email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดัก(รักมั้ง?)♥️♥️part:วาริน+ชล

ชื่อตอน : กับดัก(รักมั้ง?)♥️♥️part:วาริน+ชล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดัก(รักมั้ง?)♥️♥️part:วาริน+ชล
แบบอักษร

@ฐานปฏิบัติการ

"ผู้กองครับ ผมได้รับรายงานจากอาสาหมู่บ้านว่ามีการลำเลียงยาเสพติด ลัดเลาะมาตามตะเข็บชายแดนครับ"จ่าสิบตรีนิธิรายงาน

"ตรงจุดไหน"ชลถามขึ้น

"ห่างจากฐานปฏิบัติการมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกครับ"

"กลุ่มไหน พอจะทราบมั๊ย"น้ำเสียงเข้มของชายชาติทหารถามขึ้น

"ชนกลุ่มเล็กของจอแปครับ" จอแปเป็นพ่อค้ายารายใหญ่ที่ทางการต้องการตัวเป็นอย่างมาก แต่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นใบหน้าของจอแปเลยนอกจากได้ยินชื่อเสียงที่สืบๆกันต่อๆมา ทำให้จอแปถึงยังยิ่งใหญ่อยู่ในทุกวันนี้ ชลพยักหน้าน้อยๆ

"ถ้ายังไม่ได้ข้ามมาเขตเราๆก็ไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้ จับตาดูพวกมันดีๆ ถ้าเข้าเขตผืนดินแผ่นประเทศไทยแม้แต้ก้าวเดียวจัดการได้ทันที"ชายหนุ่มสั่งการผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา สองขาแข็งแกร่งมุ่งไปยังทิศทางที่จ่านิธิบอกโดยมีจ่านิธิเดินตามมาติดๆ

@P.D.โปรดักชั่นส์

ร่างเล็กๆของวารินนั่งยิ้มร่าอยู่ตรงหน้าหัวหน้าสาวเมื่องานใหม่ที่เธอได้รับมอบหมาย น่าตื่นเต้นกว่างานที่ผ่านมาเยอะเลย

"ยิ้มแบบนี้แสดงว่าถูกใจ"แอนเอ่ยกระเซ้าลูกน้องสาวที่พ่วงตำแหน่งมาด้วยน้องร่วมสถาบัน

"มากเลยคะพี่แอน ที่ผ่านมาเป็นสารคดีที่ถ่ายทำเกี่ยวกับธรรมชาติ พูดคนเดียว ตอนนี้ได้พูดกับคนแล้วน่าตื่นเต้นที่สุดเลยค่ะ แล้วจะทำสารคดีเกี่ยวกับอะไรคะ"วารินถามอย่างสนใจ

"วีธีชีวิตของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่แถบชายแดนฝั่งไทย แต่น้ำไม่ต้องกลัวนะ เพราะหมู่บ้านที่อยู่ที่แถบชายแดนแบบนี้ส่วนมากจะมีเหล่าทหาร หรือตชด.ประจำการอยู่ ปลอดภัยแน่นอนจ๊ะ"แอนพูดขึ้น

"ได้เลยคะ แล้วชายแดนที่ว่าอยู่แถวไหนคะ?

"กาญฯจ๊ะอำเภอนี้จะเลยตัวจังหวัดขึ้นไป เป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา ถ่ายทำวิธีชีวิตของคนมอญ ประเพณีต่างๆด้วยนะ เข้าใจมั๊ยสาวน้อย"แอนเอื้อมมือมาหยิกแก้มเนียนใสของลูกน้องสาวอย่างหยอกล้อ

@2วันต่อมา

 

ร่างเล็กบางแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่เดินลงมาจากรถสองแถว หญิงสาวกวาดสายตาไปรอบๆตัวอย่างตื่นเต้น

"และเราจะเข้าไปหมู่บ้านนั้นยังไงนะ คนที่จะมารับเราอยู่ตรงไหนเนี่ย"วารินเหลียวมองซ้ายขวาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะมาเธอได้ติดต่อคนที่จะนำเธอเข้าไปในหมู่บ้านไว้แล้ว เพราะต้องเป็นคนในพื้นที่พาเข้าไปเท่านั้นเธอถึงจะสามารถเดินเข้าไปยังเขตนั้นได้ วารินยืนหันรีหันขวางอยู่ตรงนั้นอยู่ครู่หนึ่งเธอก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อลายตารางยืนชะเง้อมองมาทางรถสองแถวหญิงสาวจริงตัดสินใจเดินเข้าไปถาม

"อ้าว!สวัสดีค่ะผู้กองมาซื้อของหรือคะ"เสียงแม่ค้าสาวดังเล็ดลอดมา หลังจากที่วารินเดินห่างออกไปจากจุดเดิมพอสมควร

"ครับ มาซื้อของสดน่ะ"ชลอมยิ้มส่งให้แม่ค้าสาวน้อยๆทำให้บรรดาแม่ค้าสาวต่างบิดตัวอย่างเขินอาย

"แหม!!นานๆไหนผู้กองมาเดินเที่ยวตลาดที ทำให้ตลาดดูคึกคักเจริญหูเจริญตาขึ้นมาเลยนะคะ"แม่ค้าปลาเอ่ยแซวทหารหนุ่ม

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เจ๊ก็พูดเกินไป"ชลลูบท้ายทอยแก้เก้อเมื่อรู้สึกเขินๆ

"ลุงปายีใช่มั๊ยคะ?"เสียงใสถามขึ้นทำให้ชายวัยกลางคนหันมามองหญิงสาวร่างเล็กที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ สวมแจ๊คเก็ตยีนส์ทับอีกชั้นเธอยืนยิ้มแฉ่งส่งมาให้เขา

"ครับใช่คนที่จะมาถ่ายทำสารคดีหรือเปล่าครับ"ลุงปายีถามขึ้นเพราะเขาได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ให้เข้ามารับผู้ที่จะมาถ่ายทำสารคดีที่คิวรถสองแถวในตลาด

"ใช่ค่ะ รอนานมั๊ยคะ"หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อก้าวเท้าขึ้นรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของลุงปายีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"ไม่หรอกครับ นั่งดีมั๊ยครับ นั่งหน้าก็ได้นะครับคุณ"

"ไม่เป็นไรคะ หนูนั่งตรงนี้ได้หนูอยากเก็บภาพบรรยากาศรอบๆด้วยนะค่ะ"วารินส่งยิ้มไปให้ลุงปายีอย่างเป็นมิตร รถกระบะกลางเก่ากลางใหม่เคลื่อนตัวไปตามทางคดเคี้ยวหญิงสาวยกกล้องถ่ายรูปคู่กายขึ้นมากดถ่ายรูปรัวๆ ที่นี่มีป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบาย รถวิ่งมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงก็เข้ามาจอดที่หมู่บ้านเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเขา วารินเหวี่ยงขาลงจากรถ พร้อมกับยกกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาสะพายไว้

"คุณพักอยู่บ้านหลังนี้นะครับ ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะหมู่บ้านเราติดกับฐานปฏิบัติการฯของทหาร เพราะฉะนั้นที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรน่ากลัวเท่าไหร่"ลุงปายีเดินนำหญิงสาวมาบ้านไม้หลังเล็กหลังหนึ่งที่มีเด็กสาววัยกระเต๊าะผลัดแป้งจนหน้าเหลืองนวลนั่งทำความสะอาดอยู่ตรงชานเรือน

"นั่นคือเกสรลูกสาวของผู้ใหญ่ที่นี่ครับ ผู้ใหญ่ให้มาทำความสะอาดบ้านหลังนี้ให้คุณ"ลุงปายีแนะนำ วารินขยับยิ้มน้อยๆ

"ขอบคุณมากๆคะลุงที่ไปรับแล้วก็จัดการอำนวยความสะดวกให้ บ้านนี้เป็นบ้านของใครคะ ไม่มีคนอยู่หรอ"วารินยกมือไหว้ก่อนจะถามอย่างสนใจ

"อ๋อบ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่หรอกครับ เป็นบ้านของนังพุดซ้อนน่ะ แต่มันตายไปแล้วบ้านนี้เลยปล่อยร้างไม่มีคนอยู่ ผมไปก่อนนะครับถ้ามีอะไรก็บอกนังเกสรหรือไม่ก็ชาวบ้านแถวนี้ได้ตลอดเลยนะครับ"ลุงปายีไปแล้วแต่วารินกลับนิ่งแข็งเป็นหินเมื่อรับรู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มีคนตาย หญิงสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือเย็นๆมาสะกิดแขนเบาๆ

"เฮ้ยๆๆ อย่าพึ่งรับน้องซิกลางวันอยู่นะ"วารินหลับตาปี๋ แต่มือนั้นยังคงสะกิดแบบเดิม หญิงสาวเปิดเปลือกตาขึ้นข้างหนึ่งก็เห็นเด็กสาวที่ชื่อเกสรยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆเธอ วารินพ่นลมหายใจออกปากด้วยความโล่งอก

