email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แอบมอง...แอบหวั่นไหว part:วาริน+ชล

ชื่อตอน : แอบมอง...แอบหวั่นไหว part:วาริน+ชล

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แอบมอง...แอบหวั่นไหว part:วาริน+ชล
แบบอักษร

“อ้าว!! เป็นไงกันบ้าง ได้ยินพวกนี้ว่ามีตัวอะไรมาติดกับดักล่าสัตว์ ผมกำลังจะไปดูพอดี” เสียงถามจากชายชราวัยหกสิบกว่า ผมสีดอกเลา หน้าตาใจดี ใส่โสร่ง ยืนรออยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เกสรรีบผละไปหาชายสูงวัยทันที

“ครับผู้ใหญ่ จับได้มาหนึ่งตัวครับ” เสียงเข้มของชลกล่าวขึ้น วารินหันขวับไปมองชายหนุ่มหน้าตาบูดบึ้ง

“จับได้ตัวอะไรมาครับผู้กอง”ผู้ใหญ่ถมถามนายทหารหนุ่ม

“นี่ไงครับ!! จับได้ตัวยุ่งมา หนึ่งตัว” ไม่พูดเปล่าชลกับดึงแขนเรียวเล็กให้เดินไปหยุดเบื้องหน้าผู้ใหญ่ หญิงสาวส่งยิ้มแห้งๆส่งให้ผู้ใหญ่ถม ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆของเหล่าทหารกล้าทั้งหลาย วารินมองใบหน้าชลอีกครั้งพร้อมกับค้อนขวับ

“สวัสดีค่ะ ผู้ใหญ่ หนูวาริน มาจากบริษั ท P.D.โปรดั๊กชั่นที่จะเข้ามาถ่ายทำสารคดีที่หมู่บ้านนี้ค่ะ” วารินยกมือไหว้ผู้ใหญ่พร้อมกับแนะนำตัว

“อ๋อครับ เป็นไงบ้างครับที่พักพออยู่ได้มั๊ยแม่หนู” ผู้ใหญ่ถมยิ้มรับ เมื่อพูดถึงบ้านพัก ใบหน้าจิ้มลิ้มกับแหยเกขึ้นมาทันที

“คือ ผู้ใหญ่คะ จะเป็นไรมั๊ยคะถ้าหนูจะขอยืมตัวเกสรมานอนเป็นเพื่อน คือหนูไม่ชินกับการนอนคนเดียว แฮ่ๆ” วารินถูมือไปมา

“ไม่ชินหรือว่ากลัวผี”คำพูดของผู้กองหนุ่มทำให้วารินขนลุกซู่ขยับตัวเข้าใกล้อย่างไม่ตั้งใจ

“พูดทำไมเนี่ย เขาไม่ให้เอ่ยถึงไง ไม่เคยได้ยินหรอลุง พูดถึงผีเดี๋ยวผีก็มาหรอก ไม่รู้ล่ะ นะคะผู้ใหญ่”หญิงสาวเกาะแขนแข็งแกร่งของชลพร้อมกับทำหน้าเลิ่กลัก ก่อนจะหันไปออดอ้อนผู้ใหญ่ใจดี ส่วนสาวน้อยเกสรก็รอคอยคำตอบจากบิดาอย่างใจจดใจจ่อ

“ได้ครับ”ผู้ใหญ่อนุญาตออกมาในที่สุด

“เย้!!! ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจก่อนจะกอดคอเกสรให้เดินไปบ้านพักด้วยกัน ทำให้ทั้งหมดมองตามไปด้วยรอยยิ้มกับความอัธยาศัยดีของหญิงสาว

“ว่าแต่ผู้กองไปสืบเรื่องจอแปมาได้เรื่องอะไรบ้างครับ”ผู้ใหญ่ถมถามขึ้น

“จอแปกำลังลำเลียงยาเสพติดผ่านทางช่องแคบทางทิศตะวันตกที่ห่างจากที่นี่ไป แต่ยังไม่ข้ามมายังเขตเรา เราคงทำได้แค่เพียงเฝ้าดูไปก่อนครับผู้ใหญ่ ผมคิดว่าน่าจะมีคนฝั่งเราไปรอรับตรงจุดไหนสักแห่งที่สามารถหลบสายตาทหารได้”ชลพูดขึ้นเมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาประจำการยังฐานปฏิบัติการณ์

“ไอ้จอแปมันคือมนุษย์ล่องห่นดีๆนี่เองครับผู้กอง ไม่เคยมีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของมัน เพราะปกติคนที่จะออกหน้าแทนมันจะเป็นอองทีซะมากกว่า” ผู้ใหญ่ถมพูดขึ้น

“เพราะว่าเราไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าจอแปนี่แหละครับมันเลยทำให้เราทำงานกันยากขึ้น บางทีมันอาจจะปะปนกับกลุ่มของพวกเราก็ได้โดยที่เราไม่รู้ตัว”ชลกอดอกนิ่งอย่างใช้ความคิด ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่มาประจำการอยู่ชายแดนแห่งนี้ จอแปคือพ่อค้ารายใหญ่ที่โด่งดังที่สุดและที่สำคัญไม่เคยมีผู้ใดที่เคยเห็นหน้าเขา ที่ผ่านมาก็จับได้เพียงแค่ลูกสมุนเล็กๆหางแถวแค่นั้น และคำตอบของพวกมันก็คือไม่เคยเห็นหน้านายใหญ่แม้แต่คนเดียว

 

เสียงดนตรีที่ดังแว่วมาทำให้ร่างบางขมวดคิ้วมุ่นคืนนี้เป็นคืนเดือนหงาย หญิงสาวนั่งลงบนโต๊ะทำงานเล็กๆที่ริมหน้าต่าง มือบางเขียนอะไรบางอย่างหยุกหยิก สายลมพัดเอื่อยๆ ผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะทำให้เย็นสบายและผ่อนคลาย หญิงสาวนั่งหลับตาพริ้มเมื่อเสียงดนตรีนั้นช่างพอเหมาะพอเจาะกับบรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่จริงๆ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักระบายยิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นมาเท้าคางของตัวเองไว้

“เพราะจัง ใครตีระนาดเนี่ย” เธอพึมพำเบาๆ ดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นทีละน้อย หญิงสาวชะงักสายตาของเธอหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ เมื่อเห็นด้านข้างของชายคนหนึ่งยืนแหงนหน้ามองดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่าง ร่างสูงยืนพิงต้นไม้ต้นนั้น เธอพิศเพ่งอยู่นาน ริมผีปากจิ้มลิ้มขยับเป็นรอยยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เสี้ยวหน้าที่เธอเห็นยามกระทบกับแสงจันทร์ทำไมถึงดูมีเสน่ห์แบบนี้เนี่ย เธอเท้าคางมองภาพชายหนุ่มเบื้องหน้าราวกับละเมอ

“ ไม่คิดว่าคนดุดัน โหดเหี้ยมอย่าง อีตาลุงเนี่ยจะมีมุมดีๆแบบนี้ให้สาวสวยอย่างวารินได้หัวใจเต้นแรงแบบนี้นะเนี่ย ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์นะลุง” หญิงสาวพึมพำออกมาราวคนละเมอ จู่ๆชายหนุ่มที่เธอแอบมองกลับหันขวับมาสบตาอย่างจังกับหญิงสาวที่แปลงร่างเป็นนักถ้ำมองเขาอยู่ทำให้ใบหน้าที่ยิ้มอยู่ของวารินถึงกับยิ้มค้างมือที่เท้าคางทรุดลงทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มแทบขะมำลงบนโต๊ะใบเล็กอย่างตกใจเมื่อถูกจับได้ 

“ผู้หญิงอะไร นั่งแอบมองผู้ชายอยู่ได้”เสียงเข้มเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตากับไหวระริกอย่างนึกสนุก

“เปล่านะ ก็ใครใช้ให้ลุงมายืนอยู่ระดับสายตาหนูพอดีล่ะ พอเงยหน้ามาก็เลยเห็นหรอก”วารินเถียงกลับแบบเอาสีข้างเข้าถู

“อ๋อหรอ สรุปว่าไม่ได้มอง สงสัยที่เห็นเมื่อกี้จะเป็นผีบ้านผีเรือน”ชายหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับยักไหล่

“หยุดนะ ห้ามพูดเรื่องผีนะ แล้วก็ห้ามเดินไปไหนด้วย”ใบหน้าหญิงสาวเริ่มเหลียวซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง เกสรก็ยังไม่มาเพราะไปซ้อมดนตรี คงเป็นเสียงที่เธอได้ยินอยู่เมื่อกี้

 “ทำไม กลัว?”ชลถามขึ้น

“อืม จริงๆก็ไม่ได้กลัวหรอก แค่เกรงใจนิดหน่อย แต่ไม่มาก็ดี” เสียงใสตอบเบาๆทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก

“ไร้สาระ ผีไม่น่ากลัวหรอก สิ่งที่น่ากลัวคือคนต่างหาก”คำพูดของนายทหารหนุ่มพูดขึ้นทำให้วารินเงยหน้าไปสบตาเขาอีกครั้ง เงาวูบไหวที่อยู่หลังพุ่มไม้ทำให้ตากลมโตขมวดคิ้วมุ่นเพ่งมองนิ่ง วัตถุที่สะท้อนแสงจันทร์จนเกิดสีวาววับทำให้วารินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ลุง!!! ระวัง” เสียงใสตะโกนออกไปสุดเสียง ชลหลบหวืดอย่างหวุดหวิด มีดพกปลายสั้นสีเงินถูกปล่อยออกมาจากด้านหลังปักฉึก!!ลงบนลำต้นของต้นไม้ที่ชายหนุ่มยืนพิงอยู่ ร่างเล็กรีบลุกจากโต๊ะทำงานแล้ววิ่งออกไปจากบ้านพัก เธอสาวเท้าลงบันไดบ้านแล้ววิ่งไปหาผู้กองหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเครียดขึง

“ลุง!!! เป็นไงบ้างคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” มือเรียวของหญิงสาวจับแขนชายหนุ่มไว้แน่น ดวงตากลมโตสำรวจไปรอบๆร่างกายของเขาอย่างเป็นห่วง ชลมองหญิงสาวนิ่ง ใจเขาตอนนี้มันเริ่มสั่นไหวกับคนร่างเล็กตรงหน้าจนเขารู้สึกแปลกใจกับตัวเอง

“เปล่า ผมไม่เป็นไร ขอบคุณมากนะที่เตือนไม่งั้นมีดเล่มนี้คงปักตรงลำคอพอดี”ดวงตาคมเข้มราวเหยี่ยวตวัดไปมองตำแหน่งที่มีดปักต้นไม้ซึ่งมันตรงกับลำคอของเขาพอดีถ้าเขาหลบไม่ทัน

“พวกนั้นเป็นใคร ทำไมเขาถึงต้องการชีวิตลุง”วารินมองชายหนุ่มอย่างไม่สบายใจ ชลส่ายหัวน้อยๆ เขาก็ไม่รู้แต่ถ้าจะให้เดาก็คงเป็นพวกของจอแปเพราะฝีมือไม่ธรรมดา ถ้าไม่ได้คนตัวเล็กช่วยไว้เขาคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ชลมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างซึ้งใจ

“เกิดอะไรขึ้นครับผู้กองผมได้ยินเสียงร้อง”จ่าสมาน วิ่งหน้าตื่นมากับหมู่เทพ ชายหนุ่มไม่ได้ตอบแต่ดวงตาจับจ้องไปยังมีดสั้นที่ปักอยู่บนต้นไม้แทน

“มันเล่นลอบกัดกันแบบนี้เลยหรอครับ”หมู่เทพชักสีหน้าไม่พอใจ

“ขึ้นชื่อว่าโจร มันไม่สนใจวิธีที่มันจะทำร้ายคนหรอกค่ะ”วารินพูดขึ้น

“คุณเห็นหรอครับ”จ่าสมานถาม วารินพยักหน้าน้อย

“ฉันเห็นแค่เงาไหววูบที่อยู่ที่พุ่มไม้ด้านหลัง แต่มาสะดุดตรงแสงสีเงินแวววับที่สะท้อนแสงจันทร์จึงรู้ว่ามันเป็นมีด และเป้าหมายของมันก็คือผู้กอง” วารินสรุป

“คุณวารินดูไม่ตื่นกลัวเลยนะครับกับเหตุการณ์แบบนี้” หมู่เทพมองหญิงสาวร่างเล็กอย่างนึกทึ่ง

“ถ้าเรากลัวเราก็จะพลาดได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นสถานการณ์แบบนี้สติสำคัญที่สุดค่ะ”หนุ่มๆต่างมองหญิงสาวเพียงคนเดียวอย่างอึ้งๆ

“ถ้าไม่รู้ว่าคุณเป็นคนที่มาถ่ายทำสารคดีที่นี่ผมจะคิดว่าคุณเป็นตำรวจหญิงปลอมตัวมานะครับเนี่ย ฮ่าๆๆ”คำพูดของจ่าสมานทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาเบาๆ

@อีกด้าน

“พลาดครับท่าน”เสียงหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับก้มหน้าลง

“เรื่องแค่นี้ทำไมถึงพลาดได้ ปกติมึงไม่เคยพลาด”เสียงเหี้ยมดังขึ้นจากบุรุษนิรนาม

“มีคนส่งสัญญาณเตือนมัน มันเลยไหวตัวทัน”

“มันเป็นใคร?”

“ผู้หญิงที่มาจากเมืองหลวงครับท่าน”คำรายงานจากลูกน้องทำให้บุรุษปริศนาที่ปิดบังใบหน้าเหลือเพียงแค่ดวงตาหันกลับมามอง

“ผู้หญิงจากเมืองหลวง น่าสนใจดี  ถ้ามีโอกาสพาตัวมันมาให้กู”คำสั่งของชายหนุ่มทำให้ลูกน้องคนสนิทพยักหน้ารับคำสั่ง

“แต่ดูว่าเธอจะรู้จักไอ้ผู้กองมันด้วยนะท่าน”

“งั้นหรอ หึ นั่นยิ่งทำให้กูอยากได้ มึงกลับเข้าไปในหมู่บ้านได้แล้ว”

“ไอ้ชล มึงกับกูชาตินี้มันต้องตายกันไปข้างหนึ่ง” เสียงเหี้ยมจากบุรุษลึกลับพร้อมกับดวงตาดุดันหันไปมองทิศทางที่มีแสงสว่างเบื้องหน้าด้วยความแค้น

 @ หมู่บ้านริมชายแดน

“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”เสียงของผู้ใหญ่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมอง ผู้ใหญ่ที่ถือไฟฉายเดินมาข้างกายมีร่างของเด็กสาวเกสรเดินมาด้วย เมื่อเธอเห็นวารินเธอก็รีบวิ่งมาหาหญิงสาวทันที

“มีคนลอบเข้ามาทำร้ายผู้กองครับผู้ใหญ่”จ่าสมานรายงาน

“จับตัวได้มั๊ยครับผู้กอง”ผู้ใหญ่ถมถามขึ้นอย่างนึกเป็นห่วง

“ไม่ครับ ผมไม่เป็นไร เราต้องตรวจดูเวรยามกันให้ดีๆ จ่ากำชับทุกหน่วยให้ตึงเข้มเวรยามแต่ละจุดให้แน่นหนา”ชลสั่งการ

“ครับๆ”จ่าสมานรับคำสั่งก็รีบไปปฏิบัติหน้าที่

“ส่วนหมู่เทพจัดทหารให้เดินตรวจตราบริเวณนี้ด้วย”

“ครับผู้กอง”หมู่เทพก็ผละออกไปทำตามคำสั่ง

“ส่วนเธอวาริน ขึ้นนอนได้แล้ว ปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนาทุกบาน ไม่ต้องกลัว พวกผมจะคอยดูแลความปลอดภัยอยู่แถวๆนี้”ชลหันไปมองหญิงสาวร่างเล็ก

“ค่ะ ไปนอนกันเถอะเกสร ขอตัวก่อนนะคะผู้ใหญ่” วารินจูงมือเกสรเอาไว้ก่อนจะหันไปพูดกับผู้ใหญ่ถมแล้วเดินขึ้นไปบนเรือนอย่างว่าง่าย หญิงสาวเดินมาที่หน้าต่างที่เปิดเอาไว้ เธอเดินมาจนชิดหน้าต่างเอื้อมมือทั้งสองข้างออกไปเพื่อดึงบานหน้าต่างแต่สายตากลมโตก็อดมองไปยังคนร่างสูงไม่ได้และเขาก็มองเธออยู่แล้วเช่นกัน หญิงสาวขยับริมฝีปากส่งยิ้มอ่อนๆไปให้ก่อนจะปิดหน้าต่างลงกลอนให้แน่นหนาตามที่ชายหนุ่มบอกเธอล้มตัวลงนอนเคียงข้างเกสร หญิงสาวยกมือขึ้นกุมตรงหน้าอกด้านซ้ายทำไมถึงรู้สึกแปลกๆแบบนี้นะวาริน

“นี่ฉันกำลังมีความรักหรอ กับอีตาลุงนั่นน่ะนะ เป็นไปได้ไง”เธอบ่นพึมพำพลางยกมือขึ้นแนบแก้มตัวเอง แรงสะกิดน้อยๆทำให้วารินหันไปมอง เกสรจ้องมองเธอตามแป๋ว

“อุ๊ย หลับเถอะเกสร พรุ่งนี้ต้องไปส่งพี่ทัวร์หมู่บ้านนะ ตกลงมั๊ย?” วารินพูดขึ้น เกสรพยักหน้าอย่างตื่นเต้น

หน้าต่างบานนั้นปิดไปแล้ว ผู้ใหญ่ก็เดินกลับไปแล้ว แต่ชายหนุ่มยังคงหยุดยืนมองบานหน้าต่างบานเดิมนิ่ง  ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงท่าทางที่เธอแสดงออกมาว่าห่วงใยเขา

“หึ!! ยัยตัวแสบ”

..................................

ว่าน้องมันตัวยุ่ง ระวังจะหลงยัยตัวยุ่งหัวปักหัวปำนะลุงนะ อิอิ

ช่วยคอมเม้นท์ กดถูกใจเพื่อเป็นแรงใจให้ไรท์ด้วยนะค่ะ

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว