ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 578

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2564 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12
แบบอักษร

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ พี่อัคสบายดีนะคะ?” 

“สบายดีครับ” 

“เอาละคุยเรื่องสำคัญกันก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไรไร้สาระ ตาอัคนั่งลงได้แล้ว”คุณหญิงสายทิพย์รีบพูดเข้าเรื่องสำคัญ  

นิรชาเดินเข้าไปไหว้คุณหญิงสายทิพย์และนั่งลงโซฟาเพื่อพูดคุยตามที่ผู้มีพระคุณต้องการ 

“คุณท่านมีอะไรจะพูดกับนิ้งเหรอคะ?” 

“ฉันไม่อ้อมค้อมนะ ตอนนี้ตาอัคกลับมาแล้วและพร้อมจะทำงานที่บริษัทเต็มตัว”คุณหญิงสายทิพย์มองหน้าลูกชายอีกครั้ง อัคคียิ้มรับอย่างภาคภูมิเมื่อรับรู้ว่าผู้เป็นแม่กำลังจะมอบหน้าที่สำคัญให้ 

 “แต่...มันติดอยู่ที่ว่าบริษัทของฉันมีปัญหา”นิรชาหันไปสบตาคนพูดเธอพลางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาลางๆ 

 “ปัญหาอะไรครับคุณแม่?” 

“คือ...บริษัทเรากำลังประสบปัญหาทางการเงินขั้นวิกฤต”คุณหญิงสายทิพย์ตัดสินใจพูดออกไปตรงๆเมื่อไร้ซึ่งหนทางแก้ไข 

“หมายความยังไงครับ ไหนแม่บอกผมว่าบริษัทเรามีกำไรทุกปี”อัคคีลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด  

“ก็ฉันไม่อยากให้แกต้องเครียดกลัวจะไปกระทบกับการเรียนก็เลยต้องพูดออกไปแบบนั้น ที่จริงบริษัทเราเริ่มมีปัญหามาตั้งแต่พ่อแกเสีย สินสอดยัยนิ้งก็ต้องเอามาโปะหนี้ต่างๆที่กู้มาพยุงบริษัท แต่ตอนนี้มันมากเกินที่จะรับไหวแล้ว ถ้าถึงที่สุดจริงๆแม่คงต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลาย” 

“ไม่จริงคุณแม่โกหก ไหนคุณแม่บอกผมว่านิ้งแต่งงานเพราะอยากดองกับบริษัทคู่ค้าไงครับ”นิรชามองสองแม้ลูกสลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจ 

“แม่ให้นิ้งแต่งงานเพราะต้องการเงิน ผู้ชายคนนั้นมาตามจีบนิ้งช่วงนั้นพอดี” 

“โถ่เว้ย! แล้วจะทำยังไงกันต่อไปแม่ทำทุกอย่างแย่ไปหมดแม่รู้ไหม?” 

“อย่าโทษคุณท่านเลยค่ะเรื่องนี้นิ้งก็มีส่วนผิด ตอนนี้นิ้งจะพอมีเงินเก็บอยู่ คงจะพอช่วยคุณท่านได้บ้าง” 

“ถ้าแกอยากช่วยฉันจริงๆ ก็ไปบอกผัวแกให้ช่วยซื้อหุ้นบริษัท ไม่ก็ไปขอยืมเงินผัวแกมาให้ฉัน” 

“คงไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้คุณภูกำลังป่วยนิ้งไม่อยากเอาเรื่องเครียดไปกระทบจิตใจเขา” 

“ก็ได้ข่าวว่าตาบอดไม่ใช่เหรอก็จับมือมันเซ็นยกทรัพย์สินให้แกซะสิ หรือไม่ก็แอบเอาที่ดินมันไปขายคงได้เงินมามากเหมือนกัน” 

“พอเถอะค่ะคุณท่านแค่นี้นิ้งก็รู้สึกผิดมามากพอแล้ว คุณท่านเคยสัญญาว่าถ้าพี่อัคกลับมาทุกอย่างจะจบ นิ้งอยากให้คุณท่านรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับนิ้ง” 

“แกกล้าย้อนฉันเหรอ?” 

“นิ้งไม่ได้...” 

“นิ้ง!พอเถอะ” 

“ดูไว้นะเจ้าอัค ผู้หญิงคนนี้มันเนรคุณกับครอบครัวเราขนาดไหน แหมได้ดิบได้ดีแล้วคิดจะทิ้งกัน” 

“นิ้งไม่เคยคิดเนรคุณ แต่สิ่งที่คุณท่านทำมันมากเกินไป นิ้งทำไม่ได้จริงๆ” 

“ดูมันพูดเข้า ดีนะที่แกจะแต่งงานกับหนูลิลลี่ถ้าฉันได้แม่นี่มาเป็นสะใภ้ฉันยอมตายดีกว่า” 

“คุณแม่พอเถอะครับวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง” 

“แกเข้าข้างมันเหรอ!”กลิ่นอายความตึงเครียดและบรรยากาศแสนอึดอัดเริ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ 

“คุณแม่ขึ้นไปพักเถอะครับผมจะไปส่งนิ้งที่บ้านเอง” 

“แต่แม่” 

“ผมขอเถอะครับวันหลังค่อยคุยกัน” อัคคีมองคนเป็นแม่ด้วยแววตาขึงขังจนคุณหญิงสาวทิพย์ต้องยอมถอย  

  

นิรชาเดินเคียงสายหนุ่มอันเป็นที่รักมาจนถึงหน้าบ้านโดยไม่เอ่ยประโยคใดออกมา ราวกับว่าอยากใช้ความเงียบทบทวนความรู้สึกของตัวเอง 

 “นิ้งขับรถมาค่ะ พี่อัคไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ” 

“จอดรถไว้ที่นี่แหละ พี่จะไปส่งพี่มีเรื่องจะคุยกับนิ้งด้วย”เธอไม่มีโอกาสที่จะปฏิเสธเมื่อถูกอัคคีดึงข้อมือไปขึ้นรถและขับออกไปทันที 

“มันทำอะไรนิ้งรึเปล่า”เขาขับรถไปปรายตามองเธอไป 

“คุณภูเป็นสุภาพบุรุษค่ะ เขาไม่ได้ล่วงเกินนิ้ง”อัคคียิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าหญิงสาวข้างกายไม่ได้ถูกเอาเปรียบจากชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี 

“ดีแล้ว พี่ยังยืนยันคำเดิมนะว่าพี่ยังรักนิ้ง นิ้งคือผู้หญิงคนเดียวที่พี่แคร์” 

นิรชาฝืนยิ้มกับถ้อยคำที่เคยสั่นคลอนหัวใจของเธอได้ในวันวาน พอได้ฟังอีกครั้งกลับไม่ได้ทำให้ซาบซึ้งตื้นตันอย่างที่เคยเป็น  

อัคคีขับรถมาถึงหน้าบ้านของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนิรชา เขากวาดตามองรอบๆบ้านหลังใหญ่ตรงหน้าก่อนจะเดินลงไปเปิดประตูรถให้หญิงสาว 

“วันนี้พี่มาส่งนิ้งแต่วันหน้าพี่จะมารับนิ้งคืนพี่สัญญา พี่ขอโทษที่ปล่อยให้คุณแม่บีบบังคับนิ้งแบบนี้” 

“ขอบคุณที่มาส่งนิ้งนะคะ”เธอมองชายหนุ่มอีกครั้งและฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล 

อัคคีมองตามร่างบางบางด้วยแววตาอาวรณ์ก่อนจะห้ามใจไม่ไหววิ่งเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังอย่างโหยหา 

“พี่อัค!”นิรชาตกใจที่ถูกโอบกอดโดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวหันมองไปรอบๆเพราะกลัวใครจะมาเห็น  

“ปล่อยค่ะ”นิรชาหันไปหาชายหนุ่มเธอใช้แรงผลักอัคคีออกให้ห่างตัวส่วนเธอก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะ 

“ดูแลตัวเองดีๆอดทนนะเพื่ออนาคตของเรา”อัคคีพยายามจะเอื้อมไปจับข้อมือเล็ก แต่นิรชากลับยิ่งถอยหลังออกห่าง 

 “พี่อัคอย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องของเราเลยค่ะ ตอนนี้พี่มีลูกและแม่ของลูกให้ต้องดูแลพี่ควรโฟกัสให้ถูกคน” 

“นิ้งรู้?” 

“นิ้งขอตัวนะคะ”นิรชาเดินหนีเข้าบ้านเพราะไม่อยากคุยเรื่องส่วนตัวของเธอและอัคคีที่นี่ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาคลอดวงตาคู่งามออกและเดินขึ้นห้องด้วยความผิดหวัง  

นิรชาเปิดประตูเข้ามาห้องนอนเห็นภูวิศนั่งกอดอกอยู่ปลายเตียงเธอเลือกจะเดินเลี่ยงโดยไม่คุยกับเขาเพราะรู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองยังไม่คงที่นัก 

นิ้วเรียวค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มออกทีละเม็ด เพราะคิดว่าภูวิศมองไม่เห็นจึงไม่ได้ระวังตัวอะไรมากนัก 

“กลับมาแล้วเหรอ?”ภูวิศยิ้มเหี้ยมมองคนอยู่ในชุดหลุดลุ่ยกระดุมเสื้อถูกปลดออกทุกเม็ดจนเห็นบลาสีขาวโอบอุ้มอกอวบที่นูนเด่นออกมา 

นิรชาเดินเข้าไปใกล้สามีหนุ่มเธอยกมือขึ้นไปโบกไปมารอบๆดวงตาของชายหนุ่ม ภูวิศได้โอกาสคว้าร่างบางลงมานั่งบนตักและกอดรัดเอวคอดเอาไว้แน่น  

“กอดกับผู้ชายอื่นต่อหน้าต่อตาผัวไม่อายบ้างเหรอ?”คนถามหรี่ตามองหญิงสาวอย่างเป็นต่อ 

“นี่คุณ!”นิรชาสบตาภูวิศด้วยความสงสัย เธอค่อยๆรวบสาบเสื้อเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นแววตาเจ้าเล่ห์แสดงออกมาอย่างไม่ปกปิด 

           “คุณไม่ได้ตาบอด?”นิรชาดันร่างแกร่งออกและลุกขึ้นจัดเสื้อให้เข้าที่ 

“แล้วคุณคิดว่าไง?”ภูวิศยักคิ้วและเดินเข้าหาภรรยาสาว 

“คุณทำแบบนี้ทำไม โกหกกันทำไมความรู้สึกของฉันมันน่าล้อเล่นนักใช่ไหม?”สิ้นคำพูดของหญิงสาวภูวิศก็บดจูบลงบนปากอิ่มทันทีอย่างจาบจ้วงและรวดเร็ว 

“อื้อ…” 

“หวานเหมือนเดิมเลยนะ มิน่าชู้ถึงตามเช้าตามเย็น” 

ภูวิศถอนจูบพลางยกยิ้มมุมปากและแค่นหัวเราะอย่างเหยียดๆ  

เพี๊ยะ!  

นิรชาตวัดนิ้วลงบนใบหน้าคนฉวยโอกาสด้วยความโมโห จนชายหนุ่มหันไปตามแรงตบ 

“คนเลว” 

“มันก็เหมาะสมกันแล้วไม่ใช่เหรอ คุณก็ร้ายผมก็เลวผมจะบอกคุณให้นะนิรชาคนอย่างผมไม่เคยทำใครก่อน ถ้าผมไม่โกหกว่าตาบอดผมจะได้เห็นอะไรเด็ดๆเหมือนวันนี้ไหม?” 

“ระหว่างฉันกับพี่อัคมันไม่มีอะไร” 

“อย่าร้อนตัวสิ ผมยังไม่ได้ถามเลย”ภูวิศย่างสามขุมเข้าหาร่างบางอีกครั้ง 

“ก็สายตาคุณมันฟ้อง” 

“ฟ้องว่าอะไร ฟ้องว่าผมหึงผมหวงคุณเหรอ ถ้ารู้จักผมดีขนาดมองตาก็รู้ใจ คุณก็คงรู้ว่าคนอย่างผมเกลียดคนโกหกที่สุด ผมจะให้โอกาสคุณพูดความจริงอีกครั้งว่าคุณปิดบังอะไรผมอยู่” 

“ไม่มี” 

“ปกติผมไม่ให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง แต่ถ้าให้แล้วยังกล้าปฏิเสธที่จะพูดความจริงบทลงโทษมันก็จะหนักขึ้นนะรู้ไหม?”ภูวิศใช้นิ้วบีบแก้มนุ่มเบาๆและมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายคาดเดาไม่ถูก 

“ถ้าคุณหึงฉันกับพี่อัค ฉันอธิบายได้พี่อัคเป็น...” 

“เป็นลูกคุณหญิงสายทิพย์แม่บุญธรรมที่คุณรักนักรักหนาจนยอมถูกบังคับให้มาแต่งงานกับผมใช่ไหม?” 

“...” 

“ทำไมเงียบละ ไม่หาข้ออ้างมาแถละครับคุณนิรชา?”ภูวิศใช้สรรพนามห่างเหินจนนิรชาแอบใจหาย 

“ไว้คุณใจเย็นกว่านี้เราค่อยมาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า ตอนนี้ฝืนคุยไปก็มีแต่จะชวนทะเลาะ” 

“ตอนนี้ผมใจเย็นและเย็นมากด้วย ไม่งั้นคงไม่ปล่อยให้พวกคุณยืนพลอดรักกันหน้าบ้านได้หรอก” 

“มันไม่ใช่แบบนั้น” 

“เลือกมาดีกว่าว่าจะนั่งคุยกันดีๆแบบเปิดใจ หรือว่าจะนอนคุยบนเตียงกันแบบ...เปิดอก”

 

********************** 

ความคิดเห็น