"หนูเองหรอชื่อเกสรใช่มั๊ย"วารินหันมาถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กสาวพยักหน้ารับเบาๆพร้อมกับส่งยิ้มหวาน

"พี่ชื่อวารินนะ พูดภาษาไทยเป็นมั๊ย"แทนที่เธอจะตอบเธอกลับชี้มือไปที่อ่างน้ำ ร่างเด็กสาวเดินตรงไปที่โอ่งน้ำเอามือกวักน้ำในโอ่งเบาๆ วารินมองอย่างแปลกใจ

"อะไรหรอ"ใบหน้าหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เกสรชี้มาที่เธอแล้วที่ไปที่น้ำ ทำให้วารินรู้ได้ทันทีว่าเธอพูดไม่ได้

 

"เธอจะบอกว่าชื่อของพี่หมายถึงน้ำใช่มั๊ย ใช่แล้วถูกต้องเก่งมาก"วารินชมหญิงสาวพร้อมยกนิ้วโป้งให้ เกสรเดินมาจูงมือหญิงสาวขึ้นบนเรือน วารินขืนตัวไว้น้อยๆเธอยังรู้สึกหวาดๆกับคำพูดของลุงปายีไม่หายที่ว่าบ้านหลังนี้คือบ้านร้าง ด้านในบ้านมีที่นอนปูอยู่บนพื้นแบบเป็นพับ ถูกปูทับด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวดูสะอาดตานอกจากที่นอนแล้วก็มีโต๊ะเล็กที่วางอยู่ตรงหน้าต่างบ้าน มีพัดลมเก่าอยู่1เครื่องแต่จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้เพราะอากาศที่นี่กำลังเย็นสบาย หญิงสาววางกระเป๋าเป้ลงบนหัวนอนก่อนจะหยิบกล้องถ่ายรูปคู่กายมาถือไว้ เธอเดินมาจูงมือของเกสรเดินออกไปข้างนอกด้วยกัน หญิงสาวยกกล้องขึ้นถ่ายรูปสาวน้อยที่ยืนยิ้มให้กล้องอย่างสดใส

"สวยมั๊ย ไว้ถ้าพี่กลับแล้วพี่จะส่งรูปมาให้เกสรนะ"วารินบอกยิ้มๆเกสรพยักหน้าระบายออกมาอย่างดีใจทั้งคู่เดินออกมาห่างจากตัวหมู่บ้านวารินเหลือบไปเห็นดอกกล้วยไม้ป่าสีสวยที่ต้นไม้ข้างหน้า เธอกำลังจะเดินเข้าไปใกล้แต่เกสรกลับฉุดแขนเธอเอาไว้พลางส่ายหัวไปมาเป็นการห้ามปราม

"ไม่เป็นไรหรอกน่าพี่แค่ถ่ายรูปนิดเดียวเอง"วารินบิดข้อมือของหญิงสาวออกเบาๆแล้วสาวเท้าไปใกล้ ขาเรียวเหมือนกับไปเตะใส่เชือกที่ขึงกับอะไรบางอย่างจู่ๆร่างของเธอก็ถูกตาข่ายหนารวบขึ้นไปห้อยโตงเตงอยู่บนต้นไม้

"ว๊ายยยย!!อะไรเนี่ย ช่วยด้วย!! ฉันกลัวความสูง เกสรช่วยพี่ด้วย" เสียงร้องพร้อมกับร่างที่อยู่ในตาข่ายดิ้นขลุกขลักแต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเบื้องล่างก็แทบจะเป็นลม ทำให้เธอย้อนคิดถึงเรื่องกระโดดหอขึ้นมาอีกครั้ง เกสรมองภาพหน้าด้วยความตกใจ เธอพยายามเตือนหญิงสาวแล้วเพียงแต่เธอไม่สามารถเอ่ยเป็นถ้อยคำออกมาได้ ร่างของเกสรวิ่งปรู๊ดไปอย่างรวดเร็ว

"เกสรไปไหน มาช่วยพี่ก่อน" วารินตะโกนออกมาเมื่อเห็นเกสรหันหลังวิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน

"ค่อยๆขนเข้าไปไว้ในโรงครัวนะ ผมซื้อของสดมาเยอะเลย"เสียงเข้าพูดขึ้น

"ครับผู้กอง ไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่ให้ผู้กองไปตลาดได้ของฝากมาเพียบเลยฮ่าๆ"เหล่าจ่าเอ่ยแซวผู้กองหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างอารมณ์ดี ชลกระตุกยิ้มน้อยๆ ร่างสาวน้อยวัยใสวิ่งเข้ามาที่พวกเขาด้วยหน้าตาตื่น ชลขมวดคิ้วมุ่น

"เกสร เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น"ชลถามเด็กสาวที่วิ่งมาจับแขนเขาพร้อมกับพยายามฉุดรั้งให้ตามเธอไป

"เดี๋ยวๆจะพาพี่ไปไหน"ชลพยายามถามเกสร เธอชี้ดินแล้วทำท่าทางให้ทหารหนุ่มรับรู้

"มีคนถูกกับดักอย่างนั้นหรอ"ผู้กองหนุ่มถาม เกสรพยักหน้ารัวเร็ว ชลพร้อมด้วยทหารที่อยู่แถวนั้นวิ่งไปตามทิศทางที่เกสรชี้ วัตถุอย่างหนึ่งที่ห้อยโตงเตงอยู่เบื้องหน้าทำให้พวกเขาสืบเท้าเร็วขึ้น

"ช่วยด้วย!!!ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย ฉันกลัวความสูง"เสียงร้องขอความช่วยเหลือทำให้เหล่าทหารกล้าทั้งหลายขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจ

"ผู้หญิงนั้นหรอ"ทั้งหมดอุทานมาพร้อมกัน

"งั้นเดี๋ยวผมจะปืนขึ้นไปตัดเชือกเองนะครับผู้กอง"จ่านิธิเสนอ

"นิธิขึ้นไปตัดเชือกส่วนที่เหลือก็ประสานมือเพื่อรอรับร่างที่จะร่วงลงมา บรรดาเหล่าทหารหลายนายยืนประสานมือกันนิ่ง

"เอาล่ะนะครับผู้กอง"จ่านิธิให้สัญญาณ ชลพยักหน้าส่งให้

ปึก!!ปึก!!ปึก!!

"ว๊ายยย!!!"เสียงหวีดร้องที่แสบแก้วหูดังลั่นป่าเมื่อร่างบางร่วงผลั๊วะลงมาบนเรียวแขนที่ประสานกันไว้ของเหล่าทหาร ทั้งหมดค่อยๆประคองร่างบางบนพื้น มือก็ทำหน้าที่แกะตาข่ายออก เมื่อร่างเล็กหลุดออกมาเป็นอิสระ ใบหน้าจิ้มลิ้มหันมายกมือไหว้คนที่ช่วยเหลือเอาไว้อย่างขอบคุณจนกระทั่งถึงคนสุดท้าย

"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ เฮ้ย!!!"

"ลุง/คุณ"ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มองมายังเขาทำให้ชลตกใจจนนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่สรรพนามที่ออกจากริมฝีปากของคนตัวเล็กทำให้เขารับรู้ ว่าเธอคือตัวจริงเสียงจริง

"รู้จักกันหรอครับ"เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาถามหัวหน้าหนุ่ม ชลถอนหายใจเฮือก

"ดีใจจังที่ได้เจอลุงที่นี่"ใบหน้าจิ้มลิ้มทักขึ้นพร้อมระบายยิ้มการันตีมาให้ด้วย

"ลุง!!!"สรรพนามที่ออกมาจากปากผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้ชลต้องทำหน้าเซ็งเมื่อเจอสายตาล้อเลียนของพวกนั้น

"มาทำอะไรที่นี่เนี่ย!!"ชลถามขึ้นเมื่อทุกคนเดินเข้ามาในหมู่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เกสรเดินกอดแขนเรียวของวารินมาตลอดทาง

"มาทำงาน ว่าแต่ลุงเหอะอยู่ฐานนี้หรอโลกกลมจริงๆเลยนะ อย่างน้อยก็มีคนรู้จักร่วมอยู่ด้วย"วารินหันมายิ้มให้ทหารหนุ่ม

"หืม!!!น่ารักจัง"เสียงที่ลอดมาราวกับคนละเมอทำให้ชลตวัดไปมอง

"แหม!!พวกพี่ๆนี่ตาถึงจริงๆเลยนะคะที่เห็นความน่ารักของน้ำ ไม่เหมือนลุงเลยอ่ะ เจอกันตั้งหลายทีนอกจากจะไม่ชมแล้วยังทำหน้าเซ็งใส่หนูตลอดเลย"วารินพูดกับเหล่าทหารหนุ่มก่อนจะหันมาแขวะชลที่มองเธอนิ่ง

..............

มาวันแรกหนูน้ำก็เล่นเขาป่วนทั้งฐานทัพซะแล้ว งานนี้ลุงชลจะรับมือไหวมั๊ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว