ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่22 งานที่เขาให้ผมทำ +++

ชื่อตอน : +++ บทที่22 งานที่เขาให้ผมทำ +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2564 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่22 งานที่เขาให้ผมทำ +++
แบบอักษร

 

 

บทที่22 

งานที่เขาให้ผมทำ 

ในช่วงเช้ามืดของวันถัดมา ดีแลนนอนอยู่ที่ห้องนอนของตัวเอง ขนาบข้างด้วยเมเบลกับพริมโรส น้องๆ ทั้งสองคนมาขอนอนด้วยตั้งแต่เมื่อคืนเนื่องจากคิดถึงคนพี่ ซึ่งดีแลนก็ไม่ได้ว่าอะไรออกจะเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ เตียงของดีแลนใหญ่มากพอให้โอเมก้าสามคนนอนด้วยกันได้อย่างสบายๆ สามพี่น้องจึงเข้านอนด้วยกันอย่างสบายกายสบายใจ 

  

“อื้อ...” 

  

คิ้วของดีแลนขมวดเข้าหากันริมฝีปากเม้มแน่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามใบหน้าราวกับคนตื่นตระหนก ในฝันของดีแลนเขานั่งอยู่ในห้องใต้ดิน รอบๆ นั้นมีแต่กลิ่นอับของเชื้อราและกลิ่นคาวของเลือด คนตัวเล็กมองไปรอบๆ อย่างคนตกใจและเสียขวัญ เพื่อนร่วมทีมของเขานอนจมกองเลือดอยู่ตามมุมห้อง ดีแลนรีบคลานเข้าไปหาเอมิเลียที่อยู่ใกล้ที่สุด สองแขนสั่นระริกประคองอัลฟ่าสาวขึ้นแนบอก พลางส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายให้ตื่นขึ้นมา ร่างที่ทิ้งน้ำหนักตัวแน่นิ่งในตอนแรกขยับเล็กน้อย ก่อนจะเปล่งเสียงแหบแห้งชวนน่าขนลุก ซึ่งไม่ใช่เสียงของเอมิเลียที่ดีแลนคุ้นเคย 

  

“จะ...เจ็บ...ช่วยด้วย...” 

“คุณเอมิเลีย แข็งใจไว้ก่อนนะครับ ช่วยด้วย!!! มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง!!!” 

“ทำไม...ถึงมาช้านักล่ะ...ถ้ามาเร็วกว่านี้ ฉันก็คงไม่ตายหรอก...” 

  

คนตัวเล็กชะงักไป ก่อนจะก้มลงมองในอ้อมแขนของตัวเองอีกครั้ง คนในอ้อมแขนยกมือขึ้นกำที่คอเสื้อของดีแลนเอาไว้แน่น ร่างนั้นเริ่มสั่นไหว ในอ้อมแขนของดีแลนไม่ใช่อัลฟ่าสาวที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นร่างเล็กๆ เปลือยเปล่าของเฮเลน ที่ตอนนี้กำลังกระตุกไหวอย่างรุนแรงก่อนจะแน่นิ่งไป แววตาเหลือกเหม่อมองเพดานไร้วี่แววแห่งชีวิต ดีแลนผลักร่างนั้นออกไปจากตัวก่อนจะกรีดร้องออกมาดังลั่น 

  

“อ๊ากกกกกกกกก!!!!! ไม่!!!!!” 

“พี่ดีแลน!!!!!” 

“พี่ดีแลนเป็นอะไร!!! พี่ครับ!!!” 

  

ร่างบางเจ้าของผมสีขาวราวกับหิมะสะดุ้งสุดตัว เขาผุดลุกขึ้นนั่นพลางยกมือขึ้นกุมหน้าอก หัวใจของเขาเต้นแรงและรัวราวกับกลองจังหวะเมทัล ดีแลนรวบรวมสติจนรับรู้ถึงสัมผัสที่โอบกอดเขาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คนตัวเล็กใช้พลังมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าพริมโรสและเมเบลกำลังกอดเขาอยู่ ดีแลนสัมผัสความคิดของน้องๆ ทั้งสองได้ว่ากำลังตกใจ สับสน และเป็นห่วง เขาจึงรีบปรับลมหายใจให้เป็นปกติแล้วยกมือขึ้นโอบไหล่น้องๆ เอาไว้เพื่อปลอบ 

  

“มะ...ไม่เป็นไรนะ พี่แค่ฝันร้ายน่ะ” 

“พวกหนูเป็นห่วงพี่นะคะ” 

“ใช่ครับ พี่นอนกระสับกระส่ายมาสักพักแล้ว พวกผมปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น” 

“อย่างนั้นหรอ ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” 

  

ผู้เป็นพี่ใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ ในการปลอบน้องๆ ว่ามันก็แค่ความฝัน ทว่าในใจของดีแลนก็มีความกังวลอยู่ลึกๆ หลังจากจบภารกิจการสอบในทะเลทรายที่ยูโทเปีย เขาก็ฝันเห็นภาพแบบนี้ซ้ำๆ มาหลายครั้งแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ฝันทุกคืน แต่ทุกครั้งที่ฝันมันค่อยๆ จำมันได้ชัดเจนขึ้นทั้งกลิ่นและเสียง คนตัวเล็กถอนหายใจยาวขณะอาบน้ำ เขาคงคิดมากเกินไปเด็กๆ ทุกคนที่ช่วยออกมา ตอนนี้ได้กลับไปหาครอบครัวที่ค่ายผู้อพยพชั่วคราว ส่วนเฮเลนครอบครัวของเธอเสียชีวิตหมดแล้ว คราวน์จึงจัดพิธีศพให้ตามหลักศาสนาของคนในแถบนั้น 

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จดีแลนจึงขอตัวกลับไปที่ฐานบัญชาการพิเศษ ก่อนจากกันเขาให้สัญญากับน้องๆ ว่าจะไม่ฝืนทำอะไรเกินตัว และถ้าไม่ไหวจริงๆ จะกลับมาที่บ้าน เขาโบกมือให้น้องๆ แล้วจึงขึ้นรถแท็กซี่กลับมาที่ฐานในเวลาเจ็ดโมงเช้า ที่ฐานในตอนนี้เริ่มคึกคักไปด้วยเหล่าทหาร คนตัวเล็กไม่ได้สนใจและเดินตรงไปกดลิฟต์ขึ้นชั้น10 

ในเวลานี้พันเอกน่าจะตื่นแล้ว ดีแลนจึงรีบเอาของไปเก็บที่ห้องของตัวเองก่อน แล้วค่อยไปหาพันเอกทีหลัง กลิ่นวู้ดดี้ที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศช่วยทำให้โอเมก้าตัวเล็กใจสงบขึ้นบ้าง สองมือเล็กรีบเอาเสื้อผ้าและสัมภาระใส่ตะกร้า แล้วจึงเอาดาบประจำตัววางไว้บนแทนวางเฉพาะของมัน พลังของดีแลนทำให้เห็นว่าปลอกดาบของเขามีรอยขนแมวเล็กน้อยจากการใช้งาน มือบางประคองดาบขึ้นถือเอาไว้มั่นแล้วเอามากอดไว้หลวมๆ 

ดีแลนใช้พลังมองมันอย่างเหม่อลอย เขาใช้มันฆ่าคนไปแล้ว เป็นการฆ่าโดยไม่ไตร่ตรองใดๆ เพียงเพราะในตอนนั้นคนที่ถูกฆ่ากำลังทำเรื่องเลวทรามกับเด็กที่เขาตั้งใจเข้าไปช่วย ภาพความฝันที่เหมือนจริงนั้นแทรกเข้ามาในความคิดเหมือนเทปที่เล่นซ้ำ ถ้าเขาไม่ฆ่า ฝ่ายที่ต้องตายก็อาจกลายเป็นเอมิเลียหรือเพื่อนๆ ในทีมคนอื่นๆ อีริคอาจถูกกระหน่ำยิง หรือถูกจับไปทรมานจนตายเพราะเข้ามาช่วยพวกเขา มือบางสั่นน้อยๆ และชักดาบออกจากฝักช้าๆ โดยไม่รู้ตัว 

ฮาแกนที่ได้กลิ่นเครมบรูเล่ที่คุ้นเคยก็เดินออกจากห้องทำงานและตามกลิ่นมาด้วยความคิดถึง แต่หลังจากที่เปิดประตูห้องของเจ้าของกลิ่นเข้าไปเงียบๆ ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ามันทำให้อัลฟ่าจ่าฝูงอย่างเขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองลงไปกองอยู่กับพื้น โอเมก้าตัวเล็กที่เขาเฝ้าคิดถึงกำลังชักดาบออกจากฝัก ท่ามกลางฟีโรโมนประหลาดที่เขาไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาก่อน อะไรไม่สำคัญเท่ากับดาบเล่มนั้นมันอยู่ใกล้กับลำคอขาวๆ ของเจ้าตัวเสียจนน่าหวาดเสียว ไม่รอช้าคนตัวใหญ่เร่งเดินเข้าไปและใช้มือดันสันดาบให้กลับเข้าฝักโดยเร็วก่อนจะแย่งมันมาถือไว้ 

  

“ทำอะไร!!!” 

“อะ...คุณฮาแกนหรือครับ” 

  

คนตัวเล็กไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เพราะตัวเองจมหายเข้าไปในอ้อมกอดของอัลฟ่าล่องหนตัวใหญ่เสียแล้ว ดีแลนกล้าสาบานเลยว่าตอนนี้เขาได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นแรงมาก พันเอกแย่งดาบเขาไปแสดงว่าเมื่อครู่ตอนที่เขาเหม่อลอย เขาต้องเผลอทำอะไรสักอย่างกับมันแน่ๆ ฮาแกนมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดที่ยืนนิ่ง เขาก้มหน้าลงไปหากลุ่มผมสีขาวราวกับหิมะแล้วสูดหายใจเอากลิ่นหอมๆ เข้าสู่ปอด เพื่อตั้งสติระงับความตกใจและอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นกังวลของตัวเอง อะไรบางอย่างในตัวของฮาแกนร้องว่ามีบางอย่างผิดปกติ และเขาจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ 

  

“ขะ...ขอโทษครับ” 

“เป็นอะไร” 

“ผมแค่รู้สึกแปลกๆ เอ่อ...คุณฮาแกนครับ ช่วงนี้มีงานอะไรให้ผมทำไหมครับ” 

“ทำไม” 

“ผมอยากขอลาไปพักให้จิตใจสงบสักหน่อย คิดว่า...จะใช้เวลาช่วงปิดเทอมไปแบ็คแพ็คน่ะครับ” 

  

ดีแลนเงยหน้าขึ้นเขาก็ยังคงมองอีกฝ่ายไม่เห็นอยู่ดี แต่ถ้าให้เขาเดาตอนนี้คนตัวใหญ่คงจะมองเขาอยู่ คนตัวเล็กติดว่าในตอนนี้เขาคงไม่อาจพักผ่อนอยู่เฉยๆ ให้เวลาผ่านไปจนกว่าจะเปิดเทอมได้ ไม่อย่างนั้นเขาคนต้องเผลอทำอะไรแปลกๆ อย่างเมื่อครู่นี้ออกไปอีกแน่นอน ซึ่งนั่นก็อาจจะสร้างความวุ่นวายหรือความลำบากใจให้อัลฟ่าล่องหนตรงหน้า แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะกลับไปที่บ้านได้ เพราะไม่อยากให้น้องๆ เป็นห่วง จึงตัดสินใจขอหลบไปสงบสติอารมณ์แบบเงียบๆ คนเดียวที่ไหนสักแห่งดีกว่า 

  

“มี” 

“ครับ?” 

“รอที่นี่” 

  

คนตัวเล็กไม่ได้ถามอะไรต่อ อีกฝ่ายก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับดาบของเขาแล้ว ดีแลนยกมือขึ้นเกาหัวงงๆ ก่อนจะหันไปจัดการกับเสื้อผ้าและจัดการปัดฝุ่นทำความสะอาดห้องนอนของตัวเอง ตั้งแต่คืนที่หิมะตกในครั้งนั้น เขาก็กลับเข้ามานอนในห้องนอนของตัวเองแทบจะนับครั้งได้ เพราะมักจะเอาตัวเองไปหมกอยู่ในห้องของพันเอกเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่อีกฝ่ายออกไปทำภารกิจที่ไหนสักแห่ง พออีกฝ่ายได้กลับมาเขาก็ถูกพันเอกฮาแกนดึงตัวไว้กอดจนถึงเช้า 

อัลฟ่าตัวใหญ่เจ้าของกลิ่นวู้ดดี้ที่บอกให้เขารอหายตัวไปราวๆ สามชั่วโมงได้ เมื่อฮาแกนกลับมาเจ้าหัวไชเท้าก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดนักเรียนเต็มยศ สำหรับเตรียมไปทำงานเรียบร้อยแล้ว เจ้าของชั้น10หลุดขำเล็กน้อยแล้วรีบไล่ให้เจ้าตัวนุ่มนิ่มไปเปลี่ยนชุดใหม่ เป็นชุดลำลองสบายๆ ดีแลนยกมือขึ้นเกาหัวอีกครั้งแต่ก็เดินไปเปลี่ยนชุดใหม่ตามคำสั่ง บางทีงานที่ให้ทำอาจจะไม่ได้เป็นทางการมากขนาดนั้นก็ได้ เพราะมองไม่เห็นจึงไม่รู้ว่าในตอนนี้อีกฝ่ายแต่งตัวยังไง ดีแลนจึงเลือกเอาชุดลำลองที่ดูเรียบร้อยเอาไว้ก่อน 

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ พลังของดีแลนก็เห็นว่าอีกฝ่ายถือวิสาสะจัดกระเป๋าเดินทางให้เขาเรียบร้อยแล้ว ยังไม่ทันได้ถามอะไร มือของเขาก็ถูกกอบกุมและดึงให้เขาเดินตามคนล่องหนไปจนถึงลิฟต์ ฮาแกนกดลิฟต์ลงมาที่ชั้นG2 เมื่อประตูลิฟต์เปิดพลังของดีแลนก็เห็นร้อยเอกไพธอนในชุดลำลองยืนอยู่ที่จุดดรอปออฟ พร้อมกับรถสปอร์ตทรงคูเป้สี่ประตูสีดำด้านคันหนึ่ง สัมผัสอบอุ่นที่กอบกุมมือไว้ในตอนแรกหายไป ดีแลนเดาว่าพันเอกคงเดินเอากระเป๋าไปเก็บที่ท้ายรถ เจ้าของกลิ่นเครมบรูเล่หันไปหาร้อยเอกไพธอนที่ยืนนิ่งอยู่ เขาไหวไหล่อย่างไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเดินไปหาพื้นที่ว่างด้านประตูของคนขับ ซึ่งดีแลนเดาว่าพันเอกน่าจะยืนอยู่ตรงนั้น 

  

“เอาเข้าศูนย์ตรวจเช็กทุกอย่างและเปลี่ยนยางตามที่สั่งแล้วครับท่าน” 

“ตอนกูไม่อยู่มึงอยากทำอะไรก็ไปทำ” 

“ครับท่าน” 

  

ไพธอนส่งกุญแจรถให้ฮาแกน ก่อนจะเดินไปกดลิฟต์ อัลฟ่าตัวสูงเห็นเจ้าก้อนนิ่มยังคงยื่นอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน ก็เดินไปจูงมืออีกฝ่ายไปที่ที่นั่งฝั่งด้านข้างคนขับแล้วเปิดประตูให้ โอเมก้าตัวเล็กสอดตัวเองเข้าไปนั่งด้านในรถอย่างงงๆ ฮาแกนยกมือขึ้นยีกลุ่มผมนิ่มเบาๆ ก่อนจะปิดประตูแล้วพาตัวเองอ้อมมานั่งฝั่งคนขับและสตาร์ทรถ ระบบเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติทำงานในทันที 

เสียงดุดันของเครื่องยนต์และเสียงท่อไอเสียเจ้ารถสปอร์ตดังขึ้น ฮาแกนเหยียบคันเร่งเบิ้ลเครื่องสองครั้งเพื่อเช็กระบบ ก่อนจะเข้าเกียร์และขับออกไป เมื่อรถสปอร์ตแล่นออกไปได้สักพักอัลฟ่าเจ้าของกลิ่นวู้ดดี้ก็สังเกตเห็นว่า โอเมก้าเจ้าของกลิ่นเครมบรูเล่ยังคงนั่งนิ่งทำหน้าตางงๆ อยู่ประมาณว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ คนตัวใหญ่จึงรีบเฉลยให้อีกฝ่ายหายข้องใจ 

  

“นี่ไงงานที่จะให้ทำ ไปเที่ยวกัน” 

“ครับ.... ห๊ะ!” 

“ต่อสายหา ดร.ออสติน วัลโด้” 

  

ฮาแกนทำเป็นไม่สนใจเสียง ‘ห๊ะ’ ของดีแลน เขาพูดสั่งระบบAIประจำรถให้ต่อสายตรงหาหมอออสติน ซึ่งในตอนนี้เป็นเหมือนกับแพทย์ประจำตัวของดีแลนไปแล้ว เสียงของAIรับทราบคำสั่ง เจ้าของรถรอสายไม่นานหมอออสตินก็รับสาย โฮโลแกรมที่หน้าคอนโซลรถฉายขึ้นมาเป็นใบหน้ายิ้มๆ ที่คุ้นเคย ออสตินเหมือนจะยกมือขึ้นเช็ดปากและจัดเสื้อผ้าแบบลวกๆ เขาหันไปคุยกับใครสักคนที่หลังกล้องประมาณว่า ‘แป๊บนึงนะ’ แล้วจึงค่อยตอบกลับฮาแกนมาด้วยเสียงร่าเริง 

  

/สวัสดีครับคุณฮาแกน คุณดีแลน ได้ข่าวว่าไปพักร้อนหรือครับ/ 

“อืม มีเรื่องจำเป็น คนของกูเหมือนจะมีภาวะ PTSD” 

/โอ๊ะ.../ 

  

PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือ โรคที่เกิดความผิดปกติทางจิตใจหลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองโดยตรงหรือตนเป็นเพียงผู้เห็นเหตุการณ์ก็ตาม จนอาจทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นกับผู้ที่เคยเผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น รู้สึกโดดเดี่ยว หวนคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาทั้งที่ไม่อยากนึกถึงคล้ายกับว่าเกิดเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง โดยอาการของโรคมักเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังจากผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว แต่บางครั้งอาจเพิ่งเกิดอาการหลังผ่านเหตุการณ์เลวร้ายไปแล้วหลายเดือนหรือเป็นปี 

  

/หมอคิดไว้แล้วครับ ว่ามันอาจจะต้องเกิดขึ้น อาการของคุณดีแลนเป็นยังไงบ้างบอกหมอได้ไหม/ 

“ผมรู้สึกแปลกๆ ครับ ช่วงนี้ฝันร้ายค่อนข้างบ่อย น้องๆ บอกว่าผมละเมอด้วย” 

/อ่า...แต่ว่าไม่ได้มีอาการเห็นภาพหลอน หรือเกิด flash back ใช่ไหมครับ/ 

“ครับ ผมแค่ฝันร้ายเห็นภาพในตอนนั้น...” 

/ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเป็นกังวลมากครับ หมอแนะนำว่าในเบื้องต้น ให้คุณดีแลนทำใจให้สบายก่อน และไหนๆ ก็ลาพักร้อนไปแล้ว ขอแนะนำให้ทำกิจกรรมที่ช่วยในการผ่อนคลายจิตใจ เช่น กิจกรรมปีนเขา ดำน้ำ หรือกิจกรรมเข้าจังหวะในร่ม.../ 

“เอ่อ...” 

/เชื่อหมอนะครับ หมอรู้ดี/ 

“วางแล้วนะ ไร้สาระ” 

/คร้าบบบ ขอให้สนุกกับวันลาพักร้อนนะคร้าบบบ/ 

  

หมอออสตินยิ้มกรุ้มกริ่มพลางโบกมือลาให้กล้อง ก่อนที่สายจะตัดไป เหมือนดีแลนจะเห็นมือของใครบางคนในโฮโลแกรมเข้ามาดึงตัวหมอออกจากกล้อง คนตัวเล็กก้มหน้าด้วยความขวยเขินเล็กน้อยกับคำว่า 'คนของกู' กิจกรรมที่หมอแนะนำมามันก็เข้าท่าอยู่หรอก แต่ไอ้กิจกรรมเข้าจังหวะในร่มเนี่ยมันยังไงกันนะ 

  

 

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

เรฟของรถอีพี่ชาวสวนมาจากรถ Aston Martin Rapide S ค่ะ 

 

TALK with Poydswat 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

อีพี่จะพาน้องไปไหนน้าา ตัวแทนชิปเปอร์ของชาวเราอย่างหมอออสติน ก็ชงจนแก้วจะแตกอยู่แล้ว นางชาวสวนต้องรีบจัดโมเม้นหน่อยแล้วล่ะ เผื่อบางคนไม่เก็ทมุกชาวสวน ชาวสวนในที่นี้หมายถึงพันเอกฮาแกน เลิร์ช นะคะทุกคน ทำไมถึงเป็นชาวสวนล่ะ? ก็เพราะพี่เป็นนักปลูกผักและรดน้ำหัวไชเท้ายังไงล่ะ 55555  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว