ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.11 เขาจะคิดมากก็ต่อเมื่อ...

ชื่อตอน : Ep.11 เขาจะคิดมากก็ต่อเมื่อ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2564 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.11 เขาจะคิดมากก็ต่อเมื่อ...
แบบอักษร

11

เขาจะคิดมากก็ต่อเมื่อ...

 

 

ทั่งคู่นั่งดื่มเบียร์กันจนเกือบจะเที่ยงคืน จะว่าดื่มทั้งคู่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เป็นต้นดื่มซะมากกว่า ส่วนไทม์ก็คุยแต่โทรศัพท์

“ต้นจะกลับบ้านยัง เบียร์ก็จะหมดแล้ว” ไทม์หันมาถามต้นพลางเอามือปิดไมค์โทรศัพท์

“นอนนี่ได้มั้ย ไม่อยากกลับ” คนถูกถามจงใจพูดดัง ๆ ให้คนในสายได้ยิน

“พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ”

“เขาไม่อยู่ ไปคุยงานต่างประเทศ”

“อ๋อ งั้นก็ได้ เสื้อผ้าเราอยู่ในตู้อะ หยิบใส่ได้เลย” ไทม์บอกแล้วคุยโทรศัพท์ต่อ “ครับ ๆ ต้นกำลังจะกลับแล้ว ไม่ได้นอนครับ ครับผม ฝันดีนะครับ” ไทม์วางสายแล้วหันมาคุยกับเพื่อนร่วมเตียงต่อ

“ต้องโกหกเขาด้วยเหรอ” ต้นเลิกคิ้วแล้ววางแก้วที่ว่างเปล่าลง

“ก็ ไม่อยากให้เขาคิดมากน่ะ”

“จะคิดมากได้ไง มึงกับกูไม่ได้ทำอะไรกันสักหน่อย” เขายิ้มแล้วลุกขึ้นไปที่ไทม์นั่งอยู่ “เขาจะคิดมากก็ต่อเมื่อ…” ต้นยันตัวกับโซฟาแล้วยื่นหน้าไปหาไทม์ “กูจูบมึง” พูดจบปากหนาได้รูปก็บดเข้ากับปากไทม์โดยที่มือสองข้างก็จับหน้าคนถูกรุกไว้ไม่ให้หนีไปไหน

ต้นฉงนเล็กน้อยที่ไทม์กลับตอบสนองเขาด้วยจูบละมุน ไม่ได้ขัดขืนหรือผลักไส

ไม่นานส่วนล่างของต้นมันก็แข็งขืนตามสิ่งที่สมองคิด เขาจึงถอนปากออก ยิ่งเมา ๆ อยู่กลัวจะเตลิด

“มึงไม่ควรจูบตอบกูดิ” เขาเช็ดปากแล้วทรุดนั่งโซฟาตัวเดิม

“โทษที” ไทม์ตอบอ้อมแอ้มพร้อมสีหน้าสลด หน้าเขาตอนนี้กลับเร้าอารมณ์คนข้าง ๆโดยไม่รู้ตัว

“โอ้ย! กูไปอาบน้ำแล้ว” ต้นแกล้งหัวเสียแล้วเดินเข้าไปหยิบเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ

‘กูต้องไม่หลงมันสิ ต้องไม่หลงมันสิโว้ยย’

 

ไทม์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ มือเรียวเล็กเผลอลูบริมฝีปากอย่างเหม่อลอย พูดตรง ๆ ก็คือเขาออกจะช็อคหน่อย ๆ ถึงจะชอบต้นแต่เขาก็เลือกจะเอาไดโนเข้ามาในชีวิตแล้ว จากที่คิดว่าเขาและต้นคงไม่มีทางจะเป็นแบบนั้นได้กลายเป็นทำให้ไทม์มีความหวังขึ้นมาอีก ความยุ่งยากกำลังย่างกรายเข้าหาไทม์อีกแล้ว

ต้นออกจากห้องน้ำก็เห็นไทม์ยังนั่งอยู่ที่เดิม เขาจึงยื่นผ้าขนหนูเพื่อให้เจ้าตัวไปอาบน้ำต่อ

“ไปอาบน้ำได้แล้วมึง”

“อื้ม” ไทม์ยิ้มแล้วรับผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป

สายตาคมมองตามหลังร่างนั้นแล้วเดินเข้าไปนอนรอในห้อง เล่นโทรศัพท์ไปพลาง ๆ

“ยังไม่ง่วงเหรอ” ไทม์นุ่งผ้าขนหนูออกมาแล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดหน้า

“อืม” คนนอนกระดิกขาบนเตียงเอ่ยตอบพลางสายตาเหลือบดูเจ้าตัวใส่เสื้อผ้าไปด้วย ขาวชิบหาย

“เมื่อกลางวันที่ต้นโทรหาเรามันไม่ค่อยได้ยินใช่มั้ย” ไทม์ถามพลางถือโทรศัพท์เดินมาหา

“เสียงมันขาด ๆ อะ ตกน้ำใช่มั้ย” เขาตอบพลางสะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆออกเสีย

“อือ ตอนแรกคิดว่าหาย แต่ตอนคุยกับพี่ไดโนรู้สึกจะไม่ได้ยินอีกแล้ว” เขาบอกหน้ามุ่ย

“เดี๋ยวพาไปร้านซ่อม” ต้นว่าก่อนจะเก็บโทรศัพท์ตัวเองไว้โต๊ะหัวเตียง

“ขอบคุณล่วงหน้านะ” ไทม์ยิ้มก่อนจะหันหลังให้ แต่คนข้าง ๆก็เห็นไฟจากหน้าจอเขาอยู่ คงแชทกับไดโน ต้นเหลือบสายตาก่อนจะหลับตาเพื่อจะพักผ่อน

ไทม์ล็อคหน้าจอหลังจากคุยกับไดโนเสร็จ เอาเก็บโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนก่อนจะพลิกตัวกลับมาทางเพื่อนชายที่หลับไปแล้ว

คนตัวเล็กค่อย ๆ โน้มตัวไปดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากคนข้างตัว แม้จะใช้สบู่กลิ่นเดียวกันแต่กลิ่นจากตัวกลับต่างกันออกไป แบบนี้รึเปล่าที่เขาเรียกกลิ่นฟีโรโมน

ไทม์สูดกลิ่นจนเต็มปอดพลางส่วนล่างก็ตอบสนองต่อสิ่งเร้าขึ้นมาซะง่าย ๆ เขารีบวิ่งไปจัดการตัวเองในห้องน้ำทันที

ฝ่ายเจ้าชาย(แกล้ง)นิทราหุนหันลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนวิ่งออกนอกห้องไป ใจเต้นตึกตักจนเขาแทบลืมไปว่าต้องหายใจ การอยู่ใกล้ไทม์อันตรายเกินไปจริง ๆ

 

 

—————

 

Ton

ผมพาไทม์ไปซ่อมโทรศัพท์ตั้งแต่สาย ๆ แล้วกะจะพาไปหาอะไรกินนิดหน่อย แต่เหมือนก้างตำคอมันจะเริ่มขยับตัวอีกแล้ว ว่าแต่ ก้างตำคอนี่เขาหรือกูวะ

“พี่จะมาเหรอ…ครับ ๆ ตอนนี้ไทม์อยู่กับต้นครับ…ทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะครับ เขาเป็นเพื่อนไทม์นะ อ้ออีกอย่าง เมื่อวานพี่ทำแบบนั้นทำไม...ครับ เดี๋ยวไปคุยกัน” ไทม์วางสายจากพี่ไดโนก่อนจะหันมาบอก “ไปส่งเราหน่อยสิ พี่ไดโนจะมาหา”

“เขาไม่พอใจใช่มั้ย”

“ก็…ทำนองนั้น”

“เหอะ นี่ถ้ารู้ว่ากูจูบกับมึงจะเป็นไงวะ” ผมแสร้งพูด

“ให้รู้ไม่ได้นะ” ไทม์ตะเบ็งเสียง

“เออ! รู้แล้ว” รู้แล้วว่าแคร์เขามาก รำคาญ!

 

ผมส่งไทม์หน้าคอนโดแล้วตรงไปหาคนที่ผมก็นัดไว้เช่นกัน

“นึกยังไงนัดกัสมาเจอเนี่ย” เด็กหนุ่มร้องทักผมทันทีที่เข้ามาในรถ

“เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ไปดูหนังกันมั้ย” ผมตอบกลับแต่สายตากลับไม่ได้มองหน้าน้องเขาเลยด้วยซ้ำ

“โอเค กัสมีเรื่องอยากจะดูพอดี พี่เลี้ยงใช่เปล่า” เขายิ้มแล้วคล้องแขนผมพร้อมเอาหน้ามาถูไถที่ลำแขน

“ได้สิ” ผมยิ้มแล้วขับรถออกมาจากบ้านเขาตรงไปยังห้างที่ไกลออกไปไม่มากนัก

 

ห้าง

“พี่ กัสอยากได้เสื้อตัวนี้” กัสชูเสื้อตัวที่ว่าให้ผมดู ผมพยักหน้าตกลงแล้วจ่ายเงิน “กางเกงตัวนี้ก็สวยนะ เข้าชุดกันด้วย” ผมยิ้มน้อย ๆ แล้วจ่ายเงินให้อีก “รองเท้า…”

“เอาถุงเท้าที่เข้าชุดกันด้วยมั้ย”

“ดีเลย” กัสยิ้มแล้วเดินไปเลือกของที่ต้องการ นี่มึงไม่รู้เหรอว่ากูประชด

ผมถอนหายใจแล้วควักเงินจ่ายให้เหมือนเดิม นี่แหละเหตุผลที่ผมไม่ค่อยอยากนัดเจอกัส เพราะเจอทีทำผมเกือบหมดตัว แต่ทำไงได้ ในสต็อกดันมีกัสว่างอยู่คนเดียว

“ไปดูโปรแกรมหนังกันเถอะ” ผมรีบตัดบทก่อนกัสจะแวะร้านกระเป๋าที่อยู่ถัดกันไปอีกสองล็อค

“จริง ๆ อยากแวะดูกระเป๋าสักหน่อย แต่ไม่เป็นไร ค่อยดูก็ได้เนาะ”

ถ้าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำผมน่าจะเอาดีด้านหมอดูนะ เดาไม่เคยพลาด

 

ผมเลือกหนังสยองขวัญ เพราะรู้ว่ากัสกลัว กะจะเอาให้มันหลอนจนลืมนึกถึงกระเป๋าไปเลย

“ทำไมเลือกเรื่องนี้ล่ะครับ น่ากลัวจะตาย”

“ก็พี่อยากดู พี่เป็นคนจ่ายพี่ก็มีสิทธิ์สิ”

“เหอะ ตามนั้นก็ได้” กัสทำท่าเบะปาก น่าทุบให้หลังแอ่น

เรานั่งรอเวลาฉายไม่นานก็ถึงเวลาเข้าโรงหนัง ผมเลือกที่นั่งตรงกลางเพราะคาดคะเนว่าจะเห็นผีได้ชัด ๆ เสร็จแน่กัส

เชี่ย!

อ๊าก!

 

“พี่จะร้องดังทำไมน่ะ กัสดูหนังไม่รู้เรื่องเลย” กัสว่าทันทีที่เราออกมาจากโรงหนัง

“ก็มันกลัวนี่หว่า พี่ห่าอะไรโผล่มาเกือบทุกฉาก หลอนชิบ” จากที่จะทำให้มันกลัว กูเสือกกลัวซะเอง หลอนติดตาเลย

“ไปไหนต่อดี”

“กลับบ้านสิ นี่ก็มืดแล้ว เดี๋ยวพ่อเราก็ว่าหรอก”

“พ่อไม่ว่าหรอกนา ไปบ้านพี่ก็ได้” กัสเขย่าแขนผมยิก ๆ

“ไม่เอาไม่ไป”

“แต่กัสไม่เคยได้ไปบ้านพี่เลยนะ กัสอยากไป”

“อย่าเซ้าซี้ บอกว่าไม่คือไม่” ผมสลัดแขนหลุดจากกัสแล้วรีบเดินไปออกที่จอดรถ

ส่งกัสถึงที่ผมก็ตรงกลับบ้านแล้วจัดการบล็อกช่องทางการติดต่อทันที

 

 

……………………

เธอจะมาล่อหลอกไทม์แบบนี้ไม่ได้นะต้น

ความคิดเห็น