ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 21 สตรอเบอร์รี่

ชื่อตอน : บทที่ 21 สตรอเบอร์รี่

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย นางเอกฉลาด เกลียด เย็นชา แต่งงาน

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.พ. 2564 14:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 สตรอเบอร์รี่
แบบอักษร

ร่างหนายังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เข็มนาฬิกาล่วงเลยผ่านไปหลายต่อหลายชั่วโมง ทว่าอนุทัตก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ไหวติง มือลูบวนริมฝีปากตัวเองแผ่วเบาซ้ำไปซ้ำมา บางทีก็ใช้ลิ้นแตะเบาๆ หวังจะสัมผัสรสชาติของความหอมหวานบางอย่าง

กลิ่นสตรอเบอร์รี่ยังคงลอยคลุ้งไม่จางหาย มันคล้ายจะเป็นกลิ่นลิปมันที่ปรียาวดีใช้ทาอยู่บ่อยๆ เขาเป็นคนไม่ชอบทานผลไม้สักเท่าไหร่ ทว่าในครานี้สตรอเบอร์รี่กลับตราตรึงหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

“ไอ้คุณชาย ทำอะไรน่ะ?” สองหนุ่มเพื่อนซี้ต่างหันมองหน้ากันอย่างงุนงง หลังจากที่เดินเข้ามาภายในตัวบ้านและพบว่าอนุทัตกำลังนั่งยิ้มอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า “ท่าจะบ้า ไอ้คุณชายโว้ย!”

ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ แม้ภานุจะถามย้ำแล้วย้ำอีกทว่าอนุทัตก็ยังคงเดินวนอยู่ในเขาวงกตสตรอเบอร์รี่ ซึ่งทางออกน่าจะเลือนรางลงเต็มที

“ไอ้คุณชาย!” เป็นชนาที่โน้มตัวลงไปตะโกนอัดหูอนุทัตเสียเต็มเสียง

ครานี้ได้ผล ร่างหนาสะดุ้งตกใจพร้อมสายตาที่ตวัดขวับมองเพื่อนอย่างขุ่นเคือง

“จะตะโกนหาพระแสงอะไรวะ หูฉันแตกพอดี”

“แหม~ ฉันเรียกแกจนจะคบร้อยรอบแล้วมั้งไอ้คุณชาย ถ้าไม่ตะโกนก็คงไม่รู้สึกตัวหรอก คิดอะไรอยู่ห๊ะ เพื่อนเรียกก็ไม่ได้ยิน ถ้าพวกฉันเป็นโจรนะ ตอนนี้แกคงโดนฆ่าตายไปแล้วล่ะ”

ภานุอดบ่นไม่ได้

“ฉันยังไม่เห็นจะได้ยินอะไรเลย”

“โอ้โห้~ ฉันล่ะหมดคำจะพูด” ชนายกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองอย่างคิดหนัก

“แล้วพวกแกมามีธุระอะไร?”

“แต่ก่อนพวกฉันก็มาบ้านแกปกติอยู่แล้วนี่ ทำไม! เดี๋ยวนี้พวกฉันมาไม่ได้หรือไง?” ชนาเอ่ยเสียงขุ่น เมื่อเพื่อนรักทำทีเหมือนรำคาญที่พวกเขานั้นมาเยี่ยมมาเยือน

พักนี้คล้ายจะแสดงออกว่าไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ที่พวกเขามาวนเวียนอยู่บ่อยๆ เหตุคงเพราะทุกครั้งทุกคราภานุมักจะมาขายขนมจีบปรียาวดีอยู่ร่ำไป

หวงจริงหวงจังกับเด็กรับใช้คนนี้

บางครั้งก็แยกเขี้ยวราวกับเสือหวงเหยื่อ พลอยให้ทั้งสองเริ่มระแคะระคายว่ามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่พวกเขายังไม่รู้แน่ๆ

อย่างนี้มันต้องล่อเสือออกจากถ้ำเสียหน่อย จะได้รู้ว่าเหยื่อที่ซ้อนอยู่คือใคร จะใช่เหยื่อที่พวกเขาคิดไว้หรือเปล่า

“หวงใครหรือเปล่า?” ชนายิ้มเจ้าเล่ห์อย่างจับผิด

“หวงใคร? เพ้อเจ้อ! ไร้สาระ! ฉันแค่รำคาญพวกแก มาถี่ขนาดนี้ว่างงานกันนักหรือไง ปกติจะมาอาทิตย์ละครั้ง แต่นี่อะไรมาเกือบจะทุกวัน ขยันจริงๆ นะกับการกินเหล้าเพื่อทำลายสุขภาพตัวเองเนี่ย” เริ่มเอ่ยเปลี่ยนประเด็น ทำทีเป็นโมโหหวังจะกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง

“แหม~ ทำมาเป็นพูดดี แกก็กินกับพวกฉันนั้นล่ะ” ภานุโต้กลับ

“วันนี้บ้านแกทำอะไรกินมั้งเนี่ย ฉันหิวข้าว” ชนาผู้เปรียบเสมือนนักฝากท้องประจำบ้านอนุทัตเอ่ยถามพลางชะเง้อมองไปยังห้องครัว หวังจะได้ลิ้มรสอาหารของปรียาวดีอีกสักครั้ง หลังจากได้ทานไปเมื่ออาทิตย์ก่อนด้วยความบังเอิญ

เหตุจากพวกเขานั้นมาบ้านอนุทัตกะทันหันและเป็นจังหวะเดียวกับที่ปรียาวดีกำลังทำอาหารจึงพลอยได้ทานไปด้วย รสชาติในครานี้แตกต่างจากคราแรกราวนรกกับสวรรค์ ทว่าไม่รู้ทำไมหลังจากวันนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ทานฝีมือหล่อนอีกเลย

มาทีไรก็ไม่เจอ ถามอนุทัตก็ไม่มีคำตอบใดๆ บอกเพียงว่าหล่อนไม่อยู่ หรือบางคราก็ตอบปัดๆ ว่าไม่ว่าง

นั้นล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ภานุและชนาเริ่มแปลกใจในความสัมพันธ์ของเพื่อนกับสาวใช้คนสวย

สิ่งที่เพื่อนของเขาแสดงออกมามันคืออาการของคนหวงของอย่างเห็นได้ชัด

“ไอ้คุณชาย ฉันถามว่ามีอะไรกินไหม? ฉันหิว!” ชนาถามย้ำอีกครั้งเมื่ออนุทัตไม่ยอมตอบกลับ เอาแต่เหม่อมองออกไปนอกบ้าน

“สตรอเบอร์รี่” ไม่ได้ตอบเพื่อนหากแต่ว่าสายตามันไปปะทะเข้ากับร่างบางที่เดินมารับภูรินท์ไปบ้านอีกหลัง พอเห็นหล่อนพลันกลิ่นหอมหวานนั้นก็หวนกลับมาอีกครั้ง โดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่พูดอะไรออกไป

“ฉันจะกินข้าว ไม่กินผลไม้” สายตาของเพื่อนไม่ได้มองเขาที่เป็นคู่สนทนาเลยสักนิด พลอยให้ชนาต้องเอ่ยถามอนุทัตอีกครั้ง “ไอ้คุณชายแกฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย?”

“ห๊ะ! แกว่าไงนะไอ้นา” เลิกคิ้วขึ้นพร้อมมองหน้าเพื่อนด้วยความสงสัย

“อ้าว แล้วเมื่อกี้แกไม่ได้ฟังฉันเหรอไง?”

“ออ เอ่อ ฟัง ฟังสิ ฟังอยู่ แกพูดว่าอะไรเหรอ?” ชนาถึงกลับกลอกตาไปมาเมื่อได้ฟังคำตอบจากเพื่อน

อาการเริ่มหนัก ไม่รู้ว่าที่อนุทัตเป็นเช่นนี้เพราะนลินหรือเปล่า ดูคล้ายจะเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ยังตัดใจไม่ได้อีกหรือกับผู้หญิงประเภทนั้น

ภานุและชนาคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเพื่อนที่คล้ายจะทำตัวเป็นคนหูหนวกตาบอดมานานหลายปี จนตอนนี้ก็ไม่ยอมหายเสียที

โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขาคิดและหนักใจอยู่นั้นไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด อาการเหม่อลอยของอนุทัตไม่ได้เกิดจากนลินทว่ามันเกิดจากใครอีกคนที่พวกเขาคาดไม่ถึงต่างหาก

 

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ปรียาวดีต้องเดินทางไปค่ายอาสา ณ จังหวัดหนึ่งทางตอนเหนือของไทย สิ่งที่หนักใจคือเจ้าตัวน้อยทั้งสอง ซึ่งมีอาการงอแงไม่ต่างกันเมื่อหล่อนเอ่ยบอกว่าอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยราวๆ สามสี่อาทิตย์ นับจากวันนี้จนกว่าจะถึงวันที่หล่อนกลับทั้งสองจะอยู่ในความดูแลของป้านุ่มและผักกาด เพราะอนุทัตก็ไปกับหล่อน

ตายยากเสียจริง ยังไม่ครบสามวินาทีหลังจากนึกถึง รถที่แสนคุ้นตาก็ขับเข้ามาจอดเทียบข้างรถตู้คันใหญ่

แพทย์และพยาบาลคนอื่นๆ ไปรถตู้ที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ มีเพียงอนุทัตเท่านั้นที่เอารถส่วนตัวไปคนเดียว ด้วยรู้ตัวเองดีว่าหากเดินทางร่วมกับคนอื่นๆ คงไม่วายทำให้คนเหล่านั้นหมดสนุกกันเสียเปล่าๆ

ทุกคนต่างเกรงกลัวเขายิ่งกว่าอะไรดี

ร่างหนาเดินลงมาจากตัวรถก่อนจะปรายตามองปรียาวดีทว่าหล่อนกลับขยับตัวหนี คล้ายจะหลบไม่ให้เขามองเห็น

อนุทัตเม้มปากแน่นพร้อมเสมองไปทางอื่น นึกหงุดหงิดไม่หายที่ปรียาวดีชอบทำราวกับเขาเป็นสิ่งไร้ตัวตน

บุตรชายของเขาก็อีกคน พอกลับจากโรงเรียน เก็บข้าวของไว้บนห้องจนเสร็จสรรพ ก็วิ่งตรงดิ่งไปที่บ้านของปรียาวดี

ทุกวันนี้เขาไม่ต่างอะไรจากอากาศที่ไม่มีใครมองเห็น

น้อยใจ...แต่พูดอะไรไม่ได้สักคำ ยิ่งกับเธอแล้ว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังรู้สึกเช่นไร

ตั้งแต่คืนนั้นปรียาวดีก็ไม่เคยเฉียดใกล้เขาเลย สายตาท่าทางคล้ายคนเย็นชา เขาไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่เขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ปรียาวดีเปลี่ยนไป เธอไม่ใช่คนเดียวกับที่เขาเจอในเมื่อก่อน

แววตาแสนว่างเปล่าทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมันคล้ายจะสั่นไหวตลอดเวลา รอยยิ้มก็ใช้แค่ยามจำเป็นเท่านั้น ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนต่อให้เดินผ่านกันที่ไหนหล่อนจะยิ้มทักทายเขาเสมอ ทว่าในตอนนี้ปรียาวดีกลับเลือกยิ้มให้เขาเฉพาะแค่ตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนไข้เท่านั้น

ในขณะที่เขาเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องของปรียาวดี ทว่าพอรู้สึกตัวหลุดออกจากภวังค์ก็เลือกที่จะหันกลับมามองหาหล่อนอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบเสียแล้ว เหลือเพียงแค่เพื่อนของเธอ หากเขาจำไม่ผิดคนหนึ่งชื่อเอกภพส่วนอีกคนคือน้ำริน

“มีอะไรหรือเปล่า?” เอ่ยถามเอกภพเมื่อเห็นท่าทีวิตกของทั้งสอง คล้ายจะกังวลอยู่นิดๆ ในขณะที่แบกกระเป๋าขึ้นรถ ทว่าสายตากลับจับจ้องเข้าไปในโรงพยาบาล เหมือนจะมองหาใครบางคนและคนคนนั้นอาจจะเป็นคนเดียวกับที่อนุทัตกำลังมองหาอยู่ก็เป็นได้

“เอ่อ...พอดีปรีไปเข้าห้องน้ำยังไม่มาเลยครับ แล้วรถก็จะออกแล้วด้วย”

อนุทัตเริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่างพลางเหลือบสายตามองไปยังภายในโรงพยาบาล ภาวนาในใจว่าขอให้ปรียาวดีไม่ต้องรีบมา

“พวกเธอขึ้นรถไปเถอะ เดี๋ยวปรียาวดีฉันจัดการเอง คนอื่นขึ้นรถรอหมดแล้ว”

“เอ่อ...” ทั้งเอกภพและน้ำรินต่างเหลือบมองกันอย่างคิดหนัก เพราะดูจากท่าทางของเพื่อนแล้ว ปรียาวดีคงไม่อยากเข้าใกล้อนุทัตสักเท่าไหร่ คาดคะเนจากพฤติกรรมของหล่อนที่แสดงออกมาตลอดสองอาทิตย์นี้

“พวกเธอเป็นเพื่อนกับปรียาวดี ก็คงรู้นะว่าฉันกับเพื่อนเธอเป็นอะไรกัน ขึ้นรถไปได้แล้ว” น้ำเสียงและสายตาแสนดุดันพลอยให้ทั้งสองไม่อาจขัดขืนได้จึงจำยอมก้าวเท้าขึ้นรถไป พลางคิดในใจ ภาวนาให้เพื่อนนั้นโชคดี

ผ่านไปเกือบสิบนาทีร่างบางก็วิ่งออกมาพร้อมชะเง้อคอมองหารถที่เคยจอดเรียงรายอยู่เมื่อครู่ ทว่าตอนนี้กลับพบเพียงความว่างเปล่า และแสงไฟท้ายรถที่เคลื่อนตัวไกลออกไปจนลับสายตา

ปรียาวดีหยิบโทรศัพท์ออกมาหมายจะติดต่อหาน้ำริน ด้วยคิดว่าเพื่อนทั้งสองคงหลงลืมไปว่าหล่อนยังไม่ได้ขึ้นรถ ทว่าหน้าจอก็ถูกมือของใครบางคนยื่นมาปิดเอาไว้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองหล่อนก็รีบถอยเท้าหนีเพื่อรักษาระยะห่าง

ใบหน้าเรียบนิ่ง คิ้วเข้มที่ยักขึ้นทักทายเธออย่างกวนๆ มันทำให้ปรียาวดีเริ่มรู้สึกถึงพายุร้ายที่กำลังพัดโหมกระหน่ำมาทางด้านหลังของตัวเอง

อย่าบอกนะว่าทุกอย่างเป็นเพราะเขา ให้ตายเถอะ เริ่มปวดหนึบๆ ที่กระหม่อมเสียแล้วสิ เจ้ากรรมนายเวรตนนี้ชาติก่อนคงเกิดเป็นปลิงสินะถึงได้ติดแน่นสะบัดไม่หลุดเสียที

คิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย พลางถอนหายใจเบาๆ จ้องมองหน้าคนกวนประสาทอย่างนึกรำคาญ

“ทำหน้าทำตา รำคาญฉันมากหรือไง?”

“คำถามที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ไม่น่าถามนะคะ” หล่อนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าอนุทัตก็ไม่อาจทำอะไรได้เลย ด้วยว่าตอนนี้สถานะของเขามันตรงกับสำนวนที่ว่า ชนักติดหลัง

ความจริงบางอย่างที่รู้มาจากภูรินท์มันทำให้อนุทัตอยากจะหาโอกาสพูดคุยกับปรียาวดีสักครั้ง ทว่าหล่อนก็เอาแต่หลบหน้า บางคราเจอกันก็มีเพียงความเย็นชา คำที่หล่อนพูดกับเขาก็แทบจะนับครั้งได้ เพราะส่วนใหญ่มันมีแค่คำว่า ‘ค่ะ’

แล้วดูเจ้าหล่อนตอนนี้สิ หากมีมีดอยู่ในมือคงแทงเขาไม่ยั้งแล้วล่ะ คล้ายจะโกรธจัดที่รู้ว่าต้องร่วมทางไปกับเขาเพียงแค่สองคน

อยากให้หล่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิม...แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

เวลาที่เลยผ่านไป...คงย้อนกลับมาไม่ได้แล้วสินะ

 

#มาอัพช้าหน่อยน้าาา

พอดีไรท์ไม่ค่อยว่าง แล้วอีกอย่างคือสมองตัน5555

แจ้งรีดทุกคนนะคะ ไรท์จะกลับมาอัพอีกทีตอนที่ไรท์แต่งจบแล้วนะคะ จะกลับมาพร้อมอีบุ๊คทีเดียวเลย รอก่อนน้า ไม่นานหรอก อย่าพึ่งทิ้งกันไปก่อนน้า~ จะรีบกลับมาอัพนะคะ😄😄😄

ความคิดเห็น