงหน้าของเธอเลย หญิงสาวพยายามแอบมองก็เห็นว่ามีผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งในสภาพเปื้อนเลือดกำลังลุกลี้ลุกลนหาที่ซ่อนตัว ก็อยากจะออกไปช่วยนะแต่เธอก็ต้องรักตัวกลัวตายไง ไหนจะเป็นผู้หญิงอีก เลยเลือกจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรหาตำรวจแทน 

"คุณ คุณช่วยผมด้วย" แต่ชายคนนั้นก็หันมาเห็นพลัมแล้วรีบตรงเข้ามาหาเธอจนหญิงสาวตกใจทำมือถือหล่น แต่จังหวะที่กำลังจะหยิบมือถือมาแนบหูอีกครั้งก็ดันเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงปืนดังขึ้นอีกรอบ 

กระสุนทะลุกลางหัวของชายคนนั้นจนเลือดของเขาสาดกระเซ็นมาโดนพลัมเพราะอีกฝ่ายวิ่งมาจะถึงตัวเธออยู่แล้ว และก็ดันเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับสายพอดีแต่สิ่งที่พลัมพูดกับตำรวจมันคือเสียงกรีดร้องหลายเดซิเบลแทน 

"กรี๊ดดดดด!" พลัมส่งเสียงกรีดร้องจนสุดเสียงด้วยความตกใจและหวาดกลัวก่อนจะสลบเหมือดลงไปกองกับพื้น เสียงของตำรวจยังคงดังออกมาจากปลายสายแต่กลับมีมือของผู้ชายคนหนึ่งหยิบมือถือไปและกดตัดสาย 

"เมอซิเออร์เธอโทรหาตำรวจครับ" ชายคนนั้นหันไปกล่าวกับชายอีกคนที่เป็นผู้ลั่นไกสังหารอย่างนอบน้อม 

"งั้นก็ฆ่าเธอซะ" ชายคนนั้นสั่งออกมาอย่างเยือกเย็น 

"ครับ" ชายที่ถือมือหันกลับมาหาพลัมแล้วยกปืนขึ้นเล็งไปที่หัวของเธอ 

แกร๊ก แกร๊ก! 

แต่ยิงยังไงก็ยิงไม่ออกเพราะปืนดันขัดลำกล้อง เขาหันไปเอาปืนที่เพื่อนแต่ไม่ว่าจะเอาปืนไหนมายิงมันก็ยิงไม่ออกจนคนเป็นนายเริ่มรำคาญ 

"ก็ถ้ามันยิงไม่ออกก็เอามีดปาดคอเธอซะ" 

"ครับ" ชายคนเดิมรับคำสั่งก่อนจะหยิบเอามีดพกสั้นออกมาแทน เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างพลัมและกระชากหัวของเธอขึ้นเพื่อเตรียมจะปาดคอแต่เสียงไซเรนรถตำรวจกลับดังขึ้นรอบทิศทางจนแก๊งมาเฟียต่างตกใจเพราะมาเฟียกับตำรวจไม่ค่อยถูกกันหรอก 

"ทิ้งหล่อนไว้อย่างงั้นแหละ ตอนนี้แยกย้าย" ชายคนที่เป็นหัวหน้าสั่งลูกน้องก่อนที่ตัวเขาเองจะหนีไปกับมือขวาคนสนิททางตรอกแห่งหนึ่ง 

เพราะไม่อยากถูกตำรวจจับไปสอบสวนถึงเขาจะมีอิทธิพลแต่มาเฟียกับตำรวจไม่ค่อยถูกกันหรอก ถ้าจับมาเฟียได้ก็จะเป็นข่าวดัง มีผลงานดีเด่นเพราะแบบนี้พวกตำรวจถึงชอบจับพวกเขาทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่อยากเสี่ยงเท่าไหร่ หลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้ก็ค่อยปะทะ 

 

❤️ เป็นไงบ้างคะสำหรับตอนแรก บางคนคงเกิดคำถามในใจว่าน้องพลัมห้อยพระอะไร นั่นสิลูกหนูหอยพระ หรือไปสักยันต์กันภัย ยิงแทงไม่เข้ามาจากสำนักไหนลูก 😂 

ความคิดเห็น