ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 606

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2564 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6
แบบอักษร

“ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ต้องทานรสจืดไปก่อน”คนป่วยยอมทานอาหารอย่างว่าง่ายไม่ทำหน้าบึ้งตึงเหมือนคราก่อน 

“ยาค่ะ” นิรชาหยิบยามาป้อนสามีเป็นขั้นตอนสุดท้าย คนถูกปิดตายอมอ้าปากรับแต่โดยดี แม้จะทั้งโกรธและเสียใจกับสิ่งที่ถูกกระทำ แต่การแกล้งโง่เพื่อรอเวลาตลบหลังน่าจะเป็นการเอาคืนที่สะใจที่สุด 

“ยังปวดตรงไหนรึเปล่าคะ?”มือบางยกขึ้นแตะหน้าผากของชายหนุ่มเบาๆ คนป่วยส่ายหน้าช้าๆปฏิเสธพร้อมส่งรอยยิ้มลวงๆออกไป หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ถูกเอาอกเอาใจจากสาวคนรัก แต่ตอนนี้เวลานี้มันไม่มีแม้แต่ความรู้สึกดีๆหลงเหลืออยู่เลย  

ก๊อก! ก๊อก! 

นิรชาหันไปยังแขกผู้มาใหม่พบว่าปันตาและภคินเดินถือกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมภูวิศพร้อมกัน 

“สวัสดีค่ะ” / “สวัสดีครับ” 

“พี่คินกับปันมาค่ะ”เธอบอกคนบนเตียงให้รับรู้ แม้ไม่เห็นแม่ภูวิศก็พอจะเดาออกว่าเจ้าของเสียงคุ้นหูนั้นเป็นใคร 

“ปันได้ข่าวมาจากนิ้งเลยถือโอกาสมาเยี่ยม ขอให้คุณภูหายไวๆนะคะ” 

“ขอบคุณคุณปันมากนะครับ”ปันตายกกระเช้าผลไม้ให้เพื่อนสาว และหลีกทางให้ภคินเข้ามาถามไถ่อาการของภูวิศบ้าง 

“เป็นไงบ้างวะ?”ภคินเดินมาตบไหล่ภูวิศอย่างสนิทสนม 

“ก็มีปวดหัวนิดหน่อย ลุงหมอบอกว่าเส้นประสาทตามีปัญหาท่านผ่าตัดให้แล้ว ตอนนี้ปิดตาเอาไว้ก่อนจันทร์หน้าค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะเป็นยังไง” 

“หมายความว่าไง?” 

“ถ้าฉันตาบอด ฝากดูแลคุณปู่กับบริษัทด้วยนะฉันรู้ว่าแกเก่งและรับผิดชอบทุกอย่างได้”ภคินทำหน้าตกใจก่อนจะแกล้งหัวเราะตลกขบขันใส่เพื่อน 

“พูดอะไรแบบนั้นวะภูแกต้องหายสิ ใครดูแลงานที่บริษัทส่วนไหนก็ต้องมาดูแลเองเว้ย ฉันไม่ทำคนเดียวแน่ๆ” 

“ฉันพูดเรื่องจริง ฉันไว้ใจแกนะคิน”น้ำเสียงเคร่งเครียดบ่งบอกถึงความจริงจังทำเอาภคินแทบทำตัวไม่ถูก  

ปันตายืนฟังชายหนุ่มทั้งคู่คุยกันก่อนที่จะหันมาสบตา 

นิรชาด้วยความเห็นใจเธอไม่คิดว่าภูวิศจะอาการหนักถึงขั้นเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น 

“อ้อ...น้องนิ้งครับ ของใช้ส่วนตัวของไอ้ภูที่น้องนิ้งฝากให้พี่ไปเอาที่บ้านอยู่ในรถพี่นะครับ น้องนิ้งพอจะลงไปเอาเองได้รึเปล่าคือพี่ลืมถือขึ้นมาด้วย” 

“นิ้งลงไปเอาเองก็ได้ค่ะ” 

“ปันลงไปเป็นเพื่อนนิ้งดีกว่า คุณสองคนจะได้คุยกันภคินพยักหน้ารับและส่งกุญแจรถให้นิรชา 

พ้นจากร่างของหญิงสาวทั้งคู่ภคินก็รีบวิ่งไปกดล็อกประตูห้องพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ๆเตียงคนป่วย 

“ฉันมีเรื่องจะบอก” 

“เรื่องที่ว่าคงสำคัญมากใช่ไหมแกถึงรีบไปล็อกประตูขนาดนั้น” 

“ฉลาดเฉลียวจริงๆเพื่อนรัก ขนาดตาปิดอยู่นะเนี่ย”ภคินเย้าแหย่ก่อนพูดเข้าเรื่องสำคัญ 

“ฉันกับคุณปู่ไปที่สถานีตำรวจมา ตำรวจสันนิษฐานว่ารถของแกอาจจะถูกตัดสายเบรก”ภูวิศนั่งนิ่งสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆราวกับว่าเรื่องที่ฟังเป็นเรื่องธรรมดา  

“แกคิดว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุใช่ไหม?” 

“อย่ามาแกล้งถามหน่อยเลย ฉันก็รู้ว่าแกก็คิดแบบนั้น อดีตนักแข่งรถอย่างแกรถมันผิดปกติตรงไหนทำไมแกจะไม่รู้จริงไม่งั้นแกจะหักหลบทำไมถ้าแกบังคับมันได้”  

“แล้วตำรวจสงสัยใคร” 

“ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ต้องเป็นคนที่รับผลประโยชน์จากแกเต็มๆถ้าหากแกเป็นอะไรไป” 

“แล้วตัวแกละสงสัยใครบ้างไหม ใครที่มายุ่งกับรถบ้างในช่วงก่อนเกิดเหตุ”ภูวิศนั่งนิ่งอีกรอบใบหน้าเคร่งขรึมอย่างใช้ความคิด 

“ฉันไม่รู้ เอาเป็นว่าเรื่องคดีฝากแกจัดการด้วยถ้ามีอะไรเสียหายที่ต้องจ่ายก็จัดการเลย” 

“อืมเดี๋ยวจัดการให้ โชคดีนะที่แกไม่เป็นอะไรมากแล้วก็ไม่ชนใครถ้าเป็นอย่างนั้นคงแย่กว่านี้” 

“บางทีถ้าฉันตายมันอาจจะดีกว่าก็ได้” 

“ทำไมพูดแบบนี้วะภู ไม่สมกับไอ้เสือภูผู้มองโลกในแง่บวกอย่างที่ฉันเคยรู้จักเลย สู้ดิวะแกต้องหาย” 

“ขอบใจแกมาก” 

“ช่วงนี้คุณปู่ให้ฉันส่งการ์ดมาดูแลความปลอดภัยของแกก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะบอกน้องนิ้งไว้อีกรอบกลัวเธอจะตกใจ” 

“อืม” 

“ฉันมีเรื่องจะให้แกช่วยอีกเรื่อง” 

“เรื่องอะไรวะ?” 

“ช่วยไปสืบประวัติครอบครัวของคุณหญิงสายทิพย์และก็นิ้งมาให้ฉันทีแบบละเอียดเลยนะ” 

“อ้าว! ไอ้บ้านี่ไหนแกบอกว่าคุณหญิงสายทิพย์เป็นแม่บุญธรรมของนิ้งไง ส่วนประวัติน้องนิ้งคงไม่ต้องสืบหรอกมั้งแกน่าจะรู้ดีที่สุดคนใกล้ตัวใกล้ใจซะขนาดนี้” 

“เพราะความใกล้นี่แหละมันถึงทำให้ฉันไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้เลย”

 

******************* 

ความคิดเห็น