ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 3: ไวรัสครองโลก

ชื่อตอน : เส้นทางวิวัฒนาการที่ 3: ไวรัสครองโลก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 728

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.พ. 2564 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เส้นทางวิวัฒนาการที่ 3: ไวรัสครองโลก
แบบอักษร

เส้นทางวิวัฒนาการที่ 3: ไวรัสครองโลก 

 

ผู้คนในประเทศไททันต่างก็วิตกกังวล ตื่นตระหนกรีบซื้อข้าวของมากักตุนและขังตัวเองอยู่ในบ้าน บ้านบางหลังก็ถึงกับสร้างแนวป้องกันแบบง่ายๆเอาไว้ เหล่าคนรวยผู้มีอิทธิพลต่างก็หนีลงที่หลบภัยใต้ดินของตัวเอง ชาวบ้านผู้คนในเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บางคนเริ่มไม่สนใจกฎหมาย ฆ่า ปล้น ข่มขืน ทำในสิ่งที่ตนอยากทำก่อนตาย

 

อีวานที่อาศัยอยู่บนหอพักใกล้มหาลัยที่ตนเรียนอยู่ ก็ทำได้เพียงแค่ล็อคประตูห้องหน้าต่างและลากตู้มากั้นประตูไว้เท่านั้น อาหารและน้ำที่กองอยู่ในห้องนั้นสามารถอยู่เพียง 5 เดือนเท่านัั้น หากกินอย่างประหยัดล่ะก็นะ

 

คิ้วของอีวานขมวดแน่น ในหัวคิดถึงวิธีเอาตัวรอดต่างๆนาๆ แต่ก็ไม่มีวิธีไหนที่มั่นใจว่าจะทำได้ จึงทำได้เพียงถอนหายใจแล้วปล่อยวางเท่านั้น นี่ไม่ใช่หนังหรือการ์ตูน มันคือโลกความจริงอันโหดร้าย หากว่ามีพระเอกออกมาช่วยโลกนี้ไว้ได้อย่างในหนังก็ดีสิ

 

แต่เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอย่างธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้เรียนศิลปะการป้องกันตัว ไม่ได้ฉลาดจนคิดหาวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้ได้ และที่สำคัญคือความคิดก็เป็นได้เพียงความคิด หากเจอสถานการณ์จริงจะเป็นไปตามสิ่งที่เราคิดหรือไม่ก็ไม่สามารถฟันธงได้ ตอนนี้จึงทำได้เพียงปล่อยวางและเตรียมใจตายเอาไว้เท่านั้น

 

ใช่แล้วคุณฟังไม่ผิดหรอก เขาเตรียมใจตายอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องทำใจมากนัก แถมเขายังไม่รู้สึกวิตกกังวลที่จะตายเลยซักนิด ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนประหลาด หรือมนุษย์ผิดปกติที่ไม่กลัวความตายกันแน่ เมื่อหยิบเอาเรื่องนี้มาคิด อีวานก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้

 

เขาเป็นคนที่ไม่เคยกลัวความตายเลยตั้งแต่เกิดมา มันฝังอยู่ในจิตสำนึกและวิญญาณว่าความตายนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว สิ่งที่อีวานกลัวคงมีเพียงแต่ความเจ็บปวดก่อนที่จะตายเท่านั้น ดังนั้นปัจจุบันอีวานเลยโหลดหนัง เกม การ์ตูนและนิยายไว้ในเครื่องคอมและโทรศัพท์มือถือของตน จากนั้นก็ใช้ชีวิตต่อไปอย่างไม่ทุกร้อนเท่าไหร่

 

แม้ว่าบางครั้งจะมีเสียงคนข้างนอกทะเลาะกันดังเข้ามาบ้างก็ตาม บ้างก็เกิดเสียงปืนดังขึ้นจนอีวานถึงกับสะดุ้ง พอฟังเสียงข้างนอกดีๆเขาจึงเดาว่าคงเป็นตำรวจกำลังไล่ยิงคนร้ายอยู่ล่ะมั้ง เมื่อไม่มีอะไรแล้วเขาจึงกลับไปนอนต่อ นี่ขนาดผู้ติดเชื้อยังไม่บุกเข้ามาในประเทศนะเนี่ย ยังเกิดความโกลาหลขนาดนี้

 

โลกเริ่มจะโหดร้ายขึ้นทุกขณะ จนมนุษย์เริ่มทนความกดดันไม่ไหว แสดงพฤติกรรมดิบเถื่อนของตนออกมาโดยไม่สนใจศีลธรรมอีกต่อไป อีวานเริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง จากเสียงข้างนอกห้องที่ดังเข้ามาทุกวันทำให้เขาเริ่มกลัวว่าจะมีใครพังประตูเข้ามาทำร้ายเขา เขาจึงหาข้าวของไปกั้นประตูเพิ่ม แล้วจึงกลับไปนอนต่อด้วยความสบายใจ

 

สามวันต่อมาในที่สุดผู้ติดเชื้อก็บุกเข้ามาในประเทศไททันแล้ว ปัจจุบันผู้ติดเชื้อนั้นวิวัฒนาการจนสามารถทนต่อแรงระเบิดขนาดเล็กได้แล้ว เหล่าระเบิดมือของทหารไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป จำนวนจรวดนำวิถีและระเบิดระดับสูงที่พอจะส่งผลกระทบกับกับเหล่าผู้ติดเชื้อนั้นก็มีจำนวนไม่เพียงพอที่ต้านทานพวกมัน

 

ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงทหารป้องกันที่แนวชายแดนก็ถูกทำลาย ผู้ติดเชื้อนับล้านพุ่งเข้ามาในประเทศไททันอย่างรวดเร็ว ไม่มีสิ่งใดสามารถขวางกั้นมันได้ ภายในหนึ่งวัน ประชาชนครึ่งหนึ่งในประเทศไททันกลายเป็นผู้ติดเชื้อ นี่ขนาดประชาชนส่วนใหญ่ขังตัวเองอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของป้องกันยังไม่สามารถถ่วงเวลาพวกมันได้นานนัก

 

ปัง ปัง ปัง ปัง.... 

 

เกิดเสียงกระแทกประตูห้องพักของอีวานดังสนั่น และคาดว่าจะพังอีกไม่นาน ในตอนนี้ทั้งใบหน้าและแผ่นหลังของอีวานเต็มไปด้วยเหงื่อ มันจะพังเข้ามาแล้ว เสียงคำรามกรีดร้องอันดังของผู้ติดเชื้อภายนอกห้องเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้นในแววตาลึกๆของมันกลับเต็มไปด้วยสติปัญญา ซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็น

 

โครม.... 

 

“ฉิบหาย” อีวานกล่าวในใจขณะที่มองไปยังประตูที่พังลง

 

ไม่นานตู้เสื้อผ้าและของกั้นที่เหลือก็พังตามประตูไป ผู้ติดเชื้อเพศหญิงเดินเข้ามาหาอีวานอย่างช้าๆ ไม่เหมือนกับท่าทีบ้าคลั่งที่ทุบประตูทำลายข้าวของเมื่อกี้เลย เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอนั้นมีลักษณะที่เหมือนกับมนุษย์ปกติทั่วไป ไม่เห็นเหมือนซอมบี้ในหนังเลยสักนิด ด้วยใบหน้าที่สวยและรูปลักษณ์โด่ดเด่นขนาดนี้ ดูยังไงก็คนปกติที่เป็นดาราชัดๆ

 

ก่อนที่เธอจะกลายเป็นผู้ติดเชื้อเธอคงเคยเป็นคนที่สวยมากคนนึงอย่างแน่นอน ขนาดกลายเป็นผู้ติดเชื้อแล้วเธอยังคงสวยงามเช่นเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทุบประตูเข้ามาด้วยแรงอันมหาศาล ท่าทางที่ดุร้ายและรอยเลือดเต็มตัวแล้วล่ะก็ อีวานคงคิดว่าเธอเป็นคนปกติอย่างแน่นอน

 

อีวานได้เตรียมใจไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่รู้จะขัดขืนยังไงและต่อสู้ยังไง ก็ในเมื่อคนเกือบครึ่งโลกกลายเป็นผู้ติดเชื่ออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้แต่ทหารที่มีอาวุธยังไม่รอด อย่าพูดถึงเขาที่ไม่มีแม้แต่มีดเลย ดังนั้นตนทำได้หลับตาเตรียมรับกับความเจ็บปวดที่ถูกกระทำ

 

เขาไม่มีท่าทีขัดขืนโดยหวังว่าเธอจะไม่ทำอะไรรุนแรงกับเขามากนัก เวลานับวินาทีผ่านไปช่างนานราวชั่วโมงในความคิดของอีวาน นี่ก็นานมากแล้วตั้งแต่ที่เธอพังประตูเข้ามา และเขายอมถวายตัวให้ แต่อีวานก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เขาจึงลืมตาขึ้น

 

และนั่นทำให้เขาถึงกับสดุ้งถอยหลังไปจนติดกำแพง ก็เธอเล่นยื่นหน้าสวยที่เต็มไปด้วยเลือดเข้ามาจ่อหน้าเขาในระยะห่างไม่ถึง 5 เซนติเมตรเสียอย่างนั้น ถ้าไม่ตกใจนี่สิแปลก เวรเอ้ย นี่เธอเป็นผู้ติดเชื้อที่โหดร้ายคลุ้มคลั่งและฆ่ามนุษย์ไปทั่วจริงไหมเนี่ย ทำไมยังเหมือนกับว่า เธอมีความคิดสติปัญญาและอยากแกล้งเขากันล่ะ อีวานคิดอย่างไม่เข้าใจ

 

ฮิฮิ.. 

 

เธอหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่การแกล้งนั้นประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นร่างของเธอก็เบลอพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้าอีวานอีกครั้ง

 

เร็วมาก.. 

 

อีวานคิดในใจอย่างตื่นตระหนก การเคลื่อนไหวนั้นเร็วจนสายตาของเขาไม่อาจตามทัน เธอจับอีวานยกร่างของเขาขึ้นไปบนเตียงและนั่งค่อมทับเขาเอาไว้ นั่นทำให้อีวานตกใจมาก อยากจะขยับหนีแต่ก็ทำไม่ได้ ด้วยแรงอันมหาศาลของเธอ ในจังหวะนั้นเองเธอก็กัดลงไปที่คอของเขาอย่างรวดเร็วจนเขาแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดในตอนแรก

 

แต่วินาทีต่อมาเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่คอพร้อมกับสติที่เริ่มหมดลงจนสลบไปในที่สุด ความคิดสุดท้ายที่แล่นเข้าไปในหัวคือ ในที่สุดก็จบเสียที พ่อ แม่ ผมกำลังไปหาพวกท่านแล้วได้โปรดรอผมด้วย...

 

เวลาผ่านไป 1 เดือนต่อมา ทั้งโลกถูกยึดครองโดยผู้ติดเชื้อ มนุษย์ 99% กลายเป็นผู้ติดเชื้อ ที่เหลือรอดอีก 1% นั้นซ่อนตัวอยู่ในฐานลับใต้ดินหรืออาศัยอยู่ที่ห่างไกล เช่น ขั้วโลกเหนือ บนเรือกลางมหาสมุทร และกระจายอยู่ตามหมู่เกาะต่างๆ เป็นต้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะรอดปลอดภัยเสมอไป ในอีก 1 ปี 2 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า มนุษยชาติต้องสูญพันธุ์แน่นอน 100% ไม่มีโอกาสโต้กลับได้แล้ว จากเผ่าพันธุ์ที่เคยครอบครองโลก กลายเป็นเผ่าพันธุ์ในประวัติศาสตร์ไปในที่สุด

 

นี่อาจจะเป็นผลกรรมที่มนุษย์ทั้งมวลได้ทำเอาไว้ก็เป็นได้ มนุษย์ได้ทำร้ายโลกในหลากหลายรูปแบบ ใฝ่หาความสะดวกสบายจนเมินเฉยต่อผลกระทบที่ตนทำ ทั้งทิ้งขยะ สร้างมลพิษและล่าสัตว์บางชนิดจนสูญพันธุ์ หรือนี่อาจจะไม่ใช่ผลกรรมอะไรทั้งนั้น มันเป็นเพียงกฏแห่งป่าเหมือนที่มนุษย์ได้กระทำต่อสัตว์โลกอื่นๆ

 

นั่นคือผู้อ่อนแอต้องถูกกำจัดโดยผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ไม่ว่าจะเพราะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ณ ปัจจุบัน ในดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกนี้ ไม่มีเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า “มนุษย์” อีกต่อไป...

 

--------------------------------------------------------

สำหรับนักอ่านผู้ใจดี น่ารัก และหล่อเหลาเหมือนกับไรท์ สามารถโดเนทค่ากาแฟได้ที่ true wallet : 0939639931 

---------------------------------------------------------

ความคิดเห็น