email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 161

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.พ. 2564 10:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 7
แบบอักษร

ตอนที่ 7 

 

“โทรตอนนี้เลยเหรอ?”  

สวี่ตัวหนิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เธอมีสีหน้าลังเล จากนั้นก็พูดสิ่งที่เธอคิดออกไป “พวกเมียวเมียวจะพักผ่อนกันแล้วหรือเปล่า....”

“มีคู่รักที่อยู่ด้วยกันคู่ไหนจะพักผ่อนไวขนาดนี้กันเล่า” เหยียนอี้พูดค้าน แววตาของเธอแฝงไปด้วยรอยยิ้มและความซุกซน “เวลาแบบนี้น่ะนะ พวกเขาคงจะกำลังเริ่มทำงานกันอยู่แน่ๆ ”

ทำงาน?

งะ งั้นก็ยิ่งโทรไปไม่ได้เลย สวี่ตัวหนิงวางโทรศัพท์ลง ส่ายหน้าระรัวแล้วพูด “ค่อยโทรพรุ่งนี้แล้วกันนะ”

“ล้อเล่นน่า จะมีของดีแบบนั้นให้เราเห็นได้ที่ไหนกันล่ะ” เหยียนอี้ตบมือเธอเบาๆ “โทรเถอะ แล้วก็นัดเจ๊เมียวออกมาเที่ยวด้วยเลย”

สวี่ตัวหนิงชำเลืองมองเหยียนอี้อีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเหยียนอี้กำลังไซโคเธออยู่ อีกทั้งยังรู้สึกว่าตัวเองคิดมากเกินไปด้วย

ส่วนทำไมจู่ๆ ถึงจะโทรหาเมียวเมียวน่ะเหรอ——

เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เธอกับเหยียนอี้ปรึกษากันว่าจะทำยังไงให้โจวเย่าตกหลุมรักเธอ คุยไปคุยมาก็วนมาเข้าเรื่องที่เมียวเมียวจีบอูเจียงสมัยมหาวิทยาลัย

เธอกับเหยียนอี้ต่างก็เป็นผู้แพ้ในเรื่องความรักทั้งคู่ แต่ไม่เหมือนเมียวเมียว ผู้ชนะในเรื่องความรักสุดเพอร์เฟ็คต์

เหยียนอี้พูดขึ้นเมื่อครู่นี้ว่า “อูเจียงน่ะ ตอนนั้นเป็นหนุ่มเย็นชาชื่อดังของมหาลัยเราเลยนะ จะสาวๆ กี่คนในคณะก็แพ้กันหมด มีเจ๊เมียวนี่แหละที่เด็ดดอกฟ้าลงมาได้ นี่ล่ะ จุดสำคัญมาแล้ว ตกลงว่าเจ๊เมียวน่ะใช้อะไรเอาชนะใจอูเจียงกันแน่! นางใช้แก้ม รูปร่าง หรือว่าใช้ข้างในกันแน่? ถ้าใช้แก้มน่ะ เจ๊เมียวก็สู้แกไม่ได้ ถ้ารูปร่างล่ะก็ฉันกินขาด ถ้าเป็นเรื่องข้างในพวกเราเองก็....เหมือนๆ กันนะ เพราะฉะนั้น แกรู้ไหมว่าอะไรที่เจ๊เมียวใช้เพื่อเอาชนะใจอูเจียง จะใช่ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกจริงๆ เหรอ?”

เหยียนอี้หยุดแล้วมองมาที่เธอ

สวี่ตัวหนิงส่ายหน้า รอให้เหยียนอี้ตอบ สรุปแล้วเธอเข้าใจว่านี่เป็นการย้อนถามอย่างหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นคำถามจริงๆ เสียอย่างนั้น

เพราะเหยียนอี้เองก็ส่ายหน้าแล้วตอบ “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

……

เพราะฉะนั้นก็เลยลงเอยแบบนี้ เธอกับเหยียนอี้ตัดสินใจโทรไปหาเมียวเมียวเพื่อคุยเรื่องกลยุทธ์พิชิตใจชาย

ในเวลาสามทุ่ม เบอร์ของเมียวเมียวโทรติดเร็วมาก แต่ว่าผ่านไปครู่หนึ่งแล้วก็ไม่มีคนรับ

สวี่ตัวหนิงรออยู่ครึ่งนาที จากนั้นก็มองตาเหยียนอี้ ตัดสินใจที่จะวางสาย ในตอนนี้เองสายของเมียวเมียวก็มีคนรับ ——

“เมียวเมียว ฉันตัวหนิงเอง.....” สวี่ตัวหนิงเอ่ยแสดงตัวพร้อมรอยยิ้ม

“ฉันอูเจียง” ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง เสียงเรียบๆ ของเขาปลุกเธอขึ้นมาจากภวังค์ คนที่รับสายเป็นอูเจียงไม่ใช่เจ๊เมียว น้ำเสียงยังคงสั้นกระชับได้ใจความเหมือนเคย

“........” น้ำเสียงของอูเจียงไม่ดีนัก สวี่ตัวหนิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่ทันระวังก็พูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก “สะ....สวัสดีอูเจียง เจ๊...เจ๊เมียวอยู่ไหม?”

“เธออาบน้ำอยู่ มีธุระอะไรหรือเปล่า?” อูเจียงเอ่ยขึ้นเรียบๆ อย่างเล่นตัว

“ขอโทษด้วยนะ มารบกวนซะแล้ว งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยโทรหาเธอก็แล้วกัน” สวี่ตัวหนิงพูดขึ้นอย่างรวดร็ว บอกลาอีกประโยค จากนั้นก็วางสายไป

ด้านตรงข้าม เหยียนอี้ที่ได้ยินทุกอย่างตั้งแต่ต้นก็หัวเราะเสียจนไหล่สั่น “ไม่รู้ทำไมอูเจียงถึงดูเหมือนเย็นชากับแกเป็นพิเศษเลยอะ” หลังจากหัวเราะเสร็จเธอก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัยประโยคหนึ่ง

สวี่ตัวหนิงกระพริบตาปริบๆ เหรอ? แต่พอเหยียนอี้พูดขึ้นมาแบบนี้แล้ว ก็ดูเหมือนอูเจียงเย็นชากับเธอเกินไปจริงๆ แต่ทำไมอูเจียงถึงทำแบบนั้นกับเธอกันล่ะ ต่อให้อูเจียงไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ของเธอกับเมียวเมียว แต่เขาก็เป็นรูมเมทสมัยมหาวิทยาลัยของโจวเย่านะ

“หรือจะเป็นเพราะโจวเย่า? ตอนมหาลัยความสัมพันธ์ของอูเจียงกับโจวเย่าก็ดูเหมือนไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ........” เหยียนอี้เดาขึ้น

เพราะแบบนี้จริงๆ เหรอ เพราะโจวเย่า เธอเลยโดนอูเจียงเกลียดเนี่ยนะ? สวี่ตัวหนิงสบตาเหยียนอี้แวบหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมา จากนั้นก็แผ่มือออกอย่างไม่ใส่ใจ ยังไงซะเธอกับอูเจียงก็คงไม่ได้ติดต่ออะไรกันอยู่แล้ว จะไปสนใจทำไมว่าเขาจะเกลียดหรือไม่เกลียดเธอ

จะเกลียดมันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่ดี

——

วันต่อมา เหยียนอี้ตื่นแต่เช้าออกไปสัมภาษณ์งาน หลังจากสวี่ตัวหนิงจัดการอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก็เริ่มมาเขียนโครงการธุรกิจของเธอ เรื่องห้องที่ซิงไห่วานนั้น เธอกับโจวเย่าจัดการแต่งตั้งตัวแทนเรื่องสัญญาการขายแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งอีกต่อไป อีกทั้งโจวเย่ารับปากกับเธอแล้วว่าอย่างช้าที่สุดก็อีกครึ่งเดือนถึงจะขายให้เธอได้

เขาจัดการทุกอย่างอย่างเป็นทางการมาก ด้านล่างของสัญญายังลงตราประทับไว้อีกสองตรา เธอจึงทำได้เพียงปั๊มลายนิ้วมือส่งกลับไปหนึ่งนิ้ว

สวี่ตัวหนิงคลิกโน้ตบุ๊คต่อ เธอเปิดไฟล์เอกสารขึ้นดู ในไฟล์นั้นมีรูปภาพตุ๊กตาที่เธอออกแบบไว้มากมาย เธอคิดว่าจะเอาภาพทั้งหมดนี้ลงไปไว้ในหนังสือโครงการของเธอ เมื่อเห็นลิง สิงโต แมวน้อย เม่นน้อยแต่ละตัวแล้ว...สวี่ตัวหนิงก็อดใจลอยขึ้นมาไม่ได้

ต้องทำยังไงโจวเย่าถึงจะตกหลุมรักเธอกันนะ?

คำถามนี้ยิ่งคิดก็ยิ่งทำยาก เธอกับโจวเย่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ก็ย่อมต้องสนิทชิดเชื้อกันเป็นธรรมดา ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้แต่งงานกันก็สามารถพูดได้ว่าโจวเย่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของเธอ

เธอเชื่อเหมือนกันว่าในชีวิตของโจวเย่า.....เธอก็คงมีสถานะที่ไม่ต่างกัน

แต่โจวเย่าไม่ได้มีความรู้สึกแบบชายหญิงให้เธออย่างแน่นอน ในตอนที่แต่งงานกัน โจวเย่าก็เคยยืนยันกับเธอแล้ว และไม่ต้องพูดถึงหลังจากนั้น เพื่อผู้หญิงที่ทำให้ใจเขาเต้นที่หาได้ยากแสนยากในชีวิตของเขา โจวเย่าจึงยื่นข้อตกลงให้เขาและเธอกลับสู่สถานะโสดเหมือนเดิม

แปลกจริง สมัยตากับยายของเธอ ถ้าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กก็มักจะกลายเป็นคนรักกัน แต่สมัยนี้มักจะกลายมาเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทหรือเพื่อนซี้เสียมากกว่า

สวี่ตัวหนิงยิ้มเยาะให้ตัวเอง มองดูเวลาในหน้าจอคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็กดวิดีโอคอลไปหาน้าของเธอที่อยู่ที่โทรอนโต เพราะจะต้องคุยนานแน่ๆ เธอจึงวางโทรศัพท์ไว้หน้าคอมพิวเตอร์ ให้กล้องอยู่ตรงกับเธอพอดี

ตอนนี้ที่โทรอนโตเป็นเวลาประมาณสองทุ่ม พวกน้าๆ คงยังไม่นอนกัน วิดีโอคอลของเธอถูกรับอย่างรวดเร็ว สวี่ตัวหนิงเผยใบหน้ายิ้มแย้ม ทักทายน้าสาวในหน้าจอที่กำลังมาส์กหน้าอยู่ตอนนี้ว่า “ฮัลโหล แม่เหม่ย” แม่เหม่ยเป็นชื่อเล่นที่เธอใช้เรียกน้าสาวในช่วงหลายปีมานี้

“Hello ตัวหนิง!” เสียงที่ตอบเธอกลับมาไม่ใช่เสียงของน้า แต่เป็นเสียงน่ารักของเด็กคนหนึ่ง

วินาทีต่อมา หัวน้อยๆ หัวหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากทางด้านหลังน้าอย่างดีอกดีใจ ปรากฏตัวออกมาอย่างน่ารักน่าชังในหน้าจอโทรศัพท์ เจ้าหนูน้อยใส่ชุดนอนลายแกะน้อย โบกมือให้เธอไม่หยุด จากนั้นก็เรียกเธออย่างตื่นเต้นไม่หยุดหย่อน “ตัวหนิง ตัวหนิง ตัวหนิง.......”

อืม เป็นเพราะเธอไม่ได้วิดีโอคอลกลับไปหาสองวันแล้ว พอสานส่านรับสายของเธอก็เลยตื่นเต้นเกินเหตุ กระโดดโลดเต้นบนโซฟาไม่หยุดหย่อน

“สานส่าน หนูทำแบบนี้มันจะไปโดนแม่เหม่ยที่มาส์กหน้าอยู่นะ” สวี่ตัวหนิงบอกหนูน้อยที่อยู่ในวิดีโอ พูดเสร็จก็ทำหน้าแลบลิ้นปลิ้นตาแบบลูกแกะใส่กล้อง

สานส่านก็แลบลิ้นปลิ้นตากลับมาเหมือนเธอเปี๊ยบ เลียนแบบได้เหมือนจริงๆ

“เอาล่ะอลิซ ลูกลงมานั่งคุยกับตัวหนิงดีๆ สิ” ในวิดีโอ น้ากอดสานส่านไว้เพื่อจัดการน้องที่กำลังร่าเริงอยู่

ค่อยยังชั่ว แค่พูดกับสานส่านดีๆ เธอก็สงบลงและเชื่อฟังได้ในที่สุด

“ตัวหนิง อยู่ที่.....จีน....สบายดีไหม?” สานส่านเริ่มถามเธอ ตอนพูดคำว่าจีนออกมาก็ค่อนข้างจะเสียพลังงานไปพอสมควร ด้านหนึ่งก็เพราะจีนเป็นอะไรที่แปลกสำหรับเธอมาก ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะภาษาจีนของเธอยังไม่ค่อยดีนัก

“สบายดีมากจ้ะ เสียแต่ว่าคิดถึงพวกหนูไปหน่อย” สวี่ตัวหนิงพูด

สานส่านยิ้มหวานขึ้นมา โชว์ฟันน้อยๆ ที่เรียงตัวอยู่ จากนั้นก็แสดงความคิดถึงให้เธอแบบเด็กๆ “หนูก็คิดถึงตัวหนิงนิดนึงเหมือนกัน” นิดนึงคือเท่าไหน สานส่านใช้มือน้อยของเธอขึ้นมาทำท่าประกอบ

จากนั้นก็รัวส่งจุ๊บให้เธอ ปิ้วปิ้วปิ้วปิ้วปิ้ว.....ครั้งแล้วครั้งเล่า

เร็วเสียจนสวี่ตัวหนิงรับไม่ทันเลยทีเดียว

บทสนทนาต่อจากนั้นก็เป็นคำพูดที่น้าสอนหนึ่งประโยค สานส่านพูดหนึ่งประโยค ล้วนแต่เป็นคำถามแสดงความห่วงใยทั้งสิ้น

“ตัวหนิง ตัวหนิงหางาน....ที่จีนได้หรือยัง?”

“ตัวหนิง ได้กินข้าวดีๆ ไหม?”

“ตัวหนิง ช่วงนี้ได้ทำตุ๊กตาหมีน้อยบ้างหรือเปล่า?”

“..........”

คุยกันไปได้พักใหญ่ สานส่านที่อยู่ในวิดีโอก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว น้าจึงปล่อยให้เธอไปเล่นตามใจ จากนั้นก็เดินออกมายังห้องนั่งเล่นด้านนอก เปลี่ยนน้ำเสียงแล้วเอ่ยขึ้น “ตัวหนิง เราอย่าขายห้องที่นั่นเลย”

สวี่ตัวหนิง “.......”

“ช่วงนี้น้าเขยเราก็เริ่มเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นแล้ว ยื่นล้มละลายก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร พวกเราเริ่มใหม่กันได้อยู่แล้ว”

“น้าคะ มันก็แค่ห้องชุดเดียวเท่านั้นเอง” สวี่ตัวหนิงพูดออกไปอย่างตั้งตัวไม่ทัน “ขายห้องไปชุดหนึ่งก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย หนูยังมีอีกห้องหนึ่งนะ”

สีหน้าของน้าไม่สู้ดี

“จริงสิ เดี๋ยวหนูให้น้าดูห้องของยายนะ” สวี่ตัวหนิงยกโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืน กดสลับกล้องแล้วแนะนำแต่ละมุมของห้องขึ้นมา “น้าดูสิ หนูแปลงโฉมห้องชุดนี้ของยายใหม่หมดเลยนะ ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะคะ!”

“แล้วก็ นี่ หนูจะให้ดูโซฟาที่ซื้อมาใหม่....”

สวี่ตัวหนิงเดินไปยังห้องนั่งเล่น จู่ๆ โทรศัพท์ที่ต่อสายวิดีโอคอลอยู่ก็สั่นขึ้น มีโทรศัพท์สายใหม่โทรเข้ามา หน้าจอเปลี่ยนไปอัตโนมัติ ปรากฎเบอร์ของโจวเย่าโทรเข้ามา

สวี่ตัวหนิงกดตัดสายของโจวเย่าก่อน จากนั้นก็คุยกับน้าต่อ หลังจากนั้นสิบนาที เธอถึงได้โทรกลับไปหาโจวเย่า

“ทำไมเมื่อกี้ตัดสายฉัน” ประโยคแรกที่โจวเย่าเอ่ยก็คือถามเรื่องที่เธอกดตัดสาย

“ฉันวิดีโอคอลอยู่” สวี่ตัวหนิงตอบเขากลับไป

“กับรูมเมทเธอเหรอ?” โจวเย่าเดาขึ้นมา

“เปล่า กับน้าที่โทรอนโตน่ะ” สวี่ตัวหนิงพูด

ปลายสาย โจวเย่ายกยิ้มขึ้น ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความดีใจ จากนั้นจึงพูดกับเธอว่า “ฉันจะไปทำงานที่เมืองชวน ต้องซื้อของกินอะไรไปฝากบ้าง”

“นาย....จะไปเมื่อไหร่เหรอ?” สวี่ตัวหนิงถาม พอถามเสร็จ ก็ได้ยินเสียงประกาศเรียกให้ขึ้นเครื่องของสนามบินดังขึ้นมาจากโทรศัพท์

“เดี๋ยวก็จะบินแล้ว ไปสองวัน” โจวเย่าตอบกลับเธอเช่นเดียวกัน

สวี่ตัวหนิงส่งเสียงอื้มในลำคอ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับโจวเย่าเคยไปเที่ยวเมืองชวนด้วยกัน เธอชอบอาหารโดยเฉพาะขนมของที่นั่นมาก ในเมื่อโจวเย่าถามเธอแบบนี้ เธอก็ไม่เกรงใจแล้วนะ สั่งเขาไปเสียหลายอย่างทีเดียว

โจวเย่าพูดขึ้น “อืม โอเค”

สวี่ตัวหนิง “แสร้ง” ทำเป็นเกรงใจเล็กน้อย “จะลำบากไปหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก” โจวเย่าบอกกับเธอ “ฉันให้เหอเฮ่าไปซื้อให้น่ะ”

สวี่ตัวหนิง “......อ๋อ”

“ฉันไม่มีเวลาจริงๆ ไม่งั้นฉันก็คงไปซื้อให้เธอด้วยตัวเองแล้ว” น้ำเสียงของโจวเย่าดูจนใจขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ย “ฉันขึ้นเครื่องแล้วนะ กลับไปแล้วจะไปหา”

สวี่ตัวหนิง “งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ”

โจวเย่าวางสายไปแล้ว ในตอนสุดท้าย คำว่าอื้มดังขึ้นที่ข้างหูของสวี่ตัวหนิงอย่างแผ่วเบาชวนจั๊กจี้ หูเธอร้อนขึ้นมาอย่างประหลาด คงเป็นเพราะแนบโทรศัพท์นาน สวี่ตัวหนิงวางสาย จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาลูบหูตัวเองเบาๆ

——

สองวันต่อมา สวี่ตัวหนิงเขียนโครงการธุรกิจของเธอมาตลอด เพราะโจวเย่าพูดเรื่องตุ๊กตาหมีของเธอขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง เธอเรียกโครงการธุรกิจอันนี้เป็นการชั่วคราวว่า——การก่อตั้งตุ๊กตาหมีแบรนด์ตัวหนิง และรับทำตุ๊กตาตามสั่ง

ในตอนค่ำ เหยียนอี้กลับมา พอกลับมาก็ดื่มน้ำก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เดินมานั่งบ่น บ่นไปได้ห้านาทีก็ดื่มน้ำต่อ แล้วก็บ่นอีก

“โอ๊ย ตายๆ ฉันโดนโลกแห่งความจริงเล่นงานเข้าอย่างจังเลย!” เหยียนอี้ล้มตัวลงบนเตียง คร่ำครวญไม่หยุด

สวี่ตัวหนิงลูบหัวเหยียนอี้เบาๆ “นี่มันแค่สองวันเองไม่ใช่เหรอ?”

เหยียนอี้ส่ายหน้าอย่างขมขื่น จากนั้นก็ถามเธอขึ้น “วันนี้แกทำอะไรน่ะ.....ไม่หาอะไรทำหน่อยเหรอ?”

“เขียนหนังสือโครงการ” สวี่ตัวหนิงบอกเหยียนอี้ จากนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “เหมือนแกนั่นแหละ ขยันหาอะไรทำไปเรื่อย”

“หนังสือโครงการอะไรกัน?” เหยียนอี้ถามอย่างแปลกใจ

สวี่ตัวหนิง “หนังสือโครงการธุรกิจ”

ดวงตาของเหยียนอี้เป็นประกายขึ้นมาก “ธุรกิจอะไรน่ะ?”

สวี่ตัวหนิงยกยิ้มขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “ฉันจะสร้างตุ๊กตาหมีแบรนด์ตัวหนิง”

เหยียนอี้ : ... ตัวหนิงน้อยของช้าน!

สวี่ตัวหนิงคาดไม่ถึงว่าทิศทางในการทำงานของเหยียนอี้จะเปลี่ยนไปไวขนาดนี้ หลังจากอ่านหนังสือโครงการที่เธอยังเขียนไม่เสร็จ ก็รีบบอกว่าจะทำธุรกิจและก่อตั้งแบรนด์ตุ๊กตาหมีด้วยกันกับเธออย่างตื่นเต้น

ทำธุรกิจด้วยกันน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่เหยียนอี้ตัดสินใจเร็วเกินไปหรือเปล่า สวี่ตัวหนิงมองหน้าเหยียนอี้แล้วเอ่ย “นี่ฉันจริงจังนะ”

เหยียนอี้ “...ฉันก็จริงจังเหมือนกัน!”

สวี่ตัวหนิงเป็นคนโดนเกลี้ยกล่อมได้ง่ายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดเหยียนอี้ที่ตื่นเต้นจนไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป เหยียนอี้จับแขนเธอแล้วก็พูดขึ้นไม่หยุดว่า “รวยแล้วอย่าลืมเพื่อนนะ รวยแล้วอย่าลืมเพื่อน!”

สวี่ตัวหนิงอดเตือนสติขึ้นมาไม่ได้ “ถ้าขาดทุนจะทำยังไง จะรวยได้ยังไงล่ะ?”

ใช่แล้ว นี่คือปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด จะต้องคิดให้ดีๆ หลังจากเหยียนอี้คิดอยู่ครู่ใหญ่ เธอก็เอ่ยขึ้น “ถ้าเกิดขาดทุนขึ้นมาจริงๆ งั้นฉันไป...ขายตัวใช้หนี้ดีไหม?”

หมดคำจะพูด สวี่ตัวหนิงแก้ไขหนังสือโครงการ เธอเติมชื่อเหยียนอี้เพิ่มลงในช่องผู้ดำเนินโครงการอีกหนึ่งคน

ชื่อธุรกิจ : การก่อตั้งตุ๊กตาหมีแบรนด์ตัวหนิง และรับทำตุ๊กตาตามสั่ง

รายชื่อผู้ดำเนินโครงการ : สวี่ตัวหนิง,เจิ้งเหยียนอี้

……

เป็นไปตามคาด เหยียนอี้ไม่ได้ออกไปหางานอีก วันต่อมาเธอก็หลับจนตื่นขึ้นมาเอง ทันใดนั้นเอง สวี่ตัวหนิงก็เริ่มเข้าใจถึงเหตุผลที่เหยียนอี้ดึงดันจะทำธุรกิจร่วมกับเธอให้ได้ สองวันต่อมา โจวเย่ากลับมาจากเมืองชวนแล้ว หนังสือโครงการของเธอก็เสร็จแบบคร่าวๆ แล้วเหมือนกัน

เรื่องธุรกิจและความรักจะต้องไปพร้อมๆ กัน ในตอนค่ำที่โจวเย่าส่งข้อความมา สวี่ตัวหนิงกำลังเปลี่ยนชุดอยู่ที่ห้องของเหยียนอี้ เธอใส่ชุดนอนสุดเซ็กซี่ที่เหยียนอี้ตั้งใจมอบให้เธอโดยเฉพาะ

เพราะว่าติดต่อเมียวเมียวไม่ได้ เหยียนอี้เลยกลายเป็นที่ปรึกษาของเธอชั่วคราว สิ่งที่ต้องทำข้อแรกก็คือเปลี่ยนสไตล์ของเธอซะ

“เบบี๋ แกรู้ไหมว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของแกคืออะไร? แกทั้งสวยทั้งน่ารัก ติดอย่างเดียวคือไม่เซ็กซี่พอ”

“นักจิตวิทยาเคยกล่าวไว้ว่า ผู้ชายน่ะอดทนต่อความรู้สึกแปลกใหม่ไม่ค่อยได้ แถมยังหมดความสนใจแล้วก็ความอยากเอาชนะกับสิ่งของและคนที่คุ้นเคยข้างกายได้ง่ายมาก แกกับโจวเย่าน่ะตรงกับปัญหานี้เลย”

“แต่อย่าเพิ่งกังวลไป ยังพอมีวิธี——”

“ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป แกจะต้องทำให้โจวเย่าเกิดความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมกับแก”

“แกต้องเปลี่ยนตัวเอง”

“ได้”

เหยียนอี้พูดอย่างมีเหตุมีผล สวี่ตัวหนิงพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็เอ่ยปากขึ้น “เดี๋ยวคืนนี้เราค่อยมาคุยกันต่อนะ ฉันไปเปลี่ยนชุดก่อน ”

เหยียนอี้ “ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ?”

สวี่ตัวหนิงบอกเหยียนอี้ “โจวเย่าส่งข้อความมา บอกว่าเดี๋ยวจะเอาของกินเข้ามาให้...ตอนนี้อยู่ระหว่างทางแล้ว”

“ไม่ไม่ไม่ ตัวหนิง ไม่ต้องเปลี่ยนเลยนะ” เหยียนอี้ไม่เห็นด้วย มองเธอแล้วพูด “เดี๋ยวแกก็ออกไปเปิดประตูให้โจวเย่าทั้งชุดนี้นี่แหละ”

อะไรนะ...

สวี่ตัวหนิงหันหน้าไปมองชุดสายเดี่ยวสีชมพูและกระโปรงตัวจิ๋วในกระจก เลิกคิ้วน้อยๆ ให้เหยียนอี้ที่อยู่ด้านหลัง——แน่ใจเหรอ

แน่ใจ!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว