ยินดีต้อนรับเข้าสู่คลังนิยายของ Bad.M 🖤🖤

🚫STOP PLAYBOY | 05 หนีไม่พ้น

ชื่อตอน : 🚫STOP PLAYBOY | 05 หนีไม่พ้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 833

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2564 10:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
🚫STOP PLAYBOY | 05 หนีไม่พ้น
แบบอักษร

STOP PLAYBOY | 05 หนีไม่พ้น

.

.

: VELA :

หนึ่งเดือนผ่านไป...

"อยู่โรงเรียนอย่าดื้ออย่าซนหนูต้องเชื่อฟังคุณครูเข้าใจไหมคะ?" ฉันพูดกับลูกออกไปหลังจากที่ตอนนี้ฉันมาส่งลูกที่โรงเรียนแล้ว

 

"เข้าใจแล้วค่ะ"

 

"ดีมากค่ะ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นแม่จะมารับนะ"

 

"ค่าาา"

 

"ไปค่ะน้องวันใหม่ เราเข้าไปในโรงเรียนกันดีกว่านะคะ" คุณครูหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะพาวันใหม่เดินเข้าไปในโรงเรียนซึ่งลูกสาวตัวน้อยของฉันก็หันมาโบกมือให้พอฉันเห็นแบบนั้นก็โบกมือกลับไปนับว่าเป็นโชคดีของฉันที่วันใหม่ไม่ได้ร้องไห้เหมือนกับเด็กคนอื่นๆเวลาที่ต้องไปโรงเรียนหรือต้องห่างพ่อห่างแม่ของตัวเองการที่เธอเกิดมาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแบบนี้นับว่าเป็นบุญของฉันจริงๆ ฉันยืนมองตามแผ่นหลังลูกจนเดินลับตาไปคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากจะยืนมองดูลูกก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้าฉันไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าวันใหม่จะเป็นยังไงแต่ฉันขอแค่เธอเป็นคนดีก็พอ

 

 

 

ตึกตึกตึก ฉันเดินมาตามทางเดินของอาคารเก่าคร่ำครึที่ฉันเช่าห้องอยู่ก่อนที่ฝีเท้าจะหยุดชะงักไปเมื่อเห็นบุคคลกลุ่มหนึ่งมายืนรอฉันอยู่ที่หน้าห้องเช่า

 

"เสี่ยกวง" เสี่ยกวงเจ้าหนี้เจ้ากรรมป้าของฉันเองและตอนนี้ฉันก็มารับกรรมต่อจากป้าของฉันเพราะหลังจากที่ป้าของฉันหนีหนี้ไปฉันก็ต้องหาเงินมาจ่ายดอกแทนเพื่อที่จะเอาบ้านที่ถูกยึดคืนมาแต่ทว่ามาจนถึงตอนนี้หนี้สินพวกนั้นมันก็ยังไม่หมดสักทีเพราะดอกเบี้ยของเสี่ยกวงสูงมาก

 

"ลื้อมาได้สักทีนะ ปล่อยให้อั๊วรอตั้งนาน"

 

"เสี่ยมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่าจ้ะ?" ฉันเอ่ยถามเสี่ยกวงออกไปก่อนจะเดินเข้าไปหาบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้อย่างช้าๆ

 

"อั๊วจะมาคุยกับลื้อเรื่องหนี้" เสี่ยกวงตอบกลับมาและนั่นก็ทำให้ฉันถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัยถ้าจะมาทวงเรื่องจ่ายดอกฉันจ่ายไปตั้งแต่เดือนที่แล้วนะ

 

"ถ้าเป็นเรื่องนั้นฉันจ่ายดอกให้เสี่ยไปแล้วนะจ้ะ"

 

"อั๊วรู้แล้ว แต่ที่อั๊วมาหาลื้ออั๊วจะมาคุยกับลื้อเรื่องเงินต้น" พอฉันได้ยินแบบนั้นก็หยุดนิ่งไปเสี่ยกวงจะมาคุยกับฉันเรื่องเงินต้นงั้นหรอทำไมอยู่ๆถึงจะมาคุยเรื่องนี้กันล่ะ

 

"พอดีอั๊วจะย้ายกลับไปอยู่ประเทศจีนแล้ว อั๊วก็เลยจะเคลียร์ลูกหนี้ให้หมดก่อนที่อั๊วจะกลับซึ่งก็หมายความว่าลูกหนี้ทุกคนจะต้องเอาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดมาจ่ายคืนอั๊ว"

 

"ว่าไงนะจ้ะ ต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดงั้นหรอ!?"

 

"ใช่ แล้วจากที่อั๊วดูหนี้สินป้าของลื้อตอนนี้มีเงินต้นที่ติดอั๊วอยู่สามแสนถ้ารวมดอกเบี้ยเข้าไปด้วยก็ทั้งหมดสามแสนห้า"

 

"สะ...สามแสนห้า!" ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจทำไมมันถึงได้เยอะขนาดนี้เนี่ยตลอดห้าปีที่ผ่านมาที่ฉันจ่ายเงินไปมันลดไปแค่สองแสนบาทเองงั้นหรอ

 

"เสี่ยจ้ะ ฉันไม่มีเงินก้อนไปจ่ายคืนเสี่ยหรอกจ้ะ เสี่ยก็รู้ว่าฉันไม่ได้เรียนจบสูงไม่ได้ทำงานที่มีรายได้ดีฉันเป็นแค่เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารเล็กๆเงินเดือนก็แค่เก้าพันบาทต่อเดือนแถมยังมีลูกติดอีกแค่ลำพังฉันหาเงินเลี้ยงตัวเองกับลูกก็ลำบากมากแล้ว"

 

"อาเวลา ลื้ออย่าเพิ่งตกใจไปอั๊วไม่ได้จะให้ลื้อเอาเงินมาจ่ายวันนี้หรือพรุ่งนี้สักหน่อยอั๊วมีเวลาให้ลื้อไปหาเงินอยู่น่า"

 

"เสี่ยมีเวลาให้ฉันเท่าไหร่จ้ะ"

 

"อั๊วมีเวลาให้ลื้อสามเดือนก่อนที่อั๊วจะกลับจีน ลื้อต้องหาเงินมาคืนอั๊วให้ได้ภายในสามเดือนทั้งต้นและดอก..."

 

"แต่ถ้าลื้อหามาคืนอั๊วไม่ได้คงรู้ใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง" เสี่ยกวงทิ้งคำพูดตบท้ายไว้ให้ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวูบซึ่งฉันก็พยักหน้าตอบกลับไปพลางๆอย่างน้อยก็มีเวลาตั้งสามเดือนที่ฉันจะต้องหาเงินมาจ่ายคืนแต่จะไปหาเงินจากที่ไหนก็ค่อยว่ากันอีกที

 

 

 

หลายวันผ่านไป...

"เวลา เวลา เวลา!" ฉันสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงพี่แพทตะโกนเรียกฉันขึ้นมา

 

"พี่แพท..." พี่แพทเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารที่ฉันทำงานอยู่ซึ่งพี่แพททำงานอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว

 

"เป็นอะไร พี่เรียกตั้งนานก็ไม่ได้ยิน" พี่แพทถามพร้อมกับเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน

 

"มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยค่ะ" ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ฉันเอาแต่นั่งคิดว่าจะไปหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้คืนเสี่ยกวงเพราะด้วยวุฒิการศึกษาเท่านี้ฉันไม่มีทางที่จะไปสมัครงานที่มันได้เงินสูงๆแน่ได้แต่เพียงหางานที่มีค่าแรงขั้นต่ำทำเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงไม่พอที่จะไปใช้หนี้คืนเสี่ยกวงหรอกเพราะถ้าจะหาเงินให้ได้สามแสนห้าอย่างน้อยฉันต้องทำงานวันนึงให้ได้สามถึงสี่พันบาทถึงจะได้

 

"เรื่องเงินใช่ไหม?" พี่แพทถามฉันกลับมาอย่างรู้ทันซึ่งพี่แพทกับฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วยกันทั้งคู่และพบเจอกับปัญหาที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ พี่แพทเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเธอเลิกกับสามีไปตั้งแต่ตอนที่เธอยังท้องและหลังจากนั้นเธอก็เลี้ยงลูกคนเดียวมาโดยตลอดพี่แพทยังบอกอีกว่าตอนนั้นเธอลำบากมากๆไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตไหนจะต้องเลี้ยงลูกแล้วยังต้องหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตัวเองอีกแต่สุดท้ายพี่แพทก็ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ถึงแม้จะมีล้มลุกคลุกคลานอยู่บ้างแต่มันก็ทำให้พี่แพทกลายเป็นผูัหญิงแกร่งที่สามารถเลี้ยงสองชีวิตมาได้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้

 

"ใช่ค่ะ" ฉันก็ตอบพี่แพทกลับไปตามความจริงอีกอย่างหนึ่งในช่วงที่ฉันเพิ่งคลอดวันใหม่ฉันก็ได้พี่แพทนี่แหละที่คอยช่วยเหลือและคอยให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิตในการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

 

"บอกพี่ได้ไหมว่ามีปัญหาอะไร เผื่อพี่จะช่วยได้"

 

"พอดีว่าเจ้าหนี้เก่าป้าของเวลาจะย้ายกลับไปอยู่จีนแล้วเขาก็จะเคลียร์ลูกหนี้ให้หมดก่อนที่เขาจะกลับเขาก็เลยให้เวลาไปหาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาจ่ายคืนเขาภายในสามเดือนค่ะ"

 

"แล้วยอดมันทั้งหมดเท่าไหร่?"

 

"สามแสนห้ารวมดอกเบี้ยแล้วค่ะ"

 

"เยอะขนาดนี้เลยหรอ!" พี่แพทตกใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของฉันขนาดฉันยังตกใจเลยเพราะจ่ายมาตั้งห้าปีแต่เงินต้นลดไปแค่สองแสนเองดอกเบี้ยโหดจริงอะไรจริง

 

"ใช่ค่ะ ตอนนี้เวลาไม่รู้ว่าจะไปหาเงินก้อนนั้นได้จากที่ไหนลำพังงานที่ทำอยู่หักลบค่าใช้จ่ายก็เหลือน้อยแล้ว" ฉันตอบกลับไปด้วยความกังวลใจทำไมฉันถึงต้องมาเจอแต่ปัญหาอะไรแบบนี้นะ

 

"เวลาใจเย็นๆก่อนนะ มีเวลาอีกตั้งสามเดือนยังพอมีทางหางานทำอยู่"

 

"แต่ถ้าจะให้ได้เงินสามแสนห้าเวลาต้องหางานที่ได้เงินวันละสามถึงสี่พันไม่งั้นไม่มีทางเก็บเงินได้ถึงแน่นอนค่ะ"

 

"งานที่ได้เงินวันละสามถึงสี่พันงั้นหรอ...จริงสิ!" แต่ดูเหมือนว่าพี่แพทจะนึกอะไรขึ้นมาได้พอฉันเห็นท่าทีแบบนั้นก็มองหน้าพี่แพทด้วยความสงสัย

 

"น้องชายของพี่ทำงานอยู่ที่ผับในตัวเมืองเห็นว่าได้เงินดีมากเลยนะ ทิปคืนๆนึงได้เกือบหมื่นเลยแต่บางวันก็ได้หมื่นอัพ" พี่แพทเอ่ยออกมาพอฉันได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

 

"จริงหรอคะ ผับที่ไหนคะ?"

 

"PCH จ้ะ พี่ได้ยินว่าเป็นผับที่ดังแล้วก็ใหญ่ที่สุดในย่านนั้นเลยนะส่วนใหญ่จะมีแต่พวกดารา ไฮโซ นักร้อง เซเลปไปเที่ยวที่นั่นกันพี่ไม่แปลกใจเลยที่ทิปหนักสุดๆ"

 

"ถ้าเวลาไปสมัครเขาจะรับไหมคะ?"

 

"รับอยู่แล้วจ้ะ ยิ่งสาวๆสวยๆแบบเวลาพี่ว่ารับแน่นอนผับดังหรูหราแบบนั้นยังไงก็ต้องคัดหน้าตาพนักงานอยู่แล้วเพื่อเรียกลูกค้าไง" พี่แพทตอบกลับมาพอฉันได้ยินแบบนั้นมันก็ทำให้ฉันเริ่มมีความหวังขึ้นมาบางทีถ้าฉันได้ทำงานที่นั่นมันอาจจะทำให้ฉันมีเงินไปใช้หนี้เสี่ยกวงก็ได้

 

 

 

วันต่อมา...

"ที่นี่สินะ" ฉันเงยหน้ามองตึกสูงตระหง่านตาที่ตั้งอยู่ตรงหน้าขนาดภายนอกยังดูหรูหราขนาดนี้แล้วภายในจะหรูหราขนาดไหน

 

"ขอให้เขารับเราเข้าทำงานด้วยเถอะ" ฉันพูดออกไปคนเดียวถ้าเกิดว่ามันได้เงินดีเหมือนที่พี่แพทพูดมันก็ไม่เสียแรงที่ฉันจะทำงานที่นี่แต่ฉันอาจจะต้องออกจากงานร้านอาหารเพราะฉันจะทำพร้อมกันสองที่ไม่ได้

 

ตึกตึกตึก ฉันเปิดประตูเดินเข้าไปในร้านก่อนจะกวาดสายตามองหาคนที่ฉันพอจะพูดคุยได้แล้วฉันก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้พอดี

 

"เอ่อ...ขอโทษนะคะ"

 

"ครับ"

 

"ที่นี่รับพนักงานเพิ่มไหมคะ?" ฉันถามบุคคลตรงหน้าออกไปก่อนที่เขาจะใช้สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าซึ่งมันไม่ใช่สายตาเหยียดหยามแต่มันเป็นสายตาของการพินิจพิจารณาอะไรบางอย่างคงจะเป็นอย่างที่พี่แพทว่าสินะที่นี่คงจะคัดรูปร่างหน้าตาของคนที่มาสมัครงาน

 

"รับครับ"

 

"แล้วฉันต้องไปยื่นใบสมัครที่ไหนคะ?"

 

"เดี๋ยวผมขอไปบอกเจ้านายก่อนนะครับ วันนี้เจ้านายอยู่ที่นี่พอดีถือว่าคุณโชคดีมากๆเลยนะครับ" พอฉันได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

 

"ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ"

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง...

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องทำงานที่อยู่ชั้นสองของผับดังขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่กำลังนั่งก้มดูเอกสารจะเอ่ยบอกผู้ที่มาเยือนให้เข้ามา

 

"เข้ามา"

 

แกร่ก แอ๊ดดดดด~ ปอร์เช่เงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่เปิดประตูเข้ามาก่อนจะเห็นว่าเป็นแม็กซ์ผู้จัดการผับ

 

"มีอะไร?" ปอร์เช่เอ่ยถามแม็กซ์ออกไปก่อนจะก้มลงไปอ่านเอกสารต่อ

 

"มีคนมาสมัครงานครับ" แม็กซ์ตอบกลับไปซึ่งเขาเป็นคนที่เวลาเจอตอนที่เดินเข้ามาในผับ

 

"มาสมัครงานมึงก็รับสิ หน้าที่มึงไม่ใช่หรือไง"

 

"แต่รอบนี้เป็นผู้หญิงนะครับ แถมสวยด้วย..."

 

"มึงรีบให้ขึ้นมาเลย" ยังไม่ทันที่แม็กซ์จะพูดจบปอร์เช่ก็พูดแทรกออกไปพร้อมกับเลิกดูเอกสารที่อยู่ตรงหน้าเพียงเพราะได้ยินคำว่าสวยออกจากปากของลูกน้องคนสนิทมีหรือเพลย์บอยหนุ่มอย่างเขาจะพลาด

 

"ได้ครับผม"

 

 

 

"เจ้านายรออยู่ในห้องทำงานครับ เชิญเข้าไปได้เลย"

 

"ค่ะ" แล้วฉันก็จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยหลังจากที่ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่หน้าห้องทำงานของผู้ที่เป็นเจ้าของที่นี่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนยังไงแต่ก็ต้องสุภาพเรียบร้อยเอาไว้ก่อน

 

แกร่ก แอ๊ดดดดด~ แล้วฉันก็ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้กับฉันโดยที่สายตาของเขาจ้องมองออกไปที่นอกหน้าต่าง

 

"สวัสดีค่ะ ฉันมาสมัครงานค่ะ" ฉันหยุดยืนอยู่ที่ประตูและเอ่ยบอกคนตรงหน้าออกไปก่อนที่เขาจะค่อยๆหันหน้ามาและวินาทีนั้นมันก็ทำให้ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร

 

"ปอร์เช่!"

 

"เวลา!"

 

"นายเป็นเจ้าของที่นี่งั้นหรอ?" ฉันถามคำถามที่คิดว่ารู้อยู่แล้วออกไปฉันอยากถามเพื่อความแน่ใจเผื่อเขาแค่บังเอิญเดินผ่านมาหรือไม่ก็เข้าห้องผิดก็ได้

 

"ใช่ ฉันเป็นเจ้าของที่นี่" คำตอบของเขาทำเอาฉันแทบทรุดลงไปนั่งกับพื้นเลย ทำไมต้องเป็นเขาด้วยนะฉันอุตส่าห์วาดฝันว่าจะได้ทำงานในที่ที่มีรายได้ดีแต่กลับต้องมาเจอบุคคลที่ไม่อยากเจอและดันเป็นเจ้าของที่นี่อีก

 

"เธอคือคนที่มาสมัครงานใช่ไหม?"

 

"ชะ...ใช่"

 

"ไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีกครั้งนะ ฉันว่าเธอคงหนีฉันไม่พ้นแล้วล่ะ" ปอร์เช่พูดพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขา ฉันคงหนีเขาไม่พ้นจริงๆนั่นแหละเพราะขนาดไม่เจอกันมาเป็นเดือนแล้วโลกก็ยังเหวี่ยงให้ฉันกับเขามาเจอกันอีกจนได้

 

"....." ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากของฉันเพราะมันไม่ใช่คำถามแต่เป็นแค่คำพูดกำกวมของเขาก็เท่านั้น

 

"สามีของเธอไม่ให้เงินใช้หรือไงเธอถึงต้องมาหางานทำแบบนี้" คำพูดของเขาทำเอาฉันหยุดชะงักไปก่อนที่เขาจะพูดต่อ

 

"หรือว่าให้แต่เงินไม่พอใช้เลยต้องมาหางานทำ" มันเป็นคำพูดที่บั่นทอดความรู้สึกของฉันมากมันเหมือนกับว่าเขากำลังดูถูกฉันอยู่แต่ฉันก็พยายามอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ต่อให้เขาจะพูดอะไรก็ช่างเขา

 

"ฉันขอตัวนะ" ไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะต้องอยู่ที่นี่ฉันไม่มีทางทำงานโดยที่มีเขาอยู่ที่นี่ได้หรอก

 

"เธอมีปัญหาเรื่องเงินใช่ไหม?" ฝีเท้าของฉันหยุดไปโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินประโยคนั้นหลุดออกมาจากปากของเขา

 

"ถ้าเธอไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินเธอคงไม่มาสมัครงานที่นี่หรอก ฉันพูดถูกใช่ไหม?" ปอร์เช่ยกยิ้มมุมปากราวกับว่าคำพูดนั้นมันเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากจะพูดออกมาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรแต่เขาจะรู้ไหมว่าฉันรู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหนกับคำพูดของเขา

 

"มันไม่ใช่เรื่องของนาย"

 

"หึ แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องของฉันแต่ฉันสามารถช่วยเธอได้" คำพูดของเขาทำเอาฉันหยุดนิ่งไปและชั่งใจคิดไปกับคำพูดนั้นถ้าไม่ติดว่าฉันต้องรีบหาเงินไปจ่ายคืนเจ้าหนี้ฉันคงจะปฏิเสธและเดินหนีผู้ชายใจร้ายคนนี้ไปแล้ว

 

"เธอคงรู้เรื่องงานที่ผับของฉันจากใครสักคนมาใช่ไหมและเพราะเธอคิดว่ามันได้รายได้ดีเธอถึงมาสมัครงานสินะ เธอคิดถูกแล้วล่ะเพราะว่าผับของฉันใหญ่ที่สุดในย่านนี้แล้วมีแต่พวกลูกค้ากระเป๋าหนักๆมาเที่ยวที่นี่กันทั้งนั้นถ้าเธอทำงานที่นี่นอกจากเธอจะได้เงินเดือนแล้วเธอยังได้ทิปกลับบ้านอีกนะ เธออาจจะได้ทิปห้าพันถึงหนึ่งหมื่นถ้าเธอบริการลูกค้าดี"

 

"เป็นไง เธอฟังที่ฉันพูดแล้วเธออยากจะมาทำงานที่ผับของฉันไหม?" ปอร์เช่ถามฉันกลับมาหลังจากที่เขาได้พูดถึงรายได้ในที่ทำงานของเขาซึ่งมันทำให้ฉันแทบอยากจะตอบตกลงตั้งแต่ได้ทิปห้าพันถึงหนึ่งหมื่นแล้วเพราะถ้าฉันทำงานที่นี่และได้ทิปทุกวันภายในสามเดือนฉันมั่นใจว่าฉันมีเงินไปจ่ายคืนเสี่ยกวงแน่

 

"ฉันต้องทำยังไงนายถึงจะรับฉัน" ฉันทิ้งท่าทีและวางฟอร์มทุกอย่างลงเพราะหนี้สินมันสำคัญกว่าเรื่องในอดีตที่ผ่านมาระหว่างฉันกับเขา

 

"ขอร้องฉันสิ แล้วฉันจะรับเธอเข้าทำงาน" ปอร์เช่พูดและกระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนถือไผ่เหนือกว่าคนอย่างเขามันหาความดีไม่ได้เลยจริงๆ

 

"ฉันขอร้อง" ฉันพูดออกไปเพียงแค่ประโยคสั้นๆและหวังว่าเขาจะเข้าใจ

 

"สะดวกเริ่มงานวันไหนล่ะ?" พอฉันได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองหน้าเขาด้วยความสงสัยทันที

 

"ยังจะทำหน้างงอีก ฉันถามว่าเธอสะดวกเริ่มงานวันไหน?"

 

"อ่อ พะ...พรุ่งนี้"

 

"อืม งั้นพรุ่งนี้เธอมาเริ่มงานได้" สรุปเขารับฉันเข้าทำงานแล้วใช่ไหมเพราะตอนนี้หัวสมองของฉันมันยังประมวลผลไม่ทันว่าสิ่งที่เขาพูดออกมามันหมายความว่าอะไร

 

"นายรับฉันเข้าทำงานแล้วใช่ไหม?" ฉันถามเขากลับไปเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

 

"ก็ใช่สิ นี่เธอสมองช้าหรือว่าโง่กันแน่" ฉันจิ๊ปากใส่เขากลับไปถามแค่นี้ทำไมต้องว่ากันด้วย

 

"ฉันขอตัว" แล้วฉันก็เดินออกไปจากตรงนี้ทันทีสุดท้ายฉันก็หนีเขาไม่พ้นต่อให้พยายามหนีเท่าไหร่โลกก็ยังเหวี่ยงให้เราสองคนมาเจอกันอยู่ดีหรือว่าชาตินี้ฉันจะหนีเวรกรรมอย่างเขาไม่พ้นจริงๆ

 

 

 

 

 

****************************************

อ่านแล้วเข้ามาคอมเมนต์พูดคุยให้กำลังใจไรท์กันด้วยนะคะ

ความคิดเห็น